บริเวณลานกลางหมู่บ้านสะพานไม้ตอนนี้หัวหน้าของกลุ่มนักรบชนเผ่าเสือดำชี้นิ้วไปที่เวยเวย นักรบผู้หนึ่งก็เดินฝ่ากลุ่มชาวบ้านเข้ามาแล้วฉุดนางออกไปทันที “เจ้าจะทำอะไร?” เวยเยี่ยผู้เป็นบิดาลุกขึ้นต่อต้านทันที แต่ก็โดนหมัดของนักรบผู้นั้นต่อยเข้าที่ใบหน้าจนล้มลง แล้วแน่นิ่งไป “พลั่กกก!” “ท่านพ่อ!” “พวกเจ้าทำร้ายท่านพ่อข้าทำไม ปล่อยข้า...ข้าไม่ไป ท่านพ่อ!....” เวยเวยตะโกนเรียกผู้เป็นบิดาด้วยความเป็นห่วงพร้อมน้ำตา พลางดิ้นรนขัดขืน “นังนี่ดื้อรั้นนัก!” นักรบที่เข้ามาจับตัวส่งเสียงด้วยความรำคาญ พลางเงื้อมือตบเข้าที่ใบหน้าของนางทันที “เพี๊ยะ!” “หากเจ้าไม่ยอมไป! ข้าจะฆ่าตาแก่ผู้นี้ซะ! ได้ดูแลนายท่านของข้า นับเป็นวาสนาของคนต่ำต้อยอย่างพวกเจ้าแล้ว ไป!...” นักรบชุดดำดึงตัวเวยเวยที่กำลังร้องไห้ออกไป ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่มองนางอย่างเวทนาและไม่กล้าขัดขืน ภายใต้ผู้มีอำนาจ ชาวบ้านก็ได้แต่ทนอดสูแม้ได้รับความอยุติธรรม ไม่ว่ายุคสมัยใดล้วนเป็นเช่นนี้ .................................. ภายในป่าที่ติดกับหมู่บ้านสะพานไม้ หลังมีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเกิดขึ้น นักรบชนเผ่าเสือดำที่เหลือก็ตื่นตัว พวกเขาจำเสียงร้องนี้ได้ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่กำลังไล่ล่า “ทุกคนระวังตัว! คนผู้นี้น่าจะมีวรยุทธ์ ให้จับคู่กันอย่าไล่ล่าเพียงลำพัง” ผู้ที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่มไล่ล่าออกคำสั่ง พวกเขาเป็นนักรบที่มีประสบการณ์จึงเข้าใจและปฎิบัติตามทันที ตอนนี้บางกลุ่มเริ่มตรงไปยังเสียงร้อง นักรบชนเผ่าเสือดำสองคนไปถึงก่อนพร้อมระวังตัวทันที “คนของเราตายอยู่ตรงนั้น ข้าไม่เห็นคนที่เรากำลังตามหา ท่าทางมันคงหนี...ปะ.....ปะ.” “ควับ!” นักรบที่กำลังพูดกับเพื่อนยังพูดไม่จบ หัวของเขาก็หลุดออกจากบ่า โลหิตไหลพุ่งใส่หน้าเพื่อนอีกคน ขณะที่อีกคนกำลังตะลึงอยู่นั้น มือของเขาก็จับอาวุธอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันได้ขยับ หน้าอกของเขาก็ถูกมือข้างหนึ่งพุ่งใส่จนทะลุร่าง จนร้องออกด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ยยยย!” นักพรตชุดดำได้ยินเสียงร้องนั้น ก็ทำสีหน้าดีใจ “ดูท่าทาง อู๋หมิงผู้นี้น่าจะเป็นคนที่ข้าต้องการตัว สั่งการให้ทุกคนรีบไปทางนั้นโดยเร็ว!” เมื่อได้ยินคำสั่ง นักรบของชนเผ่าเสือดำก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนมุ่งไปตรงจุดที่ได้ยินเสียงร้องทันที ......................... ในบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งในหมู่บ้านสะพานไม้ “ไป่จิ้ง” ที่กำลังนั่งอยู่ด้านในพร้อมดื่มสุรา กำลังมองหญิงสาวที่ถูกพาตัวเข้ามา “แม้เจ้าจะไม่สวยเท่ากับของเล่นที่ข้าเคยเล่น แต่หมู่บ้านเล็กๆที่กันดานเช่นนี้ก็ถือว่าไม่เลว” “พวกเจ้าออกไปได้ แล้วปล่อยนางไว้ที่นี่” ไป่จิ้งออกคำสั่ง พลางเดินเข้าไปหาเวยเวย “อย่า...อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าแทงเจ้า” เวยเวยร้องขึ้นด้วยความหวาดกลัว พร้อมนำมีดที่ซ่อนไว้ข่มขู่ชายแปลกหน้าที่กำลังเดินเข้ามา “แทงข้า? ช่างเป็นเรื่องที่น่าขัน เมื่อเจ้าอยู่ต่อหน้าข้า” ไป่จิ้งหัวเราะ แล้วชูฝ่ามือไปเบื้องหน้า คลื่นพลังสายหนึ่งพุ่งเข้าไปหาเวยเวย ทำให้นางขยับตัวไม่ได้จนมีดเล่มเล็กตกลงไปข้างตัว เขาทำท่ากำหมัดแล้วดึงเข้าหาตัวเองร่างของเวยเวยก็ค่อยๆลอยเข้ามาอย่างช้าๆ “นี่มัน...ไม่...ไม่....ช่วยด้วย” เวยเวยตกใจที่ตัวเองขยับตัวไม่ได้และกำลังลอยขึ้นเอง นางเริ่มรู้ชะตากรรมของตัวเองพลางร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ “ไม่มีใครช่วยเจ้าได้ การดิ้นรนช่วงสุดท้ายของชีวิต นั่นคือสิ่งที่ข้าไป่จิ้งชื่นชอบมากที่สุด ยิ่งเจ้าดิ้นรนมากเพียงใด ข้าก็ยิ่งชอบ ฮ่าๆๆๆ ” ไป่จิ้งหัวเราะด้วยความสะใจ เขามองดูเวยเวยตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยความเพลิดเพลิน “ข้าจะย่ำยีเจ้าก่อน ให้เจ้ารู้ว่าเวลาดิ้นรนแล้วผิดหวังมันเป็นเช่นไร เมื่อเจ้าแสดงสายตาสิ้นหวังข้าจะค่อยๆตัดเนื้อของเจ้าทีละชิ้นและดื่มเลือดของเจ้าเพื่อฝึกวิชามารโลหิตของข้า” ไป่จิ้งเลียริมฝีปากตัวเอง เมื่อมองร่างของเวยเวยที่กำลังลอยเข้ามาอย่างช้าๆ “ไม่!...เจ้ามันวิปริต ต่ำทราม ช่วยด้วย!.....” เวยเวยดิ้นรนอีกครั้ง หวังจะมีคนให้ความช่วยเหลือ จนเมื่อร่างของนางลอยมาอยู่เบื้องหน้าไป่จิ้ง นางก็เริ่มหยุดร้องตะโกน แล้วเริ่มอ้อนวอน “ฮือ..ฮือ..ปล่อยข้าไปเถอะ ข้ายังมีท่านพ่อ ท่านแม่ที่ต้องดูแล ข้ายอมเป็นทาสของท่านตลอดชีวิต” เวยเวยอ้อนวอนด้วยยน้ำตา หวังว่าจะมีทางรอดในช่วงสุดท้าย “ช่างเป็นลูกที่กตัญญูยิ่งนัก ไม่ต้องห่วง หลังจากจัดการเจ้าเสร็จ ข้าจะส่งพ่อและแม่ของเจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนเอง ฮ่าๆๆ ” ไป่จิ้งหะวเราะด้วยความสะใจ พลางใช้มือกระชากเสื้อผ้าของนางทันที “ไม่!!!!!!!!!” ร้องตะโกนสุดเสียงด้วยความตกใจ แต่ในใจกลับคิดถึงท่านหมออู๋หมิง “ท่านหมออู่หมิง ช่วยข้าด้วย” ทันใดนั้นเอง! พลังสายหนึ่งก็กระแทกร่างของไป่จิ้ง จนร่างของไป่จิ้งกระเด็นออกไป “ตูมมมม!” “ใครมันกล้ามาขัดจังหวะของข้า?” ไป่จิ่งโมโหเดือดดาล จิตสังหารเข้มข้นจนขนหัวลุก “เดรัจฉานเช่นเจ้า ไม่สมควรมีชีวิตอยู่เลยจริงๆ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากหน้าประตู ก่อนที่จะปรากฎร่างๆหนึ่งในชุดยาวสีขาว และก้าวเข้ามาอยู่เบื้องหน้าของไป่จิ้ง .......................................... ภายในป่าแห่งเดิม เสียงร้องด้วยความความเจ็บปวดดังขึ้นเป็นระยะแล้วก็หายเงียบไปร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วไปยังภูเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ทิศตรงข้ามกับหมู่บ้าน “ข้ากำจัดพวกเขาไปแล้วเกือบหมด เหลือเพียงกลุ่มใหญ่ที่มีอยู่ห้าคน หนึ่งในนั้นมีขั้นฝึกตนที่แข็งแกร่ง ข้าเองยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ทางเดียวในตอนนี้หาทางหลบซ่อนตัว