หลังจากอธิบายทุกอย่างชัดเจนแล้วหานอวิ๋นซีก็รีบกลับไปที่จวนฉินอ๋องได้ทันเวลาพอดี
ในห้องนอนหลงเฟยเยี่ยที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว นอนอยู่บนเก้าอี้โยกในห้องตำราสวมชุดผ้าไหมสีทอง เผยให้เห็นถึงความสง่างามสูงส่งแต่กำเนิดของเขาอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกหานอวิ๋นซีเห็นว่าผู้ชายคนนี้แต่งตัวหรูหราดูดีขนาดนี้ทำให้รู้สึกด้อยกว่าได้ง่ายๆ เวลาที่อยู่ต่อหน้าเขา
หานอวิ๋นซีปรับลมหายใจและก้าวไปข้างหน้า“ท่านอ๋อง”
“สมุนไพรสามชนิดอยู่บนโต๊ะตอนนี้เจ้าก็ไปเตรียมยาแก้พิษได้แล้ว” หลงเฟยเยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยไม่แม้แต่จะมองมาที่นาง
เมื่อหานอวิ๋นซีมองไปที่โต๊ะตัวเตี้ยด้านข้างก็เห็นกองสมุนไพรขนาดใหญ่สามกอง ได้แก่ จื่อเซี่ย จื่อชิว และจื่อตงสมุนไพรพวกนี้หาได้ไม่ง่าย ไม่คิดว่าชายคนนี้จะหาได้มากมายขนาดนี้
หานอวิ๋นซีแอบดีใจความจริงแล้วนางต้องการใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นส่วนที่เหลือก็สามารถเอามาใช้เพื่อขยายคลังของระบบล้างพิษได้ยาเหล่านี้สามารถล้างสารพิษได้หลายชนิด ตามสูตรที่แตกต่างกันออกไป
“ท่านอ๋องโปรดรอสักครู่ข้าจะไปจัดเตรียมแล้วนำมาให้” หานอวิ๋นซีกล่าว และกำลังจะเก็บยาทั้งหมดลงในกระเป๋ายาของนาง
ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกลับมองมาด้วยสายตาเย็นชา “เตรียมยาที่นี่สิข้าเองก็อยากเห็นเหมือนกัน”
เอ่อ…
ชายผู้นี้ยังคงสงสัยนางสินะ!
หานอวิ๋นซีแอบกลอกตาปล่อยให้ท่านสงสัยไปเถอะ อย่างไรท่านก็ไม่มีวันเดาความจริงได้
“ท่านอ๋องในมือของข้าไม่มีสมุนไพรอื่นดังนั้นข้าต้องกลับไปที่ตำหนักหยุนเซี่ยนเพื่อเตรียมมันหากท่านสนใจละก็สามารถไปกับข้าได้เช่นกัน” หานอวิ๋นซีพูดด้วยรอยยิ้ม
“ตำหนักหยุนเซี่ยน?” หลงเฟยเยี่ยเกิดความสงสัยขึ้นมาจำไม่ได้ว่าในจวนฉินอ๋องมีสถานที่นั้นด้วยหรือ
“ข้าซ่อมห้องใต้หลังคาร้างและตั้งชื่อว่าตำหนักหยุนเซี่ยนต่อไปข้าจะอาศัยอยู่ที่นั่นเพื่อไม่ให้รบกวนท่านอ๋อง”หานอวิ๋นซีตอบตามความเป็นจริง
อันที่จริงนางรู้สึกประหม่าเล็กน้อยกลัวว่าชายผู้นี้จะไล่นางออกจากลานดอกบัวให้ไปรับมือกับอี้ไท่เฟยและมู่หรงหว่านหรูแต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะไม่ค้านใดๆ พยักหน้าและลุกขึ้นไปกับนาง
หนอวิ๋นซีแอบถอนหายใจและรีบใส่สมุนไพรทั้งสามลงในกระเป๋ายาของนาง หลงเฟยเยี่ยไม่ได้ให้ความสนใจกับการกระทำนี้มากนักเขาไม่รู้ว่าการกระทำของหานอวิ๋นซีเป็นเพียงการหลอกลวงเท่านั้นสมุนไพรทั้งสามชนิดถูกเก็บเข้าสู่ระบบล้างพิษ จากนั้นก็เตรียมสมุนไพรอื่นๆตามอัตราส่วนอย่างเคร่งครัด และปรับความร้อนโดยอัตโนมัติ
ตั้งแต่ห้องนอนของหลงเฟยเยี่ยไปถึงตำหนักหยุนเซี่ยนของหานอวิ๋นซีต้องเดินผ่านสวนดอกไม้และมีเวลาเพียงพอที่ระบบล้างพิษจะเตรียมยาเสร็จหานอวิ๋นซีแอบนำมันออกมาและซ่อนไว้ในกระเป๋าหมอ
เมื่อมาถึงประตูของตำหนักหยุนเซี่ยนหลงเฟยเยี่ยก็กล่าวว่า “หยุนเซี่ยนอะไรกัน?”
