หลังจากที่ซีคทบทวนความทรงจำส่วนหนึ่งในชีวิตที่ผ่านมาของเขาและทดสอบระบบเรียบร้อยแล้ว
เขาจึงอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวที่จะเข้ารับการทอดสอบของเขาในวันนี้ หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ซีคจึงเดินออกจากห้องนอนและลงไปที่ห้องอาหารเพื่อทานอาหารกับครอบครัวของเขา
“ตึก ตึก ตึก”
เสียงฝีเท้าของซีคที่เดินลงมาจากชั้นสองและเดินไปที่โต๊ะอาหารในห้องครัว เขานั่งลงที่เก้าอี้ตรงด้านข้างพ่อของเขาเพื่อทานอาหาร
แม่ของเขากำลังยกจานที่มีเนื้อสัตว์อสูรปรุงสุกใหม่ๆมาเสริฟ กลิ่นหอมของเนื้อโชยเตะจมูกทุกคนที่นั่งอยู่
เธอวางจานลงพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามพ่อของเขา
“ซีค ทำไมวันนี้เ้าจึงตื่นสายผิดปรกติ เ้าไม่สบายตรงไหนหรือไม่ ถ้าเ้าไม่พร้อมเข้ารับการทดสอบในวันนี้ ก็บอกแม่ได้ แม่จะไปบอกหัวหน้าหมู่บ้านให้เองเ้าจะได้ไม่ต้องฝืนตัวเอง”
มีร่าหันไปถามซีคด้วยความเป็ห่วงพร้อมกับส่งสายตาที่อ่อนโยนให้เขา
ก่อนที่ซีคจะได้เปิดปากตอบแม่ของของเขา รีสที่นั่งตรงข้ามซีคก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
“ท่านแม่อย่าเป็ห่วงท่านพี่มากนักเลย เขาแข็งแรงเหมือนกับ’วอลอค เมื่อวานท่านพี่ยังฝึกซ้อมต่อสู้กับข้าและโดนข้ามุบตีไปตั้งหลายหนก็ไม่เห็นเป็อะไรเลย”
รีสเปรียบเทียบพี่ชายของเธอเหมือนกับสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายวัวด้วยคำพูดเยาะเย้ย พร้อมกับหันหน้าไปทางพี่ชายของเธอแล้วแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา
“ข้าว่าเ้าเหมือนวอลอคยิ่งกว่าข้าซะอีก เด็กผู้หญิงอะไรแข็งแกร่งและบึกบึนเช่นนี้ ฮ่าๆ”
ซีคฉีกยิ้มและพูดล้อเลียนรีสพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
“ใครสอนให้ท่านพูดกล่าวหาเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆหน้าตาน่ารักเช่นข้ากัน ฮึ! ท่านแม่ช่วยข้าด้วยท่านพี่กล่าวหาข้าอีกแล้ว”
รีสตอบกลับซีคและแลบลิ้นใส่เขาพร้อมกับกอดแขนแม่ของเธอด้วยท่าทางออดอ้อน แต่มีร่ากลับเขกหัวรีสเบาๆ
“โอ๊ย”
รีสอุทานขึ้นมาพร้อมกับเอามือลูบหัว
“หยุดเลยทั้งสองคน เ้านั่นแหละตัวดีรีส ที่ชอบรังแกพี่เขาก่อน”
มีร่าพูดขัดลูกๆของเธอทั้งสองคน พร้อมกับหันไปมองค้อนซาคที่ไม่ยอมพูดอะไร
ส่วนซาคกลับเลิกคิ้วและกลอกตาพร้อมกับทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ จากนั้นเขาจึงแกล้งอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ
แต่เขาก็แอบชำเลืองตามองลูกของเขาทั้งคู่และยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู เขาหัวเราะสองพี่น้องในใจที่พวกเขาชอบทะเลาะกันเป็ประจำพร้อมกับส่ายหัว ด้วยนิสัยของเขาแล้ว เขาก็ไม่ได้พูดห้ามปรามอะไรลูกๆของเขา
“แล้วสรุปว่าเ้าสบายดีหรือไม่”
มีร่าถามซีคอีกครั้ง
“ข้าแข็งแรงดีท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง”
ซีคตอบแม่ของเขาและทานอาหารต่อ
ซาคหันไปมองซีคขณะที่กำลังทานอาหารและพูดกับเขา “เ้าจงตั้งใจกับการทดสอบในครั้งนี้ เพราะถ้าเ้าผ่านการทดสอบประจำปี มันจะเป็โอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้เ้ามีอนาคตที่สดใส ข้าขอแค่ให้เ้าใช้ความพยายามให้มาก แต่อย่ากดดันตนเองมากจนเกินไป ครอบครัวของเราจะคอยอยู่เคียงข้างเ้าเสมอ ไม่ว่าผลการทดสอบจะออกมาเป็เช่นไร”
ซาคตบไหล่ซีคเบาๆหลังจากพูดให้กำลังใจซีค
“ขอบคุณท่านพ่อที่เป็ห่วงข้า ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด”ซีคตอบกลับพ่อของเขาและยิ้มอย่างมั่นใจ
หลังจากทานอาหารเสร็จพวกเขาทั้งสี่คนจึงเดินทางไปที่ศูนย์การทดสอบที่ใจกลางหมู่บ้าน
ระหว่างทางซีคได้ใช้ความสามารถในการตรวจสอบกับพ่อแม่และน้องสาวของเขา
——————————
[ ชื่อ : ซาค เรลิเฟีย ]
[ เผ่าพันธุ์ : มนุษย์ ]
[ อายุ : 41 ปี ]
[ พร์ : รากิญญาไร้ธาตุระดับต่ำ , ดาบ (ระดับสูง) , กระบี่ (ระดับต่ำ) หอก(ระดับต่ำ)
[ ระดับพลัง : ปรมาจารย์นักรบระดับแปด ]
[ ทักษะการฝึกฝน : ทักษะรวบรวมออร่าแห่งอาณาจักรมิวริคน่า ( ระดับ1 ความชำนาญ 100% )
[ ทักษะการต่อสู้ : ทักษะดาบแห่งเฟริค( ระดับเหล็ก ความชำนาญ 100% ) , ทักษะหมื่นดาบแยกนภา(ระดับเงิน ความชำนาญ 100% ) , ทักษะดาบผ่าปฐี( ระดับเงิน ความชำนาญ 100% ) ]
[ ทักษะอื่นๆ : - ]
[ สายเื : เทพแห่งดาบ (ระดับทอง) ]
[ ความสามารถพิเศษ : - ]
[ เื่ราว : บุตรชายคนที่สามของ ดยุค’ฟีคาล เรลิเฟีย ตระกูลขุนนางแห่งอาณาจักรมิวริคน่า นักเดินทางข้ามเวลาของอารยธรรมระดับกลางจากดาวซิวรอน ]
—————————-
[ ชื่อ : มีร่า มิวริคน่า ]
[ เผ่าพันธุ์ : มนุษย์ ]
[ อายุ : 39 ปี ]
[ พร์ : รากิญญาธาตุน้ำแข็งระดับสูง ]
[ ระดับพลัง : ปรมาจารย์จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ระดับหก]
[ ทักษะการฝึกฝน : ทักษะฝึกฝนเวทย์มนตร์ราชวงศ์มิวริคน่า ( ความชำนาญ 100% )
[ ทักษะการต่อสู้ : เวทย์น้ำแข็ง(ระดับเงิน ความชำนาญ 100% ) , เวทย์ลวงตา (ระดับทอง ความชำนาญ 100% ) ]
