เสียงกดแป้นพิมพ์ดังรัวเป็จังหวะเร่งรีบ ท่ามกลางความเงียบของห้องนอนขนาดกะทัดรัด ไฟเพดานกะพริบแ่ ๆ เหมือนจะเตือนเ้าของห้องว่า "พอเหอะ พักบ้าง" กลิ่นกาแฟเย็นที่ละลายไปนานแล้วลอยอ้อยอิ่งอยู่ปลายจมูก ข้างตัวมีถุงขนมปังที่เปิดไว้ครึ่งหนึ่ง และกระดาษโน้ตที่เขียนคำว่า "ตายแล้ว" ที่วงด้วยปากกาแดง
หญิงสาวที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์คือไป๋ลั่วอิง นักเขียนนิยายวายมือฉมัง ผู้ขึ้นชื่อเื่พล็อตหักมุมจนนักอ่านน้ำตาเป็สายเื ตอนนี้เธอกำลังพิมพ์ตอนจบของนิยายเื่ล่าสุดด้วยสายตาแดงก่ำจากการอดนอนหลายคืนติด รอยยิ้มของคนที่เพิ่งปลิดชีพตัวละครหลักติดอยู่บนมุมปากของตัวเอง
"ฟู่... พระเอกธงแดงของฉันตายแล้วจ้า จบแบบนี้แหละ ใครอยากได้แฮปปี้เอนดิ้งไปอ่านเื่อื่นเลย"
เธอหัวเราะเบา ๆ พลางพิมพ์คำว่า [จบบริบูรณ์] ลงท้ายตอน แล้วกดเผยแพร่ด้วยท่าทางภูมิใจในความใจร้ายของตัวเองสุดขีด จากนั้นก็ฟุบหน้าลงบนโต๊ะอย่างหมดแรง
“พักแค่สิบนาที...แล้วค่อยตอบคอมเมนต์ก็ได้” เธอบ่นงึมงำขณะเริ่มเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่โชคไม่เข้าข้างเธอเลยสักนิด
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นรัว ๆ จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก หน้าจอแสดงชื่อคนโทรเข้าเป็ชื่อที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้ บ.ก.จิ่งหรง ไป๋ลั่วอิงกลอกตาอย่างอ่อนแรง แต่ก็ต้องรับสายด้วยความรู้สึกผิดแบบพอประมาณ
"เจ๊...นี่มันตีสามนะคะ..." เสียงของเธอยานคางเหมือนคนจะตาย
แต่เสียงจากปลายสายกลับแผดลั่นแบบไม่ปรานี "ไป๋ลั่วอิงงงงง แกทำอะไรลงไป"
"เอ๊ะ...ก็แค่จบแบบแซ่บ ๆ ดราม่า ๆ เองค่ะเจ๊ ก็ฆ่าพระเอก ทิ้งนายเอก แล้วใส่ะเิใส่ฮาเร็มนิดหน่อยให้ยื้อแย่งนายเอกไปครอง..."
"ฆ่าพระเอก? ทิ้งนายเอก? ะเิฮาเร็ม? แกคิดว่านี่คือตอนจบแบบปกติเหรอ? ตอนนี้คนอ่านจะปาเกี๊ยวใส่ชื่อแกในฟอรัมแล้ว มีคนแต่งฟิค AU [1] ที่แกตายถูกพระเอกอย่างองค์ชายห้าฆ่าตาย"
"ฮะ...ฮะ?" เธอหลุดขำแห้ง ๆ
"แกต้องแก้ตอนจบ จะเขียนบทพิเศษก็ได้ จะชุบชีวิต จะย้อนเวลา จะให้พระเอกฟื้นมาในร่างคนอื่นก็ทำไปเลย ขอแค่จบดี ไม่งั้น...ไม่งั้น..."
ปลายสายเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยเสียงเย็นะเื
"ตอนนี้นักอ่านทั้งหลายเริ่มเขียนคำสาปแล้วนะ บางคนสาปให้แกทะลุเข้าไปในนิยายตัวเอง แล้วโดนองค์ชายห้าฆ่าตายไม่ได้ผุดได้เกิด ด้วยซ้ำ"
ไปลั่วอิงเงียบขึ้นมาทันทีเธอกลืนน้ำลายเอื๊อก พลางยกมือขยี้ตาเบา ๆ
“เจ๊…นี่โลกจริงนะคะเจ๊ ใครมันจะทะลุไปอยู่ในนิยายได้…”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยเสียงเ็า
“เื่นี้มันก็ไม่แน่หรอก ไม่แน่ว่าโลกที่แกเขียน…อาจจะมีอยู่จริงก็ได้”
“แกก็ไปแก้ตอนจบเลยนะ ถ้าไม่อยากให้พรุ่งนี้ที่งานหนังสือ โดนแฟนคลับรุมปาเกี๊ยวจนหัวทิ่ม”
ติ๊ด...เสียงวางสายดังขึ้น พร้อมความเงียบที่ปกคลุมห้องอีกครั้ง
ไป๋ลั่วอิงวางโทรศัพท์ลงช้า ๆ มองหน้าจอที่ดับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกำลังเดือดเล็กน้อยปนง่วงมาก ๆ
“…ไร้สาระที่สุด…” เธอบ่นอุบ ขณะที่ดึงแว่นตาออกแล้วลูบหน้าแรง ๆ “ใครจะแก้งานทัน…ฉันยังไม่ได้นอนเลย…”
ว่าแล้วหญิงสาวก็ลุกจากเก้าอี้ เดินลากสังขารไปที่เตียงนอนตรงมุมห้อง โยนเสื้อคลุมทิ้งอย่างหมดแรง แล้วปีนขึ้นเตียงพอหลังแตะฟูก...เธอก็ถอนหายใจยาวพลิกตัวห่มผ้าดึงตุ๊กตาปลาฉลามมากอดแน่น แล้วบ่นงึมงำกับตัวเองด้วยเสียงแ่เบา
จากนั้นร่างบางก็หลับลง โดยไม่รู้เลยว่า...วันพรุ่งนี้ตัวเองจะได้ทะลุเข้าไปในนิยายจริงๆ ตามที่นักอ่านสาปแช่งก็ได้
เช้าวันถัดมา อากาศในปักกิ่งยังคงหนาวจัด ปลายเดือนธันวาคมอุณหภูมิอยู่ที่เลขหลักเดียวแต่เหงื่อของไป๋ลั่วอิงกลับไหลซึมกลางหลังราวกับเธออยู่กลางฤดูร้อน
เธอสวมเสื้อโค้ตตัวยาว หมวกไหมพรมปิดครึ่งหน้า แว่นกันแดดสีชา และผ้าพันคอหนาเตอะ
ในมือหิ้วกล่องนิยายฉบับพิเศษพร้อมที่คั่นลายองค์ชายห้าเดินเข้าสู่ “งานมหกรรมหนังสือนานาชาติปักกิ่ง” ที่จัดอยู่ในศูนย์ประชุมใหญ่ใจกลางเมือง
คำเตือนจาก บ.ก.เมื่อคืนยังดังก้องอยู่ในหู “ไปแก้ตอนจบซะ ไม่งั้นโดนแฟนคลับถล่มแน่”
เธอไม่เคยคิดว่าคำว่า “ถล่ม” จะเป็รูปธรรมชัดเจนขนาดนี้ เพราะแค่ก้าวเข้าไปในฮอลล์ บูธของสำนักพิมพ์ชุนฮวาเธอก็กลายเป็จุดรวมพลของแฟนคลับหัวร้อนทันที มีป้ายเขียนด้วยลายมือทั้งภาษาจีนกลาง
“ขอความเป็ธรรมให้องค์ชายห้า”
“ฟื้นพระเอกขึ้นมา”
“ชาตินี้ไม่มีวันให้อภัยไรท์เตอร์ผู้ใจร้าย”
เสียงะโประท้วงประสานกันราวกับคลื่นพายุถาโถม กล้องมือถือกว่าร้อยตัวถูกชูขึ้นเหนือหัวถ่ายรูป ไลฟ์สด ติดแฮชแท็กกันยกใหญ่จนเทรนด์ทวิตเตอร์แทบะเิ กำลังทำให้บูธเล็ก ๆ ของสำนักพิมพ์ ชุนฮวา กลายเป็จุดศูนย์กลางของพายุโซเชียลที่ฟอร์มตัวอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบปี
ใบหน้าแต่ละคนตึงเครียด ดวงตาเต็มไปด้วยไฟแห่งความเคียดแค้นปนรักสุดขีด ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ดูตลก หรือมาเล่น ๆ กับความรู้สึกเหมือนคราวก่อน ๆ ที่ผ่านมา
ไป๋ลั่วอิงที่เพิ่งก้าวเข้าฮอลล์ เห็นภาพนั้นก็ชะงักกึกที่หน้าประตู หัวใจเต้นแรงจนมือที่ถือกล่องนิยายฉบับพิเศษพร้อมใส่ที่คั่นสั่นเทา เหงื่อซึมเต็มแผ่นหลัง ทั้งที่อุณหภูมิภายนอกเลขหลักเดียว
“เอาน่า...” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางยกยิ้มฝืด ๆ
“เดี๋ยวแจกที่คั่นลายองค์ชายห้าไป พวกแฟนคลับก็น่าจะใจอ่อนแล้ว...”
