“รสชาติของนางพญาปลวกตัวนี้แย่จริง ๆ มีกลิ่นไม้ผุผสมกับกลิ่นเหม็นเหมือนอุจจาระไม่มีผิด ไม่ไหว ผมรู้สึกคลื่นไส้นิดหน่อย ขอไปบ้วนปากก่อนนะ"
[วะฮ่าฮ่า สตรีมเมอร์ตบหน้าตัวเองเข้าให้แล้ว]
[ถ้าเป็ปลวกฉันยังพอรับได้ เพราะปลวกกินเส้นใยไม้]
[มีฉันคนเดียวหรือเปล่าที่รู้สึกว่า นางพญาปลวกขาว ๆ อวบ ๆ ดูน่ารักดี? พอเห็นลูกพี่อวี่กินเข้าไปในคำเดียวแล้วรู้สึกน่ากลัวแบบบอกไม่ถูกแฮะ]
[ชิ กินแมลงพวกนี้มันจะไปวิเศษอะไร อดทนฝืนกลืน ๆ ไปก็จบ พวกมันต่อต้านสตรีมเมอร์ไม่ได้หรอก]
[พวกนักเลงคีย์บอร์ดเก่งแต่พิมพ์ ถ้าคิดว่ามันง่ายก็ลองไลฟ์กินของพวกนี้ดูสิ]
หลังจากบ้วนปากและเคี้ยวใบสะระแหน่ในปากไปนิดหน่อย หวังอวี่ก็ตัดรังปลวกชิ้นนี้ออกมาส่วนหนึ่งแล้วเก็บใส่กระเป๋าเป้ เขาเดินต่อไปพร้อมกับคอยสังเกตสถานที่รอบ ๆ ที่พอจะใช้ค้างคืนได้ไปด้วย
"คืนนี้ผมจะค้างคืนที่นี่ครับ ต้องหาที่พักที่ปลอดภัยพอสมควร หมาป่าสีเทาที่เจอวันนี้ทำให้ผมยังรู้สึกกังวลใจมาจนถึงตอนนี้เลย"
หวังอวี่ใช้นิ้วชี้ไปยังหลุมขนาดใหญ่ด้านหน้าแล้วพูดกับห้องไลฟ์ว่า "ทุกคนเห็นหลุมตรงหน้าผมไหมครับ? ไม่รู้ว่าเป็รอยเท้าของสัตว์ป่าตัวไหนทิ้งไว้บนพื้น ดูแล้วเหมือนจะเป็รอยของหมูป่าเลย ความจริงไม่ว่าจะเป็หมูป่าหรือหมาป่าสีเทา ผมก็ไม่อยากเจอพวกมันทั้งนั้น ดังนั้นคืนนี้ ผมจึงต้องหาที่พักที่ค่อนข้างปลอดภัยเพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกสัตว์ป่าลอบโจมตีในตอนกลางคืน"
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกผิดหวังก็คือ ตลอดทางที่เดินมา รอบด้านมีแต่ความโล่งเตียน นอกจากวัชพืชบนพื้นดินแล้ว ก็แทบไม่มีอะไรที่ใช้กำบังได้เลย
ท้องฟ้าเริ่มมืดลงทีละน้อย หวังอวี่รู้สึกร้อนใจเล็กน้อย หากยังคงหาที่สำหรับสร้างที่พักไม่ได้ เขาคงต้องเลือกที่จะเดินทางต่อตลอดทั้งคืน เพราะการรั้งอยู่ที่นี่จะยิ่งอันตรายกว่าเดิม
ในตอนนั้นเอง หวังอวี่ก็สังเกตเห็นเนินดินเล็ก ๆ อยู่ข้างหน้า เนินดินนี้สูงไม่ถึงหนึ่งเมตร หวังอวี่รีบเดินเข้าไปใกล้ ๆ ด้านหนึ่งของเนินดินมีพื้นที่เว้าลงไปพอดี
