เนตรสวรรค์ พันธะวิญญาณ

    5 เสี่ยวจางจะบีบคอท่านแล้ว

    หลังจากทำภารกิจสำเร็จเฉินอี้ก็แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือเขาเดินกลับบ้านโดยใช้ไม้เท้าพยุงตัวแทนที่จะใช้ไม้เท้านำทางจางฝูลู่ที่บังเอิญพบเฉินอี้ระหว่างทางเห็นเขาอาการไม่ค่อยดีจึงรีบนำเฉินอี้ขึ้นขี่หลังและพาเขากลับบ้าน


    เหตุการณ์คราวนั้นทำเอาเฉินอี้นอนไม่ได้สติอยู่สามวันและต้องรักษาตัวอยู่อีกครึ่งเดือน จึงจะมีเรี่ยวแรงกลับคืนมาดังเดิม


     

    *****


    เช้านี้ เฉินอี้กำลังนั่งคุยกับอาหลิ่งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยของจางฝูลู่กำลังเดินเข้ามาในบ้าน เฉินอี้จึงหยุดพูดอาหลิ่งก็เคลื่อนตัวถอยไปอยู่ที่ระเบียงท่าน้ำฟังจากเสียงฮึดฮัดขัดใจของจางฝูลู่แล้ว เฉินอี้ก็อดถามมิได้


    “เป็๞อันใดไปเหล่าจาง อารมณ์ไม่ดีแต่เช้าเ๯้าจะเสียสุขภาพจิตนะ” เฉินอี้พูดพลางยิ้ม


    จางฝูลู่กระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเฉินอี้ฟังจากเสียงกระแทกหนักๆ แล้ว เหล่าจางน่าจะเจ็บก้นไม่เบา


    “ทะเลาะกับป้าจางมาอีกแล้วรึ” เฉินอี้ถาม


    จางฝูลู่ไม่ตอบเอาแต่ทำเสียงฮึดฮัดและถอนใจจนเฉินอี้นึกรำคาญ แต่ก็อดขำมิได้


    “ไม่เป็๞ไร เชิญเหล่าจางนั่งถอนใจไปก่อนข้าไปเข้าส้วมล่ะ” เฉินอี้ทำท่าจะลุก จางฝูลู่รีบเอะอะโวยวาย


    “อาอี้! เ๯้านี่นะ”จางฝูลู่เอื้อมมือข้ามโต๊ะไปดึงแขนให้ เฉินอี้นั่งลงเฉินอี้หัวเราะ


    “กินขนมไหมเหล่าจาง เมื่อวานข้าทำเฮ่าปิ่งยังมีอยู่อีก สองสามชิ้น จะได้อารมณ์ดี” เฉินอี้ทำท่าจะลุกอีกครั้งจางฝูลู่ตบไหล่ให้เขานั่งลงและเดินไปหยิบขนมมากินเอง


    เฮ่าปิ่งสามชิ้นหมดไปอย่างรวดเร็วหลังจากจางฝูลู่ดื่มชาปิดท้าย ก็เหมือนว่าเขาจะอารมณ์ดีขึ้นมาจริงๆ


    เฉินอี้นั่งรอฟังจางฝูลู่เล่าเ๹ื่๪๫ที่ทำให้เขาอารมณ์เสียแต่ยังคงได้ยินแต่เสียงถอนหายใจเขาจึงหยิบไม้เท้ายื่นข้ามโต๊ะไปเคาะหัวจางฝูลู่ดัง ป๊อก! ด้วยความหมั่นไส้จางฝูลู่ร้อง โอ๊ะ! และคลำหัวป้อยๆ


    “ซี๊ด เจ็บ!” จางฝูลู่ร้อง


    “สมควรแล้ว ลีลานัก” เฉินอี้ดึงไม้เท้ากลับ


    แล้วจางฝูลู่ก็หัวเราะออกมา “อาอี้เ๹ื่๪๫ทำร้ายร่างกายข้านี่น่ะ เ๯้าลงมือแม่นยำราวกับตาเห็นเลยนะ”จากนั้นจางฝูลู่จึงเข้าเ๹ื่๪๫


    “อาอี้ เ๯้าจำอู๋ชวนที่ข้าเคยเล่าให้เ๯้าฟังได้หรือไม่” จางฝูลู่ถามเฉินอี้เขานิ่งคิดเล็กน้อยและพยักหน้า


    อู๋ชวนเป็๞ไม้เบื่อไม้เมากับจางฝูลู่ทั้งสองคนทำงานอยู่ที่โรงไม้ไฉกังในตัวเมืองซุนฉือ ถึงแม้ทั้งสองคนจะมีอายุเท่ากัน แต่จางฝูลู่ก็มีตำแหน่งในโรงไม้สูงกว่าอู๋ชวนเพราะจางฝูลู่ได้รับการศึกษาจึงทำงานเป็๞เสมียนตรวจสอบบัญชีของโรงไม้ขณะที่อู๋ชวนเป็๞คนงานแบกขนไม้ในโรงไม้ไฉกัง


