เพียงแค่ก้าว

    ตอนที่3

    กลิ่นหอมของปลาเผาที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณทำให้เด็กชายตัวเล็กผอมบางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ท้องร้องประท้วง จ๊อกจ๊อก อย่างน่าสงสาร อี้ซินที่เห็นว่าปลาสุกได้ที่ได้จึงส่งให้เ๽้าตัวเล็ก

    "เอา ฟงเอ๋อ นี่ของเ๯้า" 

    อี้ฟงที่ยื่นมือมารับปลาเผาตัวโตหอมกรุ่นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะวางลงบนใบไม้ที่พี่สาวตัดมาให้แล้วแกะเนื้อปลาขาวนุ่มส่งเข้าปาก เห็นพี่สาวยังนั่งย่างปลาอยู่ที่เดิมจึงเอ่ยถามขึ้น

    "แล้วพี่ใหญ่ไม่กินหรือ"

    "เ๽้ากินก่อนเลยฟงเอ๋อ ตัวนี้ก็ใกล้จะสุกแล้ว"

    สายตาเล็กที่เหลือบไปมองปลาตัวที่พี่สาวบอกเห็นว่ามันใกล้จะสุกแล้วจริงๆ จึงได้ยอมกินต่อ ใบหน้าเล็กที่ได้ลิ้มรสปลาเนื้อนุ่มหวานอร่อยนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ทำให้คนที่นั่งมองต้องยิ้มตามอย่างสุขใจไปด้วย อี้ซินที่บอกตัวเองว่าจะต้องขุนเ๯้าตัวเล็กนี่ให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ให้ได้ 

    เมื่อกินกันอิ่มแล้ว จึงพากันล้างเนื้อล้างตัวที่สกปรกมอมแมม แล้วนำปลาที่นางผ่าครึ่งเอาไว้ไปตากเพื่อเก็บเอาไว้เป็๲อาหารสำหรับมื้อต่อไปและนางยังต้องนำปลาในลำธารนี้มาตากแห้งอีกเพื่อจะทำเป็๲ปลาตากแห้งเพราะสามารถเก็บไว้ได้นาน สองพี่น้องที่ช่วยกันเก็บกวาดห้องที่มีแต่ฟางแห้ง นำออกมาผึ่งลมเอาไว้ด้านนอก จัดที่พอให้สามารถใช้เป็๲ที่หลับนอนก่อนในคืนนี้ เห็นรูลั่วของหลังคาได้แต่ทอดถอนหายใจดีที่ฝนไม่มีทีท่าว่าจะตกไม่อย่างนั้นนางกับน้องคงได้เปียกโชก 

    "พี่ใหญ่หากฤดูหนาวมาเยือน เราสองคนจะมิหนาวตายหรือ ที่นี่คงไม่สามารถกันลมหนาวได้แน่ๆ"

    อี้ฟงกล่าวขึ้นน้ำเสียงเศร้า เขาไม่ชอบฤดูหนาวเลย เพราะมันช่างหนาวเหน็บไปถึงกระดูก เมื่อครั้งที่อยู่ในจวนที่ดูมิดชิดกว่านี้มากนักเขายังหนาวจนจับไข้เพราะไม่มีผ้าห่มหนาๆ มีเพียงผ้าบางๆ ที่ท่านอาหยิบยื่นให้เท่านั้น

    "ฟงเอ๋อ อย่าได้คิดมากไป เ๯้ามีพี่สาวผู้นี้อยู่ทั้งคน พี่รับรองว่าปีนี้เ๯้าจะไม่ต้องทนหนาวอย่างที่ผ่านมาอีก"

    อี้ซินลูบศีรษะน้องชายอย่างเวทนาสงสาร ในความทรงจำของร่างนี้ทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาสองพี่น้องต้องเผชิญกับสิ่งเลวร้ายต่างๆ มามากมายเกินกว่าที่เด็กตัวเล็กๆ จะทานทนไหว อี้ฟงถือว่าโชคดีนักที่มีชีวิตรอดมาได้ ส่วนเ๽้าของร่างนี้นางได้แต่ภาวนาให้ได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี อย่าได้มีห่วงอันใด นางจะดูแลน้องชายตัวน้อยผู้นี้ให้ดีที่สุด 

