ขณะที่เอลิซาเบธอ่านโฆษณาชิ้นนั้น ไลล่าก็ล้างจ้านเอาเก็บเข้าที่เรียบร้อย แล้วจึงได้เดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งสองพี่น้องต่างมองหน้ากันอยู่
“ว่าไง” ไลล่าเอ่ยถามขึ้นในที่สุด
“ว่าไงอะไร”
“พี่คิดยังไงกับเื่นั้น”
“นี่...เธอคงไม่พูดจริงหรอกนะ เธอจะให้พี่เขียนเื่ฝัน ๆ อะไรนั่นแล้วก็ส่งไปตีพิมพ์ด้วยงั้นหรือ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“ฉันว่าเช้านี้เธอต้องกินยาผิดแน่”
“เปล๊า..ปกติดีทุกอย่าง พี่เองก็ปกติดีเท่า ๆ กับฉันนั่นแหละ แล้วพี่ก็เป็คนช่างฝันด้วย แล้วฉันก็เชื่อว่าใน
เื่ฝัน ๆ ของพี่มันจะต้องมีอะไรที่เป็รายละเอียดมากกว่าคนอื่น ๆ หลายเท่าทีเดียว ฉันไม่เห็นมันจะเสียหาย
ตรงไหนถ้าพี่จะเขียนมันขึ้นมาแล้วก็ส่งไปให้ทางหนังสือเล่มนี้เขาจัดการพิมพ์ให้
“เธอว่าไม่เสียหายยังงั้นเรอะ...” เอลิซาเบธร้อง “ความเสียหายมันอยู่ตรงที่ว่าทุกวันนี้พี่มีลูกตั้งสองคนแล้วไงล่ะ”
“โอย...รับรองได้ว่าลูกพี่ไม่ซื้อหนังสือแบบนี้มาอ่านหรอก”
“อย่าทำตัวเป็คนฉลาดให้มันมากไปหน่อยเลยไลล่า ความคิดของเธอน่ะมันอยู่เหนือความจริง แล้วพี่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสบายใจหรอกนะ ถ้าต้องทำอะไรแบบนี้น่ะ พี่น่ะเป็แม่ แถมยังเป็แม่ชนิดหม้ายอีกด้วย”
“แต่ถึงจะเป็แม่หม้ายพี่ก็ไม่ได้แก่จนเหนียงยานนี่ ยังสดสาว กระฉับกระเฉง แคล่วคล่องไปเสียทุกอย่าง ข้อเสียมันมีอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือสามีมาชิงตายจากไปเสียก่อน ในนั้นเขาก็บอกไว้แล้ว ว่าเขา้าเื่ที่เขียนขึ้นด้วยฝีมือผู้หญิงทั่วไป ซึ่งมันเป็คุณสมบัติที่พี่มีอยู่แล้ว และเขาก็บอกด้วยว่า้าเื่ประสบการณ์ในชีวิต ถ้าคุณสมบัติข้อนี้มันจะพร่องไปบ้างก็ตรงชีวิตรักของพี่เท่านั้น แต่...” เธอรีบพูดต่อเมื่อเห็นเอลิซาเบธทำท่าจะผลักหนังสือออกห่างจากตัว
พี่เห็นตรงที่เขาเขียนต่อไว้ไหมล่ะว่า เขามีเงินพิเศษให้ด้วยนะ ถ้าพี่ไม่ลองทำ ไอ้ความเพ้อผืนหรือความ
เป็คนช่างฝันของพี่มันก็ต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์เท่านั้นเอง
“ไลล่า...” เอลิซาเบธเรียกชื่อน้องสาวอย่างใจเย็น พี่ทำไม่ได้หรอก บอกตามตรงว่าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่า
เธอไปได้ความคิดไม่เข้าท่านี้มาจากไหนกัน
