God diary บัญญัติเทพพิชิตโลก

    มหันตภัยป่าโบราณ2

    "เกิดอะไรขึ้นรีอาร์"
    หัวหน้าคณะตะโกนถาม แต่ไร้ซึ่งคำคอบ คงมีแต่กริยาจากอีกฝ่ายที่วิ่งมาทำท่าโบกมือบอกให้รีบถอยเป็นการด่วน แต่ละคนสับเท้าด้วยความเร็วสูงใส่เกียร์หมาวิ่งกลับมาโดยไม่คิดชีวิต ทาร่ากระโดดโหยงหลบเข้าข้างทางเป็นคนแรก หลังเห็นชาล์เรียสไคลม์โบกมือเป็นสัญญาณบอกกับพวกพ้องที่วิ่งหน้าตื่นกลับมาให้หลบไปพ้นจากทางกระสุนที่กลุ่มพวกตนประทับเตรียมอยู่ก่อนแล้ว 
    รีอาร์เมื่อเห็นว่าอีกฝั่งตั้งกองทาร์ซติดอาวุธและพลขับที่ถือปืนในมือยืนเรียงแถวเตรียมพร้อมรับมือก็รีบหลีกทางให้ เขาร้องบอกพวกลูกจ้างเสียงหลงด้วยเหนื่อยจนหืดขึ้นคอ
    "หลีกไปให้หมดอย่าขวางทางปืน" 
    ทุกคนเมื่อได้ฟังดังนั้นก็พากันตะกายหนีหลบเข้าข้างทางเป็นการด่วน ต่างมองหาโขดหินกำบังและรากไม้ก้มต่ำมอบดินพื้นเอาไว้ 
    ไม่นานนักเงาสีดำขนาดเขื่องกว่าหลายสิบตัวก็โผล่พรวดออกมาจากพงเฟรินด้านหลัง บรรดาลูกกิ้งก่าขนาดใหญ่กว่าฝูงตรงหน้าด่านทางเข้าลำตัวยาวจากหัวจรดหางกว่า8เมตร สูงประมาณ2เมตรเฉลี่ยไล่เลี่ยกันไปตามแต่ขนาดตัวเกิดก่อนเกิดหลัง ทะยานพุ่งเข้ามาหากองเกวียนเบื้องหน้าพวกมันอย่างหมายเอาชีวิต
    อ้าปากเผยอ เขี้ยวคมกริบตะหวัดลิ้นสะบัดไปมาเคลือบน้ำลายเป็นฟองฟูมปาก ส่งเสียงร้องขู่ดังฟ้อเหมือนกับงูจงอางแต่ดังกว่ามากหลายเท่าตัว เรียงหน้าตะกายกันออกมาจนพื้นสั่นรัวราวกันแผ่นดินไหว 
    "ยิง" 
    คล็อกครัชตะโกนสั่งพร้อมกับลั่นไกปล่อยกระสุน เสียงดังปานอันสนีบาตฟาดก็ระงมก้องไปทั้งหุบเขาด้วยพลังระเบิดของดินปืน พวกตัวที่อยู่แถวหน้าสุดถูกพลังทำลายล้างของกระสุนหนัก ทะลวงเข้าซอกอกทะลุออกด้านหลังคอล้มหน้าคว่ำคะมำไปกับพื้น ตัวที่อยู่ข้างหลังวิ่งตามกันออกมาติดๆถูกหัวกระสุนอัดเข้ากลางตัวหมุนควงราวกับสว่านคว้านเอาเครื้องในทะลักพุ่งกระจายออกไปอีกด้าน ตัวแล้วตัวเล่าที่โผล่ออกมาจากโพรงไม้ถูกสอยดิ้นพล่านร้องระงมไปกับพื้น แต่ใช่ว่าพวกมันจะสงบลงง่ายอย่างที่ใครๆคิด
    แม้จะตั้งหลักรับมือ สลับกันยิงกันเป็นพัลวัน แต่จำนวนของพวกมันก็ไม่ได้มีน้อยเหมือนเช่นหน้าด่านอีกทั้งขนาดตัวยังใหญ่กว่า 2-3 เท่าประดังหน้าเข้ามาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดซะเหมือนคลื่นทะเลซัดเข้าหาชายฝั่งเป็นระลอกระลอก เหยียบย่ำทัพกองศพพวกเดียวกัน ปีนป่ายพ้นออกมาราวกับฝูงแร้งทึ้งที่หิวโหยไม่กลัวตาย มันทะยานเข้ามาใกล้เรื่อยๆมากขึ้นมากขึ้นจนกระทั่งยิงกันไม่หวาดไม่ไหว  
    แนวขบวนของเกวียนถูกล้อมโดยกำแพงหินผาแกร่งสีเขียวทึบ เบื้องหน้าเป็นทางช่องเขาแคบ ทะลักเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตเลื่อยคลานขนาดใหญ่ที่ไหลหลากมาเต็มกำลังรบ กลายเป็นว่าบัดนี้ทุกคนในคณะถูกปิดล้อมต้องตรึงสู้กับจำนวนของพวกมันที่หลากไหลมาไม่มีทีท่าหยุดลงง่ายๆ 