“หยุนเซี่ยนที่หมายถึงเมฆขาวบนท้องนภาล่องลอยอย่างอิสระสายธารไหลรินอย่างนิ่งสงบ” หานอวิ๋นซีพูดเบาๆ แล้วหันศีรษะไปมองเขา “ท่านอ๋องข้าแต่งเข้าจวนฉินอ๋อง ต้องการแค่มุมพักผ่อนที่สงบอย่างหยุนเซี่ยนเท่านั้น”
ความจริงแล้วสิ่งที่หานอวิ๋นซีต้องการบอกกับหลงเฟยเยี่ยคือ “ท่านไม่ต้องสงสัยในตัวข้าหรอกข้าถูกบังคับให้แต่งงานเข้าจวนฉินอ๋อง และไม่มีเจตนาอะไรเลยข้าแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและธรรมดาคนเดียว ข้าจะไม่รบกวนท่านแล้วพวกท่านก็ไม่ต้องมารบกวนข้าด้วย!”
แต่เห็นได้ชัดว่าหากนางพูดออกไปตรงๆเช่นนั้น หลงเฟยเยี่ยต้องฆ่านางด้วยสายตาอย่างแน่นอนคนสมัยก่อนก็ชอบแสดงความรู้สึกด้วยบทกวีไม่ใช่หรือ? นางก็แค่เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามเท่านั้นเอง
เมฆขาวบนท้องนภาล่องลอยอย่างอิสระสายธารไหลรินอย่างนิ่งสงบ นี่คือกวีที่โด่งดังของไป๋จวีอี้เลยนะ อย่างไรก็ตามหานอวิ๋นซีคิดว่าหลงเฟยเยี่ยจะต้องประหลาดใจแน่นอนแต่น่าเสียดายที่เขามองมาที่นางเพียงชั่วครู่ ด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกและเดินเข้าไปในตำหนักโดยไม่พูดอะไร
ชายผู้นี้ไม่ใช่แค่เป็นอัมพาตที่ใบหน้าแต่ยังเป็นอัมพาตที่หัวใจด้วย
หานอวิ๋นซีตามเข้าไปและเห็นว่าหลงเฟยเยี่ยนั่งอยู่ข้างโต๊ะน้ำชามองห้องเล็กๆ ของนาง ร่างกายที่เย่อหยิ่งของผู้ชายคนนี้ทำให้ห้องนั่งเล่นเล็กๆของนางเต็มไปด้วยความกดดัน
ทันทีที่เห็นนางเข้ามาเขาก็หันกลับมาแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “เริ่มเตรียมยาได้หรือยัง?”
“อืมข้าจะไปเอาพวกสมุนไพรมา” หานอวิ๋นซีพูดอย่างนอบน้อม
ถ้าสงสัยมากขนาดนั้นวันนี้ข้าจะทำให้ท่านเห็นเอง!
