เช้าวันหยุดของฉันเริ่มต้นที่ซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน
ฉันเข็นรถไปตามทางเดินที่เริ่มจะพลุกพล่านผู้คนต่างทยอยมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างไม่ขาดสาย
'นี่เพิ่งจะ 10 โมงเช้าเอง' ฉันคิดในใจ
"ทำไมวันนี้คนเยอะแต่เช้าเลย" พึมพาเบา ๆ ก่อนเดินไปเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวไม่ลืมหยิบนม เนยสดและผลไม้สำหรับติดตู้เย็นใส่รถเข็นไปด้วย
ติ๊ด ติ๊ด
เสียงแจ้งเตือนเมลเข้าผ่านสมาร์ทวอชดังขึ้นใน่ขณะที่ฉันกำลังต่อแถวจ่ายเงินอยู่ที่แคชเชียร์ ฉันพลิกข้อมือขึ้นมาดูตามความเคยชินก่อนเห็นแจ้งเตือนเมลเข้าในกล่องข้อความ 'แจ้งเตือนกิจกรรม CSR ประจำปี'
หลังจากจ่ายเงินเสร็จ ฉันเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยของที่ซื้อมาไปที่รถ ก่อนจะก้ม ๆ เงย ๆ หยิบของทีละชิ้นวางเรียงไว้ด้านท้าย
เดี๋ยวนี้กลับลำบากกว่าสมัยก่อน เทรนรักษ์โลกมาแรงขึ้นทำให้ทุกครั้งที่ไปจับจ่ายซื้อของ ต้องเตรียมถุงพลาสติกหรือถุงผ้ามาจากบ้าน เพื่อร่วมกิจกรรมลดโลกร้อนไปในตัว
แต่หากวันไหนดันลืมเตรียมมา ก็ได้ยืนมองของเต็มท้ายรถแบบวันนี้...นี่มันไม่ใช่การช้อปปิ้งแล้วแต่เป็การเล่นเกมจัดเรียงของใช้ต่างหาก
เข้ามาในรถ ฉันก็ไม่ลืมสตาร์ทเครื่องเบาๆ พร้อมกับเร่งเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ
หยิบไอโฟนออกมา กดดูรายละเอียดเมลที่แจ้งเตือนเมื่อครู่
ฉันคลิกไปที่หัวข้อ 'แจ้งเตือนกิจกรรม CSR ประจำปี' เพื่อดูรายละเอียด
ไล่ดูตารางกิจกรรมบนหน้าจอ
07:20 น. มาพร้อมกันที่ P1 ลานจอดรถกลางชายหาดบางแสน
07:30 น. เก็บขยะริมชายหาด พร้อมถ่ายรูปร่วมกัน
09:30 น. ชมโครงการทำประการังเทียม
12:00 น. พักทานอาหารกลางวัน
12:45 น. ขึ้นเรือไปชมการปล่อยบ้านปลาลงสู่ทะเล
14:30 น. เดินทางกลับ (สิ้นสุดกิจกรรม)
พอเห็นเวลาเจ็ดโมงเช้า ฉันก็ถอนหายใจยาว
กิจกรรมยาวไปจนถึงบ่าย...แค่เปิดตารางก็รู้แล้วว่านี่คือโครงการในแบบที่ฉันเลี่ยงมาตลอด
สิ้นเปลืองทั้งพลังงานและเวลา เป็ CSR ที่ฉันไม่เคยปรารถนาเลยสักครั้ง
ด้านล่างยังมีตัวหนังสือเล็ก ๆระบุไว้ว่า
'หากพนักงานท่านใดไม่สะดวกเดินทางไปเองสามารถลงชื่อขึ้นรถบริษัทได้ โดยต้องมารอรถพร้อมกันที่ลานจอดรถหน้าบริษัท เวลา 6:45น.'
