ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 34 ทำไมถึงหลอกผม

            หลังจากพูดจบจี้ทิงก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเขาเพียงแต่จับจ้องไปที่อีกฝ่ายด้วยสายตาที่สงบนิ่งไม่ลดละ

            “มองหน้าฉันทำไม ไม่พอใจหรือไง?”

            หน้าอกของจี้ทิงขยับขึ้นลงเล็กน้อยคล้ายกับเขากำลังลอบถอนหายใจอยู่เงียบๆ : [พอมองแบบนี้แล้วจี้เยี่ยนจื๋อก็ดูเป็นคนซื่อตรงจนเกือบจะบื้อเลยแฮะ]

            ซื่อตรงงั้นเหรอ?

            จี้เยี่ยนจื๋อหรี่ตาลงกะทันหันขณะกำลังจะอ้าปากสวนกลับทว่าจี้ทิงกลับชิงพูดขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ “ข้อแรกที่พี่พูดมาผมตกลงแต่ถ้าไม่ให้ผมเข้าห้องเล่นเกมคงไม่ได้”

            “นายคิดว่าตัวเองอยู่ในฐานะที่ต่อรองกับฉันได้งั้นเหรอ?”

            “ถ้าพี่ไม่ให้ผมเข้าไปสวีเหรินก็คงไม่มีทางยกข้อมูลของแทสเมเนียนหมายเลขหนึ่งให้พี่ได้หรอก”

            แววตาของจี้เยี่ยนจื๋อพลันเคร่งขรึมลงทันควัน“นายกล้าขู่ฉันเหรอ?”

            จี้ทิงสบตาเขาด้วยสายตาเรียบเฉย“พี่จะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่ผมแค่พูดความจริง”

            จี้เยี่ยนจื๋อเบือนหน้ากลับมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงเอ่ยขึ้น “หลังจากติวหนังสือเสร็จในแต่ละวันฉันอนุญาตให้นายเล่นได้สองชั่วโมง”

            “ตกลงครับ”

             [สองชั่วโมงก็เกินพอแล้ว ขอแค่มีเหตุผลในการเข้าห้องเล่นเกมได้ก็พอ]

            หัวคิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อกระตุกวูบทำไมเขาถึงรู้สึกว่าจี้ทิงดูจะให้ความสำคัญกับการ ‘เข้าห้องเล่นเกม’มากกว่าการ ‘เล่นเกม’ กันแน่หรือว่าในห้องนั้นที่ตึกตะวันตก จะมีอย่างอื่นซ่อนอยู่อีก?

            จี้เยี่ยนจื๋อเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจถ้าอยากรู้ว่าจี้ทิงซ่อนอะไรไว้ คืนนี้เขาแอบไปดูหน่อยก็คงรู้เอง

            เวลา20.30น. ทั้งสองคนก็เดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลจี้

            พ่อบ้านรู้ดีว่างานเลี้ยงสังสรรค์ทางธุรกิจมักจะไม่มีอาหารอิ่มท้องอะไรให้กินจึงสั่งให้ห้องครัวเตรียมมื้อดึกไว้รอล่วงหน้าแล้ว

            จี้เยี่ยนจื๋อทานโจ๊กข้าวโอ๊ตไปเพียงครึ่งชามก็ปลีกตัวเข้าห้องทำงานเขาตรวจสอบข้อความในโทรศัพท์ก่อนจะต่อสายออกไป

            “ทางประธานอู๋ไม่มีปัญหาแล้วครับ”

            ชายหนุ่มที่ปลายสายแค่นหัวเราะอย่างหยามหยัน“มีบันไดดีๆ ให้ลงไม่ชอบ ดันรนหาที่ให้ตัวเองขายหน้า”

            “ทางฝั่งนายล่ะ เป็นยังไงบ้าง?”

            “นายหมายถึงหยางเทาน่ะเหรอ?” น้ำเสียงของชายคนนั้นเต็มไปด้วยความดูแคลนปนลำพองใจ“เฮอะ เจ้านั่นจมูกไวอย่างกับสุนัขพอทิศทางลมในบอร์ดบริหารเริ่มเอนมาทางเรา เขาก็รีบคลานมาหาทันที”

            ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคืบหน้าของแต่ละฝ่ายอยู่ราวสิบห้านาทีจนกระทั่งคุยธุระสำคัญเสร็จสิ้น

            “ไม่มีอะไรแล้ว นายพักผ่อนเถอะ”

            “เอ้อ เดี๋ยวสิ แล้วพ่อของนายน่ะ...” ปลายสายชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อในอีกสองวินาทีให้หลัง “อีกไม่นานจี้ซื่อเจ๋อก็จะกลับมาแล้วถึงตอนนั้นสถานการณ์ของนายจะยิ่งลำบากขึ้น นายเตรียมตัวเตรียมใจไว้หน่อยนะ”

            มุมปากของจี้เยี่ยนจื๋อหยักยิ้มสมเพชตัวเอง“ต้องเตรียมตัวอะไรอีกล่ะ ธาตุแท้ของคนพรรค์นั้นฉันเห็นมาหมดจนชินตาแล้ว”

            คนปลายสายไม่รู้จะพูดอะไรต่อได้แต่เดาะลิ้นเบาๆ “เอาเถอะ นายรู้ตัวก็ดีแล้ว”

            “แค่นี้นะ”

            หลังวางสายจี้เยี่ยนจื๋อเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ นั่งนิ่งอยู่ลำพังครู่ใหญ่เขามองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะแววตาหม่นแสงลงคล้ายมีความรู้สึกบางอย่างยื้อยุดฉุดกระชากอยู่ภายใน

            สุดท้ายจี้เยี่ยนจื๋อก็หยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง

            “กินข้าวเสร็จหรือยัง?”

