บทที่ 10 จี้หยก
หลิงเสวี่ยเม่ยรู้จักร้านยาหัวอี้ถังเป็อย่างดี จึงวางใจลงได้
"แม่คะ เงินพวกนั้นหนูยังต้องใช้อยู่ ตอนนี้ขอยังไม่ให้แม่ก่อนนะคะ"
"ได้จ้ะ" หลิงเสวี่ยเม่ยไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ เธอเชื่อใจลูกสาว รู้ว่าเป็เด็กที่รู้จักประมาณตน
เธอยื่นมือล้วงจี้หยกในกระเป๋าออกมา ส่งให้หลิงเหยา "เหยาเหยา จี้หยกอันนี้เป็ของที่พ่อทิ้งไว้ให้ลูก ลูกสวมไว้ที่คอนะ"
หลิงเหยาตกตะลึงเมื่อเห็นจี้หยก เธอเคยเห็นจี้หยกชิ้นนี้อยู่กับโจวอวี่ในชาติก่อน ตอนนั้นโจวอวี่บอกเธอว่าจี้หยกเป็สิ่งที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้ และยังบอกอีกว่าพ่อของเธอไม่ได้ตาย แต่ยังคงคิดถึงพวกเธอสองแม่ลูกอยู่เสมอ
นึกถึงคำพูดสุดท้ายที่โจวอวี่พูดกับเธอในชาติก่อน หลิงเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย เผยให้เห็นความเยือกเย็นที่แทงทะลุกระดูก จี้หยกนั้นโจวอวี่เอาไปจากแม่ของเธอ โจวอวี่ต้องรู้ความลับของจี้หยกแน่นอน ถึงได้ลงมือฆ่าแม่ของเธอ
หลิงเหยายื่นมือรับจี้หยกมาแล้วสวมมันไว้ที่คอของตัวเอง ชาตินี้โจวอวี่อย่าหวังว่าจะเอาจี้หยกไปจากเธอได้ อย่าหวังว่าจะแอบอ้างเป็ตัวเธอไปพบญาติ
เธอไม่เคยเจอพ่อที่โจวอวี่พูดถึง แต่เธอเคยได้ยินมาว่า พ่อของโจวอวี่และพี่ชายหลายคนของเขาต่างก็ตามใจเธอมาก อะไรที่เธออยากได้ พวกเขาก็จะหามาให้ทั้งหมด
ในเวลาเดียวกัน จู่ ๆ โจวอวี่ก็รู้สึกใจไม่ดี ราวกับว่ามีบางสิ่งสำคัญหายไปอย่างกะทันหัน หรือว่าจะเป็จี้หยกชิ้นนั้น?
เมื่อนึกถึงความเป็ไปได้นี้ โจวอวี่ก็ไม่สนใจความเ็ปที่เท้าอีกต่อไป เธอวิ่งออกไปนอกประตูอย่างร้อนรน จี้หยกนั้นเป็ของเธอ ไม่มีใครจะมาแย่งชิงไปได้ ถ้าไม่มีจี้หยกนั้น แล้วเธอจะไปตามหาญาติพี่น้องในชาตินี้ได้อย่างไร
ในชาติก่อน หลังจากหลิงเหยาถูกจำคุก เธอก็แกล้งทำเป็อยู่เคียงข้างและดูแลหลิงเสวี่ยเม่ย
ครั้งหนึ่งเธอเห็นหลิงเสวี่ยเม่ยถือจี้หยกอยู่ในมือจึงถามอีกฝ่าย หลิงเสวี่ยเม่ยบอกว่าจี้หยกเป็สิ่งที่พ่อของหลิงเหยาทิ้งไว้ให้ เธอจึงแกล้งถามชื่อพ่อของหลิงเหยา โดยอ้างว่าเธอมีเพื่อนอยู่ในเมืองหลวง อาจจะช่วยหลิงเสวี่ยเม่ยสืบหาคนได้
ตอนนั้นหลิงเสวี่ยเม่ยเชื่อ จึงบอกชื่อพ่อของหลิงเหยาให้เธอ หลังจากที่เธอรู้ชื่อพ่อของหลิงเหยาแล้ว ก็ให้กู้ฉิงอันช่วยสืบหาให้ ไม่คิดว่าผลลัพธ์ที่ได้จะดีกว่าที่เธอคาดไว้เสียอีก
หลังจากรู้ข่าวนี้ เธอก็วางยาพิษฆ่าหลิงเสวี่ยเม่ย แล้วนำจี้หยกไปยังเมืองหลวง ไปตามหาพ่อ นับแต่นั้นมาเธอก็ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย
ชาตินี้ เธอจะต้องได้จี้หยกนั้นมาให้ได้ แล้วไปเมืองหลวงเพื่อตามหาญาติเหมือนชาติก่อน ส่วนหลิงเสวี่ยเม่ยกับหลิงเหยา พวกเธอเหมาะจะเป็แค่บันไดให้เธอก้าวข้ามเท่านั้น
กู้ฉิงอันได้ยินเสียงเคลื่อนไหว จึงเดินออกมาจากห้อง เห็นโจวอวี่เดินกะเผลกออกมาจากห้อง "สหายโจว ดึกป่านนี้แล้วคุณจะไปไหนหรือ?"
