Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 3 บทที่ 72 หมีแพนด้า - อสูรกินเหล็ก

            ปืนพก!

            อาวุธควบคุมที่สหพันธรัฐสั่งห้ามครอบครองอย่างเคร่งครัด

            เดิมทีควรเป็นเช่นนั้นทว่าเมื่อยุคฟื้นคืนพลังวิญญาณมาถึงเพื่อรับมือกับเหล่าสัตว์ป่ากลายพันธุ์ที่ดาหน้าเข้ามาสหพันธรัฐจึงได้ปรับเปลี่ยนกฎหมายอนุญาตให้บุคคลบางกลุ่มสามารถพกพาอาวุธขนาดเล็กอย่างปืนพกติดตัวได้

            อย่างไรก็ตามการพกพาอาวุธย่อมต้องมีใบอนุญาตพกปืน และยังต้องผ่านการทดสอบอันซับซ้อนอีกหลายด่าน

            กล่าวโดยสรุปคือ ขั้นตอนนั้นยุ่งยากยิ่งนัก

            ทว่าสำหรับคนอย่างชายสวมแว่นตาหากใช้เงินเป็นตราเบิกทางได้ ทุกอย่างย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย

            และนี่ก็เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่เกิดจากอุตสาหกรรมสีเทาของสหพันธรัฐเติบโตเฟื่องฟูราวกับดอกเห็ดที่ผุดขึ้นหลังฝนตก

            เมื่อเผชิญหน้ากับการรุกรานของพลังเหนือธรรมชาตินโยบายบางอย่างในยุคเก่าก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

            อาทิเช่น กฎหมายห้ามพกอาวุธปืนหรือแม้แต่กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า

            แต่ถึงอย่างนั้น...

            การคุ้มครองสัตว์ป่านับเป็นถ้อยคำที่น่าขบขันที่สุดในยุคสมัยนี้อย่างแท้จริง

            เมื่อแรกเริ่มที่พลังวิญญาณฟื้นคืน ณเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าขนาดเล็กแห่งหนึ่งของสหพันธรัฐ สิ่งที่รู้จักกันในชื่อ 'หมีแพนด้า' อันเป็น 'สมบัติของชาติ'ได้เกิดการกลายพันธุ์ขึ้นอย่างเงียบเชียบ

            เมื่อมนุษย์ล่วงรู้และเริ่มทำการตอบโต้ชื่อเก่าของหมีแพนด้าก็ได้ถูกผู้คนขุดคุ้ยขึ้นมาจดจำขึ้นมาอีกครั้ง

            ‘อสูรกินเหล็ก’

            เขี้ยวเหล็กฟันทองแดงสามารถกลืนกินโลหะกระทั่งแร่ธาตุได้ขณะที่กรงเล็บแหลมคมราวมีดผ่าตัดก็สามารถฉีกกำแพงที่กักขังมันได้อย่างง่ายดาย

            กระทั่งปัจจุบันนี้หมีแพนด้ากลายพันธุ์ตัวแรกก็ยังคงเป็นปริศนา

            รู้เพียงว่ามันมุดหายเข้าไปในป่าลึกแต่ไม่ว่ามนุษย์จะสำรวจอย่างไรก็ยากที่จะค้นพบการมีอยู่ของมัน

            ผู้เชี่ยวชาญบางคนสันนิษฐานว่ามันอาจมุดเข้าไปในเหมืองแร่บางแห่งจึงสามารถป้องกันวิธีตรวจจับด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์

            ทว่ารายละเอียดที่แน่ชัดนั้นยังไม่มีใครทราบ

            อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่านับตั้งแต่กรณีหมีแพนด้าตัวแรกหลุดไปสหพันธรัฐได้ควบคุมหมีแพนด้ากว่าสองพันตัวเข้ามาอยู่ในการดูแลโดยกองทัพอย่างเข้มงวด

            ถึงขนาดมีข่าวลือหนาหูว่าเผ่าพันธุ์ที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูนี้อาจมีโอกาสหวนคืนสู่สมรภูมิรบอีกครั้ง

