Chapter9 หัวขโมย โชเซ
นายทหารหยุดชะงักตรงหน้าประตูบ้านมือข้างหนึ่งเลื่อนไปจับด้ามอาวุธมั่น โดยหวังว่าจะไม่ต้องชักมันออกมา ดวงตาจ้องคนเบื้องหน้าเขม็ง
“ถอยไป ข้าไม่อยากทำร้ายเ้า”
บุรุษหนุ่มตวาดแต่เด็กชายก็ไม่ยอมขยับไปจากพื้นที่ยืนอยู่
“พวกเ้าทำอะไรกับท่านเกอร์ทรูด” โชเซชี้คมดาบไปเบื้องหน้าประกอบคำถาม แม้จะตัวเล็กกว่า และไม่รู้วิชาการต่อสู้อะไรแต่ก็พอจะมั่นใจในฝีมือการต่อยตีวิวาทของตน
“แม่มดของเ้าต่างหากที่ทำ!” เ้าคนเลี้ยงม้ากระชากเสียงอย่างโมโหเขาอยากออกไปจากสถานที่แห่งนี้โดยเร็ว หากยังถือคติไม่ทำร้ายเด็กและสตรีโดยไม่จำเป็
“ถอยไปให้พ้นจากประตู”
โชเซเม้มปาก ยังคงจ่อปลายดาบไปที่นายทหารสังเกตแววหวาดหวั่นพรั่นพรึงในดวงตานั้นครู่หนึ่งก่อนเอ่ย
“ข้าจะปล่อยเ้าไป ถ้าสัญญาว่าจะไม่หวนกลับมาที่นี่อีกอย่าขุดคุ้ยเื่ของท่านเกอร์ทรูด อย่ากลับมาข้องเกี่ยวกับพวกเรา”
เหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้ฟังทันทีที่ถ้อยต่อรองนั้นจบลง จึงใช้ฝักดาบปัดอาวุธอีกฝ่ายให้เบี่ยงไปด้านข้าง วาดเท้ากวาดขาเขาจนเสียหลักล้มลงแล้วใช้ฝักดาบกดลำคอไว้ไม่ให้ขยับหนี
“พวกเ้าทำอะไรคนอื่นไว้บ้างยังจะกล้าเรียกร้องสิ่งใดอีกหรือ”
นายทหารตะคอกใส่อย่างเดือดดาล หากคนตัวเล็กกว่ากลับไม่ได้ถอดใจยอมแพ้อย่างง่ายดาย
เด็กชายดิ้นรนจนสะบัดหลุด เขายันเท้าใส่อีกฝ่ายเต็มแรงก่อนกลิ้งตัวหลบออกมาทั้งสองต่างหยัดร่างนั่งชันเข่า จ้องหน้ากันอย่างดูเชิง
แต่แล้วนายทหารกลับลุกขึ้นกะทันหันเขาหมุนตัวแล้ววิ่งออกจากบ้านไป ปล่อยโชเซให้มองตามตาค้างอย่างงุนงง
ใจหนึ่งโชเซก็อยากตามไปแต่อีกใจก็ห่วงใยนางแม่มด พ่อมดที่สวมแว่นคนนั้นยังอยู่ข้างล่าง ด้วยความกังวลในหลายๆ สิ่ง เด็กชายจึงตัดสินใจเดินลงไปยังชั้นใต้ดิน เมินคำกล่าวของเกอร์ทรูดที่บอกให้รออยู่้า
โชเซหยุดยืนแค่บนชั้นขั้นบันไดเขาไม่ก้าวล่วงลงไปมากกว่านั้น ในห้องโถงกว้างอันเป็สถานที่น่าเดียดฉันท์มันทำให้นางแม่มดของเขาแปรเปลี่ยนไป ไม่ใช่นางที่เขาคุ้นเคย
เด็กชายกำมือแน่นยามมองภาพสตรีที่นั่งอยู่บนพื้นนางกำลังประคองชายหนุ่มให้นอนหนุนตักตนด้วยท่าทางอารี