"ฉันนอนแล้วปวดเอวนิดหน่อย อยากออกไปสูดอากาศข้างนอก" ตอนนี้โจวอวี่อยากจะบินไปบ้านหลิงเหยาแล้วแย่งจี้หยกนั้นมาให้ได้
กู้ฉิงอันมองเท้าของโจวอวี่แวบหนึ่ง "หรือว่าให้ผมไปเป็เพื่อนคุณดีไหม?"
หลังจากใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองวันนี้ เขารู้สึกประทับใจเธอมาก และเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้เธอเล็กน้อย
โจวอวี่ส่ายหน้าอย่างเกรงใจ "ไม่ต้องลำบากคุณหรอก ฉันแค่เดินเล่นแถวนี้เอง"
"ไม่ได้ อาการาเ็ที่เท้าของคุณยังไม่หาย ข้างนอกก็มืดไม่มีแสงไฟ ถ้าเกิดล้มอีกจะทำยังไง? ผมจะไปเป็เพื่อนคุณดีกว่า" กู้ฉิงอันยืนกรานอย่างหนักแน่น
โจวอวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วไม่ปฏิเสธอีก "ฉันอยากไปห้องพยาบาลเพื่อเปลี่ยนผ้าพันแผล"
กู้ฉิงอันก้าวเข้าไปข้างหน้า ยื่นมือออกไปพยุงโจวอวี่ "ไปกันเถอะ ผมจะพยุงคุณเอง"
โจวอวี่หน้าแดงขณะยื่นมือให้กู้ฉิงอัน "งั้นก็ต้องรบกวนพี่กู้แล้วนะคะ"
"ไม่ ไม่รบกวนหรอก" กู้ฉิงอันยื่นมือพยุงโจวอวี่ หัวใจของเขาเต้นระรัว
โจวอวี่เป็ผู้หญิงคนแรกที่สนิทสนมกับเขาขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เขายังได้อุ้มเธอด้วย เขาต้องรับผิดชอบต่อเธอ
กู้ฉิงอันกระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ยปากพูดว่า "สหายโจว คุณมีแฟนหรือยังครับ"
โจวอวี่มองกู้ฉิงอันอย่างสงสัย แล้วส่ายหัว "ไม่มีค่ะ"
เธอช่างมีเสน่ห์จริง ๆ แค่เพียงสองวัน กู้ฉิงอันก็รู้สึกหวั่นไหวกับเธอแล้ว
"ผม… ผมอยากจะ… พัฒนาความสัมพันธ์กับคุณ" ใบหูของกู้ฉิงอันแดงก่ำไปหมด เขาพูดติดอ่างเล็กน้อยด้วยความประหม่า
โจวอวี่ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าอย่างเขินอาย "ได้ค่ะ"
ในอนาคต กู้ฉิงอันจะต้องได้เป็ผู้บัญชาการ เธอจึงต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดี ถึงแม้ว่าการที่กู้ฉิงอันจะได้เป็ผู้บัญชาการนั้นต้องอาศัยความสัมพันธ์ของพ่อหลิงเหยา แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของกู้ฉิงอันเองด้วย ไม่เช่นนั้นถึงแม้คนอื่นจะอยากช่วยเหลือ แต่ถ้าเขาไม่มีความสามารถก็ไร้ประโยชน์
แน่นอนว่ายังมีอีกเหตุผลหนึ่งคือ กู้ฉิงอันเคยเป็คู่หมั้นของหลิงเหยา ไม่ว่าจะเป็สิ่งของหรือคนที่เป็ของหลิงเหยา เธอก็ต้องแย่งชิงมาให้ได้ เธอ้าให้หลิงเหยาเ็ปและสิ้นหวัง เหมือนชาติก่อนที่มีชีวิตอยู่แต่แย่ยิ่งกว่าตาย
ในชาติก่อน หลังจากที่เธอถูกหลิงเหยาแทงด้วยเข็ม เธอก็ติดเชื้อและเสียชีวิตไม่นานหลังจากนั้น โชคดีที่เธอยังมีโอกาสได้กลับมาอีกครั้ง ชาตินี้เธอจะยังคงเป็คนที่หัวเราะได้เป็คนสุดท้าย