"เฮ้อ...กิจกรรมสุดท้ายแล้วสินะ คงต้องสมัครแล้วล่ะ" ฉันถอนหายใจเบา ๆพลางบ่นเล็กน้อย
ปกติบริษัทจะจัดกิจกรรม CSR ทุกสามเดือน รวมแล้วหนึ่งปีมีให้เลือกสี่กิจกรรมพนักงานทุกคนจะต้องเลือกเข้าร่วมอย่างน้อยสองกิจกรรม
แต่นี่ก็ใกล้สิ้นปีแล้ว ฉันเพิ่งเข้าร่วมไปแค่กิจกรรมเดียวครั้งนี้จึงกลายเป็ CSRไฟลท์บังคับของฉันไปในตัว
ฉันเอนตัวพิงเบาะเล็กน้อย อากาศเริ่มเย็นตามแอร์ที่ถูกเปิดเร่งไว้ก่อนหน้า ในหัวกำลังคิดถึงการเข้าร่วมCSR แต่รายละเอียดมีหลายสถานที่ต้องไปต่อเนื่องกัน บางแห่งยังไม่เคยไปด้วยซ้ำ การขับรถไปจึงค่อนข้างยุ่งยากเกินไปหน่อย
"ไปรถบริษัทจะดีกว่าไหมนะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเื่เส้นทางและที่จอดรถด้วย"ฉันเอ่ยพลางกดลิงก์เข้าไปสมัคร พร้อมลงชื่อขึ้นรถบริษัททันที
ั้แ่เกิดเหตุการ์ณระหว่างฉันกับพี่ภูมิขึ้นนี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว จนถึงตอนนี้ทั้งพวกเราก็ยังไม่ได้คุยกันอีกเลย
ฉันยังคงพยายามหลีกเลี่ยงเขา และแน่นอนว่ากับพี่โจวก็เช่นกัน
.......................................................................................
เช้าวันกิจกรรมCSR
แม้จะเป็วันหยุด แต่เสียงเครื่องยนต์ของ BMW Series 9 สีดำคันใหญ่ก็ถูกสตาร์ทขึ้นตอนเช้าตรู่
ภูมิที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย วันนี้สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าอ่อน คลุมทับเสื้อคอกลมสีขาวเรียบง่ายด้านใน ตัดกับกางเกงขายาวสีเทาเรียบ ๆ ผมที่ยุ่งเหยิงเล็ก ๆ อันเป็เอกลักษณ์ ยิ่งทำให้ลุคทั้งหมดดูสบายๆ และชิลเป็พิเศษ
ปกติเขาจะไม่เอารถหรูมาขับ เพราะชอบใช้ชีวิตแบบเงียบ ๆ ไม่อยากเป็จุดสนใจของใคร
แต่คืนนี้เขามีนัดกับกลุ่มเพื่อนที่คลับประจำใจกลางกรุง ซึ่งรถคันนี้สามารถเข้าโซนวีไอพีได้ทันที
'ขืนเอาคันเก่าไปมีหวังต้องวนหาที่จอดอีกนาน'
ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาแล้วอดส่ายหัวเบาๆ ไม่ได้
วันนี้เขามีสถานที่ต้องไปในลิสต์หลายแห่ง
"เจ็ดโมงเช้า...เนี่ยนะ? คนคิดกิจกรรมว่างมากหรือไงถึงรีบร้อนขนาดนี้" เมื่อนึกถึงสภาพตัวเองที่ต้องตื่นแต่เช้าทั้งที่วันนี้เป็วันหยุดก็อดบ่นฝ่ายกิจกรรมเบาๆ ไม่ได้
เขายกโทรศัพท์ขึ้นมา กดปุ่มด้านข้างเบาๆ
หน้าจอเปลี่ยนไปทีละภาพ ก่อนหยุดนิ่งที่วอลเปเปอร์ที่ซ่อนอยู่
รูปหญิงสาวที่มีรอยยิ้มสดใสคุ้นตาปรากฏขึ้น
"คิดถึง...เธอ" เขามองหน้าจอสักพัก พึมพำเบา ๆ ไม่รู้ว่าคิดถึงคนในรูปหรือเพียงรอยยิ้มของคนในรูปที่หายไปนานกันแน่
ั้แ่วันที่เขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ เวลาก็ผ่านเลยไปเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว
เขาพยายามส่งดอกไม้ที่เขียนการ์ดเล็ก ๆว่า 'ขอโทษ' ไปให้เธอทุกวัน
แต่ก็เป็ทุกวันเหมือนกันที่เขาเห็นมันถูกทิ้งไว้ในถังขยะตรงมุมห้อง ที่ตอนนี้กลายเป็ที่ประจำไปแล้ว
เขาวางโทรศัพท์ลงเบาะข้าง ๆ
รอยยิ้มบาง ๆปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อมองรูปเธอบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อยังคิดหาวิธีทำให้เธอยกโทษให้ไม่ออก
"สงสัยผู้หญิงจะไม่ชอบดอกไม้" เขาสรุปกับตัวเอง
ก่อนหันมาสนใจกับถนนด้านหน้า เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเมื่อเขาเหยียบคันเร่งรถหรูทะยานออกไปบนถนน มุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมายของกิจกรรม CSR เช้านี้
.......................................................................................
