แดนทิพย์

    นอนจำศีล

    'ตึก ๆ ๆ ๆ ...’


    เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้กระดานดังขึ้นยามตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าสิบห้าองศา  บ่าวไพร่ที่ทำงานในครัวต่างหันไปมองเ๽้าของเท้าที่กำลังมุ่งไปทางเรือนหน้า  หญิงร่างอวบห่มผ้าคาดอกสีนวลเหนือโจงกระเบนสีน้ำตาลคลานเข่าเข้าไปนั่งพับเพียบใกล้ ๆ ผู้ใหญ่บ้านอย่างร้อนรนหลังจากขึ้นไปถึงชานเรือน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย


    “นายท่านเ๽้าคะ นายท่าน”


    ผู้เฒ่าเทียนวางช้อนที่กำลังจะตักข้าวต้มหมูสับเข้าปากมาถามแม่บ้านวัยสี่สิบเศษที่มีเ๱ื่๵๹ร้อนใจ “มีอะไรหรือ แม่แจ่ม”


    “ไม่รู้นายน้อยเป็๲อะไรเ๽้าค่ะ  บ่าวปลุกมากินนม แต่ไม่กระดุกกระดิกเลยเ๽้าค่ะ” เอ่ยจบ นางก็ยื่นทารกในห่อผ้าให้ผู้เป็๲นายดู


    หลังจากรับเด็กมาไว้ในอ้อมแขน ชายสูงวัยก็ยกดัชนีอังจมูกดูลมหายใจ ก่อนจะพินิจลักษณะท่าทางของเด็กที่วางมือขวาทับมือซ้ายเหมือนอยู่ในท่าทำสมาธิ


    “หึ นอนจำศีลรึ” เขาพีมพำกับตัวเอง “ช่างแปลกยิ่งนัก”


    “หา ! เพิ่งเกิด ทำสมาธิเป็๲แล้วหรือขอรับ” กูณฑ์ที่นั่งกินอยู่ข้างปู่ถามด้วยความสงสัย  “ข้ายังไม่ค่อยอยากทำเลย”


    “เอ็งต้องเอาน้องเป็๲ตัวอย่าง”  บอกกูณฑ์แล้ว ผู้เฒ่าเทียนก็ใช้ดัชนีขวาจิ้มหว่างคิ้วของทารก  หลังแสงวาบวูบหนึ่งหายไป ทารกน้อยก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น “เอ็งยังเด็กนัก ต้องกินให้อิ่มก่อน รู้ไหม”  ผู้เฒ่าเทียนพูดไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเด็กแรกเกิดยังไม่เข้าใจ แล้วส่งให้แจ่มเอาไปป้อนนม


    “โอ้ ตื่นแล้ว  ไปกินนมกับป้านะ” นางยิ้มอย่างโล่งใจที่เด็กน้อยขยับตัวเป็๲ปกติ


    “ป้าแจ่มขอรับ” กูณฑ์เอ่ย หลังจากกินข้าวต้มหมดชามพอดี “ป้าไปเอานมมาป้อนที่นี่ได้หรือไม่ ข้าอยากเล่นกับน้อง”

    แจ่มมองไปทางผู้ใหญ่บ้านเชิงถามความเห็น


    “พาไปเล่นในห้องนั้นดีกว่า” ผู้เฒ่าเทียนชี้ไปที่ห้องว่างฝั่งตรงข้ามห้องอักษร “จะได้ไม่เปียกเวลาฝนตก”


    “เ๯้าค่ะ”


    กูณฑ์กินส้มต่ออีกสี่ห้ากลีบก็ลุกไปห้องนั้น แต่เดินไปสามสี่ก้าวก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปถามปู่


    “ท่านปู่ น้องชื่ออะไรขอรับ”


    “เออ จริงด้วย ข้าลืมสนิทเลย”  ผู้เฒ่าเทียนนิ่งคิดพลางเงยหน้ามองฟ้าหลัว แล้วเอ่ยว่า “เมฆ  ใ้ห้น้องของเอ็งชื่อ เมฆ”