            ปลายสายมีเสียงขยับเขยื้อนดังแซ่กๆก่อนที่เสียงของจี้ทิงจะตอบกลับมาเนิบๆ “อืม”

            จี้เยี่ยนจื๋อเงียบไปอึดใจหนึ่ง“นายกำลังแปรงฟันอยู่เหรอ?”

            “อืม”

            คิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อขมวดเข้าหากันด้วยความรังเกียจ“แปรงฟันอยู่แล้วจะรับโทรศัพท์ทำไม สกปรกชะมัด!”

            เสียงซ่อกแซ่กๆยังคงดังต่อเนื่อง จี้ทิงตอบกลับมาด้วยเสียงอู้อี้ฟังไม่ชัด“อ้าอมไอ่อับ อี้อ้อองอะโอโหอีกอ่ะอิ?” (ถ้าผมไม่รับพี่ก็คงจะโมโหอีกน่ะสิ)

            จี้เยี่ยนจื๋อสูดลมหายใจเข้าลึก“แปรงไอ้ฟันเน่าๆ ของนายให้เสร็จ แล้วมาหาฉันที่ห้องทำงาน”

            ห้านาทีต่อมา

            ก๊อกๆ!

            “เข้ามา”

            จี้ทิงผลักประตูเข้ามา“พี่มีธุระอะไรกับผม?”

            “มานี่”

            จี้ทิงเดินไปที่โต๊ะทำงานจี้เยี่ยนจื๋อจ้องเขาเขม็งอยู่สองถึงสามวินาที ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม“อย่าคิดว่าถ้าสองคนนั้นกลับมาแล้วนายจะหลุดพ้น สำหรับฉันใครหน้าไหนก็ไม่มีอำนาจเหนือกว่าทั้งนั้น”

            จี้ทิงกะพริบตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจ “สองคนนั้นคือใครครับ?”

            จี้เยี่ยนจื๋อมองหน้าเขาดูท่าทางแล้วอีกฝ่ายไม่น่าจะแกล้งโง่ “เรื่องที่พวกเขาจะกลับมาหลินชิงไม่ได้บอกนายหรือ?”

            พอได้ยินชื่อนี้จี้ทิงถึงเพิ่งจะนึกออกว่าหมายถึงพ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิมนั่นเอง

             [อ้อ จริงด้วยสิ หลินชิงส่งรูปมาทุกวันเลยฉันเลยตั้งค่าปิดแจ้งเตือนไว้ในวีแชต]

            เมื่อได้ยินจี้ทิงเรียกชื่อหลินชิงห้วนๆในใจ ความสงสัยก็ผุดขึ้นในความคิดของจี้เยี่ยนจื๋อทันทีเขาเริ่มกวาดสายตาสำรวจจี้ทิงอย่างพิจารณา

            แม่ลูกคู่นี้ความสัมพันธ์ดีเยี่ยมมาตลอดไม่ใช่หรือไงแล้วตอนนี้มันหมายความว่ายังไง หรือว่าก่อนหลินชิงจะไปเที่ยว ทั้งคู่จะทะเลาะกัน?

            ฝ่ายจี้ทิงเองก็ไม่มีสีหน้าผิดปกติใดๆ“คงจะบอกล่ะมั้งครับ แต่ช่วงนี้ผมค่อนข้างยุ่งเลยไม่ได้สังเกตข้อความ”

            จี้เยี่ยนจื๋อยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัยเขามองจี้ทิงอีกครู่หนึ่งก่อนจะขู่เสียงเย็น “ยังไงฉันก็เตือนนายไว้แล้วถ้านายกล้าเล่นตุกติก ต่อให้เป็นจี้ซื่อเจ๋อก็คุ้มกะลาหัวนายไม่ได้หรอก”

            “ครับ” จี้ทิงพยักหน้าตอบรับเรียบๆ “ตอนนี้ผมกลับไปนอนได้หรือยัง?”

