บทที่ 7 พวกคุณจะไปแล้วเหรอ
กว่าจะกินข้าวเย็นเสร็จก็พลบค่ำเสียแล้ว วันนี้เขาจึงไม่สะดวกไปโบสถ์
ร็อบบ์กับพวกกอร์ดานอนที่บ้านนายกเทศมนตรี แต่กอร์ดากรนเสียงดังจนเขานอนไม่หลับ จึงลุกขึ้นเดินไปนั่งบนม้าหินในสวนหลังบ้าน
ขณะนี้มีร่างหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ …เป็นักเวทผมแดงนั่นเอง! เชอริลแย้มยิ้มก่อนนั่งลงบนม้าหินด้านข้าง เธอมองชายหนุ่มพร้อมกับเอียงศีรษะ
“ทำไม มีอะไรติดหน้าฉันเหรอ” ร็อบบ์ถาม
“คุณระบายความรู้สึกให้ฉันฟังได้นะ” เชอริลยิ้มบาง “กอร์ดาและจีคอาจไม่ได้มาพูดเหมือนฉันตอนนี้ แต่พวกเขารู้สึกแบบเดียวกัน ครั้งหนึ่งคุณเคยเป็คนสำคัญใช่ไหม”
“ฮะ?” ร็อบบ์อุทาน “อะไรทำให้คุณคิดอย่างนั้น?”
“แน่นอนว่าอย่างแรกเลยเป็เพราะพลัง เวทมนตร์ของคุณทรงพลังมากจนไม่จำเป็ต้องสวดมนต์หรือท่องคาถา ทั้งยังร่ายเวทได้เพียงแค่ขยับมือ พระเ้า ฉันสงสัยว่าคุณอาจมีของวิเศษที่ช่วยย่นเวลาได้ ถ้าคุณไม่มีตำแหน่งสูงในโบสถ์แห่งแสง แสดงว่าอดีตคงเคยเป็นักบวชผู้สูงส่งมาก่อน และเป็ไปไม่ได้ที่จะเป็นักบวชไร้ชื่อ ซึ่งไม่ต้องพูดถึงทัศนคติ” เธอหยุดพูดครู่หนึ่งเพื่อเรียบเรียงคำพูดใหม่อีกครั้ง
ไม่กี่วินาทีต่อมา หญิงสาวก็พูดต่ออีกว่า “บรรยากาศรอบตัวคุณดูสงบ และตอนที่เดินไปด้วยกัน ฉันััได้ถึงกลิ่นอายของชายผู้ยิ่งใหญ่และทรงพลัง เอ่อ… คือแบบว่า… มันละเอียดอ่อนมาก”
“หืม ฉันเหรอ?” ร็อบบ์คิดอย่างรอบคอบ และบางทีเขาอาจจะเป็อย่างนั้น หากมีผู้ใช้ไอดีเลเวลสูงเล่นกับผู้เล่นเลเวลต่ำ เขาจะรู้สึกเหมือนเป็ ‘ผู้เล่นเก่าพามือใหม่ฟาร์ม’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่ไม่ดีเอาซะเลย ฉันจะพยายามทำตัวให้กากเข้าไว้ จะได้ไม่เรียกร้องความสนใจมากเกินไป
เชอริลถามต่อเสียงใส “คุณเป็มหาปุโรหิต? ทูต์สูงสุด? เทพยากรณ์? หรือพระคาร์ดินัล? โอ้ แต่พระคาร์ดินัลอายุน้อยเช่นนี้ …ฉันคิดว่าคุณคงเคยดำรงตำแหน่งอื่น ๆ มาแน่ และต้องเคยเป็หรือเป็บุคคลสำคัญในคริสตจักร!”
ร็อบบ์ครุ่นคิด ‘ยังมีพระสันตะปาปาอยู่นะ แต่คุณพูดถูก ฉันฟาร์มมาหมดทุกอาชีพแล้ว’
แม้ว่าจะคิดแค่ในใจและไม่ได้ตอบ แต่สีหน้าของเขากลับทรยศต่อความตั้งใจเสียได้!
ใบหน้าของเชอริลแข็งค้าง เธอลดเสียงลงและอุทานว่า “โอ้ คุณนักบวชเป็คนใหญ่คนโตจริง ๆ เหรอเนี่ย? ฉันก็รู้สึกได้ว่าคุณน่ะไม่ใช่คนธรรมดา แต่ไม่ยักรู้ว่าจะขนาดนี้!”