หลังจากหวังอวี่ะโลงไป เขาก็พบว่าแค่ขุดพื้นที่ภายในเนินดินให้กว้างพอสำหรับนอนก็เพียงพอแล้ว จากนั้นก็จุดไฟกองหนึ่งตรงจุดที่เว้าลงไป เท่านี้สถานที่แห่งนี้ก็จะมีประสิทธิภาพเพียงพอในการปกป้องความปลอดภัยของเขาในยามค่ำคืนได้แล้ว
กว่าจะหาที่พักได้ไม่ใช่เื่ง่าย หวังอวี่รีบวางกระเป๋าเป้ลงและเริ่มลงมือทันที เขาหาท่อนไม้แถว ๆ นั้นมาหนึ่งท่อน ใช้มีดสั้นเหลาปลายด้านหนึ่งให้แหลม แล้วเริ่มใช้มันขุด
โชคดีที่ดินแถวนี้ค่อนข้างร่วน การขุดจึงไม่เหนื่อยมากนัก ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง หวังอวี่ก็ขุดพื้นที่สำหรับนอนได้สำเร็จ เขาคลานเข้าไปนอนขดตัวอยู่ข้างใน ก่อนจะยกมือขึ้นปัดดินบนหัวแล้วพูดว่า "เนินดินนี้ปรากฏขึ้นได้ถูกเวลาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นผมคงต้องเดินทางต่อทั้งคืนอย่างที่เคยบอกไว้ การอยู่ในป่าต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ เห็นไหมล่ะ พอผมปรับเปลี่ยนที่นี่นิดหน่อย ก็กลายเป็ที่พักที่ปลอดภัยมากแล้ว ตอนนี้ผมจะไปหาหญ้ามาจุดไฟกองหนึ่งตรงทางออก"
ในพื้นที่หนองน้ำมีหญ้าอยู่เต็มไปหมด ไม่นานหวังอวี่ก็หามาได้กองใหญ่ เขาปูหญ้าหนา ๆ ชั้นหนึ่งบนพื้นของที่พัก เพียงแต่ตอนหากิ่งไม้แห้ง เขาต้องเดินไปเก็บในที่ที่ไกลออกไปหน่อย การเดินไปกลับแบบนี้ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงถึงจะรวบรวมกิ่งไม้แห้งได้เพียงพอ ซึ่งเวลาส่วนใหญ่เสียไปกับการเดินทาง
เมื่อมองดูกองกิ่งไม้แห้งที่วางอยู่ข้างทางออกของที่พัก หวังอวี่เช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วยิ้มพูดว่า "ตอนนี้ผมเตรียมตัวจะออกไปหาอาหาร ลองทายกันดูสิว่า คืนนี้ผมจะกินอะไร?"
[ฉันทายว่าน่าจะเป็ปูน้ำจืดนะ]
[ความจริงฉันอยากดูลูกพี่อวี่กินงูมากกว่า กินงูมันเร้าใจสุด ๆ ]
[มา ๆ ๆ เปิดโต๊ะแล้ว มาพนันกันว่า คืนนี้ลูกพี่อวี่จะกินอะไร]
[ฉันพนันขนมล่าเถียวซองนึงเลยว่ากินแมลง]
[...]
ในบริเวณนี้มีของกินอยู่มากมาย หวังอวี่เดินมาที่หน้าแอ่งน้ำแห่งหนึ่ง อยากลองดูว่าจะจับปูแสนอร่อยได้เหมือนเมื่อตอนกลางวันหรือเปล่า
"อ๊บ!"