เธอหยิบของแถมขึ้นมาเปิดแ่ ๆ ด้านในเป็ที่คั่นหนังสือสีดำทองลายเส้น SD [2] ขององค์ชายห้า ในภาพคือองค์ชายกำลังเชิดหน้าเล็กน้อย ดวงตาเรียบนิ่ง แต่ปากพูดข้อความเด็ดประจำเื่...
“เ้าเป็ของข้า”
ตัวอักษรพิมพ์ด้วยฟอยล์ทองวิบวับจนแสบตาพิมพ์พิเศษจำนวนจำกัด ไม่มีขายแยก มีเฉพาะแฟนคลับที่ “ให้อภัยไรท์เตอร์เท่านั้น”
ไป๋ลั่วอิงยืดหลัง สูดหายใจเข้าลึก ขาเริ่มก้าวออกไปตรงบูธที่เต็มไปด้วยแฟนคลับหัวร้อน ในใจกำลังภาวนาอย่างเงียบ ๆ ขอให้ความหล่อขององค์ชายห้า...ช่วยเยียวยาทุกแผลในใจของนักอ่านด้วยเถิด
แต่ทันทีที่เธอก้าวเข้าไปรัศมีห้าเมตรเสียงรอบข้างเงียบไปชั่ววินาที บรรยากาศเหมือนน้ำแข็งปะทะเปลวไฟก่อนจะมีเสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้นจากใครบางคนที่ชี้นิ้วมาอย่างไม่เกรงใจ
“นั่นไง ตัวจริงของไรท์ไป๋ลั่วเฟิง สมชื่อเลยนะหล่อน คือเธอคือสายลมฟาดที่ฆ่าพระเอกได้หน้าตาเฉย”
ปลายนิ้วชี้จ่อมาตรงหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ คล้ายประกาศต่อหน้าฟ้าดินว่า 'คนร้าย' มาถึงแล้ว
ไป๋ลั่วอิงชะงักกึกมือที่ถือที่คั่นหนังสือสั่นไหวเบา ๆ แต่ยังพยายามฝืนยิ้มเจื่อน ๆ ออกไปอย่างหมดความมั่นใจ
"ทุกคน...ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ" เสียงของนางแ่เบา ทว่าพยายามทำตัวปกติสุดชีวิต
"วันนี้ไรท์มี...ที่คั่นหนังสือมาฝากทุกคนด้วยค่ะ..."
แต่ยังไม่ทันขาดคำ เสียงแทรกจากอีกฟากของฝูงชนก็ดังขึ้นอย่างเจ็บแสบ
“วันนี้เธอเอาที่คั่นหนังสือมาแจก...หรือเอามาทิ่มใจพวกเรากันแน่?”
ไป๋ลั่วอิงชะงักค้าง มือที่ถือที่คั่นสั่นเล็กน้อยแต่เธอยังพยายามฝืนยิ้ม “คือ...คือฉันทำมาแจกจริง ๆ นะคะ ไม่ได้....”
