แสงแดดรำไรยามสายสาดส่องลงมายังเส้นทางสายหลักที่มุ่งหน้าสู่เมืองชิงซาน ถนนสายนี้ขนาบข้างด้วยป่าทึบและหน้าผาสูงชัน เป็เส้นทางสำคัญของการค้าขายและการคมนาคม ทว่าในวันนี้ บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าที่รุนแรงจนนกป่าไม่กล้าส่งเสียงร้อง
"อาโกว... เ้าดูนั่นสิ" หนิงจูเชว่กระซิบเสียงต่ำ นางหมอบราบอยู่บนยอดโขดหินใหญ่เหนือเส้นทางเดินรถม้า ดวงตาสีชาดจ้องเขม็งไปยังเบื้องล่าง "ขบวนรถม้านั่นดูหรูหราไม่เบา ธาตุไฟในตัวข้าสั่นระริกเลยล่ะ มันกำลังบอกว่า... ในขบวนนั้นมีของอร่อยซ่อนอยู่!"
"แม่นาง... นั่นมันขบวนของตระกูลมู่ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งอาณาจักรชิงซานนะขอรับ!" อาโกวที่หมอบสั่นอยู่ข้างๆ พยายามเตือนเสียงสั่น
"ดูผู้คุ้มกันพวกนั้นสิ ขอบเขตแรกเริ่มขั้นสูงกันทั้งนั้น แถมชายชุดดำที่ล้อมพวกเขานั่น... กลิ่นอายกดดันนั่นมัน ขอบเขตหลอมรวมปราณ ชัดๆ! เราหนีตอนนี้ยังทันนะขอรับ!"
"หนี? คำว่าหนีไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของข้าหรอกนะ" หนิงจูเชว่เลียริมฝีปากอย่างเ้าเล่ห์ "อีกอย่าง ข้าเพิ่งจะเสียศิลาร้อยก้อนไปกับตันเถียนหลุมดำนั่น ตอนนี้ข้าหิวจนจะเขมือบหัวหน้าโจรได้ทั้งตัวอยู่แล้ว!"
เบื้องล่าง ณ หุบเขา
ขบวนรถม้าตระกูลมู่ถูกสกัดไว้ด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ล้มขวางทาง ผู้คุ้มกันนับสิบคนยืนล้อมรถม้าคันกลางอย่างแ่า ทว่าฝ่ายตรงข้ามกลับเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากนับยี่สิบคนยืนปิดหัวปิดท้าย โดยมีชายร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งยืนถือดาบเล่มั์แผ่กลิ่นอายสีทมิฬออกมา มันคือหัวหน้าโจรป่า 'เฮยหู่' ผู้เลื่องชื่อในความโเี้
"นายน้อยมู่! ส่งกล่องสัตตบงกชเพลิงและหญ้าเพลิงเมฆามาเสียดีๆ!" เฮยหู่คำราม เสียงของมันอัดแน่นด้วยลมปราณขอบเขตหลอมรวมปราณจนใบไม้สั่นไหว "ข้าไม่อยากทำลายโฉมหน้าอันหล่อเหลาของท่าน แต่ถ้ายังดื้อดึง ข้าจะสับคนของเ้าให้เป็เนื้อบดเสียเดี๋ยวนี้!"
นายน้อยมู่ หรือ 'มู่เฉิง' ชายหนุ่มรูปงามผิวพรรณสะอาดสะอ้านที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือด ยืนกอดกล่องไม้สีแดงชาดไว้แน่น "พวกเ้า... กล้าดีอย่างไรมาปล้นคนตระกูลมู่! หากท่านพ่อของข้ารู้เื่นี้ พวกเ้าจะไม่เหลือแม้แต่ที่ฝังศพ!"
"ฮ่าๆๆ! กว่าพ่อเ้าจะรู้ พวกข้าก็หนีเข้าป่าหมื่นลี้ไปแล้ว! ฆ่ามันให้หมด เหลือแต่นายน้อยไว้!" เฮยหู่สั่งการ
ในจังหวะที่ดาบเล่มั์กำลังจะฟาดลงบนโล่ของผู้คุ้มกันคนสุดท้าย...
"หยุดดดดดดดดดดดด!"