ภายใต้สายตาที่จับผิดของหลงเฟยเยี่ยหานอวิ๋นซีนำสมุนไพรและครกสำหรับตำยาจากห้องตำราเล็กๆ ด้านข้างมาจากนั้นก็นำสมุนไพรสองสามห่อจากกระเป๋าหมอและสมุนไพรทั้งสามชนิดออกมาต่อหน้าเขา
ชุดสมุนไพรเหล่านี้เป็นยาถอนพิษที่เพิ่งถูกเตรียมในระบบการล้างพิษเสร็จไม่ว่าจะเป็นปริมาณสมุนไพร สัดส่วนการผสม อุณหภูมิและเวลาต่างก็แม่นยำเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด เป็นการปรุงยาที่ระดับสติปัญญาไม่มีทางไปถึงได้
การแพทย์ตะวันตกให้ความสำคัญกับความแม่นยำในขณะยาจีนนั้นยังคลุมเครือมากกว่า อย่างไรก็ตามหากนำความแม่นยำของยาตะวันตกมาใช้ในแพทย์แผนจีนผลลัพธ์ที่ได้จะดีกว่ากับการเตรียมยาด้วยมือแบบดั้งเดิม
กล่าวอีกนัยหนึ่งแม้ว่าจะเป็นยาจีนแผนโบราณตัวเดียวกัน สิ่งที่หานอวิ๋นซีใช้นั้นมีประสิทธิภาพดีกว่าการแพทย์ในยุคนี้มาก
เรื่องเหล่านี้หลงเฟยเยี่ยจะไปรู้ได้อย่างไร? ใครให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ล้าหลังกัน? สมุนไพรที่หานอวิ๋นซีนำออกมาจากห้องตำราล้วนเป็นยาต้านการอักเสบธรรมดาเมื่อผสมเข้ากับยาถอนพิษแทบจะไม่มีผลใดๆ
“ท่านอ๋องความจริงแล้วการเตรียมยานั้นง่ายมากๆ เลยนะ”
หานอวิ๋นซียิ้มอย่างงดงามในขณะที่พูด นางก็ผสมยาถอนพิษและสมุนไพรต้านการอักเสบเข้าด้วยกันจากนั้นก็ตำให้เป็นเนื้อเดียวกัน
“อย่างไรแล้วการเตรียมยาก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดตราบใดที่หาสมุนไพรได้ทั้งหมด นำมารวมกันและบดเข้าด้วยกันมันก็ไม่แตกต่างกันมากนัก”
ในขณะที่ตำยาหานอวิ๋นซีก็แนะนำอย่างมืออาชีพว่า“แน่นอนว่าการตำยานั้นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพละกำลัง ไม่หนักเกินไป ต้องทำอย่างเบามือ”
นางพูดและยื่นสากหินให้หลงเฟยเยี่ย“ท่านอ๋อง อยากลองหรือไม่?”
หลงเฟยเยี่ยที่หมดความอดทนไปนานแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ยังต้องใช้เวลานานเท่าไร?”
ใบหน้าของหานอวิ๋นซีเต็มไปด้วยความจริงจังหยิบยามาทาบนฝ่ามือ ดมยาแล้วตอบกลับไปว่า “คาดว่าน่าจะใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม”
หนึ่งชั่วยามนั่นก็คือสองชั่วโมง
หลงเฟยเยี่ยลุกขึ้นทันที“เตรียมเสร็จแล้ว เอาไปให้ข้าที่ห้องนอนก็แล้วกัน”
เขาที่ออกคำสั่งเสร็จก็เดินออกไปโดยไม่รอคำตอบของหานอวิ๋นซี
“ได้เลยท่านอ๋องกลับดีๆ ล่ะ!” หานอวิ๋นซีรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากเมื่อเดินมาส่งถึงหน้าประตู และเห็นว่าเขาเดินออกไปไกลแล้วสุดท้ายก็ไม่สามารถกลั้นหัวเราะไว้ได้
หากเขาสงสัยนางอีกครั้งนางจะทำให้เขาเบื่อมากกว่านี้แน่นอน
หลังจากปิดประตูหานอวิ๋นซีจึงหยุดตำยาและนำทุกอย่างเข้าสู่ระบบล้างพิษเพื่อจัดการกับมัน
