ต้าเนียวที่เห็นโอกาศเหมาะ กระโจนใส่เยี่ยเยี่ย เยี่ยเยี่ยกอดต้าเนียมก่อนที่จะใช้แก้มของเธอนั้นลูบไล้ไปที่หัวของมัน
“เพนกวิ้นๆ! เพนกวิ้นตัวจริง!”
ดูเหมือนว่าเยี่ยเยี่ยจะตกหลุมรักให้กับความน่ารักของต้าเนียว ฟานเทียนแนะนำให้เธอรู้จักกับต้าเนียน ทั้งสองจากนั้นก็เล่นด้วยกัน ฟานเทียนรู้สึกดีขึ้นที่เยี่ยเยี่ยนั้นลืมความทุกข์ของตัวเองไปในตอนนี้
ฟานเทียนในตอนนี้ดูเหมือนจะมีเื่ให้คิด เขานั้นตกลงกับชายวัยกลางคนแล้วว่าจะไม่ให้เยี่ยเยี่ยกับแม่ของเธอกลับมาที่นี่อีก แต่ปัญหาสำคัญคือ เงิน เขานั้นเองก็ต้องหาเงินไว้ใช้เองด้วย การเป็เ้ายุทธภพไม่ได้หมายความว่าเขานั้นไม่จำเป็ต้องใช้เงิน
ของมีค่าที่มีของเขา เขาก็ทิ้งไว้ที่สำนักหมดด้วยก่อนที่จะทำการจำศีล ทำให้เขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากคนถังแตก
ฟานเทียนในตอนนี้ได้แต่ยักไหล่ เขาที่มีอายุมาถึงห้าพันปี มีหรือจะไม่มีหนทางหาเงิน เขาปล่อยให้เยี่ยเยี่ยเล่นจนพอใจก่อนๆที่จะถามอะไรเธอ
“เยี่ยเยี่ย ในตอนนี้สิ่งนี้ยังคงมีค่าอยู่หรือเปล่า”
ฟานเทียนจับไปที่พื้นดินก่อนที่จะกำดินขึ้นมาส่วนหนึ่ง ทำการขยี้ๆมันเล็กน้อยก่อนที่ดินจะค่อยๆย่อยสลายกลายเป็ฝุ่นละอองไป เหลือไว้แต่แร่ที่ดูงดงาม มันมีทั้งสีเงิน สีทอง และ อัญมณีเล็กๆหลายๆสีที่งดงามส่องแสงระยิบระยับ ฟานเทียนในตอนนี้ได้ทำการสะกัดแร่ออกจากดินทั้งหมด และเหลือแต่แร่ธาตุที่มีค่าเอาไว้
เยี่ยเยี่ยที่เห็นแบบนั้นได้แต่เปิดตากว้างออก ก่อนที่จะพูดขึ้น
“พี่ชายเป็มายากลด้วย ว้าว! พวกนี้ยังมีค่าอยู่พี่ชาย เยี่ยเยี่ยเห็นว่าทองมีราคาที่แพงมากๆด้วย”
ฟานเทียนพยักหน้า ทองนั้นดูเหมือนไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน มันก็ยังมีค่าในสายตาผู้คน
“ปัญหาเื่เงินน่าจะไม่มีปัญหาแล้ว”
ฟานเทียนพยักหน้าก่อนที่จะหันไปหาเยี่ยเยี่ย
“เยี่ยเยี่ย เราไปโรงพยาบาลที่มามาของเยี่ยเยี่ยอยู่กันเถอะ พี่ชายจะปลุกมามาของเยี่ยเยี่ยเอง”
เยี่ยเยี่ยได้ยินแบบนั้นช่วยไม่ได้ที่จะกอดฟานเทียนแน่น เธอนั้นยังตัวเล็กและสูงเพียงแค่หน้าท้องของเขาเท่านั้น ทำให้ฟานเทียนต้องก้มลงมากอดเธอ
เยี่ยเยี่ยนั้นไม่รู้ทำไม แต่เธอรู้สึกว่าเธอสามารถเชื่อใจฟานเทียนได้ อาจจะเป็เพราะว่าฟานเทียนนั้นให้ความรู้สึกที่สงบ เนื่องจากพลังธรรมชาติที่ไหลเวียนอยู่รอบๆตัวเขาก็เป็ได้
“ขอบคุณพี่ชาย”