“ฟังนะ” ไลล่าทาบฝ่ามือลงกับโต๊ะ พี่ทำหน้าที่เพียงแค่เขียนเื่ที่มันอยู่ในความคิดฝันออกมาเป็ตัว
หนังสือก็พอ ส่วนที่เหลือนอกจากนั้นฉันจัดการเอง ฉันจะส่งไปให้เขาด้วยนามปากกา เพราะฉะนั้นก็จะไม่มีใครรู้
ว่าตัวตนที่แท้จริงของพี่เป็ใคร ฉันจะทำทุกอย่างแม้กระทั่งไปรับเงินแทนเมื่อเื่ของพี่ได้รับการตีพิมพ์
“มีเื่เงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือนี่”
“อ้าว..ทำไมไม่อ่านให้ตลอดล่ะ เขาเขียนไว้ทนโท่”
“ยังอ่านไปไม่ถึงตรงนั้นนี่” เอลิซาเบธพูดเสียงอ่อย
“ก็ตรงนี้ไง” ไลล่าช่วยชี้ให้ เขาให้ค่าตอบแทนเป็เงินถึงสองร้อยห้าสิบเหรียญ สำหรับเื่ที่ได้รับการ
คัดเลือกลงตีพิมพ์ไม่ว่ามันจะเป็เื่สั้นหรือเื่ยาวแค่ไหนก็ตาม จะเป็เื่อิงประวัติศาสตร์หรือเื่ที่แต่งขึ้นก็ใช้ได้ทั้งนั้น
เอลิซาเบธยอมรับว่าเธอบังเกิดความสนใจในเื่นี้ขึ้นมาทันที เพราะเมื่อตอนที่เปิดร้าน “แฟนตาซี” นั้น เธอได้ใช้เงินประกันชีวิตของจอห์นกับเงินที่เก็บสะสมไว้ลงทุนไปมาก แม้ว่าร้านที่ตั้งอยู่ในโรงแรมคาวานอจจะทำกำไรแต่ก็ไม่สามารถจะใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อหาความสุขอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้
และยิ่งเมื่อลูก ๆ โตขึ้นทุกวันเช่นนี้ คำใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นเป็เงาตามตัว บ่อยครั้งที่เธอเกิดความกังวลว่าจะหาเงินที่ไหนให้ลูกศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้
แต่การที่จะหาลำไพ่พิเศษด้วยการเขียนหนังสือขายนั้นมันคล้ายกับเธอสิ้นหนทางแล้ว และประการสำคัญ...
“พี่ไม่ใช่นักเขียนหรอกนะ ไลล่า”
“พี่รู้ได้ยังไง เคยลองแล้วงั้นเรอะ ตอนเรียนหนังสือพี่ได้ ‘เอ’ ในวิชาภาษาอังกฤษตลอด ยิ่งกว่านั้น เท่าที่ฉันพอจะมีความรู้นะ เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของเื่อ่านเล่นที่เขียนกันอยู่ในทุกวันนี้ มันก็ล้วนแล้วแต่เป็เื่ที่เกิดจากการสร้างมโนภาพด้วยกันทั้งนั้น และพี่นั่นแหละที่มีพร์ในเื่นี้ยิ่งใคร ลิซซี่” ไลล่าเน้นเสียงในตอนท้าย
และตรงนี้ไงล่ะ ที่ฉันอยากจะให้พี่มองเห็น ว่ามันเท่ากับพี่เตรียมตัวที่จะเป็นักประพันธ์มาชั่วชีวิตก็ว่าได้ไม่มีใครอีกแล้วที่จะเป็คนช่างฝันมากเท่าพี่ เพราะฉะนั้นมันก็ถึงเวลาที่พี่ควรจะเอาความฝันนั่นออกมาลงทุนเสียบ้าง
เื่อะไรจะให้มันมาใช้สมองของเราเปล่าๆ
“ถึงยังไงพี่ก็ทำไม่ได้อยู่ดี”