            ใช่แล้ว หวนคืนสู่สมรภูมิรบ

            ในสมัยโบราณหมีแพนด้าเคยเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรในสนามรบ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าในยุคโบราณ ซือโหยวผู้กรำศึกทั่วทุกสารทิศก็ขี่หมีแพนด้าออกรบ

            จึงสามารถจินตนาการถึงความดุร้ายของเผ่าพันธุ์นี้ได้ไม่ยาก

            และในตอนนี้จากคำยืนยันของผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเนื่องจากสหพันธรัฐได้ทำการฝึกฝนมาเป็นเวลานับร้อยปีเผ่าพันธุ์นี้จึงมีความผูกพันกับมนุษย์มากแม้จะเกิดการกลายพันธุ์ก็ยังมีโอกาสที่จะนำมาฝึกฝนได้

            หากสามารถฝึกฝนได้จริงหมีแพนด้ากลายพันธุ์ย่อมเป็นกำลังรบทรงอานุภาพที่สหพันธรัฐขาดไม่ได้อย่างแน่นอน

            ถึงขั้นที่ว่าสหพันธรัฐทั้งหมดอาจจะอาศัยเผ่าพันธุ์นี้พุ่งทะยานขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งในบรรดาร้อยประเทศของมนุษย์ในยุคแห่งวิวัฒนาการอันยิ่งใหญ่นี้ก็เป็นได้

            ....

            ในขณะนั้นท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอก

            ชายสวมแว่นตาถือปืนพกจ้องมองเหลิ่งเฟิงที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาเยือกเย็น

            เพียงแค่เขากดไกปืนเบาๆเมื่อสิ้นเสียงที่ดังขึ้น เลือดสีแดงฉานก็จะไหลทะลักออกมาจากปากแผลและไอ้สารเลวเบื้องหน้าก็จะล้มลงทันที

            แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติแต่เมื่ออยู่ต่อหน้ากระบอกปืน เขาก็ทำได้เพียงแค่สั่นสะท้านด้วยความกลัวเท่านั้น

            ชายสวมแว่นตาคิดอย่างชั่วร้ายนิ้วของเขาถึงกับวางอยู่บนไกปืนแล้ว

            ในวินาทีนั้นเอง

            “ปัง!”

            เสียงปืนอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นกลิ่นดินปืนอันเข้มข้นคละคลุ้งไปทั่ว

            “พวกคุณทำอะไรกัน!”

            ซูหู่คำรามด้วยความโมโหมือที่กำลูกซองล่าสัตว์ไว้สั่นเทาด้วยโทสะ

            ไอ้พวกงี่เง่าพวกนี้ไม่รู้จักดูสถานการณ์เลยหรืออย่างไร?

            ที่นี่คือขุนเขาแห่งหมอกนะไม่ใช่เรือนกระจกที่จะมาเล่นสนุกได้

            คิดได้ดังนั้นซูหู่ก็ตวัดสายตาอันเย็นชาไปที่ชายสวมแว่นตาอีกครั้งจนกระทั่งชายสวมแว่นตาตัวสั่นด้วยความกลัวและวางปืนพกในมือลงซูหู่จึงหันกลับไปมองเหลิ่งเฟิงและถามว่า

            “เหลิ่งเฟิง เกิดอะไรขึ้น?”

            “ลางสังหรณ์ของเชียนฉินแม่นยำมากเธอพูดว่ามีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี นั่นหมายความว่าพวกเรากำลังเจอกับปัญหาใหญ่แล้ว”

            เหลิ่งเฟิงที่เคยร่วมงานกับเชียนฉินมาแล้วหลายครั้งเดินไปยืนซ้อนหลังเชียนฉินอย่างชำนาญ ทำหน้าที่อารักขาโดยไม่รอคำสั่ง

            นี่คือข้อตกลงระหว่างเขาและเชียนฉิน

            หากพบเจออันตรายเหลิ่งเฟิงจะต้องปกป้องความปลอดภัยของเธอถึงที่สุด

            และการตอบแทนย่อมคือเชียนฉินจะใช้สัมผัสที่หกอันเฉียบคมของเธอนำพาเหลิ่งเฟิงให้พ้นจากวิกฤตความตาย

            ทว่าในเวลานี้เมื่อมองไปยังหญิงสาวที่ใบหน้าซีดเผือดราวกับหวาดกลัวคิ้วของเหลิ่งเฟิงก็ขมวดแน่นเป็นปม

            ไม่เคยเห็นแบบนี้เลย

            หญิงสาวคนนี้ไม่เคยเผยสีหน้าหวาดกลัวเช่นนี้มาก่อน

            ภัยใหญ่เหรอ?