สองชั่วโมงก็เพียงพอแล้วสำหรับนางที่จะอาบน้ำและพักสายตาสักพักเรื่องของจวนแม่ทัพทำให้นางทรมานมาหลายวัน หากไม่ได้พักผ่อนร่างกายที่บอบบางของนางคงทนไม่ไหว
สองชั่วโมงต่อมาหานอวิ๋นซีที่รู้สึกสดชื่นก็ออกมาเจอหลงเฟยเยี่ยที่นอกห้องตำรา
นางพบว่าชายผู้นี้กำลังอ่านหนังสือเอนกายอย่างเกียจคร้าน พร้อมกับถือม้วนตำราอยู่ในมือ ก้มศีรษะและขมวดคิ้วหล่อเหลาราวกับเทพในภาพวาดที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนไม่มีอยู่จริงมากๆ
ไม่รู้เพราะเหตุใดในความคิดของหานอวิ๋นซีนึกถึงฉากในความมืดของคืนนั้นโดยไม่รู้ตัวแสงไฟสะท้อนบนหน้าอกเขา ภาพนั้นชัดเจน ดูน่าประทับใจและน่าตกใจไปพร้อมๆ กัน
ให้ตายเถอะนางมาที่นี่เพื่อใส่ยาให้เขา ทว่ายังไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อยทั้งยังเพ้อคิดถึงเรื่องพวกนั้นอีก?
หานอวิ๋นซีกัดริมฝีปากและเดินเข้าไป“ท่านอ๋อง ยาเสร็จแล้ว”
หลงเฟยเยี่ยวางม้วนตำราลงลุกขึ้นนั่งแล้วมองมาที่นาง จ้องมองด้วยสายตาที่มืดมิดและลึกล้ำ
หัวใจของหานอวิ๋นซีเต้นไม่เป็นจังหวะและหลบสายตาของเขาโดยไม่รู้ตัว
เหตุใดนางถึงใจเต้นเช่นนี้? ความขี้ขลาดนี้ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความประหม่า
ก็แค่ใส่ยาไม่ใช่หรือ? มันง่ายขนาดที่ว่านางหลับตาก็ยังทำได้เลยแล้วเหตุใดนางถึงประหม่าเช่นนี้กัน?
หานอวิ๋นซีแอบบ่นกับตัวเองเดินไปข้างหน้า ก้มหน้าลง ในขณะที่หยิบยาออกจากกระเป๋าหมอนางก็พยายามควบคุมจิตใจไปด้วย
ในไม่ช้านางก็ได้สติกลับมา เงยหน้าขึ้นเพื่อสบสายตาที่ลึกล้ำและเย่อหยิ่งของหลงเฟยเยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและเป็นมืออาชีพ “ถอดเสื้อออก”
เสื้อคลุมไหมทองเนื้อนุ่มเสื้อกล้ามสีขาวบริสุทธิ์ ชายผู้นี้แม้แต่ถอดเสื้อผ้าก็ยังงามสง่าและดูภูมิฐาน
แข็งแกร่งและสวยงามให้ความรู้สึกเย้ายวนใจ มีรอยแผลเป็นที่น่าตกตะลึงราวกับตะขาบเกาะอยู่บนหน้าอกของเขา ทั้งดูดุและหยาบกระด้าง
คิดไม่ถึงว่าแค่ไม่กี่วันแผลของชายผู้นี้ก็หายสนิทแล้ว อันที่จริงแล้วแผลของการโดนพิษจะหายช้ากว่าแผลธรรมดา
หานอวิ๋นซีมองมันอย่างเหลือเชื่อประกอบกับความจริงที่ว่าหูของนางแดงเล็กน้อยฉากนี้ทำให้หลงเฟยเยี่ยไม่พอใจอย่างมาก
“ดูพอหรือยัง? ดูพอแล้วก็ใส่ยาเสีย” น้ำเสียงของหลงเฟยเยี่ยเย็นชาและหมดความอดทน
หานอวิ๋นซีที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อมากขึ้นเรื่อยๆก็เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างรวดเร็วทว่ากลับพบกับสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของหลงเฟยเยี่ย
ชายผู้นี้หมายความว่าอย่างไรกัน? เห็นนางเป็นอะไร?