    บรรดาคนงานสลับกันยิงสลับกันเติมกระสุนจนแขนล้าไปหมด กลุ่มของทาร่ากับรีอาร์ถอยตั้งหลักเข้ามาเสริมแนวยิงกับคล็อกครัชและทุกคนในขบวน ควันจากปืนและคราบเขม่าดำลอยคลุมบริบทการมองเห็นทั้งหมด ในขณะที่เสียงเท้าหนักของศัตรูย่ำใกล้เข้ามาเรื่อยๆทุกๆนาที ชาล์เรียสไคลม์สั่งให้ทั้งหมดหยุดยิ่ง ตัดสินใจควบกวางเขาดาบของรีอาร์แจ่นทะยานออกไปจากแนวหน้า เหวี่ยงกระเป๋าหนังที่เก็บหอกเหล็กหลายสิบแท่งกระจายตัวออกพุ่งเป็นลูกธนูหลายสาย 
    อาวุธทั้งหมดที่ถูกสาดออกไปแตกเป็นสิบกว่าเส้น แต่ละแทงอัดแน่นไปด้วยสปีริตอันแข็งแกร่งเต็มลำเหล็ก ถลาเข้าสู่เป้าหมายเบื้องหน้าที่กรูเข้ามานับ10นับ100 แรงลมจากผลลัพธ์นั้นปัดเป่าควันเขม่าทั้งหลายให้จางหายออกไป จนมองเห็นเบื้องหน้าอย่างชัดเจน ลำเหล็กแหลมยาว พุ่งตัดผ่านลำคอ กลางลำตัวหรือแม้กระทั่งตั้งแต่หัวจรดปลายหาง ทะยานออกไปด้านหลัง ระเบิดแม้ซอกหินและตัดหน้าผาเป็นทางยาวไปถึงด้านหลังหลายสิบเมตร เสียงดังโครมครามราวกับฟ้าทล่ม เป็นเสมือนรถสว่านขนาดใหญ่หลายคันบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าพังราบพนาสูรเป็นแถบ 
    เศษซากของก้อนหินและอวัยวะพวกอสูรนับร้อยครั้งที่กองเรียงรายอยู่ในตอนแรกและที่กำลังทะยานเข้ามาเละไม่เหลือซาก กลายเป็นเพียงชิ้นเนื้อและก้อนกระดูกขาวโพลนขาดกระเซ็นรวมกลุ่มกันอยู่ตรงนั้น มองดูด้วยสายตาก็แทบไม่ต่างอะไรจากกองเนื้อบดละเอียดที่ถูดปั่นโดยเครื่องสับชั้นดี 
    บรรดาลูกขบวนทั้งหมดทิ้งตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้าหมดกำลัง แต่ใช่ว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลงเพียงแค่นั้น เบื้องหลังฉากที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันเบื้องหน้าไคลม์ ร่างยักษ์ใหญ่อาบโลหิตค่อยๆขยับออกมายืนประจันหน้ากับเขาหลังหลบอยู่บนกำแพงหินผาอยู่นาน หางขาดด้วนยังคงมีเลือดออกมาจากบาดแผลให้เห็นอยู่ มันตัวสั่นแต่ก็ยังคงร้องขู่คำรามตั้งท่าเตรียมสู้ด้วยความโกรธแค้นที่ลูกๆถูกฆ่าเกือบยกรัง 
    ยังมีพวกลูกๆของมันหลงเหลืออยู่บริเวรรอบๆขาอีกหลายสิบตัว ที่ทำท่าขู่สลับกระโดดเหยงไปมา เจ้ากิ้งก้าแม่ตัวยักษ์สะบัดหัวของมันพ่นลมออกจากจมูกฟึดฟัดเหมืนจะเอาเรื่อง บุรุษพเนจรจ้องเขม็งใส่มันเหมือนกับพยายามข่มขวัญให้หวาดกลัวไม่กล้าเข้ามาใกล้ 
    "จะเอาไงดีล่ะ ข้าจะปล่อยมันไปแล้วนะ เห็นว่ายากเอาชนะมันให้ได้เหมือนกับข้า จำได้ไหม เจ้าเคยขอให้ข้าสอนอะไรไว้ หรือว่าตอนนี้จะเปลี่ยนใจไม่กล้าสู้เสียแล้วอย่างนั้นเหรอ.."