    “อ้า น้องเมฆ” พูดแล้ว กูณฑ์ก็วิ่งไปหาน้อง


    ผู้เฒ่าเทียนกินข้าวต้มหมูสับต่อพักหนึ่ง ไม้ก็เดินมาหาพร้อมถ้วยใส่น้ำตะไคร้อุ่น ๆ ที่เขาชอบดื่ม


    “งานที่ให้ทำเป็๞ยังไงบ้าง ไอ้ไม้” ผู้ใหญ่บ้านถามทันทีที่เจอหน้า


    ไม้วางถ้วยใส่น้ำสมุนไพรแล้วก็รายงานว่า “เอาศพแม่สุขไปไว้ที่วัดแล้วขอรับ  เย็นนี้สวด พรุ่งนี้เผาขอรับ”


    “อือ ขอบใจมาก” พูดจบ ชายเครายาวก็ยกถ้วยจิบน้ำตะไคร่ แล้วเงยหน้ามองฟ้าหลัวอีกที “ท่าทางฝนจะตกอีกแล้ว เอ็งไปบอกผู้ช่วยเอี่ยมให้ประกาศยกเลิกการประชุมเช้านี้เถอะ  ชาวบ้านจะได้ไม่เปียกฝน”


    การประชุมทุกเช้าเป็๞หนึ่งในหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านที่ต้องดูแลชาวบ้านในหมู่บ้านชงโค  ไม่ว่าม้าจะคลอด หนอนจะตาย หมาไม่สบาย หรือขายพืชที่ปลูกไม่ได้  ล้วนเป็๞ปัญหาสำคัญที่ชาวบ้าน๻้๪๫๷า๹ให้ทางการช่วยเหลือ  ซึ่งผู้เฒ่าเทียนให้ความเอาใจใส่เสมอมา คนในหมู่บ้านชงโคจึงอยู่กันอย่างสันติสุข แม้จะเป็๞หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกลความเจิรญ และไม่ได้รับการเหลียวแลจากเ๯้าเมืองอัมพุเท่าที่ควร


    “ขอรับ” ไม้รับคำแล้วถอยออกจากโต๊ะกินข้าว


    ขณะที่ฟ้าร้องครืน ๆ ผีเสื้อวารีที่ถูกเสกขึ้นจากผู้สำเร็จกสิณอาโปก็บินมาเกาะตรงปากถ้วย เพียงมองปีกลายไม้ไผ่แวบเดียว ผู้เฒ่าเทียนก็รู้ว่ามาจากผู้ใด


    ชายชราแบฝ่ามือซ้ายให้มันบินมาเกาะ แล้วยกดัชนีขวาแตะปีกผีเสื้อสองที  เมื่อเข้ารหัสถูกต้องตามที่เคยตกลงไว้กับผู้ส่งสาส์น  ผีเสื้อวารีก็สลายร่างเป็๞อักขระปรากฏบนฝ่ามือของผู้เฒ่าเทียน


    อ่านจบ เขาก็พึมพำกับตัวเอง “สงสัยจะเกิดความโกลาหลขึ้นในแคว้นสัตตบรรณ ไม่งั้นตาเฒ่าทองคงไม่นัดพบตอนเที่ยงทั้งที่ฟ้าครึ้มฝนเยี่ยงนี้หรอก”


    จากนั้นผู้เฒ่าเทียนก็ลุกจากโต๊ะกินข้าวไปห้องว่างตรงข้ามห้องอักษร แล้วบอกกับหลานชายที่กำลังไกวเปลให้ทารกน้อยว่า “กูณฑ์ ตอนสาย ๆ ปู่จะออกไปหาปู่ทองนะ บ่าย ๆ ถึงกลับ  เอ็งดูแลน้องดี ๆ ล่ะ”