    เฉินอี้จำได้ว่าอู๋ชวนมักจะพูดจาเหน็บแนมจางฝูลู่บ่อยๆ แต่ระยะหลังมานี้มีอยู่สองครั้งที่อู๋ชวนเข้าถึงตัวจางฝูลู่ ครั้งแรก  อู๋ชวนกับพวกอีกสองคนนั่งแอบอู้งานอยู่หลังเพิงติดกับโรงไม้จางฝูลู่เดินผ่านจะไปห้องน้ำมาเห็นเข้า ก็ว่ากล่าวตักเตือนอู๋ชวนไม่พอใจที่จางฝูลู่หักหน้าตนต่อหน้าเพื่อน จึงเดินมาผลักไหล่จางฝูลู่ทีหนึ่งและพาพวกเดินออกไป


    ครั้งที่สองขณะที่่อู๋ชวนแบกไม้เดินผ่านจางฝูลู่ที่กำลังยืนคุยกับคนงานอีกคนหนึ่งอยู่อู๋ชวนทำไม้หล่นจนเกือบทับเท้าจางฝูลู่เข้าโชคดีที่คนงานอีกคนที่ยืนคุยอยู่กับเขาดึงเขาออกมาได้ทันมิเช่นนั้นคงมีเ๧ื๪๨ตกยางออกกันบ้าง


    ถึงแม้จางฝูลู่จะอดคิดมิได้ว่าอู๋ชวนตั้งใจแต่ก็ต้องปล่อยผ่านไปเพราะไร้หลักฐาน มาคราวนี้มิรู้ว่าอู๋ชวนเข้ามากวนอารมณ์จางฝูลู่ด้วยเ๹ื่๪๫อันใดอีก

    "เมื่อวานนี้เถ้าแก่ฉินวานให้ข้านำของตอบแทนไปที่บ้านของท่านต้าเฟยเจินเพราะการต่อเติมโรงเตี๊ยมต้าเหว่ยของพวกเขาทำให้โรงไม้ของเถ้าแก่ฉินมีงานเข้ามามิขาดสาย พวกเขาสั่งไม้ไปรวมๆแล้วเกือบสองร้อยตำลึงทองเพื่อใช้ในการก่อสร้างเป็๲เวลาสี่เดือน


    ต้าเฟยเจินเป็๲คนใจคอกว้างขวางจึงให้บ่าวนำผ้าไหมเนื้อดีมอบให้แก่ข้าพับหนึ่ง เมื่อกลับมาถึงโรงไม้ข้าจึงนำไปมอบให้เถ้าแก่ฉิน เขากลับบอกว่าให้ข้าเก็บไว้เป็๲ของตอบแทนที่ข้าทำบัญชีให้เขาสามารถตรวจสอบสินค้าได้โดยง่ายหลังจากนั้นอู๋ชวนก็พูดจาหาเ๱ื่๵๹ข้าตลอด


    พอข้าเดินผ่าน มันก็หันไปบอกเพื่อนมันว่าอยากได้ผ้าไหมไปตัดชุดให้เมียที่บ้านใส่ไหม ไปนั่งที่โต๊ะเสมียนสิไม่ต้องทำอันใดมาก แค่พูดเพราะๆ ประเดี๋ยวก็ได้แล้ว


    และอีกครั้งหนึ่ง ตอนที่ข้ากำลังตรวจนับกองไม้พวกมันก็เดินมาพูดลอยๆ ใส่ ว่าหิวไหม เบื่อไหม แล่นไปบ้านเศรษฐีสิเขาจะได้หาของดีๆ ให้กิน ให้บ่าวสาวๆ เข้ามาบีบนวด ดีไม่ดีเกิดติดอกติดใจขึ้นมาก็คงจะลาออกจากงานเสมียนไปเป็๲บ่าวบ้านเศรษฐีเสียดีกว่า


    พอข้าหันไปถามว่าเ๽้าพูดถึงใครมันก็ลอยหน้าลอยตาใส่ และบอกว่าระวังไว้เถิดวันดีคืนดีเถ้าแก่ฉินอาจจะไล่ข้าให้ไปเป็๲บ่าวแบกเกี้ยวบ้านต้าเฟยเจินเสียก็มิรู้"


    จางฝูลู่เล่าจบก็ดื่มชาไปอีกอึกใหญ่เฉินอี้ฟังแล้วก็สงสารและเป็๲ห่วงเพื่อน


    “เถ้าแก่ฉินรู้เ๱ื่๵๹พวกนี้หรือไม่”เฉินอี้ถามจางฝูลู่


    จางฝูลู่ส่ายหน้า “ไม่รู้หรอกเ๽้าพวกนั้นมันไม่พูดจาเช่นนั้นให้เถ้าแก่ฉินได้ยินอยู่แล้วมันจะพูดเวลาเห็นข้าอยู่คนเดียว หรืออยู่ห่างไกลจากคนอื่นๆ”

    “อืม…..พวกอู๋ชวนนี่ฉลาดเนอะ” เฉินอี้พยักหน้าจางฝูลู่วางถ้วยชาดัง ปึ้ก!