"คุณตกลงแล้วนะ" กู้ฉิงอันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก
"ค่ะ"
"ดีจังเลย ฮ่า ๆ ๆ... ผมจะอุ้มคุณไปห้องพยาบาลนะ" กู้ฉิงอันยื่นมือไปอุ้มโจวอวี่ขึ้นมา แล้วรีบวิ่งไปยังห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว
หลิงเหยาเพิ่งจะปิดประตู เธอก็เห็นกู้ฉิงอันอุ้มโจวอวี่เดินเข้ามา สายตาของเธอเ็าลงในทันที พวกเขาช่างเป็คู่ชายเลวหญิงต่ำ พัวพันกันเร็วเหลือเกิน
กู้ฉิงอันอุ้มโจวอวี่เข้ามาในห้อง วางเธอลงบนเก้าอี้อย่างระมัดระวัง "หลิงเหยา เธอไปเรียกป้าหลิงมาเปลี่ยนยาให้เสี่ยวอวี่หน่อย"
"แม่ของฉันนอนแล้ว พวกคุณค่อยมาพรุ่งนี้เถอะ" หลิงเหยายิ่งมองทั้งสองคนก็ยิ่งรู้สึกแสบตา
"หลิงเหยา ฉันรู้ว่าเธอไม่พอใจฉัน แต่เสี่ยวอวี่ไม่มีความผิด เธออย่าเพิ่งโทษหล่อนเลย เื่ระหว่างเรากับหล่อนไม่เกี่ยวกัน"
"คุณจะเปลี่ยนยาให้เธอตอนนี้จริง ๆ เหรอ?" สายตาเ็าของหลิงเหยาตกลงบนใบหน้าของกู้ฉิงอัน ชาติก่อนเธออาจจะยังมีความรู้สึกดีต่อเขาอยู่บ้าง แต่ชาตินี้เธอมีแต่ความเกลียดชังอย่างรุนแรงต่อเขา
"แน่นอนอยู่แล้ว"
"ได้ ฉันจะเปลี่ยนให้เธอเอง" หลิงเหยาหันหลังไปหยิบผ้าพันแผลและยาจากตู้ยา
"หลิงเหยา เธอจะต้องทำตัวไร้เหตุผลแบบนี้ทำไม? เธอเป็หมอหรือไง? เธอมีสิทธิ์อะไรมาเปลี่ยนยาให้เสี่ยวอวี่?"
"ตอนฉันอายุสิบแปดปี ฉันไปสอบใบประกอบวิชาชีพมาแล้ว คุณว่าฉันเป็หมอหรือเปล่าล่ะ?"
หลิงเหยาวางยาและผ้าพันแผลลงบนโต๊ะ สายตาเ็าจ้องมองกู้ฉิงอัน "ถ้าไม่อยากเปลี่ยนยา พวกคุณก็ออกไปได้"
หลังจากเธอจบมัธยมปลาย เดิมทีเธอก็ตั้งใจจะเข้ามหาวิทยาลัย แต่แม่ของกู้ฉิงอันบอกเธอว่าผู้หญิงไม่จำเป็ต้องเรียนมากมาย แค่แต่งงานกับผู้ชายที่ดีก็พอแล้ว ลูกชายของเธออย่างกู้ฉิงอันก็ไม่้าภรรยาที่เก่งแต่เื่เรียนหนังสือ
ตอนนั้นเธอหลงรักกู้ฉิงอัน เลยเชื่อฟังคำพูดของแม่กู้ และไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยอีก ไม่ว่าแม่ของเธอจะพยายามโน้มน้าวอย่างไร เธอก็ไม่ยอมฟัง
หลังจากนั้นเธอก็คอยช่วยแม่ดูแลรักษาคนในหมู่บ้านที่ห้องพยาบาล เพื่อความสะดวกเธอจึงไปสอบเพื่อรับ 'ใบประกอบวิชาชีพแพทย์ชนบท' อย่างไรก็ตาม 'ใบประกอบวิชาชีพแพทย์ชนบท' นี้ใช้ได้เฉพาะในหมู่บ้านเท่านั้น สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยได้ แต่โรงพยาบาลใหญ่ ๆ ไม่ยอมรับ
ชาติก่อนเธอช่างโง่เขลาเสียจริง ๆ
กู้ฉิงอันพูดไม่ออก เื่ที่หลิงเหยาไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้น เขาเคยได้ยินแม่ของเขาพูดถึง แม่ของเขาบอกว่าถ้าหลิงเหยาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็จะเหนือกว่าเขา และต่อไปก็จะควบคุมยาก ตอนนั้นเขาคิดว่ามีเหตุผล จึงเห็นด้วย