ในตอนนั้นเอง มีเสียงกบร้องดังสนั่นมาจากที่ไกล ๆ หวังอวี่พูดด้วยความรู้สึกดีใจว่า "ดูท่ามื้อค่ำวันนี้จะเป็เ้านี่แล้ว"
พอเดินไปข้างหน้าสองก้าว ก็เห็นกบตัวอวบอ้วนซ่อนตัวอยู่ในกอหญ้าน้ำที่หนาทึบ เมื่อเห็นหวังอวี่ตามมาเจอ กบตัวนั้นก็ร้อง 'อ๊บ' อีกครั้ง จากนั้นก็เตรียมจะะโลงในแอ่งน้ำ แต่สำหรับอาหารที่หาเจอแล้ว หวังอวี่ไม่มีทางปล่อยให้มันหนีไปง่าย ๆ แบบนี้แน่
เขาก้าวยาว ๆ เข้าไป แล้วยื่นมือคว้ากบในกอหญ้ามาไว้ในมือได้สำเร็จ ขณะที่กำกบไว้ในมือ หวังอวี่ก็ยิ้มแป้นพร้อมพูดกับกล้องไลฟ์ว่า "เพื่อน ๆ ดูนี่สิ... เฮ้ย!"
เพิ่งจะเริ่มพูด กบในมือก็ดิ้นรนอย่างแรงทันที หวังอวี่ไม่ทันระวัง เลยทำให้มันหลุดรอดจากมือของเขาไปได้
เห็นเพียงกบะโลงไปในแอ่งน้ำ แล้วไม่นานเงาของมันก็หายไปจากสายตาของหวังอวี่
เมื่อเห็นฉากนี้เกิดขึ้น ผู้ชมก็พากันรัวคอมเมนต์เข้ามาในห้องไลฟ์เพื่อล้อเลียนทันที
[สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือบรรยากาศที่เงียบสงัดกะทันหัน!]
[น่าอายชะมัด! ฉันล่ะอายแทนลูกพี่อวี่จริง ๆ ]
[การโดนตบหน้ามักจะมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเสมอ]
[กาก!]
[ยื้อเวลาชีวิตไปได้อีกหนึ่งวิ ฮ่า ๆ ๆ !]
หวังอวี่ไม่พูดอะไร รอจนกระทั่งผิวน้ำกลับมาสงบอีกครั้ง กบตัวนั้นก็โผล่หัวขึ้นมา และกำลังเตรียมจะปีนขึ้นฝั่ง
คราวนี้หวังอวี่หยิบมีดเดินป่าออกมาปลิดชีพเ้ากบในทีเดียว จากนั้นก็หันไปพูดกับกล้องไลฟ์สตรีมว่า "นี่คือกบกระทิง ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะเสียงร้องของมันดังกังวานคล้ายกับกระทิงร้อง แต่ว่าตัวเดียวคงไม่พอให้ผมกินหรอก ผมต้องจับเพิ่มอีกสักสองสามตัว"
ตำแหน่งของกบกระทิงหาได้ง่ายมาก เพราะเ้าพวกนี้ร้องเสียงดังเหลือเกิน หวังอวี่จับกบได้ทั้งหมดสี่ตัว เขาใช้มีดสั้นตัดส่วนบนออก เหลือไว้เพียงครึ่งตัว หลังจากล้างสะอาดแล้ว หวังอวี่ก็นำพวกมันกลับไปยังที่พัก
ตอนนี้ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดินเต็มทีแล้ว อาศัยจังหวะที่ท้องฟ้ายังไม่มืดจนเกินไป หวังอวี่จึงรีบก่อกองไฟขึ้นมา เขานำกบกระทิงเสียบเข้ากับไม้ แล้วนำไปย่างไฟอ่อน ๆ บนกองไฟ
ระหว่างที่นั่งรอให้อาหารสุก หวังอวี่ก็ใช้เวลาว่าง่นี้พูดคุยกับผู้ชม
"วันนี้เป็คืนที่สามที่ผมใช้ชีวิตอยู่ในป่า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คืนนี้จะเป็คืนสุดท้ายที่ผมจะค้างแรมที่นี่ ถึงแม้ว่าั้แ่เริ่มสตรีมจนถึงตอนนี้ จะเพิ่งผ่านไปแค่สามวันสั้น ๆ แต่ผมกลับรู้สึกว่าสามวันนี้มันช่างยาวนานเหมือนสามเดือนเลยครับ"