ลานจอดรถริมชายหาดบางแสนคึกคักั้แ่เช้า
รถบัสของบริษัทเพิ่งจอดสนิทไม่นาน ฉันจึงก้าวลงจากรถพร้อมเพื่อนร่วมงาน
เพราะมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย จึงมีโอกาสได้ทักทายและพูดคุยกันอย่างสบายๆ
บรรยากาศเช้าตรู่ยังคงโปร่งโล่งผู้คนยืนกระจายกันอยู่บริเวณที่จอดรถริมทะเล ซึ่งมองจากตรงนี้ยังเห็นชายหาดและคลื่นเล็ก ๆ ที่กำลังซัดเข้าฝั่ง
หลายคนเดินออกไปสูดลมเย็น ชมวิวทะเลยามเช้า
เสียงหัวเราะเบา ๆคลอไปกับบรรยากาศยามเช้าที่ธรรมชาติสร้างสรรค์อย่างสวยงาม ผู้คนจึงดูคึกคักแจ่มใสกันเป็พิเศษ
"พนักงานที่มาถึงแล้ว มาเซ็นชื่อเข้าร่วมกิจกรรมกันก่อนจ้าา"
เสียงพี่สาวจากแผนกบุคคลดังผ่านโทรโข่งเรียกให้ทุกคนรวมตัวเซ็นชื่อสำหรับคนที่เข้าร่วมกิจกรรม
ฉันกับเบล ซึ่งเป็เพื่อนจากฝ่ายจัดซื้อ เดินคุยกันไปตรงจุดที่เ้าหน้าที่บุคคลยืนอยู่
"รอบนี้คนมากันเยอะนะ" เบลเอ่ยขึ้นพลางมองไปรอบ ๆเธอเป็เพื่อนที่นั่งมาด้วยกันบนรถบัส
"แน่ล่ะ รอบสุดท้ายของปี กิจกรรมเหนื่อย ๆ ก็มากองอยู่ตรงนี้เสมอ"ฉันตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แซวบริษัทเล็กน้อย ที่ชอบเอางานหนัก ๆ มาให้ทำ่ท้ายปี
เมื่อเซ็นชื่อเสร็จ เราสองคนจึงยืนรอเวลาเริ่มต้นทำกิจกรรมอยู่แถวๆ นั้น
.......................................................................................
