[จบ] ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ

    บทที่ 22 แบบทดสอบการแต่งงาน

    บทที่ 22 แบบทดสอบการแต่งงาน


    “หัวใจหยุดเต้นกะทันหันไม่น่าจะทำให้เกิดอาการแบบตอนนี้ได้นะคะ เชิญพวกคุณออกไปรอสักครู่ เราจะพยายามช่วยชีวิตคนไข้อย่างเต็มที่ การที่พวกคุณอยู่ที่นี่อาจทำให้เราวินิจฉัยอาการปัจจุบันของคนไข้ได้ยากค่ะ”


    ไป๋ปิงไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงกดร่างของคนไข้ไว้ป้องกันเขาตกไปจากเตียง ขณะเดียวกันก็หันไปอธิบายกับญาติคนไข้ด้วยคำพูดที่หวังดีไปด้วย


    ใครจะคิดว่าพอญาติคนไข้ได้ฟังสิ่งนี้ แล้วจะยิ่งวุ่นวายไม่ยอมปล่อย


    ในทางตรงกันข้าม พอเห็นไป๋ปิงดำเนินการจัดการกับอาการชักของคนไข้ พวกเขาก็ก้าวไปคว้าข้อมือของแพทย์สาวเพื่อให้เธอปล่อยมือ ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนไข้ตรงหน้านี้ เป็๲ความผิดของไป๋ปิงเสียอย่างนั้น


    “พวกคุณหมายความว่ายังไง? ไล่พวกเราออกไปแล้วพวกคุณจะได้ทำอะไรได้สะดวกใช่ไหม? ฉันจะบอกพวกคุณเลยนะว่าไม่มีทาง!”


    ขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายกันอยู่นั้น จู่ ๆ หานชิงอวี่ก็กระซิบขึ้นมา “โรคลมบ้าหมู”


    ใช่แล้ว นี่คือหานชิงอวี่ใช้เทคนิคการสังเกตระดับ 2 ในการตรวจผลออกมา


    เ๱ื่๵๹มาถึงตอนนี้ เขารีบเข้าไปจับตัวผู้หญิงคนที่โวยวายที่สุดเมื่อกี้ทันที


    นี่คือแม่ของคนไข้ ผู้หญิงที่ยื่นมือไปดึงไป๋ปิงออกเมื่อกี้ก็คือเธอ


    หานชิงอวี่ดึงผู้หญิงที่ร้องไห้หนักที่สุดตรงหน้า แล้วเอ่ยถาม “คนไข้มีประวัติเป็๲โรคลมบ้าหมูใช่ไหมครับ?”


    ผู้หญิงคนนั้นตะลึง ราวกับว่าไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะถามคำถามนี้ออกมา เธอลังเลอยู่นานก็ไม่ตอบอะไร


    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่พวกคุณจะต้องช่วยคนด้วย หรือว่าก่อนหน้านี้ที่เขาป่วยพวกคุณไม่รักษา? จะไม่รับผิดชอบเหรอ?”


    เมื่อเห็นว่าภรรยาตัวเองอึกอักพูดไม่ออก พ่อของคนไข้ก็เสียงดังขึ้นมาราวกับฟ้าร้อง


    เ๱ื่๵๹มาถึงตอนนี้ พวกเขายังจะคิดว่าทำอย่างไรถึงจะให้ความรับผิดชอบตกอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่ใช่ทำอย่างไรให้คนไข้ที่อยู่ตรงหน้านี้มีชีวิตต่อ


    หานชิงอวี่ที่ใบหน้าสงบมาตลอด เวลานี้เขามีความโกรธขึ้นมาแล้ว


    “มีก็บอกมี ไม่มีก็บอกไม่มี! ตอนนี้พวกเราสงสัยว่าอาการแบบนี้ของเขาน่าจะเป็๲โรคลมบ้าหมูกำเริบ ถ้าปล่อยให้เวลาล่วงเลยนานเกินไป พวกเราจะต้องให้ยาเขาให้ทันเวลา! ถ้ายังไม่พูดมาตามความจริงอีก ก็ดูเขาตายไปเลยนะครับ!”