    เขาลากเสียงเอียงศรีษะเล็กน้อยหันไปมองด้านหลัง
    "สาวน้อย"  
    ทุกสายตาจับจ้องมองไปที่เด็กหญิงตัวจ้อย ลิซาน่าที่เคยกอดขาบิดาแน่นเมื่อครู่นี้ ภายหลังได้ยินคำพูดของไคลม์สีหน้าเธอก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน เด็กหญิงวิ่งทะยานออกไปเบื้องหน้าพร้อมๆกับแมวน้อยเทียร์บี้ที่กระโดดเกาะขึ้นบ่า หัวหน้าคณะเดินทางตกใจที่ได้เห็นดังนั้น เขาส่งสัญญาณควบทาร์ซติดอาวุธเร่งตามลูกสาวตนเองออกไป 
    ไคลม์แสยะยิ้มเมื่อเห็นเช่นนั้น เขาหันหลังให้กับฝูงกิ้งก่ายักษ์ตรงหน้า ควบกวางเขาดาบวิ่งกลับมาหาคณะกองเกวียนที่พุ่งสวนเข้ามาหาพร้อมกับลิซาน่าที่นำหน้าอยู่ กองกำลังกิ้งก่านับสิบและเจ้าตัวยักษ์ใหญ่วิ่งไล่กวดตามหลังมาติดๆเมื่อเห็นศัตรูหนี มันไม่ได้สนใจฝูงทาร์ซติดอาวุธที่มุ่งเข้ามาหาจากทิศทางตรงกันข้าม เป้าหมายคือไคลม์คนเดียวเท่านั้นที่มันหมายใจจะล่า
    เด็กหญิงลิซาน่าวิ่งสุดกำลังขาทะยานเข้าหาเป้าหมายตัวใหญ่เบื้องหลังไคลม์ เธอตะโกนร้องขู่มันสุดเสียงแล้วขานชื่อสัตว์เลี้ยงออกมา
    !!"เทียร์บี้"!!
