ลมยามค่ำพัดกลิ่นดอกเหมยอ่อน ๆ ผ่านเข้ามาในโถงย่อย
ซูอินเดินตามองครักษ์เข้ามาช้า ๆ
หัวใจเต้นแรงเหมือนถูกซ้อมด้วยกลองรบ
องค์ชายสี่ หลี่เหริน ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง
ด้านหลังเขาเป็เงาของแสงโคม
แผ่นหลังสูงสง่า ราวกับรูปสลัก
พอซูอินก้าวเข้ามา เขาหันกลับมาช้า ๆ
“เ้า…กล้าทำเื่ใหญ่ขนาดนั้น แล้วไม่คิดจะอธิบายสักคำหรือ?”
เสียงทุ้มเรียบ ๆ ฟังดูเหมือนตำหนิ
แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความห่วงกังวล
ซูอินรีบยกมือขึ้น
“เอ่อ…หม่อมฉันขอแก้ตัวก่อนเลยเพคะ ว่าหนูตัวนั้นเป็คนยืนยันเองว่ามีพิษ!”
หลี่เหรินนิ่งไปหนึ่งวินาที
ก่อนที่มุมปากเขาจะกระตุกขึ้นน้อย ๆ
“เ้าจะบอกว่าข้าต้องขอบคุณ…หนู?”
“ไม่เพคะ ต้องขอบคุณข้าต่างหาก!”
เพี๊ยะ—เธอตบหน้าอกตัวเองเบา ๆ ทำท่าภูมิใจ
องครักษ์หน้าประตูหลุดยิ้ม
แม้แต่ม่อหยางที่ยืนห่าง ๆ ยังส่ายหน้าอย่างทนเอ็นดูกับนิสัยเธอ
หลี่เหรินมองเห็นท่าทีแปลก ๆ นั้น
เขาเลิกคิ้ว
“เ้ามิใช่หญิงครัวธรรมดาจริง ๆ”
ซูอินยิ้มกว้าง
“หม่อมฉันก็แค่…ฉลาดกว่าคนทั่วไปเล็กน้อยเพคะ”
เล็กน้อยในที่นี้คือ ประมาณสิบศตวรรษ
หลี่เหรินก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว
จนซูอินถอยหลังไปเรื่อย ๆ
หนึ่งก้าว
สองก้าว
สามก้าว—
แผ่นหลังเธอชนเสาไม้ดัง “กึก!”
“ฝะ…ฝ่าา จะเข้าใกล้ขนาดนี้ไปทำไมเพคะ!?”
เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้
เงาสีทองบาง ๆ รอบตัวเธอปรากฏอีกครั้ง
“ข้า้ารู้ว่า…”
เสียงเขาเบาและลึกจนหัวใจเธอสั่น
“หญิงสามัญอย่างเ้า…รู้เื่พิษได้อย่างไร”
หมับ!
ซูอินรีบยกพัดไม้ขึ้นมาบังหน้า
“เอ่อ! หม่อมฉันกลิ่นไวเพคะ!”
พูดจบก็ชี้จมูกตัวเอง
“ดมออกหมดเลยเ้าค่ะ! พิษรึ? รู้ทันที! ทั้งที่จริง ๆ ไม่ได้ดมหรอกเพคะ อาศัยเดา—โอ๊ยไม่ใช่! หมายถึงว่า—”
หลี่เหรินมองนิ่ง
เหมือนกำลังดูคนบ้า
แต่เป็คนบ้าที่เขาอดจะสนใจไม่ได้
“เ้าพูดจาแปลกนัก”
“ก็…เป็เสน่ห์ของหญิงครัวค่ะ!”
“หรือเป็เสน่ห์ของหญิงจาก…โลกไหนกันแน่”
ซูอินสะดุ้งเฮือก
หัวใจเต้นปังดังไปถึงเพดาน
ไม่นะ! เขาเริ่มจับได้แล้วเหรอ!??
แต่เสียงพระเอกกลับผ่อนช้า
“ข้าหมายถึง…หญิงจากภพ์หรืออย่างไร”
อ้อ…โล่งใจไปที
เธอพยักหน้าแรงเกินไป
“ใช่ค่ะ! ภพ—เอ๊ย! ไม่ใช่เพคะ! ข้าเป็แค่คนธรรมดา!”
เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด
จนปลายจมูกเกือบชนพัดไม้ที่เธอบังหน้าอยู่
“คนธรรมดาน่ะหรือ…”
ดวงตาของเขาเคลื่อนจากพัดไปยังริมฝีปากเธอแวบหนึ่ง
หัวใจซูอินเต้นดัง ตึง… ตึง… ตึง
นี่มันเกือบเป็ Almost-Kiss Scene แล้วนะ!
แต่จังหวะนั้น—
พัดไม้ในมือนาง…
หลุดมือ!
เพี๊ยะ!
กระแทกเข้าหน้าหลี่เหรินเต็ม ๆ
โครม—!!!
ทั้งโถงเงียบ
องครักษ์อ้าปาก
ม่อหยางยืนตะลึง
ซูอินอ้าปากค้าง
“ฝะ…ฝ่าา! หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจนะเพคะ!!!”
หลี่เหรินหลับตาหนึ่งวินาที
ก่อนถอนหายใจยาว—ยาวที่สุดในรอบหลายปี
“เ้าทำให้ข้า…ใจนปวดหัว”
ซูอินยิ้มเจื่อน
“หม่อมฉันก็ปวดค่ะเพคะ… ปวดใจที่เกือบฆ่าฝ่าาด้วยพัดไม้!”