    ดูเหมือนว่าญาติคนไข้จะไม่คิดว่าเ๱ื่๵๹ราวมันจะหนักถึงขนาดนี้ พวกเขาต่าง๻๠ใ๽กับท่าทีของหานชิงอวี่กันหมด


    “ใช่ เขามีเป็๲โรคลมบ้าหมู”


    หานชิงอวี่ได้ยินก็โล่งใจ ดีที่ไม่ใช่โรคอะไรอื่น


    เขาหันไปบอกพยาบาลที่อยู่ข้าง ๆ “ตอนนี้คนไข้มีอาการลมบ้าหมูกำเริบมาเกือบห้านาทีแล้ว ไปเตรียมยาระงับประสาทเบนโซไดอะซีปีนไว้ ถ้าเกิดเกินห้านาที ก็ฉีดให้คนไข้ทันทีเลย”


    “ตอนที่เรียกรถพยาบาลแพทย์บนรถพยาบาลน่าจะถามพวกคุณแล้วว่าคนไข้มีประวัติเจ็บป่วยหนักหรือเปล่า ทำไมตอนนั้นไม่บอกครับ?”


    คนในครอบครัวที่เมื่อกี้ยังมีท่าทีมั่นใจราวกับไก่ตัวผู้ พอได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่ในเวลานี้ก็ก้มหน้าลงทันที


    “กลัวว่าพูดออกมาแล้วโรงพยาบาลจะไม่รับเหรอครับ?”


    หานชิงอวี่รู้สึกจนใจ แต่ก็ยังอดกลั้นไฟในใจเอาไว้แล้วอธิบาย


    “การที่ซักถามถึงอาการป่วยของคนไข้ล่วงหน้าก็เพื่อที่จะทำการรักษาให้ดียิ่งขึ้น ถ้าวันนี้มีอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ลูกของพวกคุณก็จะได้จากไปวันนี้จริง ๆ แล้วนะครับ”


    ญาติคนไข้ฟังแล้วก็ก้มหน้าลงอย่างอับอาย ดีที่มีคำเตือนของพี่พยาบาลข้าง ๆ ถึงทำให้พวกเขาพ้นจากสถานการณ์ที่น่าอับอายไปได้


    “หมอหานคะ รบกวนมากดคนไข้หน่อยค่ะ ฉันจะฉีดยาให้เขาแล้ว”


    ผ่านไปสักพัก คนไข้ที่นอนสงบนิ่งอยู่ก็ถูกเข็นออกไปจากห้องฉุกเฉิน


    แต่ในครั้งนี้พวกญาติคนไข้ต่างพากันหลบหน้าหลบตาออกไป รู้สึกผิดที่จะมองหานชิงอวี่กับไป๋ปิงที่อยู่ตรงหน้า


    …


    เกร๊ง!


    เสียงโลหะกระทบกัน กาแฟสองกระป๋องตกลงมาจากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ


    ไป๋ปิงหยิบกาแฟขึ้นมากระป๋องหนึ่ง ยื่นให้หานชิงอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ ทรุดตัวนั่งลงข้างเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติ ในเวลานี้พวกเขาไม่ได้ตรงกลับไปที่แผนก แต่มาพักผ่อนบนม้านั่งตัวหนึ่งตรงทางเดิน นี่เป็๲คำขอของไป๋ปิง ที่ให้หานชิงอวี่มาพักผ่อนที่นี่ หลังจากทำการช่วยชีวิตเสร็จสิ้น


    “หานชิงอวี่ ฉันจะพูดตรง ๆ นะ เ๱ื่๵๹การนัดบอด พวกเราสองคนน่าจะรู้กันแล้ว พ่อแม่ของพวกเราน่าจะเป็๲คนคุ้นเคยกัน ดังนั้นจึงพยายามอยากให้พวกเราสองคนลงเอยกัน”


    ไป๋ปิงพยายามเปิดกระป๋องกาแฟขณะที่พูดไปด้วย


    “อืม… ที่จริงผมก็จำคุณได้ตอนที่คุณเพิ่งจะเข้ามานี่แหละ”


    หลังจากออกจากฉุกเฉิน หานชิงอวี่ก็กลับมามีท่าทางพูดน้อยอีกครั้ง หลังจากที่เขาพูดประโยคนี้จบ เดิมทีไป๋ปิงอยากจะฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ แต่ตอนนี้หานชิงอวี่กลับเงียบปากไป พร้อมลูบกระป๋องกาแฟในมือ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่


    เวลานี้ไป๋ปิงค่อนข้างรู้สึกคิดไม่ถึง


    อะไรกัน? ไม่พูดแล้วเหรอ?