[ ทักษะอื่นๆ : - ]
[ สายเื : - ]
[ ความสามารถพิเศษ : ระบบสุ่มทักษะ(ระดับ1ดาว)]
[ เื่ราว : องค์หญิงลำดับที่ 1 แห่งราชวงศ์มิวริคน่า นักเดินทางข้ามเวลาของอารยธรรมระดับกลางจากดาวซิวรอน ]
——————————-
[ ชื่อ : รีส เรฟิเวอร์ทาร์ ]
[ เผ่าพันธุ์ : มนุษย์ ]
[ อายุ : 14 ปี ]
[ พร์ : รากิญญาไร้ธาตุระดับสูง , ดาบ(ระดับกลาง) , กระบี่ (ระดับตำนาน) ]
[ ระดับพลัง : - ]
[ ทักษะการฝึกฝน : - ]
[ ทักษะต่อสู้ : ดาบแห่งเฟริค ( ระดับเหล็ก ความชำนาญ 45% ]
[ ทักษะอื่นๆ : - ]
[ สายเื : - ]
[ ความสามารถพิเศษ : - ]
[ เื่ราว : องหญิงลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์ เรฟิเวอร์ทาร์ อัจฉริยะผู้มีพร์หนึ่งในพันล้าน ]
——————————
สายเืและทักษะการต่อสู้ระดับจะแบ่งต่ำไปสูงดังนี้ ระดับเหล็ก ระดับทองแดง ระดับเงิน ระดับทอง …
ส่วนทักษะฝึกฝนจะแบ่งเป็ 1 2 3 ไล่ตามลำดับไป
ระดับจะอิงตามการฝึกฝนหลักในทวีปเทียนหยวน ทักษะการฝึกฝนระดับ 1 สามารถฝึกได้สูงสุดแค่ขอบเขตหลอมร่างกาย ทักษะการฝึกฝนระดับ 2 สามารถฝึกฝนได้สูงสุดแค่ขอบเขตสร้างรากฐาน ทำนองนี้ ไล่ตามลำดับขึ้นไปเรื่อยๆ
…
ซีคคิดในใจ
‘เื้ัพ่อและแม่ของข้าไม่ง่ายเหมือนที่เห็นภายนอกจริงๆ และพร์ของรีสก็ถือว่าเป็ปีศาจน้อยอีกตนหนึ่ง ราชวงศ์ เรฟิเวอร์ทาร์? แสดงว่าเธอไม่ใช่น้องสาวขอข้า มันต้องมีเบื้องลึกเื้ัอย่างแน่นอน…’
เท่าที่เขารู้ครอบครัวของเขามีกันอยู่แค่สี่คน เขาไม่เคยรู้เื่ราวของญาติคนอื่นๆเื้ัตระกูลฝั่งพ่อและแม่ของเขาเพราะพวกเขาบ่ายเบี่ยงที่จะเล่าให้เขาฟัง
เวลาที่เขาถามถึงเื่ราวเ่าั้พ่อและแม่ของเขาชอบบอกว่า เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมข้าจะเล่าให้เ้าฟัง’
ปัจจุบันเท่าที่ซีคทราบจากความทรงจำที่พ่อของเขาเคยเล่าให้ฟัง ซาคพ่อของเขาเป็นักรบระดับสี่ แต่กลับเสียแขนไปทำให้ต่อสู้ได้ไม่เต็มที่เหมือนสมัยก่อน
แต่พละกำลังของเขานั้นยังเหมือนสมัยก่อน พ่อของเขาถือว่าเป็นักรบระดับกลางแค่ในนามเท่านั้น และแม่ของเขาก็เป็คนธรรมดาทั่วไปไม่ใช่นักรบหรือจอมเวทย์
“ ตอนนี้ข้าได้ทราบความจริงแล้วว่าพวกเขาปกปิดความแข็งแกร่งที่แท้จริงไว้ เื่ที่พ่อข้าเสียแขนก็น่าจะเป็เื่โกหกที่พวกเขาแต่งขึ้นมา แม่ของข้าคงจะร่ายเวทย์ลวงตาไว้ ”
การแบ่งระดับความแข็งแกร่งในทวีปฟาทาริมจะแบ่งระดับจากต่ำไปสูง คือ นักรบและจอมเวทย์ ระดับ 1-9
ปรมาจารย์นักรบและปรมาจารย์จอมเวทย์ ระดับ 1-9
