บทที่ 51 เผ่ามาร!
ชิว เหวินเจี้ยนได้ปล่อยมือออกจากลำคอของ ฉิง เย่ ทำให้เขาตกลงมาก้นจ้ำเบ้าในทันที
“โอ๊ย!!” ทั้งๆที่มันไม่ได้สูงมากนักแต่ทว่า ฉิง เย่กลับรู้สึกเจ็บปวดราวกับตกลงมาจากท้องฟ้าก็ไม่ปาน เนื่องจาก ชิว เหวินเจี้ยน ได้ลบพลังของเขาออกไปจนหมดในตอนที่ ชิว เหวินเจี้ยน บีดคออยู่นั่นเอง ทำให้ในตอนนี้ ผู้นำแห่งกองทัพทมิฬไม่ต่างจากคนธรรมดาสักเท่าไร
ชิว เหวินเจี้ยน หยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าของเขาและยื่นให้กับ ผู้นำแห่งกองทัพทมิฬ ได้ดูมัน
ผู้นำแห่งกองทัพทมิฬ ทำหน้าตาหวาดกลัวเป็นอย่างมากเหมือนกับว่าเขารู้จักกับสิ่งของที่ ชิว เหวินเจี้ยน หยิบออกมา “อย่า.. อย่า...อย่าเอามันเข้ามาใกล้ข้าข้ายอมแล้ว ที่แท้ท่านก็เป็นพวกเผ่ามารหรอกหรือ ข้าขอโทษข้าผิดไปแล้วจริงๆที่ไม่ถามให้ดีเสียก่อน...”
ถูกต้อง มันก็คือเครื่องประดับที่ ชิวเหวินเจี้ยน ได้ไปซื้อมันมาจาก พ่อค้าในดินแดนต้องห้ามนั่นเอง หรืออีกชื่อหนึ่งของมันก็คือชิ้นส่วนของเผ่ามาร!
ส่วนผู้นำแห่งกองทัพทมิฬที่หวาดกลัวขนาดนั้น เพราะว่าเขาเคยได้พบกับพวกมันตัวเป็นๆเลยด้วยซ้ำและมันก็ได้กล่าวกับเขาเอาไว้อีกว่า ‘ชิ้นส่วนนี้ผู้ที่จับต้องมันได้จะมีก็แต่เผ่ามารของข้าเท่านั้น เพราะพวกมนุษย์ธรรมดาเช่นเจ้าไม่มีวันจะสามารถสัมผัสกับความโหดเหี้ยมของมันได้ถ้าเกิดเจ้าได้เห็นของชิ้นนี้อีกครั้งมันจะนำหายนะกลับมาสู่โลกมนุษย์แห่งนี้จะเป็นวันที่โลกนี้ได้ดับสลายไปตลอดกาล ’ระหว่างที่เผ่ามารตนนั้นได้กล่าวออกมา ฉิง เย่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวเผามารตนนั้นมันสามารถสยบโลกมนุษย์ที่พวกเขาอาศัยอยู่ได้อย่างง่ายดาย
ผู้นำแห่งกองทัพทมิฬ ที่กำลังกลัวจนถึงขีดสุดเขาได้แต่พึมพำออกมาคำเดิมซ้ำๆ“จบสิ้นแล้ว...จบสิ้นแล้ว...โลกมนุษย์จบสิ้นลงแล้ว”
ชิว เหวินเจี้ยน ตอนแรกที่คิดจะถามคำถามกับ ผู้นำแห่งกองทัพทมิฬว่าเคยเห็นของสิ่งนี้หรือไม่ เพราะเขาสัมผัสได้ถึงไอความมืดจางๆออกมาจากสถานที่แห่งนี้ แม้เพียงเล็กน้อยแต่เขาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจน
ชิว เหวินเจี้ยน จึงกล่าวออกมาแทนว่า “ข้าไม่ใช่พวกมันอย่างที่เจ้าเข้าใจหรอก ส่วนตัวเจ้านั้น สมควรตายไปได้ตั้งนานแล้วแต่ไม่ใช่ด้วยฝีมือของข้าเอง เพราะเจ้าไม่มีค่าพอที่จะให้ข้าเป็นคนลงมือด้วยตนเอง!”
