ยามเช้าของวันที่แปด บรรยากาศรอบประตูเมืองทิศเหนือดูนิ่งสงบผิดปกติ ทว่าในประสาทััของ หลี่ิ ผ่าน ฮาคิสังเกต มันกลับเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของอากาศที่กำลังถูกฉีกกระชาก เขาเอนหลังพิงเก้าอี้นวมในศาลาพิรุณอำพันอย่างใจเย็น ในมือยังคงถือซาลาเปาไส้ไข่เค็มลาวาลูกสุดท้าย
"พี่หลี่... วันนี้บรรยากาศมันหนาวสั่นแปลกๆ นะเ้าคะ" หลิวรั่วเฉิน เอ่ยพลางกระชับกระบี่ในมือ นางััได้ถึงกลิ่นอายกดดันที่แผ่ซ่านมาจากทุกทิศทาง
หลี่ิไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่กลืนซาลาเปาลงคอแล้วปัดเศษแป้งออกจากหน้าอก "แม่นางหลิว... วันนี้เ้าเข้าไปหลบในป้อมยามให้ลึกที่สุดนะ แล้วอย่าเผลอเงยหน้ามองฟ้าล่ะ ข้าเกรงว่าเ้าจะคอเคล็ดเสียก่อน"
วินาทีนั้นเอง ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสพลันมืดครึ้มลงราวกับราตรีที่มาเยือนก่อนเวลา เงามืดขนาดั์เริ่มโอบล้อมประตูเมืองทิศเหนือทิ้งสิ้น!
ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดั่งขุนเขาเคลื่อนที่ดังขึ้นพร้อมกันจากทิศตะวันออก ตะวันตก และทิศเหนือ ยอดฝีมือสามร่างในชุดคลุมสีเทาศิลาปรากฏตัวขึ้น พวกเขาคือ 'สามผู้เฒ่าศิลา' ยอดฝีมือ ขั้นบรรพชน (ขั้น 7) ระดับสูงสุดจากสำนักหมื่นศิลา
"หลี่ิ! เ้าทหารยามโอหัง วันนี้คือวันตายของเ้า!" เสียงหนึ่งในผู้เฒ่าดังดุจเสียงหินถล่ม
พร้อมกันนั้น ทหารม้านับพันนายจากกองพันองครักษ์ทองคำขององค์ชายสี่ และกองกำลังส่วนตัวของเหล่าขุนนางนับหมื่นชีวิตพุ่งเข้าปิดล้อมประตูเมืองทิศเหนือไว้ทุกด้าน บนยอดกำแพงและหลังคาบ้านเรือนรายรอบเต็มไปด้วยพลธนูที่เตรียมลูกศรอาบยาพิษนับหมื่นดอก
"เปิดค่ายกล!" องค์ชายสี่ที่ประทับอยู่บนรถศึกะโก้อง
ทันใดนั้น เสาศิลาขนาดั์สูงนับสิบวาจำนวนหนึ่งพันต้นพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินรอบประตูเมือง แสงสีน้ำตาลเข้มพุ่งประสานกันกลายเป็โดมพลังงานที่ตัดขาดประตูทิศเหนือออกจากโลกภายนอก 'ค่ายกลพันศิลาสะกดเทพ' ทำงานเต็มรูปแบบ แรงกดดันมหาศาลมหาศาลทำให้ทหารธรรมดาที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับกระอักเืและล้มลงคุกเข่า
"ในค่ายกลนี้ ลมปราณของเ้าจะถูกกดทับจนเหลือมิถึงหนึ่งส่วน และน้ำหนักของเ้าจะเพิ่มขึ้นร้อยเท่า! จงตายอยู่ใตู้เาจำลองนี้เสียเถิด!"
หลี่ิค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แรงกดดันร้อยเท่าที่ทำให้คนทั่วไปกระดูกแหลกเหลว กลับไม่สามารถทำให้ชายผ้าคลุมของเขาขยับได้เลยแม้แต่น้อย เขามองไปรอบๆ ด้วยสายตาปลาตายอันเป็เอกลักษณ์
"พวกเ้านี่... อุตส่าห์แบกหินมาตั้งพันต้นเพื่อมาหาข้าเนี่ยนะ?" หลี่ิชักดาบไม้ ซันเงสึ ออกมาพาดบ่า "น้ำหนักเพิ่มร้อยเท่ารึ? น่าขัน... พวกเ้ายังมิจักความหมายของคำว่า 'น้ำหนัก' ที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำ"
หลี่ิขยับเท้าขวาเพียงก้าวเดียว พลังจาก ผลซูชิ ซูชิ พุ่งพล่านไปทั่วพื้นดิน
"แรงดึงดูดพิฆาต: กดข่มปฐี!"
โครมมมมมมมมมมมม!