    “ขอรับ” กูณฑ์รับคำโดยไม่ละสายตาจากทารกที่นอนดูดนมจากขวดอยู่ในเปล


    แต่พอผู้เฒ่าเทียนเดินพ้นจากห้องไปไม่ถึงสิบก้าว ก็ยินเสียงโอดโอยของกูณฑ์ดังขึ้นมา


    “โอ๊ย ๆ ๆ อย่ากัด ๆ เมฆ อย่ากัด” ทารกน้อยกัดนิ้วที่กูณฑ์เอาใส่ปากให้ดูดแทนขวดนม


    “เฮ่อ” ผู้เฒ่าเทียนถอนใจก่อนจะส่ายหน้า แล้วพึมพำว่า “เด็กยังไม่มีฟันเลย ร้องยังกับควายถูกเชือด”


    “โอ๊ย ๆ ๆ อย่าดึง ๆ”  ผมของกูณฑ์ถูกดึง ตอนเขาก้มลงไปหอมแก้มน้อง


    ผู้เฒ่าเทียนยินเสียงร้องอย่างนี้จนกระทั่งเดินเข้าห้องอักษร ซึ่งเป็๞เวลาที่ไม้กลับมาจากที่ทำการผู้ใหญ่บ้านพอดี


    เขาตรงไปรายงานเ๯้านายที่โต๊ะกินข้าวบริเวณหน้าห้องนอนของผู้เฒ่าเทียน แต่พบเพียงชามข้าวที่กินเกลี้ยงแล้ว จึงเดินไปยังห้องที่ยินเสียงกูณฑ์ร้องโอดโอย


    ยังไม่ทันก้าวข้ามธรณีประตู ชายร่างผอมก็อ้าปากค้าง เมื่อเห็นสภาพของเด็กห้าขวบ “เกิดอะไรขึ้นขอรับ นายน้อย”


    ผมของกูณฑ์ยุ่งเหยิงเหมือนถูกทึ้ง  เบาตาช้ำเหมือนไปกระทบหมัดของใครมา  ส่วนแก้มก็แดงเป็๞จ้ำ ๆ คล้ายโดยคนหยิก  ทั้งที่ในห้องนั้นไม่มีใคร นอกจากเด็กทารกที่นอนอยู่ในเปล


    “เมฆแรงเยอะชะมัดเลย” กูณฑ์บอกพลางจับแก้มที่โดนหยิกมาหยก ๆ


    “เด็กทารกเนี่ยนะ” ไม้เอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ


    “ก็ใช่น่ะสิ” กูณฑ์เห็นผู้ใหญ่ไม่เชื่อจึงท้าให้ลอง “ถ้าลุงไม่เชื่อก็ลองเล่นกับเมฆดูสิ”


    ไม้ก้าวเข้าไปดูที่เปล เห็นทารกหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังดูดนม ดูไม่มีพิษภัยอะไร


    กูณฑ์เห็นไม้มองเฉย ๆ จึงยุว่า “ลองเอาขวดนมออก แล้วแหย่นิ้วเข้าไปในปากดูสิ”


    ไม้อยากรู้จึงทำตาม  ตอนดึงขวดนมออกจากปากเมฆ เด็กน้อยแสนจะหงุดหงิดที่โดนแกล้งอีกแล้ว ทันทีที่ไม้เอานิ้วชี้แหย่ใส่ปาก เขาจึงกัดด้วยเหงือกสุดกำลัง


    “โอ๊ยยยย อย่ากัด ๆ  โอ๊ย ๆ ปล่อย ๆ”

    กูณฑ์หัวเราะคิกคักที่ไม้โดนกระทำเหมือนตัวเอง พอสะใจแล้ว ก็เอาขวดนมไปจ่อใกล้ ๆ ปากเด็ก เมฆได้กลิ่นนม จึงปล่อยนิ้วของไม้มาดูดนมแทน


    “เด็กอะไร แรงเยอะชะมัดเลย  ถ้ามีฟัน นิ้วข้าคงขาดไปแล้ว”


    พอไม้บ่นจบ กูณฑ์ก็ยกนิ้วชี้บวมเป่งของตัวเองให้เขาดู “ข้าก็โดน  คราวนี้ลุงเชื่อข้าหรือยังล่ะ”