ร็อบบ์กล่าวเสียงเย็น “ไหน ๆ ก็รู้ความลับแล้ว ฉันต้องฆ่าใครสักคนเพื่อปิดปาก”
เชอริลพลันตื่นตระหนก ร่างสั่นสะท้าน อีกทั้งดวงหน้ายังซีดเผือด
ร็อบบ์ไม่รู้ว่าได้ทำให้เธอใเข้าแล้ว “เฮ้ ๆ ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ”
“ฟู่วววว!” เชอริลถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ได้โปรด อย่าล้อเล่นแบบนั้นสิ …คุณดูแข็งแกร่งเกินกว่าจะรังแกคนอ่อนแอ แต่เมื่อครู่ฉันก็เกือบจะขว้างลูกบอลเพลิงใส่คุณแล้วนะ”
หญิงสาวยังคงกลัวอยู่ เธอมองร็อบบ์อย่างหวาดหวั่น แต่เมื่อเห็นท่าทางที่นุ่มนวลของชายหนุ่มก็โล่งใจขึ้นมา ทั้งยังถามต่ออีกว่า “ทำไมคนระดับสูงอย่างคุณถึงมาที่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ล่ะ กำลังทำภารกิจลับเหรอ? เอ๋? เป็ไปได้ไหมว่าถูกเนรเทศมาหรือโดนไล่ล่าอยู่? ฉันเคยได้ยินเื่ราวทำนองนี้ ในอดีต คนบางคนขุ่นเคืองอีกคนหนึ่ง ก็เลยส่งคนออกตามล่า สุดท้ายก็เปลี่ยนชื่อแล้วไปอาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ”
“จินตนาการของคุณเว่อร์เกินไปแล้ว” ร็อบบ์พูดเสริมอีกว่า “ฉันก็แค่อยากอยู่เงียบ ๆ น่ะ”
ความเกียจคร้านของเขาทำให้เชอริลใ “ความเกียจคร้านเป็หนึ่งในบาปทั้งเจ็ด!” เธอกระซิบต่อ “…คนธรรมดาต้องไปสารภาพบาปกับนักบวช แต่สำหรับนักบวชอย่างคุณกลับพูดถึงความเกียจคร้านนั้นเป็ตัวอย่างที่ไม่ดี คงจะแย่ถ้าลูกศิษย์ในโบสถ์แห่งแสงที่ไม่รู้เื่อะไรทำตามคุณ... ต่างกับฉันที่อย่างน้อยก็รู้ว่าทำไมคุณถึงถูกเนรเทศมา”
ร็อบบ์คิดในใจ ‘เธอเป็คนตลกดี อ่า~ ลืมไปซะ ฉันี้เีเกินกว่าจะอธิบายแล้ว คิดซะว่าฉันถูกบาปทั้งเจ็ดเนรเทศก็แล้วกัน’
เขาไม่อยากคิดว่าเธอจะถามอะไรอีก จึงชิงถามก่อนว่า “พรุ่งนี้คุณจะไปแล้วใช่ไหม”
เชอริลพยักหน้า “อืม กอร์ดารับค่าจ้างมาแล้ว… ในป่าต้นเบิรช์ทางตะวันตกเฉียงใต้มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ถูกโทรลล์รุกราน พวกชาวบ้านเลยขอให้ไปกำจัดพวกมัน เราใช้เวลาตามหาัหยกมณีหลายวัน ตอนนี้ก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว พรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางแต่เช้า”
“โอ้!” ร็อบบ์เพียงอุทานออกมาสั้น ๆ ฟังดูเหมือนเ็าและไม่แยแสกับภารกิจของพวกเขา แต่ลึก ๆ แล้วแอบเป็กังวล ทั้งสามคนเป็นักผจญภัยที่ไม่ได้แย่นัก นั่นทำให้เขารู้สึกผูกพันอยู่บ้าง อีกทั้งชายหนุ่มยังไม่อยากได้ยินข่าวลือจากพวกพ่อค้าว่าพวกเขาถูกโทรลล์กิน
ทว่าเขาก็ไม่มีเจตนาจะไปกับพวกเขาอยู่แล้ว
การเดินทางครั้งนี้จะไม่มีทางสิ้นสุดเมื่อไปถึงป่าต้นเบิร์ชแห่งนั้น พวกเขาอาจจะไปที่ป่าต้นเบิร์ชสีดำ หรือป่าต้นเบิร์ชสีเหลืองต่อไป และที่สำคัญคงจะมีนักผจญภัยคนอื่น ๆ รอพวกเขาอยู่ เป็ไปไม่ได้ที่ร็อบบ์จะดูแลทั้งสามตลอดไปได้
บางทีอาจต้องให้สิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้เป็ที่ระลึกพร้อมกล่าวอำลาแทน
“ไหน ๆ แล้วคุณก็เป็นักเวทที่มักจะสร้างระบบคัมภีร์เวท คุณมีม้วนกระดาษเปล่าสำหรับสร้างคัมภีร์เวทไหม?” ร็อบบ์ถาม
“แน่นอนว่ามี” เชอริลหยิบกระเป๋าออกมาจากเอวแล้วหยิบม้วนกระดาษขึ้นมา
หากนี่คือโลกแห่งเกม ของสิ่งนี้มันมีชื่อว่า ‘ม้วนคัมภีร์เปล่า’ นักเวทสามารถสลักเวทมนตร์ที่เชี่ยวชาญลงบนม้วนคัมภีร์เปล่าแล้วมอบให้คนอื่น แม้ว่าผู้รับจะไม่ใช่นักเวท แต่ก็สามารถใช้เวทมนตร์ที่สลักไว้ได้
ร็อบบ์หยิบม้วนคัมภีร์ขึ้นมาและใช้ทักษะ ‘สร้างคัมภีร์เวทมนตร์’ เขาเลือก ‘ส่ง’ และเลือกวัสดุ ‘ม้วนคัมภีร์ว่างเปล่า’ จากนั้นก็เริ่มสลักเวทมนตร์ลงไป…
ฉับพลันนั้นก็ปรากฏแสงสีฟ้าเย็นเยือกรอบตัวชายหนุ่ม และค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าไปในม้วนคัมภีร์นั้น สัญลักษณ์แปลก ๆ เผยให้เห็นบนแผ่นกระดาษ และยังมีแสงสีน้ำเงินจาง ๆ ออกมาด้วย
เชอริลชำเลืองมองแล้วก็อุทานออกมา “คัมภีร์เวทมนตร์เคลื่อนย้ายทันที…! มัน… มันเป็เวทมนตร์ช่วยชีวิตอันล้ำค่า!”