            ชายหนุ่มร่างกำยำกระชับแขนที่ใหญ่ราวต้นขากอดอกพึมพำด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย

            จากนั้น ราวกับฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้เขาก็เลียริมฝีปากและพูดอย่างตื่นเต้นว่า

            “นี่หมายความว่าเรากำลังจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแล้วใช่ไหม?”

            “น่าจะใช่”

            ในเวลานั้นเหลิ่งเฟิงก็พยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

            แม้จะไม่ชอบนิสัยของชายหนุ่มร่างกำยำแต่พลังของอีกฝ่ายก็คือของจริง เชื่อถือได้มากกว่าคนบางคนเยอะ

            “ดี ดี”

            ชายหนุ่มร่างกำยำลดแขนลง และขยับแข้งขาเขากลับมีสีหน้าคาดหวัง

            มาถึงภูเขาลูกใหญ่เช่นนี้ไม่ใช่เพื่อตามหาคู่ต่อสู้ที่สามารถสู้กับเขาได้หรอกหรือ?

            และตอนนี้คู่ต่อสู้ที่ว่ากำลังจะปรากฏตัวออกมาแล้ว

            ชายหนุ่มร่างกำยำจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร?

            ....

            แต่ในเวลานั้น ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งชายหนุ่มร่างกำยำและเหลิ่งเฟิงมองหน้ากันทันทีดวงตาของพวกเขากวาดไปที่มุมหนึ่งของม่านหมอกหนาทึบ

            “ตึก ตึก ตึก...”

            ราวกับกำลังเหยียบลงบนอกของใครบางคนแม้จะยังไม่ทันได้เผยร่างออกมา แต่แรงกดดันบางๆ ก็พุ่งเข้าใส่แล้ว

            “มันมาแล้ว”

            เหลิ่งเฟิงกำมีดสั้นแน่นพร้อมกับเอ่ยเตือนเสียงต่ำ

            ในขณะเดียวกันชายหนุ่มร่างกำยำก็สูดหายใจเข้าลึก...

            “ฉันอยากรู้นักว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่!”

            ชายหนุ่มร่างกำยำหัวเราะร่าพลางกระทืบเท้าอย่างรุนแรง

            “ครืน!”

            พร้อมกับการสั่นสะเทือนของแผ่นดินเขากระโดดพุ่งตัวเข้าไปในม่านหมอก

            “เจ้าบ้านี่”

            ใบหน้าของเหลิ่งเฟิงแข็งค้างไปชั่วขณะแต่เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างกำยำที่พุ่งเข้าไปในม่านหมอกโดยไม่สนใจผลที่ตามมาเขาก็กัดฟันเตรียมจะตามไปเสริม

            แต่พริบตานั้นเขาก็รู้สึกว่าแขนเสื้อถูกดึงรั้งไว้แน่น

            เมื่อก้มหน้ามองเขาก็พบว่าเชียนฉินกำลังจับแขนเสื้อของเขาไว้แน่นราวกับเด็กไร้ที่พึ่งพิง

            “ไม่ได้นะ ไม่ได้...”

            “วิ่ง พวกเราต้องรีบหนี...”

            เสียงที่ร้อนรนและตื่นตระหนกจนสั่นไปหมดทำให้เหลิ่งเฟิงและซูหู่ที่อยู่ไม่ไกลถึงกับหน้าเปลี่ยนสี

            พวกเขาไม่เคยเห็นเชียนฉินแสดงท่าทีเสียขวัญเช่นนี้มาก่อนเลย

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011