บทที่ 16 ตื่นลืมตา
เมื่อครั้นก่อนเธอตาย เธอนั้นยังอ่านนิยายไม่จบ เธออ่านถึงแค่่ก่อนจบ คือตอนที่เสิ่นิฮวาไปขอร้ององค์ชายรองให้ยกเลิกแผนการ แล้วก็ตายลงในตอนนั้น เธอไม่รู้เลยว่าสุดท้ายเสิ่นิฮวาจะหักหลังองค์ชายรอง แล้วหนีไปกับตงฟางชงหยวน
ตอนที่เซวียนเฟยหรง ที่ก่อฏสำเร็จ กลับมาพบวังที่ว่างเปล่า สิ่งสุดท้ายที่ยึดติดหัวใจ ทำให้เขายังมีความเป็คนหายไป แถมเป็การหายไปเพราะหนีตามไปกับชายอื่น เซวียนเฟยหรงจะต้องเ็ปเพียงใดกัน น่าสงสาร น่าสงสารเกินไปแล้ว
แต่ที่จิวฮวาเสียใจที่สุดนั้นคือ การที่เธอต้องตายลง ทั้งๆที่มีโอกาสได้ไปเกิดในโลกของเซวียนเฟยหรง ได้มีโอกาสที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเขา ชายที่เพียง้าความรักคนนั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่ม เธอก็ดันมาตายเสียได้ เมื่อคิดได้ดังนั้น จิวฮวาก็ร่ำไห้ออกมาจนตัวโยน
ชายชราที่นั่งอยู่ด้านข้าง เห็นเธอร้องไห้ เขาก็มองเธออย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะเ่อยถามออกมา “นิยายไม่สนุกหรือ”
“ไม่เลยเ้าค่ะ ข้าสงสารเซวียนเฟนหรง คนเขียนเื่นี้ใจร้าย เขาสร้างเซวียนเฟยหรงขึ้นมาเพื่อเป็ตัวร้ายโดยเฉพาะ ตัวร้ายที่ต้องถูกแม่แท้ๆวางยา ได้แต่งงานกับหญิงที่รัก ก็ยังโดนสวมหมวกเขียวให้ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนเขียนเื่นี้เกลียดอะไรเซวียนเฟยหรง ถึงได้ต้องกลั่นแกล้งเขามากมายขนาดนี้” จิวฮวาอธิบายเสียงสะอื้น
ชายชราคลี่ยิ้ม ก่อนที่จะเลิกคิ้วขึ้นมา “อย่างไรหรือ?”
จิวฮวายกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงขัดใจ “เ้าค่ะ แล้วแถมเสิ่นิฮวา กับตงฟางชงหยวนก็ไม่สมควรได้เป็นางเอก พระเอกด้วยซ้ำไป พวกเขานั่นแหละคือคนร้ายตัวจริง ที่ทำลายชีวิตของเซวียนเฟยหรง ดูอย่างฉากนี้สิเ้าคะ ที่เสิ่นิฮวาทำเป็พูดเข้าอกเข้าใจองค์ชายรอง และต่อว่าฮองเฮา นี่มันเป็การยุยงเพิ่มความเกลียดชังกันชัดๆ ในเื่นี้นะเ้าคะ ถ้าถามหาใครที่น่าสงสารที่สุดก็คงเป็เซวียนเฟยหรงนี่แหละเ้าค่ะ เขาก็แค่้าความรักเท่านั้นเอง เมื่อไม่ได้รับ และยังถูกคนที่รักเป่าหู มันก็เป็ธรรมดาที่เขาจะกลายไปเป็คนที่มีจิตใจบิดเบี้ยว”
ชายชราพยักหน้ารับ “โอ้...อย่างไรงั้นหรือ”
จิวฮวาจึงกล่าวอธิบายต่อ “ง่ายๆแค่ดูจากในเนื้อเื่ เหยียนฮองเฮาอาจจะไม่ถูกที่วางยาลูกแฝดของตนเอง ถึงจะทำไปเพราะรัก ไม่อยากให้ลูกทะเลาะกันก็เถอะ แต่วางยาให้กลายเป็คนปัญญาอ่อนเนี่ยนะ ใจร้ายจริงๆ ตอนที่เซวียนเฟยหรงยังไม่รู้ความก็คงจะไม่เ็ป