ชิว เหวินเจี้ยน เมื่อกล่าวเสร็จ เขาก็ได้บินหายวับไปต่อหน้าต่อตาของผู้นำแห่งกองทัพทมิฬโดยที่เขามองไม่เห็นแม้แต่การเคลื่อนไหวเลยสักนิดเดียว เพราะนั่นมันจะทำให้ผู้นำแห่งกองทัพทมิฬ ได้รู้ถึงความแตกต่างของพลังได้ไม่ยากนัก
เมื่อเห็น ชิว เหวินเจี้ยน จากไปแล้ว ผู้นำกองทัพทมิฬ ได้นอนกองลงกับพื้นและหมดสติไปในทันทีเพราะเรื่องราวในวันนี้ของเขานั้น หนักหน่วงเกินจะต้านทานไหว ทั้งกองทัพที่พังทลายไม่เป็นท่า และเด็กหนุ่มที่ทรงพลังเทียบเทียมได้กับเผ่ามาร เรื่องในวันนี้เลยทำให้ผู้นำกองทัพทมิฬราวกับจะตายทั้งเป็นเลยก็ว่าได้
ณ หน้าประตูเมืองแห่งดินแดนต้องห้าม
ได้มีเหล่าประชาชนคุยกันเต็มไปหมด
“เจ้าคิดว่าประตูบานใครจะเปิดมันออกได้ขนาดท่านจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามยังไม่สามารถเปิดได้เลย”
“ข้าว่าพวกเราลองช่วยกันดูไหมเผื่อจะมารถเปิดมันออกได้”
“ข้าว่าอย่าดีกว่าทางที่ดี พวกเราควรจะรอท่านจักรพรรดิออกมาเปิดมันอีกที เป็นอย่างไร”
“อืม...ข้าก็คิดเช่นนั้น”
แต่ทว่า เมื่อพวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้นเอง ก็ได้เกิดเสียงที่ประตูเมืองแห่งดินแดนต้องห้ามเป็นเสียงที่ดังมากจนทำให้ทุกคนเกิดความตื่นตระหนกกันเลยทีเดียว
ตู๊ม! ปั้ง!
ทันใดนั้นเอง ประตูที่ไม่มีผู้ใดสามารถทำลายมันได้ ก็เปิดออกมาและมีชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าเพียงคนเดียว เป็นชายหนุ่มที่ดูไปแล้วอายุ12ปี หน้าตาหล่อเหลางดงาม อย่างกับสตรี จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ชิว เหวินเจี้ยนนั่นเอง
เหล่าทหารยามเฝ้าหน้าประตูที่กำลังคุยกันอยู่นั้น ไม่มีใครรู้จักกับคนที่เปิดประตูเข้ามาได้พวกเขาจึงคิดว่าเป็นผู้บุกรุกในทันที
ยามที่ดูเหมือนหัวหน้าจึงได้กล่าวออกมาในทันทีว่า “ทุกคนประจำที่ มันอาจจะเป็นผู้บุกรุกก็ได้ห้ามให้มันผ่านเข้ามาเด็ดขาด ส่วนข้าจะเข้าไปตามท่านจักรพรรดิที่ปราสาทมาเอง”
“ขอรับ...”เป็นเสียงของเหล่าทหารคนอื่นๆที่ตอบกลับมาอย่างพร้อมเพรียง
แต่ทว่า ก่อนที่หัวหน้ายามเฝ้าประตูจะได้จากไป ก็มีเสียงอันทรงพลังดังขึ้นมาเสียก่อน“พวกเจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปตามข้าให้เสียเวลาหรอกเสียงดังขนาดนั้นเป็นใครก็ต้องรีบออกมาดูอยู่แล้ว” ถูกต้องแล้ว เป็นเสียงของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่เขาคิดว่ามีผู้บุกรุกเข้ามายังดินแดนต้องห้ามนั่นเอง
แต่เมื่อมาถึง จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามก็ได้แต่ทำสีหน้าแปลกใจ ‘เจ้าหนุ่มนั่นอย่างนั้นหรือ ระดับที่9เขตแดนนักสู้ไม่ผิดแน่แต่ว่าทำไมกันล่ะ ทำไมมันถึงได้มีพลังมากมายมหาศาลถึงขนาดที่เปิดประตูได้อย่างง่ายดายเช่นนี้กัน ขนาดข้าลองใช้แรงที่มีสุดกำลังมันยังไม่สะทกสะท้านเลยไม่ใช่หรือ ...หรือว่าบางทีมันอาจจะมีวิธีอื่นอยู่อีกกันแน่’
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ก็ยังคงไม่เชื่อว่า ชิว เหวินเจี้ยน เป็นผู้สร้างประตูบานนี้ขึ้นมาเพราะมันแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ และลวดลายที่เขาไม่เคยเห็น ไหนจะแร่ที่นำมาใช้สร้างประตูอีกแค่เรื่องพวกนี้ ก็ทำให้เขาไม่เชื่อได้แล้วว่า เด็กหนุ่มอายุ12ปีจะเป็นคนสร้างมันขึ้นมาได้