เธอยังพูดไม่จบเสียงจากผู้หญิงคนหนึ่งแทรกขึ้นทันที “หน้าองค์ชายห้าในที่คั่นยังดูเศร้ากว่าในตอนจบอีก ใจของไรท์ทำด้วยอะไร”
“ไรท์คิดว่าเอาที่คั่นมาแจกให้พวกเราแล้วจะทำให้พวกเราหายโกรธไม่ได้ง่ายๆ หรอก”
“ความหล่อขององค์ชายไม่สามารถลบความผิดบาปของไรท์ได้”
เสียงของฝูงชนะโรัวด่าเป็ชุด เหมือนพายุถาโถมจากทุกทิศ นักเขียนสาวพยายามแทรกเสียงตัวเองท่ามกลางเสียงโวยวาย
“เอ่อ...ทุกคนคะ…คือฉันยังไม่ได้เขียนตอนพิเศษไงคะ…ยังมีโอกาสที่พระเอกจะฟื้นขึ้นมานะคะ จริง ๆ ...” ยังไม่ทันที่เธอได้อธิบายแผ่นป้ายอันหนึ่งก็ถูกโบกใส่หน้าของเธอ ทำให้ไป๋ลั่วอิงต้องก้าวถอยหลัง
“พอกันที ข้อแก้ตัวแบบนั้นเราไม่้า เราไม่้าคำอธิบายที่ไม่มีความจริงใจ”
“ใช่ หยุดปั่นแล้วมาแต่งให้จบแบบหวาน ๆ ซะที ไรท์ทำอย่างนี้มาหลายเื่แล้วนะ จะให้พวกเราปวดใจไปถึงไหน” มีเสียงใครบางคนจากข้างหลังะโขึ้นมา
“ไม่งั้นก็ไปอยู่ในนิยายแล้วถูกพระเอกฆ่าตายไปซะ”
ไป๋ลั่วอิงชะงัก ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ “พูดเหมือนจะยัดฉันเข้าไปในนิยายได้งั้นแหละ...”
เธอยังพูดไม่ทันจบ เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น
“อย่าไปฟังเธอ คนแบบนี้ไม่มีสิทธิ์แตะหัวใจขององค์ชายห้าด้วยซ้ำ”
ถ้วยกระดาษปลิวมาโดนแขน ตามด้วยกล่องข้าว จนทำให้กล่องใส่ที่คั่นนิยายในมือเธอหลุดตกกระจายลงพื้น แล้ว…สิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิด ก็เกิดขึ้นจริง
ชายคนหนึ่งแต่งชุดขันทีแบบโบราณ ะโสุดเสียง “ถ้าอยากรู้ว่าความตายของตัวละครมันรู้สึกยังไง…ก็ลองััดูซะเอง”
จากนั้นเขาก็พุ่งเข้ามาพร้อมอะไรบางอย่างในมือ...ที่แหลม ยาวคล้ายกับมีดที่พกซ่อนไว้ในชุด เธอถอยไม่ทันเพราะยืนชิดติดผนัง เสียงหวีดร้องรอบข้างดังระงม เธอเห็น บ.ก. จิ่งหรง วิ่งกระหืดกระหอบมาพยายามพุ่งมาขวาง แต่ไม่ทัน
ฉึก
เสียงของคมมีดแทงทะลุเสื้อโค้ต ความเจ็บชาจับแผ่นอก ลมหายใจของเธอสะดุด โลกทั้งใบเอียงขวับเธอมองขึ้นไปเห็นเพดานฮอลล์ เห็นแสงไฟจ้า เธอได้ยินเสียงคนะโเสียงบ.ก.จิ่งหรง ร้องไห้ะโบอกให้โทรเรียกรถพยาบาล แต่ทั้งหมดนั้น…กลายเป็เสียงเบา ๆ เหมือนอยู่ไกลออกไปเรื่อย ๆ
“นี่ฉัน…จะตายจริง ๆ เหรอ…”
ภาพสุดท้ายที่เธอเห็น คือโปสเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่เหนือบูธ《เสียงกระซิบรักจากวังหลัง》
กับคำโปรยที่เธอเป็คนคิดขึ้นเอง“หากหัวใจคือสิ่งที่ต้องแลก…ท่านยังอยากจะรักข้าอยู่หรือไม่?”
เธอหลุดหัวเราะในลำคอ ขำอย่างเ็ป ก่อนที่เปลือกตาจะค่อย ๆ ปิดลง…
เชิงอรรถ

เปิดตัวมาด้วยนางเอกที่เป็นักเขียนนิยายวาย
แล้วตอนจบหักมุมเกินจนนักอ่านรับไม่ได้ จนถูกแทงตาย
ทุกคนมาให้กำลังใจน้องด้วยนะคะ มาลุ้นตอนต่อไปค่ะ
ไรท์ขอฝากนิยายเื่ใหม่ของไรท์ด้วยนะคะ ฝากกดหัวใจและกดติดตามนิยายให้ไรท์ด้วยค่ะ