ม่อหยางยกมือปิดหน้า
“นี่มันบทโรแมนติก หรือบทฆาตกรรมกันแน่…”
หลี่เหรินพอใจในคำตอบแปลกประหลาดของนางไปครึ่งหนึ่ง
แต่สายตาของเขายังเต็มไปด้วยความสงสัย
“ซูอิน”
“เพคะ?”
“เ้ามั่นใจหรือว่า…ไม่เคยศึกษาวิชาพิษมาก่อน”
ซูอินนั่งนิ่ง
คิดในใจว่า
ถ้าบอกว่าเรียนมาจากช่องยูทูปโลกเดิม เขาต้องคิดว่าเราเป็ปีศาจแน่
สุดท้ายเธอสูดลมหายใจ
แล้วพูดช้าๆ ชัดๆ
“หม่อมฉัน…ไม่ได้เรียนพิษเพคะ
แต่รู้ว่า—
ต่อจากนี้…จะมีคนพยายามลอบปลงพระชนม์อีก”
หลี่เหรินชะงักวูบ
เสียงดนตรีจากลานล่างดังแ่
“เ้า—รู้ได้อย่างไร”
ซูอินยิ้มแห้งๆ
ทำท่าชูมือขึ้นเหมือนหมอดูงานวัด
“ก็…สัญชาตญาณเ้าค่ะ!
เหมือนเวลาฝนจะตก ฟ้าเปลี่ยนสี…
พอมีใครคิดร้าย หม่อมฉันก็…รู้สึกได้เพคะ”
หลี่เหรินไม่เชื่อ
แต่ก็ไม่สามารถหาหลักฐานมาหักล้าง
เขามองนางนิ่ง
“เ้าพูดราวกับ…รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
ซูอินรีบส่ายหัว
“ไม่เพคะ! ไม่รู้เลย! รู้แค่…บางทีคนที่ใกล้พระองค์ที่สุด อาจเป็คนอันตรายที่สุดเพคะ”
ประโยคนี้
ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงทันที
หลี่เหรินขมวดคิ้ว
สายตาเขามองออกไปนอกหน้าต่าง
ในความมืดนั้น
เงาของต้นเหมยไหวไปตามลม
“…บางทีคำของเ้า อาจไม่ใช่เื่ล้อเล่น”
เสียงประตูเปิด
องครักษ์เข้ามาคุกเข่ารายงาน
“ฝ่าา! พบศพองครักษ์เวรยามหนึ่งนาย หลังจวนด้านใต้พ่ะย่ะค่ะ”
ซูอินสะดุ้ง
หลี่เหรินหันกลับมา
“สาเหตุ?”
“คาดว่าถูกทำร้ายโดยผู้ฝีมือสูง… ไม่ทราบว่าเข้ามาได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
ซูอินหน้าซีด
นี่…คือสัญญาณเริ่มต้นของแผนลอบสังหารในประวัติศาสตร์!
หลี่เหรินขมวดคิ้ว
แต่หันมาหานางช้า ๆ
“เ้าบอกว่าข้าจะถูกลอบปลงพระชนม์อีก…”
ซูอินเผลอขยับถอยหนึ่งก้าว
แต่หลี่เหรินยื่นมือมาจับข้อมือนางไว้
ไม่แรงเกินไป
แต่มั่นคงจนหัวใจเธอเต้นโครมคราม
“ซูอิน—
ข้าต้องฟังคำเตือนของเ้าหรือไม่”
ซูอินเม้มปาก
มองดวงตาของเขา
ลึก
คม
เชื่อมถึงกันอย่างประหลาด
เธอพูดเบา ๆ
แต่ชัดเจน
“เพคะ… โปรดฟัง”
“อีกไม่กี่วัน…จะมีภัยใหญ่กว่านี้”
“ศัตรูของพระองค์—
ไม่ใช่คนธรรมดา”
หลี่เหรินสบตานางนิ่ง
นิ่งจนเธอแทบหายใจไม่ออก
แล้วเขาก็พูดช้า ๆ
“ซูอิน…”
“เพคะ?”
“เ้ามิใช่คนธรรมดาจริง ๆ”
เธอใจเต้น
มืออุ่นในมือเขา
ใกล้เสียจนลมหายใจปะทะกัน
เขาก้มลงเล็กน้อย
เกือบจะััปลายจมูกเธอ—
แต่แล้ว
“ฝ่าา! เ้าเมืองเหอถงขอเฝ้าด่วนพ่ะย่ะค่ะ!”
โอ๊ยยยยยย!
Almost-Kiss ของจริงถูกขัดแบบนาทีทอง!!
ซูอินสะดุ้งผลักอกเขาเบา ๆ
หน้าแดงแปร๊ด
หลี่เหรินยืดตัวกลับขึ้น
ทำหน้าเรียบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ปลายหูเขาก็แดงเช่นกัน
ก่อนเดินออกจากห้อง
เขาหันกลับมามองเธออีกครั้ง
“เ้าพูดว่า ‘ภัยใหญ่’ …
คืนนี้ห้ามออกจากตำหนักนี้ไม่ว่าอย่างไร”
เงาของเขาลับไปหลังประตู
ซูอินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้
หัวใจเต้นเหมือนจะหลุดออกมานอกอก
ฉันเพิ่ง…เตือนคนสำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์จีนโบราณ… ด้วยมุกตลกที่ดัดแปลงจากข้อมูลอนาคต!
แต่ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวแบบเย็นะเื—
“ศัตรูไม่ใช่คนธรรมดา…”
หลี่เหรินยังไม่รู้เลยว่า
คำเตือนของเธอ…
กำลังจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เขาคิด
และผู้ที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมด
คือศัตรูที่มีสายเืเดียวกับเขาเอง—
องค์ชายรอง หลี่เหวิน
✦ ขึ้นต้นบทที่ 5: หมอกควันกับรอยโรคลับ