เสียงเครื่องยนต์รถหรูคันหนึ่งก็ดังขึ้นใกล้ๆ
BMW Series 9 สีดำ เลี้ยวเข้ามาก่อนจอดนิ่งอยู่ด้านตรงข้ามที่พวกฉันยืนอยู่
สายตาหลายคู่หันไปมองพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย...รวมทั้งฉัน
ฉันมองคนเปิดประตูรถลงอย่างสนใจ อยากรู้นักว่าเ้าของรถคันนี้เป็ใครมาจากไหน เขาอาจจะเป็พนักงานบริษัทเรา หรืออาจจะแค่เป็นักท่องเที่ยวธรรมดาที่เผลอมาจอดรถแถวนี้ก็ได้
มองจากด้านหลัง คนที่ลงมาเป็ผู้ชายเขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าอ่อน ตัดกับกางเกงขายาวสีเทาตามแบบฉบับผู้ชายสบายๆ ผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยกับแผ่นหลังที่คุ้นตาทำเอาฉันขมวดคิ้วลงอย่างสงสัย
เขาปิดประตู ล็อครถเรียบร้อย ก่อนหันกลับมายังจุดลงทะเบียนที่ฉันยืนอยู่
ฉันเบิกตากว้างโดยไม่ทันตั้งตัว ภาพของคนที่ฉันไม่อยากเจอที่สุดปรากฏขึ้นตรงหน้า
เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบตากับฉัน แต่ก็ยังเดินเข้ามาเซ็นชื่ออย่างปกติ
"โหวว พวกผู้ชายแผนกวิศวะหน้าตาดีจัง" เบลทำเสียงเพ้อ
"ยังโสดสนิทด้วยนะ" เสียงจากคนข้าง ๆ รีบมาร่วมวงสนทนาด้วยทันที
"เขาว่าบ้านรวยมากนะ วันนี้ถึงได้เห็นขับ BMW คันนี้มาเอง ดูเหมือนข่าวลือจะไม่ผิดจริง ๆ"
ฉันไม่ได้ตอบอะไรไม่ได้ร่วมวงสนทนาเื่ของคนตรงหน้า
เพียงเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเขาที่กำลังคุยกับกลุ่มเพื่อน ก่อนรีบเบือนหน้าหนี พยายามไม่ให้ตัวเองสนใจเขาอีก
กิจกรรม CSR เริ่มตรงเวลา
หลังจากรับถุงพลาสติกสีดำกันคนละใบ พวกฉันก็เดินแยกกันออกไปตามชายหาดไม่ได้รวมกลุ่มกันเหมือนตอนแรก
ฉันเลือกมาเก็บเศษพลาสติกบริเวณต้นสนใกล้ริมฟุตบาท ซึ่งมักมีขยะถูกทิ้งไว้มากกว่าจุดอื่น
ลมเย็น ๆ ปะทะใบหน้าทำให้รู้สึกผ่อนคลายฉันเดินห่างจากจุดรวมตัวไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้ก็ไกลออกมาไม่น้อย
"เกือบถึงเวลากลับไปรวมกลุ่มแล้ว" พลิกดูนาฬิกาข้อมือพลางพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นว่าใกล้ได้เวลากลับไปรวมกลุ่มกันเพื่อนทำกิจกรรมอื่นต่อ
ทันทีที่หันหลังกลับ สายตาพลันสะดุดกับร่างสูงโปร่งในชุดลำลองดูสบายตาที่เดินอยู่ไม่ไกลนัก
หัวใจฉันกระตุกวูบ 'นี่เขาเดินตามมาั้แ่เมื่อไหร่กัน'
ฉันรีบเบี่ยงตัวออกห่างเล็กน้อย ก้าวกลับไปตามทางเดิม ไม่อยากยุ่งกับเขานัก แต่ทุกครั้งที่ชำเลืองไปด้านหลัง ก็เห็นเขายังเดินตามมาอยู่
ไม่มีเสียงเอ่ยทัก ไม่มีคำพูดคุย
มีเพียงคนตัวโตกว่า ที่เดินตามมาอย่างเอาแต่ใจ
พี่ภูมิส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเป็ระยะ ราวกับหงุดหงิดที่ฉันไม่สนใจ
ยิ่งเมื่อรู้ว่าฉันเห็นเขาแล้ว เขาก็ยิ่งทำเสียงฮึดฮัดดังขึ้น เหมือนอยากให้ฉันหยุดและหันไปมอง
shit!
ให้ตายสิ! เริ่มมีสบถตามาละ...เ้าคนตัวโตที่แสนจะก้าวร้าวนี่หลุดมาจากไหนกันนะ!
ฉันคิดพลางเร่งฝีเท้า ก่อนที่คนด้านหลังจะหงุดหงิดเพิ่มขึ้นและแสดงพฤติกรรมอะไรหนักไปกว่านี้
*********จบตอน*********