เสียงะโแหลมสูงแต่ทรงพลังดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ทำเอาทั้งโจรและผู้คุ้มกันชะงักกึกราวกับถูกแช่แข็ง ทุกสายตาหันขวับไปมองที่ยอดโขดหิน
ร่างของสตรีโฉมงามในชุดแดงเพลิงค่อยๆ ยืนตระหง่านขึ้น เส้นผมสีชาดสยายรับลม ปานแดงรูปหงส์ที่หน้าผากวาวโรจน์ดูมีอำนาจลึกลับ นางกอดอกมองลงมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและสมเพช
"พวกมดปลวกไร้ปัญญา... กล้าดียังไงมาทำเสียงดังเอะอะรบกวนการงีบหลับของข้า!" หนิงจูเชว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าปนดูแคลน นางค่อยๆ ก้าวลงมาจากหน้าผา ท่วงท่าของนางดูเบาหวิวราวกับขนนกที่ร่อนลงมา แต่แท้จริงแล้วนางใช้ทักษะการควบคุมสมดุลร่างกายขั้นสูงที่สืบทอดมาจากิญญาเดิม
นายน้อยมู่และเหล่าโจรต่างพากันตาค้าง ความงามล่มเมืองของนางทำให้สมรภูมิรบที่ตึงเครียดกลายเป็ฉากในภาพวาดไปชั่วขณะ
"แม่นาง... ท่านเป็ใครกัน?" เฮยหู่ถามพลางขมวดคิ้ว มันััได้ว่าระดับพลังของนางอยู่เพียง ขอบเขตแรกเริ่ม ขั้นสูง เท่านั้น แต่น่าแปลกที่นางกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวมันเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังมีพลังงานบางอย่างที่กดดันจนมันรู้สึกเสียวสันหลัง
หนิงจูเชว่เดินนวยนาดเข้ามากลางวงล้อมอย่างไม่สะทกสะท้าน นางปรายตามองเฮยหู่ั้แ่หัวจรดเท้า "ข้าคือใครน่ะหรือ? หึ... เ้าไม่มีคุณสมบัติพอจะรู้ชื่อของข้าหรอก ไอ้มนุษย์หน้าปลากะพงตากแห้ง! ดาบของเ้าช่างไร้รสนิยม ปราณที่ใช้ก็สกปรกโสโครก ดูรู้เลยว่าฝึกวิชาสายมารปลายแถวมาจนเส้นชีพจรใกล้จะแตกเป็เสี่ยงๆ แล้ว"
"เ้าว่าไงนะ!" เฮยหู่หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว "ข้าคือหัวหน้าโจรเฮยหู่ ขอบเขตหลอมรวมปราณ! เ้ามันก็แค่ยัยผู้หญิงปากดีคนหนึ่ง ข้าจะ..."
"จะทำอะไร? จะฆ่าข้า?" หนิงจูเชว่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางของนางดูเยือกเย็นจนคนรอบข้างเริ่มลังเล "ถ้าเ้าขยับดาบเพียงนิ้วเดียว... ความลับเื่ 'ค่ายกลา' ที่ปกคลุมป่าแห่งนี้อยู่จะทำงานทันที และข้าบอกเลยว่า แม้แต่ขอบเขตเทวะยังแทบเอาตัวไม่รอด แล้วโจรชั้นต่ำอย่างเ้าจะเหลืออะไร?"
นางเริ่มโกหกคำโตด้วยหน้าตาที่นิ่งสนิทที่สุดในชีวิตหมื่นปี
"ค่ายกล... า?" พวกโจรเริ่มเลิ่กลั่ก หันมองรอบตัวด้วยความหวาดระแวง
"ใช่... ข้าััได้ว่าพวกเ้ากำลังแย่งชิงหญ้าเพลิงเมฆากันอยู่สินะ?" หนิงจูเชว่หันไปทางนายน้อยมู่ "นายน้อย... ส่งของสิ่งนั้นมาให้ข้าเสียดีๆ ของระดับนั้นน่ะ คนธรรมดาอย่างเ้ามีวาสนาไม่ถึงหรอก หากเ้ายังมันต่อไป พลังงานความร้อนของมันจะดึงดูดสัตว์อสูรระดับสูงให้มาขย้ำขบวนของเ้าจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก!"
"ขะ... ข้า..." มู่เฉิงสับสนไปหมด ใจหนึ่งเขาก็ระแวง อีกใจหนึ่งเขาก็ถูกเสน่ห์และท่าทางอันสูงส่งของนางสะกดไว้
หนิงจูเชว่หันกลับมาหาเฮยหู่ "ส่วนเ้า... ถ้าอยากได้ของสิ่งนั้น ข้ามีข้อเสนอ ข้าจะช่วย 'ปลดผนึก' พลังของหญ้าเพลิงเมฆาให้มันทรงพลังขึ้นร้อยเท่า เพื่อให้เ้าใช้เป็พื้นฐานอนาคตของเ้าสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจอมราชันย์ได้แน่นอน แต่มีเงื่อนไขว่า... เ้าต้องจัดการพวกตระกูลมู่ให้เกลี้ยง!"
เฮยหู่หูผึ่งทันที "ขอบเขตจอมราชันย์รึ!? เ้าทำได้จริงหรือ?"