คาดว่าพวกเขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าข้าคือใคร” ชายหนุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นั้นก็คือท่านหมออู๋หมิง หลังสังหารนักรบชนเผ่าเสือดำไปเกือบหมด เขาก็ตั้งใจหลบหนีไปยังหุบเขาเพื่อซ่อนตัว ทันใดนั้นเอง ร่างๆหนึ่งก็มาปรากฏที่เบื้องหน้าของเขา “เจ้า!.....” ท่านหมออู๋หมิงทำสีหน้าตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่มาขวางเบื้องหน้า .............................................เมื่อเห็นผู้ที่ขัดขวาง เดินก้าวเข้ามาภายในบ้าน ไป่จิ้งก็หัวเราะเสียงลั่น “คิดว่าใคร ที่แท้ก็ราชินีน้ำแข็งมู่ปิง จากชนเผ่านิกายปราชญ์สวรรค์นี่เอง วันนี้ข้าไป่จิ้งโชคดียิ่งนักได้ของเล่นชิ้นใหญ่ มาเสนอให้ถึงที่” ไป่จิ้งถูมือตัวเองไปมาพร้อมเลียริมฝีปากเมื่อเห็นว่าผู้ที่มาคือมู่ปิง ชื่อเสียงของราชินีน้ำแข็งมู่ปิงนั้นโด่งดังไปทั่วดินแดนแห่งท้องฟ้า ความงามล่มเมืองของนางนั้นไม่ว่าผู้ใดได้เห็นต่างก็ไม่มีวันลืม ใบหน้าสวยงามที่ได้รูปราวกับเทพธิดารวมกับความเย็นชากลายเป็นเสน่ห์ที่ลึกลับและสูงส่ง จนเป็นที่หมายปองของผู้ชายทุกคน ไป่จิ้งเองแม้ไม่เคยเห็นใบหน้าของมู่ปิงตัวจริงแต่ก็เคยเห็นจากรูปวาดที่คนของเขานำมาให้ดู เขาเองก็ใฝ่ฝันว่าจะได้ครอบครองนางเช่นกัน “เดรัจฉานเช่นเจ้าข้าไม่เคยรู้จัก และจะกำจัดเจ้าทิ้งซะ เพื่อไม่ให้เป็นภัยกับผู้หญิงคนอื่นอีก” มู่ปิงพูดตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย เวยเวยที่เป็นอิสระจากพลังของไป่จิ้ง รีบลุกขึ้นวิ่งมาหลบที่ด้านหลังของมู่ปิงทันที “ไปที่ลานกลางหมู่บ้านหาครอบครัวของเจ้าแล้วหนีไปก่อน สหายของข้าจัดการคนของมันหมดแล้ว หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ปลอดภัย พวกมันอาจกลับมาอีก” มู่ปิงบอกกับเวยเวยขณะที่ดวงตาจ้องอยู่ที่ไป่จิ้งด้วยสีหน้าเรียบเฉย มู่ปิงและชิงชิงเดินทางมาที่หมู่บ้านสะพานไม้ด้วยหงส์หิมะซึ่งเป็นสัตว์วิญญาณที่มีปีก เมื่อเห็นชาวบ้านโดนจับกุมตัวเป็นกลุ่มใหญ่และถูกทำร้าย นางจึงรีบลงมาช่วยเหลือ จนแม่ของเวยเวยขอร้องให้มาช่วยลูกสาว นางจึงให้ชิงชิงรอช่วยชาวบ้านให้หนีไปจนหมด แล้วรุดหน้ามาช่วยเวยเวย “ขอบคุณท่านมาก” เวยเวยกล่าวของคุณแล้วรีบวิ่งออกไปหาครอบครัวทันที “มู่ปิง เจ้าปล่อยของเล่นของข้าไป เจ้าคงต้องมาเป็นของเล่นของข้าแล้ว” ไป่จิ้งมองหน้ามู่ปิงด้วยความเจ้าเล่ห์ “ไม่ต้องห่วง เพราะจากนี้ต่อไป เจ้าจะไม่มีดอกาสได้เล่นแบบนี้อีก” มู่ปิงตอบพร้อมพุ่งเข้าโจมตีทันที .............................. “อาซาน!....เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?” ท่านหมออู๋หมิงคลายความตกใจเมื่อเห็นว่าคนเบื้องหน้าคืออาซาน
“ท่าน..ท่านไปไม่ได้!” อาซานพูดตะกุกตะกัก พร้อมยืนกางแขนขวางทาง “หลีกไป อาซาน! ข้าไม่มีเวลาเล่นกับเจ้า” ท่านหมออู๋หมิงพูดตอบ พลางเตรียมหลบหนีต่อ แต่เขาก็ชะงักเมื่อได้ยินประโยคต่อมา “ข้า...ข้า..รู้ว่าท่านเป็นใคร...” ..............................................