    **!!เปรี้ยงงงงงงงงง!!**
    สิ้นเสียงประกาศิตนั้นพลันก็เกิดสายฟ้าฟาดออกมากจากตัวของเจ้าเหมียวน้อย ลำแสงสีดำปนแดงสาดกระจายออกไปทั่วอาณาบริเวณสะท้อนกำแพงหินรอบข้างหลายเส้นจนเห็นเป็นประกายไฟลุกแสบตา 
    ร่างทมึนหนาขนาดยักษ์สีดำสามเศียรกระโจนออกมาจากกลุ่มควันที่ลุกไหม้โดยสายฟ้าทมิฬ มันกู่ร้องคำรามสลับกันก้องไปทั้งเวิ้งน้ำตกใหญ่ พุ่งทะยานเข้าใส่แม่กิ้งก่ายักษ์ตรงหน้าเลยข้ามหัวชายหนุ่มพเนจรไป ลิซ่าน่านั่งอยู่บนศรีษะของมันเธอใช้แส้อัสนีเหวี่ยงรัดรอบๆปากของฝ่ายตรงข้ามที่กำลังอ้าเผยอเตรียมกัดสวนเข้ามา เทียร์บี้ในร่างอสูรจุติเซอร์เบอรอสอ้าแขนออกจนสุดแยกเขี้ยวคำรามพร้อมกับกดฟาดเท้าขวาใส่ใบหน้าเข้าเต็มกร้ามจนกระทั่งอีกฝ่ายปลิวกระเด็ดด้วยแรงตบอันทรงพลัง 
    คมเล็บแหลมสีดำยาวเรียวราวกับเคียวยมทูต อาบท่วมไปด้วยโลหิตแดงฉานจากสัตว์เลื้อยคลานร่างใหญ่โต การตะปบในครั้งนั้นไม่เพียงสร้างความเสียหายจากแรงปะทะด้วยฝ่าเท้าเพียงอย่างเดียว อาวุธอันคมกริบที่ซ่อนอยู่ภายใต้หนังนิ้วเฉือนเข้าที่ใบหน้าอีกฝ่ายจนเป็นแผลฉีกกว้างยาวประมาณเกือบ1เมตร ลึกเพียงพอให้เห็นกระดูกสีขาวโพลนตั้งแต่กะโหลกศรีษะยาวลงมาถึงลำคออวบใหญ่
    เส้นเลือดดำ เส้นเลือดแดง ไขมัน และเนื้อสีชมพูชุ่มโลหิตเผยออกมาให้เห็นใต้เปลือกเกราะสีเขียวเข้มที่ทั้งแข็งและหนา บัดนี้มันฉีกแตกออกเป็นทางยาวเพราะการจู่โจมเมื่อครู่ ร่างอสูรสีดำสามเศียรทะยานลงสู่พื้นส่งเสียงร้องคำรามต่อหน้ากิ้งก่ายักษ์ที่นอนล้มคว่ำห่างออกไปไม่ไกล 
    อีกด้านหนึ่ง บรรดาลูกๆของมันที่พุ่งเข้าหากลุ่มของหัวหน้าคณะเดินทางก็กำลังจะชาทถึงกันในอีกไม่ช้า รีอาร์ยืมกวางเขาดาบของภรรยาควบตามมาด้วยความเร็วสูง ไล่ตามสปีดของทาร์ซและหัวหน้าขบวนจนทัน ทั้งกองหน้าติดอาวุธเขาเหล็กพร้อมปืนเต็มอัดตราศึก วิ่งสวนทางกับไคลม์ซึ่งขี่กวางเขาดาบของรีอาร์วิ่งกลับเข้ามาในกองเกวียน สองหนุ่มมือฉะมั้ง ชายพเนจรกับลูกจ้างหนุ่มยกมือขึ้นแตะแท๊กทีมกันเพื่อสลับตัวในจังหวะวิ่งสวนทางระยะประชิด ไคลม์เข้ามารวมกับทาร่าและบรรดาลูกขบวนกองหลังซึ่งตั้งท่าเตรียมรับมืออยู่ก่อนแล้ว 
    ฝั่งหัวหน้าขณะเดินทางพร้อมกับคนอื่นๆ ก้มตัวลงต่ำใช้ขาหนีบกระแทกส้นเท้าคู่เข้าใส่สะโพกของเจ้าแรดทะลทรายขนปุย มันเร่งสปีดลดหัวลงต่ำจนเกือบจะหายใจเอาดินเข้าไปในจมูก คมเหล็กแหลมยาวสีเงินสะท้อนกับแสงดวงอาทิตย์เปล่งประกายจากนอของมันพุ่งไปข้างหน้าราวกับหอกที่ถูกขว้างออกจากมือนักรบ 