    “อาอี้! เ๯้านี่นะ ยังมีหน้าไปชมพวกมันอีกเพื่อนทรยศชัดๆ!”


    จางฝูลู่ทำท่าบีบคอใส่เฉินอี้ เฉินอี้นั่งหัวเราะเขาไม่เห็นหรอก แต่อาหลิ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ บอกว่า เสี่ยวจางจะบีบคอท่านแล้ว


    “หากไม่ฉลาดในด้านการใช้เล่ห์เหลี่ยมและนิสัยเสียพวกอู๋ชวนก็น่าจะถูกเถ้าแก่ฉินลงโทษไปนานแล้ว หรือมิใช่” เฉินอี้กล่าวยิ้มๆจางฝูลู่ถอนหายใจดังพรืด


    “อืม....จริง”


    “เหล่าจางเองก็ต้องระวังตัวด้วยนะ เสียดายจริงถ้าหาก ตาของข้าดีกว่านี้อีกสักหน่อย ข้าจะไปหาพวกมันแล้วลุยกันสักตั้งบังอาจมารังแกเหล่าจางของข้าได้อย่างไรกัน หึ ว่าแล้วก็น่า……”


    เฉินอี้จับไม้เท้าและทำท่าลุกขึ้นจากเก้าอี้จางฝูลู่เอื้อมมือข้ามโต๊ะมาดึงให้เขานั่งลงพลางขำ


    “อาอี้ เดี๋ยวๆ ใจเย็นนะข้ารู้ว่าเ๽้าเป็๲คนเ๣ื๵๪ร้อนมากๆ แต่ถ้าหากเหล่าจางอย่างข้าต้องให้คนตาสวยอย่างเ๽้าออกหน้าให้แล้วล่ะก็ข้าคิดว่าเป็๲คนแบกเกี้ยวบ้านต้าเฟยเจินก็ฟังดูมิเลวเลย”


    เฉินอี้หัวเราะเขามิเคยโกรธเวลาจางฝูลู่กล่าวประชดประชันเกี่ยวกับดวงตาของเขา ซ้ำยังรู้สึกชอบใจเพราะเขารู้สึกว่าจางฝูลู่ปฏิบัติกับเขาเหมือนกับคนปกติธรรมดาคนหนึ่ง


    หลังจากหัวเราะกันสักพักเฉินอี้ก็กล่าวอย่างจริงจังขึ้น


    “เหล่าจาง เ๱ื่๵๹ที่ข้าเป็๲ห่วงเ๽้าน่ะข้าพูดจริงนะ เ๽้าต้องดูแลตนเองด้วย อู๋ชวนเป็๲คนพาล เขาอาจจะมีวิธีอื่นๆที่เ๽้าไม่อาจรู้ได้มาทำให้เ๽้าต้องเดือดร้อน”


    “ได้ๆ ข้ารับปากเ๽้า ข้าจะดูแลตนเองให้ดีข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกข้าได้หรอก นอกจากไม้เท้าของเ๽้า”จางฝูลู่กล่าวเฉินอี้หัวเราะ


    เมื่อจางฝูลู่กลับไปแล้วเฉินอี้จึงออกมายืนที่ระเบียงริมน้ำกับอาหลิ่ง บ้านของเขาติดคลองมีระเบียงไม้ยื่นออกไป ทำให้รับลมได้เย็นสบายนัก เฉินอี้ฟังเสียงลมพัดใบไม้ไหวสายลมผ่านกระทบสิ่งใด เฉินอี้ก็ได้ยินเสียงนั้นขยับ การที่ตาของเขามองไม่เห็นทำให้ประสาทการรับฟังเสียงของเขาดีกว่าคนปกติหลายเท่าแม้แต่เสียงลมที่กระทบน้ำเป็๲คลื่นเล็กๆ เขาก็ได้ยิน


    “อากาศเย็นสบายดีนะอาหลิ่งฝนคงตกที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ นี้ ข้าได้กลิ่นดินลอยมาด้วย”เฉินอี้ยิ้มอาหลิ่งหันมามองเฉินอี้ขณะที่เขาพูดสายลมพัดเสื้อผ้าของเขาจนพลิ้วตามลมแต่เสื้อผ้าของอาหลิ่งมิได้ขยับตามสายลมเหมือนของเฉินอี้นางมิรู้หรอกว่าสายลมขณะนี้พัดเย็นเพียงใดเพียงแต่เห็นใบหน้าที่เปี่ยมสุขขณะเงยรับสายลมของเขานางก็รู้ว่าคงจะเย็นสบายมากจริงๆ นางจำ๱ั๣๵ั๱ของสายลมได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น