ปรมาจารย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และปรมาจารย์จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ระดับ 1-9
…
ทุกๆสามระดับจะมีคอขวดขนาดเล็กให้ฝ่าฟัน และในระดับเก้าของทุกๆขอบเขตใหญ่จะมีคอขวดขนาดใหญ่ขวางกั้นอยู่ หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่สามารถฝ่าฟันคอขวดขนาดใหญ่นี้ได้
ส่วนระดับพลังที่สูงกว่านี้ซีคยังไม่มีข้อมูลของระดับพลังดังกล่าวในโลกนี้ ระดับพลังที่สูงกว่านี้มันอาจเป็ตำนานของจักรวรรดิที่ไม่ได้พบเห็นมาหลายพันปี เพราะผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเพียงผู้เดียวในจักรวรรดิคอสฟิวที่เขารู้จักเป็แค่เพียงปรมาจารย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่ระดับเก้า
และนั่นจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก’จักรพรรดิฟีเรสคอสฟิว ที่ครองตำแหน่งจักรพรรดิมายาวนานกว่า80ปี
เมื่อใครก็ตามที่มีความแข็งแกร่งถึงระดับปรมาจารย์นักรบหรือปรมาจารย์จอมเวทย์ จะมีอายุขัยที่เพิ่มขึ้นอีก50ปี
และเมื่อฝึกฝนถึงระดับนักรบผู้ยิ่งใหญ่จะมีอายุขัยเพิ่มขึ้นอีก100ปีเป็อย่างน้อย พวกเขาเ่าั้ล้วนก้าวข้ามขีดจำกัดอายุขัยธรรมดาของมนุษย์ทั่วไป
แต่ซีคกลับรู้สึกผิดปรกติกับอายุขัยของนักรบและจอมเวทย์ที่เพิ่มในโลกนี้ เพราะมันน้อยเกินไป…
ในทวีปเทียนหยวนนั้นผู้ฝึกฝนขอบเขตหลอมร่างกายกลับไม่มีอายุขัยที่เพิ่มขึ้นมากนัก แต่กลับกันสำหรับผู้ที่ก้าวข้ามขอบเขตหลอมร่างกายไปถึงขอบเขตสร้างรากฐานนั้นจะมีอายุขัยที่เพิ่มขึ้นมามากถึง 500 ปี!
และจะถือว่าพวกเขาเ่าั้เป็ผู้ฝึกะที่แท้จริง ความแข็งแกร่งของพวกเขาแตกต่างจากขอบเขตหลอมร่างกายดั่งพื้นปฐีกับสรวงสรรค์ เปรียบราวกับเทพเ้าเมื่อเทียบกับมนุษย์ธรรรดาทั่วไป
ทักษะการฝึกฝนของโลกนี้นี้น่าจะแตกต่างจากทักษะในชีวิตก่อนหน้าของเขา
“ในชีวิตนั้นข้าอดเสียดายไม่ได้ที่ข้ามไม่อาจที่จะก้าวข้ามไปถึงขอบเขตสร้างรากฐาน
ส่วนในเื่ของความแข็งแกร่งถ้าเปรียบเทียบจากความแข็งแกร่งของพ่อข้า ที่เขาเคยแสดงให้ข้าเห็นในขอบเขตนักรบระดับสี่ ถ้าวัดกันที่พละกำลังเพียงอย่างเดียว เขาอ่อนแอกว่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมร่างกายระดับสี่หลายเท่า และจะเทียบได้กับผู้ฝึกตนขั้นหลอมร่างกายระดับสองขั้นต้นเพียงเท่านั้น”
“ถ้าอย่างนั้นถ้าเกิดว่าข้าฝึกฝนทักษะในชีวิตก่อนหน้าของข้าถึงขอบเขตหลอมร่างกายระดับสี่ ข้าคงจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าปรมาจารย์นักรบเ่าั้!”