แต่เป็เพราะได้ยาถอนพิษจากเสิ่นิฮวา ทำให้จำความได้ขึ้นมา เขาจะเ็ปเพียงใดกัน ที่ต้องมาพบว่าแม่แท้ๆเป็คนวางยาเขา แล้วยิ่งเสิ่นิฮวา แทนที่นะช่วยปลอบใจ ช่วยให้เขาได้มองโลกในแง่ดี กลับมาช่วยใส่ไฟ ยุยง เพิ่มความเกลียดขังในใจเซวียนเฟยหรงเสียอย่างนั้น
ถึงคนเขียนจะพยายามทำให้เสิ่นิฮวาออกมาดูเป็คนดี เข้าใจจิตใจผู้อื่น แต่จ้าจอประนามผู้หญิงคนนี้ว่า หน้าไหว้หลังหลอก จิตใจอำมหิตยิ่งนัก แม้คนเขียนจะขี้ไปที่ความรักต้องห้ามของเสิ่นิฮวา และตงฟางชงหยวน แต่ข้าขอบอกว่า พวกเขานั้นมันหญิงร้าย ชายเลว หลอกใช้จิตใจที่บอบช้ำของเซวียนเฟยหรง มาทำร้ายตัวเขาและครอบครัวจองเขา
ถ้าข้าเป็เสิ่นิฮวานะเ้าคะ ข้าจะไม่สนใจอะไรเ้าตงฟางชิงหยวนนั่นเลย คนที่กล้าให้คนรักไปแต่งงานกับคนอื่นอย่างนั้นน่ะ ทั้งๆที่ตอนที่เสิ่นิฮวาตกน้ำ ตงฟางชงหยวนก็เป็ถึงขุนนางขั้น 3 แถมเป็คนสนิทของเสนาบดีเสิ่น หากจะรับเสิ่นิฮวาไว้เป็ภรรยาเองทำไมจะทำไม่ได้ แต่ก็ยังจะให้คนรักแต่งงานออกไป นี่มันเจตนาไม่ดีเห็นๆ
และเสิ่นิฮวาเมื่อตัดสินใจแต่งงานไปแล้ว ก็ไม่ควรสวมหมวกเขียวให้องค์ชายรอง ดูสิคะ ในเื่ก็เล่าอยู่ว่าถึงเซวียนเฟยหรงจะมีจิตใจเหมือนเด็ก 8 ขวบ แต่องค์ชายรองก็ดูแลเสิ่นิฮวาอย่างดีมาตลอด จะผิดพลาดก็แค่วันที่เมา ทำให้กระทำไปโดยขาดสติเท่านั้นเอง หากข้าเป็เสิ่นิฮวา ข้านั้นจะดูแลองค์ชายรองให้ดี และตามหายานั่นที่ใช้รักษาองค์ชายรองจนหาย จากนั้นก็ครองคู่กัน อยู่กันอย่างสงบก็พอ แต่ถึงไม่หายก็ไม่เห็นเป็ไร บุคลิกองค์ชายรองตอนยังเป็เด็กก็น่ารักดี ใสซื่อดี ดูว่าถึงแม้จะไม่เต็มเต็งก็ยังใช้งานได้” จิวฮวากำลังกล่าวถึงฉากบนเตียงที่ทำไปเพราะความเมา
เมื่อได้ฟังดังนั้นชายชราก็หัวเราะลั่นขึ้นมาทันที “แต่ราชวงศ์เซวียนแย่งชิงบังลังก์มาจากราชวงศ์ตงฟางนะ”
จิวฮวาทำหน้างุนงง “แต่ในรื่องก็ไม่ได้บอกนี่เ้าคะว่าประชาชนลำบาก ทุกข์ยาก มีแต่กล่าวถึงการอยากชิงบังลังก์ การชิงดี ชิงเด่นในราชสำนักทั้งนั้น หากประชาชนไม่ลำบาก อยู่ดี มีสุข ใครจะเป็ฮ่องเต้ก็ไม่เห็นต่างกัน ดีเสียอีกที่องค์ชายรองไม่ต้องขึ้นครองราชย์ ไม่ขึ้นครองราชย์ก็หมายความว่ามีภรรยาคนเดียวได้ พอเป็ฮ่องเต้ก็ต้องมีสนม ไม่เห็นจะดีเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชราก็คลี่ยิ้มออกมา เขายื่นมือไปรับหนังสือนิยายในมือของจิวฮวาคืนมา “บางครั้งเขาก็กล่าวกันว่า ผู้ชนะมักเป็ผู้เขียนประวัติศาสตร์ นิยายเื่นี้นั้น ผู้คนอ่านแล้วต่างก็ซาบซึ้งไปกับความรัก ที่ต้องฝ่าฟันของเสิ่นิฮวา