ฟานเทียนได้แต่ยิ้มก่อนที่จะลูบหัวของเธออีกที เยี่ยเยี่ยหลังจากที่กอดฟานเทียนแล้วนั้นก็นำฟานเทียนไปยังเมืองที่อยู่ใกล้ๆกับเขาเหลียงซาน ทั้งคู่นั้นต้องเดินลงจากเขาใช้เวลาเป็ชั่วโมง ฟานเทียนไม่อยากเสียเวลาขนาดนั้น เขาทำการอุ้มทั้งเยี่ยเยี่ย และ ต้าเนียว ก่อนที่จะวิ่งไปด้วยตัวของเขาเอง
เห็นแบบนี้แต่เขานั้นวิ่งเร็วยิ่งกว่ารถไฟชินกังเซนเสียอีก ทำให้การเดินทางลงมาจากเขาปกติที่จะใช้เวลาเป็ชั่วโมงนั้น เหลือเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
“พี่ชายสุดยอด! พี่ชายวิ่งเร็วมากๆเลย”
เยี่ยเยี่ยก็ยังคงเหมือนเดิมรู้สึกตื่นเต้นที่เห็นความสามารถของฟานเทียน ฟานเทียนได้แต่หัวเราะออกมา เขามองไปที่เมืองที่อยู่ใกล้ๆกับเขาเหลียงซาน เขาต้องยอมรับว่ามันต่างจากที่เขาคิดมากจริงๆ
เขาเห็นเมืองนี้ตอนที่บินมา แต่ทว่าเขาบินด้วยความเร็วสูงทำให้ไม่เห็นรายละเอียดอย่างชัดเจน
ถนน อาคาร สถาปัตยกรรมต่างๆ ทุกอย่างดูน่าสนใจไปหมดสำหรับฟานเทียน
“พี่ชาย พวกเราต้องไปทางนั้น ตามเยี่ยเยี่ยมา”
เยี่ยเยี่ยจูงมือฟานเทียนก่อนที่จะนำทางเขาไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ ทั้งสองคนกับอีกหนึ่งตัว เดินไปตามถนนอีกประมาณยี่สิบนาที ก็พบเข้ากับโรงพยาบาล โรงพยาบาลนั้นไม่ใหญ่มาก มีแค่สองอาคารกับที่จอดรถที่สามารถจอดรถได้ประมาณสิบสามสิบสี่คัน
ฟานเทียนเดินเข้าไปยังโรงพยาบาล ผู้คนที่เห็นเขานั้นต่างตกตะลึงกับใบหน้าที่หวานคมของเขาจนลืมมองไปว่าเขานั้นใส่เสื้อที่ไม่เข้ากับยุคสมัยอยู่
เยี่ยเยี่ยเดินพาฟานเทียนไปยังเคาน์เตอร์ ก่อนที่จะถามนางพยาบาลที่มองฟานเทียนด้วยดวงตาที่หวานเยิ้ม พร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำเป็อย่างมาก ฟานเทียนลืมไปว่าเขานั้นมีเสน่ห์มากเสียจน บางทีเขาเกือบถูกลุมขย้ำโดยเหล่าหญิงสาวที่หิวโซ
ฟานเทียนดีดนิ้ว ทำให้นางพยาบาลนั้นหลุดออกมาจากฝันหวานของเธอ เธอรีบพูดขึ้นด้วยความเขินอาย
“อะ อะ อ่ามีอะไรให้ช่วยไหมคะ”
ฟานเทียนชี้ไปที่เยี่ยเยี่ย
“ข้ามาหาแม่ของนาง พาข้าไปหาแม่ของนางได้หรือไม่”
นางพยาบาลเมื่อได้ยินที่ฟานเทียนขอ เธอนั้นไม่รอช้า ด้วยความเร็วที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เธอนั้นรีบพาเขาไปยังห้องของเยี่ยหยิน แม่ของเยี่ยเยี่ยในทันที เธอไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของเธอดูไม่ดีต่อหน้าเขา
“ทางนี้คะ”
ฟานเทียนพยักหน้าก่อนที่จะขอบคุณนางพยาบาล เขาพาเยี่ยเยี่ยเดินเข้าไปในห้อง นางพยาบาลนั้นแทบจะทรุดลงไปกับพื้น หัวใจของเธอเต้นแรงมากๆ
“คนอะไร หล่อกระฉากใจขนาดนี้”