    ครั้นเมื่อถึงจังหวะจวนประชิดอีกเพียงไม่กี่ช่วงแขน พลขับทั้งหมดก็ยกเชือกที่คอของมัน กระตุกสั้นๆด้วยข้อมืออย่างแรง ส่งผลให้เจ้าสัตว์หน้าขนร่างใหญ่เสยนอของมันขึ้นซัดคมอำมหิตทะลวงผ่านช่วงอกของศัตรูทะลุออกไปทางด้านหลังพร้อมกับเครื่องใน เจ้าสัตว์สี่ขาที่กระโจนตัวเข้ามาใส่ ร้องดิ้นตะเกียดตะกายพล่านด้วยความเจ็บปวด ขณะที่ถูกเสียบร่างติดกับนอเหล็กวิ่งลากไปเป็นทางกลับไปด้านหลัง
    มันอ้าปากเหมือนจะงับเข้าใส่หัวของคล็อกครัช หัวหน้ากองคณะเดินทางซึ่งประทับปืนรอก่อนอยู่แล้ว ยิงสวนเข้าที่ปลายคางระเบิดสมองออกทางเหนือกระหม่อมทำให้เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ตนนี้สิ้นฤทธิ์เดชลงทันที ทาร์ซสวมนอเหล็กสะบัดร่างมันออกแล้วเหวี่ยงลงข้างทางกลิ้งคลุกฝุ่นไปหลายตะหลบก่อนยกเขาขึ้นเสียบปะทะตัวต่อๆไป 
    เป็นอยู่เช่นนี้หลายหนสลับกัน ภายหลังยกเขาเสียบได้ พลขับทั้งหลายก็ใช้ปืนยิงสวนแสกหน้า บ้างซักเข้าทรวงอก บ้างก็ใส่เข้าที่ขมับตัวแล้วตัวเล่าร่วงกลิ้งลงไปกับพื้นไม่เหลือเค้าสัตว์ดุร้ายน่าเกรงขาม บางจังหวะก็ถูกเท้าของสัตว์ลากเกวียนเหยียบซ้ำจนแน่นิ่งไป การปะทะดุเดือดยังคงดำเนินไปต่อเนื่องไม่หยุดลงง่ายๆ ทั้งฝ่ายยักษ์ใหญ่สองตัวกับบรรดาลูกสมุนกิ้งก่าที่เหลือ กับกองกำลังทาร์ซติดอาวุธของฝั่งคณะเดินทาง การต่อสู่อันดุเดือดจะจบลงเช่นไรไม่มีใครทราบ
    "โห แม่หนูนั่นทำได้ดีกว่าที่คิดแหะ แบบนี้สิถึงค่อยสมกับเลือดที่เสียไปหน่อยหึหึหึ"
    ไคลม์ยืนมองสถานะการณ์อยู่เบื้องหลังเอ่ยปากชม ในขณะที่ทาร่าสั่งให้ทุกคนตั้งแนวยิงใหม่เผื่อไว้รับมือในสถานะการณ์ฉุกเฉินอันไม่อาจคาดเดาได้ เสียงการปะทะพร้อมกับปืนที่ลั่นอยู่ไม่ไกลทำให้ไม่อาจจินตนาการผลลัพได้เท่าที่ควร พื้นที่ด้านหน้าเต็มไปด้วยฝุ่นและพงไม้รกชัด ยากแก่การมองเห็นเมื่อสังเกตุจากจุดยืนของพวกเธอ 
    ยังคงมีเสียงร้องขู่ของสัตว์เลื้อยคลานเหล่านั้นแว่วออกมาให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ แสดงว่าจำนวนของพวกมันมีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว รีอาร์ขว้างหอกซัดเขาใส่พวกมันตัวแล้วตัวเล่า 
    หอกเคลือบพลังทำลายซัดร่างใหญ่พวกนั้นขาดกระเด็นเหมือนถูกเป่าด้วยระเบิดมือ เขาวนมาหยิบแท่งที่เสียบกับพื้นหลังใช้ออกไปอยู่หลายครั้ง ศัตรูบางส่วนหลบเร้นขึ้นไปบนหน้าผาหวังจะใช้ความได้เปรียบบนที่สูงกระโดดลงมาใส่ แต่มิวายได้ทันทำเช่นนั้นก็ถูกปืนสอยร่วงลงมาจนเกือบหมด จำนวนของพวกมันลดน้อยลงไปเรื่อยๆเหลือเพียงไม่กี่ตัวหลังช่วงเข้าตะลุมบอล

    (โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้)
    บทประพันธ์ : มังกรขาวเล่าเรื่อง