และตงฟางชงหยวน การคงอยู่ของเซวียนเฟยหรงมีขึ้นก็เพียงเพื่อให้เื่นั้นมันสมบูรณ์ จะมีพระเอก นางเอกได้อย่างไร หากนิยายเื่นั้นไม่มีตัวร้าย แม้บางครั้งเื่ราวจะดูเป็สีเทาๆ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะนั่งใส่ใจ ว่าทำไม ตัวร้ายถึงจำเป็ต้องร้าย พวกเขาก็มีหน้าที่เพียงแค่ส่งบทให้พระนางเด่นขึ้นไม่ใช่หรือ”
จิวฮวานั่งเงียบไปและจมไปกับความคิด จริงๆแล้วนิยายหลายๆเื่ที่เธออ่าน เธอก็แทบจะไม่สนใจในตัวร้ายเลย บางครั้งเธอก็รับรู้แต่เพียง พวกเขาเลว และต้องถูกกำจัด แต่นิยายเื่นี้ เซวียนเฟยหรงเลวจริงๆหรือ เขากลายเป็ตัวร้าย เพราะเขาทำตัวเอง หรือเพราะถูกนางเอกยั่วยุกันแน่
ถ้าหากเธอมีโอกาสได้กลับไปยังโลกนั้นล่ะ ถ้าเธอได้มอบความรักให้กับเซวียนเฟยหรง ถ้าเธอได้เคียงคู่เขา ถ้าเธอจะอยู่ข้างๆเขา ไม่ผลักเขาลงในความมืด เื่ราวนั้นจะเปลี่ยนไปหรือไม่ และสุดท้ายเซวียนเฟยหรงจะก่อฏหรือไม่
ขายชรามองจิวฮวาที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ด้วยสายตาอ่อนโยน เสียงนาฬิกาตีบอกเวลา แว่วเสียงใสดังกังวาลออกมา “สาวน้อย ดูเหมือนว่าเวลาในที่แห่งนี้จองเ้าจะหมดลงแล้ว”
“เอ๋ ได้เวลาไปเกิดใหม่แล้วอย่างนั้นหรือเ้าคะ งั้นก่อนไปข้าขอถามได้หรือไม่ที่แห่งนี้คือที่ใดกัน” จิวฮวาเอ่ยถาม
ชายชราลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะยื่นมือไปให้เธอ “สถานที่แห่งนี้ถูกเรียนว่าห้องสมุดจักรวาล มันคือที่เก็บรวบรวมเื่ราวที่เกิดขึ้นบนโลกในมิติต่างๆ บางครั้งเื่ราวของเ้าที่เป็เด็กกำพร้า อาจไปปรากฏเป็นิยายบางเื่ของบางมิติก็ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกซ้อนทับกันและบิดเบือนไป ทั้งอากาศ ภาษา วัฒนธรรม และความทรงจำ ที่แห่งนี้จึงเป็ดั่งที่บันทึกเื่ราวเ่าั้ ซึ่งบางครั้งก็จริง บางครั้งก็ไม่จริงเฉกเช่นดังนิยาย”
เมื่อฟังจบจิวฮวาก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าใดนัก “แล้วอย่างนี้ข้ามาโผล่ที่นี่ได้อย่างไรหรือเ้าคะ”
ชายชราคลี่ยิ้มออกมาบางๆ “บางครั้งก็เพราะเวลาใช่ องศาใช่ สายใยใช่ ก่อบังเกิดเป็ความมหัศจรรย์ขึ้นมา หรืออาจจะเป็ใครสักคน ที่ยอมแลกกับบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นก็เป็ไปได้ มาเถิดจงอธิฐานอีกครั้ง ครั้งนี้โชตชะตาอาจนำพาให้ได้ในสิ่งที่้า”
จิวฮวาจับมือชายชราและหลับตาลง “ได้โปรดเถิด ขอให้ลูกได้กลับไปยังที่ที่เพิ่งจากมา และได้ครองคู่กับเซวียนเฟยหรง ได้ช่วยให้เขาได้พบรักแท้และหลุดพ้นจากความทรมานเ่าั้ด้วย ลูกจะเป็รักให้เขาเอง”