แม้ว่าจะมีความคิดบ้ากามไปบ้างแต่นั่นก็คือการแสวงหาความงามเหมือนผู้หญิงทั่วไปเข้าใจหรือไม่!
ครู่หนึ่งความประหม่าทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยความโกรธ “ก็จะใส่อยู่นี่อย่างไรล่ะ!"
นางที่พูดจบก็ไม่ได้หยิบยาขึ้นมา ทว่าหยิบมีดขึ้นมาแล้วนำมาลนไฟ
“เจ้าจะทำอะไร?” หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างเย็นชา
“ผ่าตัดไงความสามารถในการรักษาตัวของท่านดีมาก แผลหายแล้วทำให้ยาไม่สามารถซึมผ่านได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้นจึงต้องเปิดแผลเท่านั้น”หานอวิ๋นซีตอบอย่างเคร่งขรึม
ความจริงแล้วจะไม่ใช่วิธีนี้ก็ย่อมได้แค่เพียงนางเพิ่มยาอีกสองสามตัวลงในยาถอนพิษเพื่อเสริมฤทธิ์ ผลที่ได้ก็จะเหมือนกัน
อย่างไรก็ตามสายตาที่รังเกียจของหลงเฟยเยี่ยทำให้นางไม่พอใจอย่างมาก
มีคนสองประเภทในโลกนี้ที่ห้ามทำให้โกรธหนึ่งคือช่างตัดผมและสองคือหมอ คนแรกจะทำให้คุณน่าเกลียดได้ และคนที่สองจะทำให้คุณเจ็บจนตายได้
“เจ้าแน่ใจหรือ?” หลงเฟยเยี่ยมองนางอย่างสงสัย
“แน่ใจสิ!”หานอวิ๋นซีพูดอธิบายว่า “ท่านอ๋อง ถ้าจะไม่ผ่าตัดก็ย่อมได้ แต่ถ้าไม่ผ่าตัดละก็อาจใช้เวลาครึ่งเดือนกว่าที่ยาเหล่านี้จะดูดซับพิษทั้งหมดในร่างกายของท่าน ท่านตัดสินใจเองเถอะ”
เขามีเวลาเพียงสิบวันจนถึงตอนนี้ผ่านไปเจ็ดวันแล้ว
ความรู้สึกที่ถูกควบคุมโดยคนอื่นทำให้หลงเฟยเยี่ยรู้สึกอึดอัดอย่างมากแต่ก็ทำได้เพียงขอให้หานอวิ๋นซีล้างพิษให้เขาอย่างลับๆ
“ผ่าไปเถอะ”เขาตอบตกลง
มีดที่ค่อยๆกรีดลงไปบนแผล ความเจ็บปวดนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าใช้มีดแทงมาโดยตรงเสียอีกหานอวิ๋นซีตั้งตารอสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงของเขาเป็นอย่างมากนางลงมืออย่างไร้ความปรานีจริงๆ แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อมีดกรีดลงไปหลงเฟยเยี่ยกลับขมวดคิ้ว สีหน้าเย็นชา และจ้องมองไปที่บาดแผลของตนเอง
พ่อหนุ่มต้องเป็นความเจ็บปวดแบบไหนกันที่ทำให้เขาขมวดคิ้ว?
หานอวิ๋นซีพบว่าตนเองคิดมากเกินไปจึงสงบสติอารมณ์และใส่ยาอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของนางก็เบาลงมากพยายามบรรเทาความเจ็บปวดของเขาให้มากที่สุด
ในไม่ช้ายาก็ถูกทาลงไปบนบาดแผล แล้วก็พันผ้าพันแผลไว้
“เสร็จแล้วพรุ่งนี้เช้าข้าจะใส่ยารักษารอยแผล” หานอวิ๋นซีพูดอย่างจริงจัง
“ไม่ต้องเปลี่ยนยาหรือ?” หลงเฟยเยี่ยถาม