“หยุดเสียที” โชเซเอ่ยแ่ เรียวคิ้วย่นยู่เข้าหากัน มือกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว “หยุดทำร้ายคนอื่นเสียที ท่านที่ข้าเคยเคารพรักไม่ใช่คนแบบนี้... เกอร์ทรูด”
*/*/*/*/*
ในเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างแออัดแต่ฐานะความมั่นคงของประชาชนส่วนใหญ่กลับต่ำกว่ามาตรฐาน การจะให้ใครสักคนเผื่อแผ่ความเมตตาเอื้อเฟื้อในสิ่งที่ตนมีอย่างจำกัดจำเขี่ยแก่ผู้อื่นย่อมเป็เื่ยากไม่มีใครอยากใส่ใจชีวิตคนอื่นมากกว่าตัวเอง
ซึ่งบางครั้ง...ก็รวมถึงเืเนื้อเชื้อไขที่ไม่ได้ตั้งใจให้กำเนิดมา
โชเซ เป็หนึ่งในเด็กจำนวนมากที่ถูกทิ้งเขาดำรงชีพด้วยการลักเล็กขโมยน้อย เพราะการรอรับสิ่งของจากการบริจาคไม่พอประทังชีวิตสักเท่าไรเมื่อโดนจับได้ก็จะถูกทุบตี บางครั้งแรงโทสะจากเ้าทุกข์ก็ทำร้ายเขาอย่างทารุณ
เฉกเช่นค่ำคืนหนึ่งในฤดูหนาวปุยเกล็ดน้ำแข็งขาวพร่างพราวลงจากฟากฟ้า เด็กชายตัวจ้อยถูกฝังอยู่ใต้ปุยหิมะที่โปรยปรายลงมาไม่หยุดหย่อน
โชเซคิดว่าอาจต้องหนาวตายในคืนนี้เพียงลำพังเสียแล้วเขาโดนทำร้ายโดยชายขี้เมาคนหนึ่ง หลังจากถูกจับได้ว่าขโมยของ ฤทธิ์สุราและแรงโทสะทำให้ชายคนนั้นไม่ยั้งมือในการลงโทษเขาสักเท่าไรเขาโดนทำร้ายจนขยับไม่ไหวและถูกทิ้งไว้ในตรอกสกปรกที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน
นาน...กระทั่งความเหน็บหนาวทำให้ร่างกายด้านชากลบความเ็ปจากการถูกทำร้ายจนแทบไม่หลงเหลือความรู้สึกใด
ความรู้สึกภายในใจของเขาก็เช่นกัน
“เ้าเป็อะไรหรือเปล่า”
หญิงสาวคนหนึ่งยื่นหน้าข้ามกองหิมะมาถามสีหน้าเจือความเวทนา
น่าแปลกใจ ที่มีผู้หญิงเดินเข้ามาในตรอกเปลี่ยวสกปรกแห่งนี้นางยื่นมือมาเช็ดหยาดน้ำที่ไหลลงจากหางตาเด็กชาย หลังจากได้ยินเสียงแ่แหบระโหย
“ช่วยด้วย”
เด็กชายหลับตาลง ฝันถึงเตียงนุ่มในห้องนอนอันอบอุ่นเมื่อเปิดตาขึ้นอีกครั้ง จึงรู้ว่าไม่ได้แค่ฝันไป เขาอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นตา เสื้อผ้าที่สวมใส่สะอาดหอมแน่นอนว่าไม่ใช่เสื้อผ้าเก่าขาดชุดเดิมของเขา
“ตื่นแล้วหรือ” สตรีคนหนึ่งถามนางยกถาดที่มีชามซุปร้อนกรุ่นและแก้วน้ำเข้ามา “เร็วกว่าที่ข้าคิดนิดหน่อยนะ”
“ท่านช่วยข้า?” โชเซย่นคิ้วมองสตรีตรงหน้านางคือคนเดียวกับที่เขาเห็นตอนนอนอยู่ใต้กองหิมะ “ทำไม...”