“และถ้าข้ากลับมามีแข็งแกร่งเท่าชีวิตก่อนหน้า ในขอบเขตหลอมร่างกายระดับเก้า จะแข็งแกร่งขนาดไหนเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดของปรมาจารย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่”
“ส่วนความแข็งแกร่งของเหล่าจอมเวทย์ข้ายังไม่เคยพบเจอ เพียงแค่เคยได้ยินจากผู้อื่นและอ่านจากหนังสือเพียงเท่านั้น แต่ข้าคิดว่ามันอาจจะไม่แตกต่างกันมากมายนัก”
กลับมาที่ปัจจุบัน
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงศูนย์ทดสอบ พวกเขาก็พบเจอกับผู้คนที่พลุกพล่านเต็มไปหมด เพราะวันนี้เป็วันสำคัญผู้คนเกือบทั้งหมู่บ้านจึงมารวมตัวกัน
ศูนย์การทดสอบแห่งนี้เป็อาคารขนาดเล็กและมาลานด้านหน้าที่เป็จุดทดสอบ ส่วนกรรมการผู้ที่รับผิดชอบการทดสอบคือตัวแทนที่มากจากส่วนกลางของอาณาจักรเฟริค
พวกเขาจะส่งตัวแทนเหล่านี้ไปตามพื้นต่างๆทั่วทั้งอาณาจักรหลายแสนคน และพวกเขาเ่าั้มีความแข็งแกร่งขั้นต่ำที่ระดับนักรบหรือจอมเวทย์ระดับกลาง
ในครั้งนี้ผู้ที่ทำหน้าที่เป็กรรมการทดสอบประจำปีของหมู่บ้านฟาติสมีอยู่ด้วยกันสองคน คนแรกเป็ชายวัยกลางคนนามว่า’ฟริซ เขาเป็นักรบระดับสี่ ส่วนคนที่สองเป็หญิงสาวผมทองนามว่า’เรีย เธอเป็จอมเวทย์ระดับสี่เช่นกัน
ใจกลางศูนย์ทดสอบจะมีศิลาตรวจสอบพร์นักรบและจอมเวทย์อยู่อย่างละก้อน มันเป็ศิลารูปวงกลมที่มีขนาดราวลูกฟุตบอล และมีศิลาวัดพลังชีวิตอีกหนึ่งก้อนที่มีขนาดไม่แตกต่างกับศิลาตรวจสอบพร์มากนักตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
ถัดจากนั้นไปไม่ไกลนักจะมีเครื่องวัดพละกำลังและเครื่องวัดความเร็วในการเคลื่อนไหวร่างกาย
ซีคเดินไปรับบัตรคิวที่จุดลงทะเบียนด้านหน้าทางเข้าศูนย์ทดสอบ เขาได้คิวที่ 8 ผู้คนที่มารับการทดสอบในครั้งนี้มีแค่ 23 คน เพราะหมู่บ้านฟาติสมีประชากรไม่มากนัก
หลังจากที่มาครบทุกคนแล้วกรรมการทดสอบจึงเริ่มเรียกผู้เข้าร่วมการทดสอบตามคิว
“หมายเลข 1 เซีย”
หญิงสาวผู้หนึ่งเดินตรงไปที่ด้านหน้าศิลาตรวจสอบพร์พร้อมกับวางมือทั้งสองข้างลงบนศิลาทั้งสองก้อน
ศิลาก้อนแรกไม่เปล่งแสง…
แต่ศิลาก้อนที่สองกลับเปล่งแสงสีแดง และปรากฎกลุ่มแสงสีแดงลอยขึ้นมาเหนือศิลา มันหยุดอยู่ที่ระดับสายตาของหญิงสาวคนนั้น มันมีรูปร่างคล้ายกับก้อนเมฆเล็กๆพร้อมกับมีตัวเลข 2 อยู่ตรงกลาง
“ หมายเลข 1 เซีย พร์จอมเวทย์ไฟระดับ 2 ”ฟรีซ กรรมการทดสอบประกาศผลการทดสอบพร์
…