นางพยาบาลพยายามลุกขึ้น เธอนั้นรู้สึกว่า่ล่างของเธอนั้นเปียกชุ่ม เธอรู้สึกอิจฉาเยี่ยเยี่ยและเยี่ยหยินขึ้นมา ทั้งสองนั้นได้ใกล้ชิดกับฟานเทียนขนาดนั้น เธอในตอนนี้ได้แต่กลับไปทำงานของเธอด้วยความเสียดาย
ภายในห้องผู้ป่วย ฟานเทียนเห็นเยี่ยหยินที่มีผมสีเดียวกับเยี่ยเยี่ย เธอนั้นจัดเป็หญิงสาวที่หน้าตาดีใช้ได้เลยทีเดียว เยี่ยเยี่ยโตขึ้นมาจะต้องงดงามเหมือนเธอเป็แน่ๆ
ฟานเทียนมองไปที่เยี่ยเยี่ย เยี่ยเยี่ยเองก็มองมาที่เขาด้วยความหวังเหมือนกัน ฟานเทียนยิ้มก่อนที่จะพยักหน้า
“ไม่ต้องเป็กังวลนะ เยี่ยเยี่ย พี่ชายสามารถปลุกมามาของเยี่ยเยี่ยได้ไม่มีปัญหา”
ฟานเทียนเดินเข้าไปใกล้ๆเตียงที่เยี่ยหยินนั้นนอนอย่างสงบอยู่ เขาใช้เนตร์ของเขา มองดูความผิดปกติภายในร่างกาย สภาพโดยรวมเขานั้นไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ทว่าเขาเห็นบางอย่างอยู่ในสมอง มันเป็จุดเล็กๆสีขาวๆที่เขาเห็นในตอนนี้
ฟานเทียนไม่พูดอะไรมาก เขาใช้นิ้วของเขาจิ้มลงไปที่จุดนั้น
เยี่ยเยี่ยยืนอยู่ข้างหลังฟานเทียน ทำให้เธอนั้นไม่เห็นว่านิ้วของเขานั้นแทงทะลุเข้าไปในหัวแม่ของเธอ ก่อนที่จะดึงออกมาพร้อมกับอะไรบางอย่างที่เป็ก้อนเนื้อ ฟานเทียนคาดว่ามันอาจจะเป็เนื้อร้ายที่กำลังกดสมองเธออยู่ในตอนนี้ก็เป็ได้
เขานั้นแทบจะไม่ต้องใช้วิชาอะไรเลยในการรักษา มันเป็การรักษาที่ง่ายกว่าที่เขาคิดไว้มาก
ทางหมอไม่ยอมรักษาผ่าตัดเนื้อร้ายในสมองของเยี่ยหยิน พวกเขานั้นคิดว่ามันเสี่ยงเกินไป แถมยังคนไข้ไม่มีเงินอีกด้วย ที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลได้เพราะประกันสุขภาพนั้นดูแลอยู่ แต่ไม่นานก็คงต้องให้ออกจากโรงพยาบาลอยู่ดี ยังไงเสียโรงพยาบาลก็ไม่ใช่มูลนิธิที่จะรับรักษาใครฟรีๆ
ฟานเทียนหลังจากที่ดึงเนื้อร้ายออกจากสมองของเยี่ยหยินแล้ว เขาจำเป็ต้องรอเวลาอีกประมาณหนึ่ง เธอนั้นจึงจะฟื้นคืนสติมา และในขณะที่เขานั้นกำลังจะหันไปพูดกับเยี่ยเยี่ยว่าเขานั้นรักษาเยี่ยหยินให้แล้ว
ประตูห้องคนไข้ก็เปิดขึ้น ชายในชุดสีขาวเดินเข้ามา เขามองไปที่เยี่ยเยี่ย ก่อนที่จะหันไปมองฟานเทียน เขานั้นใเป็อย่างมาก กับใบหน้าของฟานเทียน ฟานเทียนในตอนนี้เริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้ว เขาทำการดีดนิ้ว และทำให้เสน่ห์ของเขานั้นลดลง
หมอที่เดินเข้ามาในห้องได้แต่ไอกระแอ่มออกมา ก่อนที่จะพูดขึ้น เขาในตอนนี้เองก็ไม่ได้สนใจเสื้อผ้าของฟานเทียนเหมือนกัน
“ต้องขออภัยด้วย แต่ทางโรงพยาบาลเห็นสมควรว่าต้องขอเตียงคืนในวันนี้ ถ้ายังไงรบกวนช่วยนำคนไข้ออกจากโรงพยาบาลวันนี้ด้วย”