            “ไปได้แล้ว”

            จี้ทิงเดินออกจากห้องทำงานตรงไปยังลิฟต์ทันทีที่อยู่ลำพังเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าข้อความในวีแชตที่ยังไม่ได้อ่านมีเยอะเกินไปเขาเลื่อนหน้าจออยู่หลายครั้งกว่าจะเจอกล่องข้อความของหลินชิง

            แม่: [รูปภาพ] [รูปภาพ]

            ราวกับเป็นการตอกบัตรเข้างานอีกฝ่ายส่งรูปภาพมาให้เขาในวันนี้เหมือนกันทุกๆ วัน

            ในภาพมีทั้งหมดหกใบประกอบด้วยชายหาด ปะการัง และป่าฝนเขตร้อน แต่ละรูปล้วนเป็นทัศนียภาพที่งดงาม

             [ทิวทัศน์ที่เกาะส่วนตัวนี้สวยมากเลยพ่อเขาบอกว่าคราวหน้าเราสามคนพ่อแม่ลูกมาด้วยกันนะ]

            สายตาของจี้ทิงหยุดอยู่ที่คำว่า‘สามคนพ่อแม่ลูก’ ครู่หนึ่งก่อนจะเลื่อนลงไปอ่านข้อความด้านล่าง

            แม่: [รูปสวยไหม พ่อเพิ่งถ่ายให้แม่เมื่อกี้นี้เองนะ]

            เมื่อกี้งั้นเหรอ?คิ้วของจี้ทิงขมวดมุ่นแทบสังเกตไม่ได้เขาเลื่อนกลับไปดูรูปด้านบนแล้วกดขยายรูปที่สาม

            ผืนน้ำสีเขียวมรกตดูราวกับหยกน้ำงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างในภาพนั้นหลินชิงนั่งอยู่บนเรือแคนูด้วยสีหน้าผ่อนคลายและเปี่ยมสุข

            จี้ทิงใช้นิ้วขยายพื้นหลังของภาพเมื่อมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ตาฝาด เขาก็เดินกลับเข้าห้องแล้วส่งข้อความตอบกลับไป

             [รูปพวกนี้ถ่ายวันนี้หมดเลยเหรอครับ?]

            ผ่านไปไม่กี่นาทีหลินชิงก็ตอบกลับมา : [ใช่จ้ะ]

            ทั้งที่ลูกชายไม่ได้ตอบข้อความมานานมากแล้วแต่หลินชิงกลับไม่มีคำถามหรือแสดงความห่วงใยเลยแม้แต่นิดเธอเพียงแต่ตอบคำถามของเขาเท่านั้น

            แววตาของจี้ทิงดูครุ่นคิดทว่าอีกฝ่ายกลับส่งข้อความมาเพิ่มอีก : [ฝีมือถ่ายรูปของพ่อเก่งมากเลยใช่ไหมล่ะ?]

             [แปลกแฮะ]

            จี้ทิงเอียงคอโดยไม่รู้ตัว[ทำไมหลินชิงต้องโกหกด้วย?]

            บนตัวเรือแคนูมีตราสัญลักษณ์พญานาคส่วนพรรณไม้ในป่าเบื้องหลังเป็นป่ากึ่งผลัดใบองค์ประกอบสองอย่างนี้จะพบได้แค่ทางตอนใต้ของประเทศไทยเท่านั้น

            จี้ทิงขยายพื้นหลังจนสุดมองเห็นแนววงแหวนปะการังสองแห่งที่ปลายขอบภาพรางๆรูปร่างของมันดูคล้ายเขาควายคู่หนึ่ง

            เขาก้าวไปที่โต๊ะแล้วเปิดโน้ตบุ๊กและเข้าสู่ระบบแผนที่ดาวเทียมแบบเรียลไทม์

            จี้ทิงป้อนคำค้นหาสำคัญลงไปอย่างรวดเร็วเพียงไม่ถึงสองนาทีเขาก็ระบุพิกัดละติจูดและลองจิจูดของเกาะส่วนตัวแห่งนี้ได้อย่างแม่นยำทันที

            ประเทศไทยทางทิศตะวันตกของเกาะสมุย ระยะหนึ่งร้อยยี่สิบแปดจุดสามไมล์ทะเล

            ตอนนี้คือกลางเดือนธันวาคมตามภูมิอากาศแบบมรสุม พื้นที่แถบนี้ควรอยู่ในช่วงฤดูฝนที่ตกชุกและอาจมีพายุหมุนเขตร้อนพาดผ่าน แม้ฤดูฝนจะไม่ได้หมายความว่าฝนตกทุกวันแต่ระดับน้ำทะเลจะพุ่งสูงที่สุดในรอบปีแน่นอน

            ทว่าในรูปที่หลินชิงส่งมาแนวชายฝั่งในช่วงน้ำลดกลับอยู่ห่างจากหน้าผาริมทะเลอย่างชัดเจนซึ่งหมายความว่าช่วงเวลาที่ถ่ายรูปนี้เป็นไปได้แค่ช่วงฤดูร้อนในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเท่านั้น

            ดังนั้นคำตอบจึงมีเพียงอย่างเดียว หลินชิงกำลังโกหก รูปพวกนี้ถูกถ่ายไว้นานแล้วแต่อีกฝ่ายกลับตั้งใจทำให้เขาเชื่อว่าเพิ่งถ่ายวันนี้

            และนั่นก็นำไปสู่คำถามใหม่ที่จี้ทิงตั้งข้อสงสัยในใจ: [สามีภรรยาที่รักกันหวานชื่นมานานหลายปีออกไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันตามปกติแล้วทำไมถึงต้องโกหกลูกชายตัวเองด้วยล่ะ?]

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359