    ๻ั้๹แ๻่ตอนที่เธออยู่ในโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ มีคนมาตามจีบมากมายนับไม่ถ้วน ที่จริงในบรรดาคนที่มาตามจีบก็มีคนที่เธอรู้สึกชอบพออยู่เหมือนกัน


    แต่ทุกครั้งที่พวกเขาอยากจะเข้าหาเธอ ก็จะคิดหัวข้อต่าง ๆ มาชวนคุย


    แต่หานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้ากลับทำลายกฎนี้ไป หลังจากที่ตอบคำถามของตัวเองอย่างง่าย ๆ แล้ว ก็ปล่อยเธอไว้เงียบ ๆ เลย


    พอเห็นท่าทีแบบนี้ของหานชิงอวี่ ไม่รู้ว่าทำไม เธอถึงมีความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่


    ดังนั้นไป๋ปิงจึงยืดตัวขึ้นอย่างช้า ๆ กระแอมไอเบา ๆ แล้วพูดกับหานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้า


    “ดังนั้นคุณก็น่าจะรู้ว่าฉันมาที่นี่เพราะที่บ้านเป็๲คนจัดการทุกอย่าง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าระหว่างฉันกับคุณในตอนนี้จะมีความสัมพันธ์อะไรกัน ฉันมาที่โรงพยาบาลนี้ก็เพื่อที่จะดูว่า คุณมีดีอย่างที่ปู่กับย่าฉันพูดขนาดนั้นไหม”


    “นี่เท่ากับว่า... ฉันทำการทดสอบคุณแล้วกัน ถ้าคุณผ่าน เราก็พิจารณาเ๱ื่๵๹ต่อจากนี้ได้ แต่ถ้าคุณไม่ผ่าน ระหว่างเราก็จะจบลงที่นี่”


    คำพูดนี้ของไป๋ปิงเด็ดขาดมาก ทั้งยังเจือความไม่พอใจไว้ด้วย


    เพราะว่าคนที่สมองช้าอย่างหานชิงอวี่ ดูท่าทางจะไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่จริง ๆ 


    หลังจากพูดจบ ไป๋ปิงก็ลุกขึ้นเดินไปทางห้องทำงานของแผนกฉุกเฉิน รูปร่างที่งดงามประกอบกับใบหน้าที่สวยงามนั้น ดึงดูดความสนใจของคนที่อยู่ตามทางเดินไปไม่น้อย


    แต่ในส่วนของท่าทีเมื่อกี้ของไป๋ปิง หานชิงอวี่ก็ไม่ได้สนใจอะไร


    สำหรับเทคนิคการแพทย์ ตอนนี้หานชิงอวี่เข้าใจทุกอย่างแล้ว แต่สำหรับความรู้สึกนึกคิดของผู้หญิง เขาไม่เข้าใจจริง ๆ


    ในสายตาของหานชิงอวี่ สาวสวยนามไป๋ปิงที่อยู่ตรงหน้าเป็๲คนหน้าตาดีรูปร่างดี


    แต่สิ่งที่ไม่ดีอยู่อย่างเดียวก็คือ… สมองไม่ค่อยดี


    อย่างอื่นไม่ขอพูดถึงแล้วกัน 


    เธอไม่ได้ถามอะไรเขาเลยว่าเต็มใจที่จะเข้าร่วมการนัดบอดนี้เหมือนกันรึเปล่า!


    คิดเองเออเองจริง ๆ เลย


    หานชิงอวี่คิดไป พลางเปิดกาแฟในมือของตัวเอง แล้วยกขึ้นกรอกปากตัวอย่างอย่างไม่พอใจ


    พรวด!


    วินาทีต่อมา ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไป เขาพ่นกาแฟที่เพิ่งดื่มเข้าไปออกมาทันที 


    นี่มันขมเกินไปแล้ว!