"ข้าคือใคร? ข้าคือธิดาแห่งหุบเขาเพลิงอสูร!" นางปั้นเื่เป็ตุเป็ตะ "ส่งหญ้านั่นมาให้ข้า ข้าจะเริ่มร่ายมนตร์เดี๋ยวนี้!"
ด้วยความโลภที่บังตา เฮยหู่สั่งให้ลูกน้องไปแย่งกล่องจากมู่เฉิงแล้วโยนให้หนิงจูเชว่ หนิงจูเชว่รับกล่องไม้มาอย่างว่องไว นางเปิดดูเล็กน้อย เห็นหญ้าสีแดงเพลิงที่แผ่ไอความร้อนแรงกล้าออกมาก็ยิ้มกริ่มในใจ 'โอ้แม่เ้า! กลิ่นอายนี้แหละที่ข้า้า! ตันเถียนข้ากำลังเต้นระบำเลยล่ะ!'
นางปิดกล่องลงแล้วทำท่าทางร่ายรำอย่างพิสดาร จริงๆ คือการเต้นยืดเส้นยืดสายมั่วๆ พลางท่องพึมพำ "โอม... ปราณจงมา... เงินจงมี... ใครโง่ก็จงอยู่ตรงนี้ต่อไป..."
"เอาล่ะ! พลังเริ่มทำงานแล้ว!" หนิงจูเชว่ะโก้อง "พวกเ้าสู้กันไปนะ ข้าต้องไปทำพิธีขั้นสุดท้ายที่ถ้ำหลังโขดหินนู่น ห้ามใครตามมาเด็ดขาด ไม่งั้นค่ายกลาจะะเิบึ้มใส่หน้าพวกเ้าทุกคน!"
นางคว้ากล่องหญ้าเพลิงเมฆาไว้แนบอก แล้วเดินนวยนาดหายลับเข้าไปในพุ่มไม้หนาทึบข้างทางอย่างใจเย็น โดยมีสายตาของโจรและผู้คุ้มกันมองตามด้วยความหวังและหวาดระแวง
ทว่า... พอลับสายตาคน หนิงจูเชว่ก็ถกกระโปรงขึ้นทันที!
"อาโกว! วิ่งงงงงงงงง! วิ่งให้ไวที่สุดในชีวิตเลยนะโว้ยยยย!"
นางใส่เกียร์หมาสับฝีเท้าวิ่งแน่บขึ้นไปบนยอดเขาอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งความสง่างามเมื่อครู่ไว้เื้ั อาโกวที่แอบอยู่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งตามไปติดๆ
"แม่นาง! ท่านมันนางมารชัดๆ! ท่านต้มตุ๋นพวกเขาหน้าด้านๆ แบบนั้นเลยเหรอ!" อาโกวะโถามขณะหอบแฮก
"เขาเรียกว่าใช้สมองโว้ย!" หนิงจูเชว่ตอบพลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "หญ้าเพลิงเมฆานี่แหละคือตั๋วที่จะพาข้าไปตบหัวเ้าเมืองชิงซาน! วิ่งเร็วเข้า เดี๋ยวไอ้พวกปลากะพงตากแห้งนั่นรู้ตัวเราจะซวย!"
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ณ หุบเขาเสือหมอบ
เฮยหู่ที่ยืนรออย่างมีความหวังเริ่มรู้สึกแปลกๆ "ทำไมมันเงียบจังวะ? ค่ายกลาอะไรนั่นก็ไม่เห็นทำงานเลย..."
มันเดินไปที่พุ่มไม้ที่หนิงจูเชว่เดินหายเข้าไป สิ่งที่พบมีเพียง... กิ่งไม้ที่ปักอยู่บนพื้นพร้อมกับเศษผ้าสีแดงที่เขียนด้วยเืนก ซึ่งนางแอบทำไว้ ว่า:
"ขอบใจสำหรับหญ้านะไอ้โง่! ไว้ชาติหน้าถ้าเกิดใหม่ อย่าลืมพกสมองมาด้วยล่ะ! - จาก มารดาเ้า"
"อ๊ากกกกกกกก! นังผู้หญิงสารเลว! ข้าจะฆ่าเ้าาาาา!" เสียงคำรามของเฮยหู่ดังสนั่นหุบเขาจนูเาะเื แต่นางเอกของเรานั้น... บัดนี้วิ่งหายไปไกลเกินกว่าจะตามตัวพบเสียแล้ว!
หนิงจูเชว่นั่งหอบอยู่ริมลำธารบนยอดเขา นางเปิดกล่องมองหญ้าเพลิงเมฆาด้วยแววตาเป็ประกาย "หึหึ... คราวนี้แหละ ขอบเขตหลอมรวมปราณ... เ้าเตรียมตัวโดนข้าทะลวงได้เลย!"