ทำไมเล่า ถึงยังไงมันก็ยังเป็ความลับระหว่างเราอยู่นั่นเอง เหมือนตอนที่เราเอารองเท้าของคุณย่าทากาว
แล้วเอาไปแปะติดไว้กับฝาผนังห้องน้ำไง
“แต่เท่าที่พี่จำได้ ตอนนั้นมันก็เป็ความคิดอันแสนฉลาดของเธอคนเดียวอีกนั่นแหละ ทำให้พี่พลอยถูกตีไปด้วยฐานสมรู้ร่วมคิด”
“โธ่เอ๊ย...โดนตีนิดหน่อย แต่ความสนุกมันเกินคุ้ม จริงไหมล่ะ” ไลล่ายักไหล่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับเื่นั้น
เอลิซาเบธถึงกับถอนใจ เพราะรู้จักนิสัยน้องสาวดี ว่าลงได้เริ่มต้นอะไรแล้วจะไม่ยอมรับฟังคำปฏิเสธอย่าง
เด็ดขาด
“ถึงพี่จะอยากเขียนแต่ก็คงไม่มีเวลาหรอก”
“แล้วตอนกลางคืนพี่ทำอะไร”
เมื่อไลล่าย้อนกลับมาเช่นนี้เอลิซาเบธก็จำต้องยอมแพ้ เธอลุกขึ้นจากโต๊ะเดินไปรินกาแฟเติมอยู่ตรงเคาน์เตอร์
“ขืนใครมาอ่านเื่ที่พี่เขียนเข้าละก็พี่คงอายตายเลย”
เยี่ยม แสดงว่ามันจะต้องเป็เื่ที่อ่านแล้วบานฉ่ำ ไปตาม ๆ กันที่เดียว นี่ละเื่ที่ผู้หญิงชอบอ่านกันนักละเห็นไหมมันจะต้องเป็เื่ชนิด 'แจ่มแจ้ง' แต่เต็มไปด้วยรสชาติ ประโยคหลังนี้เธออ่านจากข้อความที่ตีพิมพ์ไว้ในนิตยสารฉบับนั้น “ซึ่งหมายความว่าเป็เื่โรม้านซ์ที่น่าอ่าน แต่ไม่ใช่ใช้คำพูดหยาบโลน”
“พี่ว่าเธออาจจะแปลความหมายผิดไปหน่อยละมั้ง”
“ไม่รู้ละ ว่าแต่พี่จะเขียนหรือไม่เขียนล่ะ”
“ไม่หรอก ถ้าเธอตื่นเต้นกับความคิดนี้นัก ทำไมไม่เขียนเสียเองล่ะ”
“ก็เพราะว่าฉันมันไม่มีหัวสร้างสรรค์เหมือนพี่น่ะสิ เวลาที่เราเล่น ‘เชื่อหรือไม่’ กันก็พี่นั่นแหละที่เป็คนจัดฉาก ฉันเพียงแต่แสดงไปตามบทบาทที่พี่กำหนดขึ้นเท่านั้น”
เอลิซาเบธยอมรับว่าเธอใจอ่อนกับคำยั่วยุของน้องสาวอย่างมาก เพราะถ้าพิจารณาแล้วก็มองเห็นในเหตุผลกับความเป็ไปได้อยู่ อย่างน้อยมันก็เป็อะไรบางอย่างที่จะช่วยให้เธอสามารถระบายความ้าทางเพศที่กลัดกร่อน อยู่ในใจออกมาบ้าง มันเป็งานที่ท้าทายความสามารถแบบที่เธอ้าไม่น้อย มันเป็อะไรบางอย่างอีกเช่นกันที่ เธอสามารถจะทำขึ้นมาได้เพียงลำพัง และมันจะเป็สมบัติของเธอแต่เพียงผู้เดียวด้วย ไม่ใช่สิ่งที่เธอทำเพื่อลูกหรือเพื่อธุรกิจ
แต่นี่คือการทำเพื่อตัวเองเสี่ยบ้าง โดยที่ไม่ต้องมีใครมารับรู้ด้วย บางครั้งเธอก็อยากทำอะไรแบบตามใจตัวเองบ้าง
“ไม่รู้สินะ ไลล่า” เธอตอบอย่างลังเล ถึงอย่างไรก็ยังตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี “รู้สึกว่า...มันออกจะ...จะ...”