ในอีกด้านหนึ่งเซวียนเฟยหรงทรุดลงร้องไห้ กว่าสองร้อยปีแล้วที่เขาติดอยู่ ณ ที่แห่งนี้อย่างเดียวดาย จนโลกได้เปลี่ยนแปลงไปมากมาย หากแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เขายังคงหยุดอยู่ที่เดิม “ได้โปรด ได้โปรดใครก็ได้ช่วยข้าที” เขาคร่ำครวญออกมาเบาๆ
เมื่อนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของใครบางคน เสียงสองเสียงที่สอดประสานกันจนกลายเป็เสียงเดียว “ได้โปรดเถิด ช่วยเซวียนเฟยหรง ได้ช่วยเขาให้พบรักแท้และหลุดพ้นจากความทรมานเ่าั้ด้วย ลูกจะเป็รักให้เขาเอง”
คำอธิฐานและคำวิงวอน ใน่เวลาแห่งความมหัศจรรย์ของจักรวาล ก่อกำเนิดเป็เส้นใยสีทองเชื่อมต่อคนทั้งสองโลกให้เคลื่อนเข้าหากัน แสงสว่างค่อยๆสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ
…………………...
หลังจากผ่านไป 2 ชั่วยามในที่สุดพายุก็นิ่งสงบลง เปลวไฟที่ห่อหุ้มสองร่างอยู่ค่อยๆมอดดับ สองร่างที่พันเกี่ยวกัน ก่อให้เกิดเป็เส้นใยสีทอง ถักทอพันล้อมรอบ จิวฮวา และเซวียนเฟยหรงต่างตื่นลืมตาขึ้นมาพร้อมกัน ใน่เวลานั้นเองแสงสีทองก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเปลวเพลิงที่ดับลง
ร่างของซวียนเฟยหรง และจิวฮวา ค่อยๆลอยลงช้าๆ จนเท้าัักับพื้น จิวฮวาจ้องมองสบตาคนตรงหน้า เขาเองก็จ้องมองกลับมาเช่นกัน
ใน่เวลาของความเงียบสงบ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงที่ร่าเริงราวกับเด็กน้อยเจอของเล่นน่าสนุก ร่างชราของใต้เท้าหยางพุ่งตรงมาหาทั้งคู่ด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าใคร “โอ้...พวกเ้าไม่ะเิ ขอข้าตรวจสอบหน่อย ยื่นมือมาเร็ว”
เสียงนั้นดังพอที่จะช่วยปลุกให้หนุ่มสาวรู้ตัวว่าตอนนี้กำลังยืนกอดกันอยู่ จึงได้รีบผงะถอยห่างกันออกไปทันที หากแต่จิวฮวาเองก็อดสังเกตุสำรวจคนข้างๆไม่ได้ ผู้ชายคนนี้สูงพอๆกับพี่ชายของเธอ สีจิ้นเหอเลย เพราะสีจิ้นเหอเป็ลูกครึ่งเขาจึงสูงถึง 192 ซม. เธอเองถ้าเทียบกับชาวฟู่หรงก็ถือว่าสูงมาก เธอสูงถึง 167 ซม. แต่กับชายคนนี้เธอถึงกับต้องเงยหน้ามอง เขาน่าจะสูงประมาณ 188 ซม. ได้ ตามเนื้อเื่องค์ชายรองก็สูงประมาณนี้
หากแต่ผู้ชายในอาณาจักรนี้ส่วนมากก็สูงๆกันทั้งนั้น อย่างเช่นสีจิ้นหงที่ดูสูงประมาณ 180 ซม. สงสัยจะได้อิทธิพลมาจากคนเขียนที่ชอบหนุ่มหล่อ สูงเพรียว แต่เมื่อเห็นคนข้างๆเธอก็อดคิดถึงองค์ชายรองไม่ได้ ในที่สุดเธอก็ค้นพบเหตุผลที่เธอเดินทางมายังโลกนี้ เธอเกิดมาเพื่อช่วยเหลือเซวียนเฟยหรงจากหายนะอันน่าเศร้า จิวฮวาตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า เธอจะตกเซวีนนเฟยหรงมาเป็ของเธอให้ได้ เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้าย มาหลอกใช้ความรู้สึกของเขาเป็เครื่องมือแสวงหาอำนาจอีก