    แล้วร่างเล็กผอมบางก็ลุกขึ้นชวนน้องชายไปตัดไม้ไผ่เมื่อเห็นว่ายังมีเวลาเหลืออีกนานกว่าจะมืด จะได้หาฟืนมาก่อกองไฟไล่สัตว์และแมลงกลางคืนด้วย เพราะที่นี่ก็เหมือนอาศัยอยู่ในป่าดีๆ นี่เอง

    ร่างเล็กที่เลือกตัดไม้ไผ่ขนาดต่างๆ อย่างทุลักทุเล ร่างนี้ช่างอ่อนแอนัก นางรู้สึกไม่ได้ดั่งใจเพราะกว่าจะตัดได้แต่ละลำเล่นเอาหมดเรี่ยวแรง คงต้องทำให้ร่างนี้แข็งแรงขึ้นกว่านี้ก่อน แต่ด้วยใจที่สู้นางก็สามารถตัดได้ถึงสิบลำใหญ่ๆ ก่อนจะชวนน้องชายที่หาฟืนมาได้พอสำหรับใช้ในคืนนี้นำฟืนกลับไปยังกระท่อม ส่วนไม้ไผ่พวกนี้ก็ตั้งเอาไว้อย่างนี้ให้มันแห้งเสียก่อน นางยังต้องตัดเพิ่มอีกมาก เมื่อแห้งแล้วค่อยนำกลับไปเพราะน้ำหนักของมันจะเบาขึ้น

    "พี่ใหญ่จะนำต้นไผ่พวกนี้ไปทำอะไรหรือขอรับ" 

    อี้ฟงถามขึ้นอย่างสงสัยเพราะพี่สาวบอกว่ายังต้องตัดอีกเยอะ

    "เอาไว้พี่จะบอกรับรองเ๯้าต้องตกตะลึงเชียวล่ะ" 

    อี้ซินที่กล่าวขึ้นพลางยกยิ้มให้เ๽้าตัวน้อยด้วยแววตามุ่งมั่น ก่อนจะพากันหอบฟืนกลับกระท่อม แล้วก่อกองไฟนำปลาที่ยังเหลือจากที่กินเมื่อตอนเที่ยงมาอุ่นแล้วกินเป็๲มื้อเย็นก่อนจะพากันเข้ามายังกระท่อมผุพัง ยังดีที่อี้ฟงเก็บข้าวของและผ้าห่มเก่าๆ ที่อาสะใภ้จับโยนออกมานอกจวนติดตัวมาด้วยตอนที่ท่านเ๽้าเมืองให้คนพานางและน้องชายขึ้นเกวียนมาส่งที่นี่ จึงพอจะมีผ้าห่มไว้คลุมกายแม้จะมิได้ช่วยอะไรมากเพราะมันบางและขาดแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรกันอากาศที่ค่อนข้างเย็นในตอนกลางคืนเลย

    เมื่อทั้งสองล้มตัวลงนอน ความมืดเริ่มเข้าปกคลุมไปทั่ว เพราะความเงียบสงบจึงทำให้ได้ยินเสียงแมลงกลางคืนที่ร้องดังขึ้น

    "พี่ใหญ่" 

    เสียงอี้ฟงที่เอ่ยเรียกเสียงเบาทำให้อี้ซินที่หลับตาลงเพราะความเหนื่อยล้าที่เผชิญมาตลอดทั้งวันลืมตาขึ้น

    "หืม" 

    พร้อมขานรับเสียงเบา

    "ข้ากลัว" 

    เสียงเล็กที่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือทำให้นางชะงัก ก่อนจะค่อยๆ ขยับกายเข้าไปใกล้ร่างเล็กผอมบางแล้วเอื้อมมือไปกอดลูบหลังลูบไหล่เ๯้าตัวเล็กแล้วเอ่ยปลอบประโลม

    "ไม่ต้องกลัวนะฟงเอ๋อ พี่อยู่ตรงนี้ทั้งคนต่อไปนี้พี่จะไม่ยอมให้ใครมารังแกเราสองพี่น้องได้อีกแล้ว พี่จะดูแลและปกป้องเ๽้าเอง" 

    แล้วมือบางก็ตบหลังเล็กๆ นั้นเบาๆ ก่อนจะหลับไปในอ้อมแขนของกันและกัน