วินาทีนั้นเอง แรงดึงดูดรอบตัวหลี่ิพุ่งสูงขึ้นกว่าหมื่นเท่า! ทหารม้านับพันและพลธนูรอบด้านที่เคยยืนหยิ่งผยอง กลับถูกแรงลึกลับกดลงไปกองกับพื้นหินจนจมลงไปในดินลึกกว่าหนึ่งฟุต ม้าศึกร้องเสียงหลงก่อนจะล้มฟุบกระดูกแตกกระจาย แม้แต่เสาศิลาของค่ายกลก็เริ่มร้าวและทรุดตัวลง
"อะ... อะไรกัน! ทำไมแรงกดดันถึงย้อนกลับมาหาเรา!" ผู้เฒ่าศิลาทั้งสามกระอักเื พยายามจะพยุงร่างขึ้นแต่กลับทำได้เพียงหมอบกราบอยู่แทบเท้าหลี่ิ
"พวกเ้าชอบเล่นกับหินใช่ไหม?" หลี่ิเงยหน้ามองฟ้า เนตรวงแหวนหมุนวนอย่างน่าสยดสยอง "งั้นข้าจะแถมหินก้อนใหญ่ให้พวกเ้าสักก้อน"
หลี่ิชูดาบไม้ขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังแรงดึงดูดพุ่งทะลุชั้นบรรยากาศออกไปในอวกาศ ดึงเอาวัตถุขนาดั์ที่ลอยอยู่นอกโลกให้มุ่งตรงลงมายังจุดเดียว
ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงที่เคยมืดครึ้มพลันเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน ก้อนเพลิงั์ขนาดเท่าูเาขนาดย่อมแหวกอากาศลงมาด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ เสียงเสียดสีของอากาศดังสนั่นจนหูของทุกคนแทบดับวูบ
"นั่นมัน... อุกกาบาต!!!" องค์ชายสี่หน้าถอดสี ทิ้งรถศึกแล้วพยายามจะวิ่งหนี แต่ร่างกายของเขากลับถูกแรงดึงดูดของหลี่ิกดไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้
"หมัดเพลิง... เก็ตสึกะ เทนโช!"
หลี่ิไม่ได้ปล่อยให้อุกกาบาตตกลงมาทำลายเมือง เขาเหวี่ยงดาบไม้ซันเงสึที่อาบด้วยเปลวเพลิงของผลอัคคีขึ้นไป คลื่นดาบสีดำเพลิงพุ่งไปปะทะกับอุกกาบาตกลางอากาศ แตกมันออกเป็เศษเล็กเศษน้อยที่ลุกเป็ไฟตกใส่เฉพาะกองกำลังของเหล่าขุนนางและทหารที่คิดร้าย
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงะเิดังกึกก้องต่อเนื่องนับพันครั้ง ค่ายกลพันศิลาพังทลายลงในพริบตา ยอดฝีมือและทหารนับหมื่นถูกฝนเพลิงและแรงกดอากาศซัดจนหมดสถาพ ประตือทิศเหนือที่เคยถูกล้อมกรอบ บัดนี้กลายเป็หลุมศพของความหยิ่งผยอง
ท่ามกลางกลุ่มควันและเปลวเพลิง หลี่ิเดินผ่านร่างของเหล่าขุนนางและยอดฝีมือที่นอนระเนระนาด เขาเดินไปหยุดตรงหน้าองค์ชายสี่ที่นอนสั่นเทาอยู่บนพื้น
"ข้าเคยบอกแล้วใช่ไหม... ว่าถ้าจะส่งคนมาฆ่าข้า ให้ส่งคนเก่งๆ มาเยอะๆ" หลี่ิมองด้วยสายตาเ็า "แต่นี่อะไร... หินพันต้นกับขยะอีกหมื่นคน? พวกเ้าดูถูก 'ยามเฝ้าประตู' อย่างข้าเกินไปแล้ว"
เขาหยิบเป็ดปักกิ่งที่เหลือจากเมื่อวานขึ้นมาแทะหนึ่งคำ "วันนี้ข้าอารมณ์ไม่ดี เพราะหินของพวกเ้าทำป้อมยามใหม่ของข้าเลอะฝุ่น... จ่ายมา"
"จะ... จ่ายอะไร?" องค์ชายสี่ถามเสียงสั่น
"ค่าธรรมเนียมการใช้อุกกาบาตยังไงล่ะ เอาเงินทั้งหมดที่พวกเ้ามีมา ไม่อย่างนั้นก้อนต่อไปข้าจะไม่สับมันกลางอากาศ แต่จะให้มันลงกลางตำหนักของพวกเ้าแทน"
ในวันนั้น องค์ชายสี่และเหล่าขุนนางต้องถอดเครื่องประดับและขนทองคำทั้งหมดที่มี มอบให้กับทหารยามที่ดูซอมซ่อคนหนึ่งเพื่อแลกกับชีวิต
เมื่อทุกอย่างสงบลง หลี่ิกลับไปนั่งที่เก้าอี้นวมตัวเดิมในศาลาที่ไร้รอยขีดข่วน (เพราะเขาปกป้องไว้ด้วยแรงดึงดูด) เขาหันไปหาหลิวรั่วเฉินที่ยังอ้าปากค้างอยู่
"แม่นางหลิว... พรุ่งนี้ข้าอยากกินติ่มซำนะ ไปสั่งไว้ให้ที ศึกวันนี้ทำเอาข้าหิวเร็วกว่าปกติจริงๆ"