ทางด้านเซวียนเฟยหรงที่ยืนอยู่ข้างๆก็กำลังทบทวนเหตุการณ์เช่นกัน เขาจะต้องขัดขวางแผนการชิงบังก์ลังก์ของตระกูลเสิ่น และตงฟางชงหยวนเอาไว้ให้ได้ เขาจะต้องไม่ตกลงไปในหลุมพรางนั้นอีก ถึงแม้จะต้องแกล้งปัญญาอ่อนก็ตาม สุดท้ายเขาก็อดนึกถึงเสียงหวานที่ฟังไม่ออกว่าเป็เสียงใครเสียงนั้นไม่ได้ คนที่จะมอบความรักให้เขางั้นหรือ หรือนั่นจะเป็รางวัลที่เหล่าทวยเทพมอบให้เขากัน หากเขาสามารถหยุดหายนะที่จะเกิดเอาไว้ได้ เมื่อเื่ทุกเื่จบ และเสด็จพี่ได้ขึ้นครองบังลังก์จนมั่นคง เขาอาจได้พบเจอคนนั้น คนที่เป็ของเขาอยู่ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้ก็ได้ กว่าจะถึงตอนนั้นเขาก็คงจะ 40 กว่าแล้วมั้ง ก็คงได้แต่หวังว่าจะไม่แก่เกินไปสำหรับการสร้างครอบครัว เธอคนนั้นอาจจะเป็ใครสักคน เป็แม่ม่าย? หรือหญิงทึนทึก?
แต่ต้นเื่แห่งหายนะ จะเริ่มต้นในงานสมรสของน้องสามกับสกุลจ้าว เราต้องไปตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า เื่ราวที่เราได้เห็นนั้น ตรงตามกับนิมิตรที่เราได้พบเจอหรือไม่ เซวียนเฟยหรงครุ่นคิดกับตนเอง
ใช่แล้ว องค์ชายรองจะได้พบเสิ่นิฮวาครั้งแรกที่วังองค์ชายสาม ในงานสมรสระหว่างองค์ชายสาม และจ้าวิหลัน เราจะต้องหาทางไปร่วมงานทางฝั่งเ้าบ่าว ใน่พิธีกราบไหว้ฟ้าดินให้ได้ แล้วไปขัดขวาง จากนั้นก็สวมรอยแทนเสิ่นิฮวา แล้วแต่งงานกัยองค์ชายรองแทนหล่อน จิวฮวาบอกกับตัวเอง
เซวียนเฟยหรงและจิวฮวาต่างกำลังครุ่นคิดถึงเื่เดียวกัน ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน ก่อนที่จะพยักหน้าให้แก่กัน คล้ายว่าจะตกลงบางสิ่งบางอย่างร่วมกันด้วยความมุ่งมั่น หากแต่พอหันหน้ากลับไปก็ได้แต่งุนงงว่าแล้วจะหันหน้าไปพยักหน้าให้แก่กันทำไม เพราะคงไม่มีทางคิดเื่เดียวกันไปได้หรอก ชายคนนี้ หรือหญิงคนนี้จะอยากไปวังองค์ชายสาม ในวันสมรสกับสกุลจ้าว แล้วไปเปลี่ยนแปลงชะตากรรม มันจะเป็ไปได้เยี่ยงไร
แล้วเสียงตื่นเต้นของใต้เท้าหยางก็ช่วยปลุกคนทั้งสองให้ออกจากภวังค์ “โอ้…. ปราณสีส้ม โอ้….ปราณสีม่วง อัศจรรย์ อัศจรรย์อย่างยิ่ง โอ้...ภาชนะขนาดหนองน้ำ หูย….ทะเลิญญาสีม่วงงดงามยิ่งนัก ไหนเล่ามาซิว่ามันเป็มาอย่างไร” ใต้เท้าหยางเอ่ยถามด้วยดวงตาเปล่งประกาย