เสียงพูดขาดหายไป เมื่อเธอสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวปรากฏขึ้นในสนามหลังบ้าน ธัด แรนดอล์ฟ กำลัง
ดอกตะปูกั้นคอกขึ้น คงจะเอาไว้ให้ลูกสุนัขอยู่นั่นเอง แมทกุลีกุจอช่วยด้วยการคอยส่งตะปูให้ ส่วนเมแกนนั้นนั่งอยู่บนชิงช้าตัวเก่าที่เ้าของบ้านคนเดิมเอาผูกไว้กับกิ่งโอ๊คใหญ่ เบบี้ลูกแมวตัวโปรดขดอยู่บนตักของเ้าหล่อน
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเอลิซาเบธในยามนี้คือตัวเขา เสื้อเช็คตัวที่เขาสวมใส่อยู่ไม่ได้กลัดกระดุม จึงเผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยกลีบกล้ามและหน้ท้องที่แบนราบ ไรขนสีดำแผ่อยู่ทั่วแผงอกนั้น กล้ามเนื้อตรง่ไหล่กับต้นแขนเคลื่อนไหวตามจังหวะตอกตะปูลง ปอยผมปรกลงเหนือคิ้ว
เขากำลังหัวเราะอย่างขบขันกับคำพูดของแมท ทุกครั้งที่หัวเราะเขาจะแหงนหน้าขึ้นเผยให้เห็น่ลำคอที่เป็สีน้ำตาลคล้ำแข็งแรง เมื่อเขาลุกขึ้นยืนปัดขี้เลื่อยออกจากกางเกงยีนที่สวมไว้ เอลิซาเบธอดสังเกตเห็นไม่ได้เลยว่ามันคับแน่นต้นขาเขาเพียงไร
“เป็อะไรไปล่ะ” ไลล่าเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังมองผ่านหน้าต่างที่อยู่เหนืออ่างล้างจานออกไป เอลิซาเบธได้ยินน้องสาวอุทานอกมาเบา ๆ เป็ครู่ที่สองพี่น้องต่างจ้องมองธัด แรนดอล์ฟ ทำงาน จนเมื่อเขาหอบท่อนไม้ขึ้นพาดไหล่เดินกลับไปทางโรงรถโดยมีเมแกนกับแมทเดินตามติดไปด้วย
เอลิซาเบธหันหลังให้น้องสาวแสร้งทำเป็ง่วนอยู่กับกับการรินกาแฟใส่ลงในถ้วย
“นี่น่ะเรอะแก่” น้ำเสียงไลล่าต่อว่าต่อขานอยู่เป็นัย
“ก็บอกอยู่เมื่อกี้ไงล่ะว่าเดาอายุเขาไม่ถูกหรอก”
“ลิซซี่ ผู้ชายที่รูปร่างหน้าตาแบบนี้น่ะยังไม่แก่หรอกนะ เขาเรียกว่าสุกได้ที่ หรืออะไรทำนองนั้นต่างหากเล่าถามจริง ๆ เถอะ ถึงแม้เขาจะอายุห้าสิบแล้วมันจะเป็อะไรไป หรือต่อให้ร้อยห้าสิบด้วยเอ้า...”
“สำหรับพี่น่ะไม่แปลกหรอก ดูเหมือนประเด็นสำคัญนี่ละมั้งที่เธอนึกไม่ถึง”
“แล้วเขามีตาสีอะไร”
“ก็...สีฟ้ามั้ง...” เธอตอบไม่เต็มเสียง แม้จะรู้อยู่ว่าจริง ๆ แล้วดวงตาที่มีประกายคมกล้าคู่นั้นสีราวไพลินเรืองแสงก็ตาม
“แล้วเขาทำมาหากินอะไร”
“เห็นเพื่อนบ้านคนหนึ่งเล่าให้พึ่งว่า เขาเป็เ้าของบริษัทปูนซีเมนต์หรืออะไรทำนองนั้น รถจี๊ปคันที่เขาขับอยู่มีชื่อบริษัทเขียนไว้ด้านข้างด้วย”
ไลล่าดีดนิ้วดังเปาะ
“แรนดอล์ฟ คอนกรีตนั้นเอง...ใช่แล้ว...ฉันเห็นรถบรรทุกของบริษัทเขาจอดอยู่ตรงที่ที่มีการก่อสร้างใหม่ๆ ตั้งหลายแห่ง นายคนนี้คงรวยเละเลยละ”
“เธอลืมหรือไง ว่าแม่สอนไม่ให้เราวิจารณ์การเงินของคนอื่น”