“เพราะเ้าอยากให้ช่วย”นางตอบพลางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ แล้วส่งยิ้มให้เขา
เป็ความจริงที่โชเซร้องขอให้นางช่วย แม้จะพูดไปโดยไม่รู้สึกตัวก็เถอะแต่คำขอนี้มักไม่ได้รับการตอบรับจากคนในเมือง เพราะเด็กที่ไม่มีเงิน ไม่มีบ้านไม่มีสมบัติ ก็ไม่ต่างอะไรจากสิ่งไร้ค่า เสียเวลาจะข้องเกี่ยวโดยไม่ได้รับผลตอบแทน
“มากินอาหารเถอะ ก่อนที่มันจะหายร้อน”นางกล่าว
เด็กชายไม่คิดปฏิเสธคำชวนท้องของเขาว่าง ร่างกาย้าอาหารมาก จึงรับประทานอย่างตะกละตะกลามเมื่อชามซุปและแก้วน้ำว่างเปล่า หญิงสาวจึงเริ่มพูดกับเขา
“ทำไมเ้าจึงถูกทำร้าย”
โชเซเงยหน้า มองนางด้วยสายตานิ่งครู่หนึ่งก่อนตอบ
“เพราะข้าขโมยของ”
“เ้าชอบขโมยหรือ” นางยิ้ม เอียงศีรษะจ้องตอบเด็กชายที่ไม่ยอมหลบตา
“เปล่า” คราวนี้เขาเป็ฝ่ายก้มหน้า“ข้าหิว”
“เ้าไม่มีผู้ปกครองคอยดูแลหรือ”
“ข้าไม่มีครอบครัว”
เขาเงียบ นางก็ไม่ถามต่อ ราวชั่วอึดใจที่รู้สึกว่าการก้มหน้าหลุบสายตากลับทำให้ยิ่งอึดอัดกว่าเดิมครั้นโชเซเงยหน้า ก็พบว่านางยังคงจ้องมองมาที่เขาพลางลูบหน้าท้องนูนกลมของตน
“ข้าชื่อเกอร์ทรูด กำลังจะย้ายบ้านไปยังสถานที่ห่างไกลทุรกันดาร การมีครรภ์ทำให้ลำบากอยู่บ้างหากมีคนคอยช่วยอำนวยงานหลาย ๆ อย่างก็คงจะดี เ้าสนใจไหม?” ประโยคหลังนางถามเขา “เ้าจะมีบ้านให้อาศัยมีอาหารกินอิ่มโดยแลกกับการทำงาน”
“ทำไมถึงชวนข้า”เด็กชายย่นคิ้ว “ท่านกำลังชักนำคนเลวเข้าไปใกล้ตัว”
โชเซรู้สึกได้ สายตานางที่มองเขาทอประกายปรานี
“ตอนที่พบเ้าข้าได้ยินคำขอร้องให้ช่วย...” นางยิ้มบาง อย่างจะบอกเขาว่าเข้าใจได้ในหลายความหมาย“ถ้าเ้ายังอยากดำรงชีพต่อไปด้วยการขโมยคงไม่บอกข้าออกมาตามตรง”
เกอร์ทรูดยกแขน หงายฝ่ามือขึ้นเป็เชิงบอกให้โชเซเข้ามาหาเด็กชายลังเล หากสุดท้ายก็ยอมเดินเข้าไป เขาวางมือลงบนฝ่ามือนั้น
“เพราะอยากให้ใครสักคนฉุดรั้ง และให้โอกาสกลับตัวไม่ใช่หรือ”หญิงสาววางมือลงบนไหล่บาง แล้วโอบร่างเล็กเข้ามา
“มนุษย์ทุกคนล้วนควรได้รับโอกาสเ้ายังเด็กนัก ยังต้องดำเนินชีวิตอีกยาวไกล ถ้าไม่รังเกียจ จะคิดว่าข้าเป็แม่ก็ได้ข้าจะคอยให้การสั่งสอนและความรักแก่เ้าเอง”
เกอร์ทรูดทอดสายตาไปนอกหน้าต่างมองขอบฟ้าแสนไกลจากสถานที่จากมา นางจะบรรเทาความหมองหม่นในใจที่ไม่อาจช่วยเด็กบางคนได้ไหม...
เด็กที่ถูกประณามว่าเป็ร่างแฝงของปีศาจไม่อาจมีชีวิตอิสระของตนเอง ต้องถูกจองจำไว้ในนรกอันทรงเกียรติแห่งนั้น
เกอร์ทรูดกอดเด็กชายแนบอกไว้เนิ่นนาน โชเซไม่ได้ตอบรับคำใดแต่ความอบอุ่นจากวงแขนหญิงสาว ทำให้น้ำตาไหลลงมาไม่รู้ตัว
นางเป็คนแรกที่ให้โอกาสมองออกว่าเขา้าสิ่งใด เขาจะติดตามนางไป ไม่ว่านรกหรือ์ปกป้องและสนองทุกสิ่งที่นาง้า
นางผู้จะเปรียบเสมือนมารดาของเขาจากนี้ตลอดไป