ตอนที่ 9 โค้งขอโทษ (2)
ผู้ใหญ่บ้านก็เป็คนฉลาด เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดข้างหูของอันเสี่ยวเย่ว์เสียงเบาว่า “เสี่ยวเย่ว์เอ๋ย ข้าเข้าใจความคิดของเ้า และรู้ว่าพวกเ้าพี่น้องต่างก็ได้รับความไม่เป็ธรรม ในใจข้ารู้ดี เพียงแต่ อย่างไรนางก็เป็อาสะใภ้สามของเ้า จะส่งนางให้ทางการก็คงไม่ดี เ้าทำแบบนี้จะไม่ดีกับชื่อเสียงของเ้า เ้ายังอายุน้อย ถ้าต้องถูกตราหน้าว่าเป็พวก ‘ไม่สนใจใคร’ ต่อไปจะแต่งงานได้อย่างไร ไม่แน่ว่ากระทั่งพี่หญิงกับน้องชายเ้าเองก็อาจจะถูกวิจารณ์ไปด้วย”
เดิมทีอันเสี่ยวเย่ว์ก็ตีเสิ่นซื่อก็ถือว่าได้ระบายอารมณ์ไปแล้ว นางไม่ได้คิดจะยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้มากเกินไป ในเมื่อผู้ใหญ่บ้านพูดเช่นนี้ นางจึงยอมอ่อนลงตามที่เขาว่า แล้วพูดกับหลี่เจิ้งเสียงเบาว่า “ขอบคุณมากที่ผู้ใหญ่บ้านเตือน เสี่ยวเย่ว์เข้าใจแล้ว เพียงแต่ ข้ากลัว...”
ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้า แล้วพูดเสียงดังว่า “เสี่ยวเย่ว์เอ๋ย! วันนี้ข้าหลี่ซู่เต๋อจะเป็คนไกล่เกลี่ยเื่ให้ ให้เสิ่นซื่อโค้งยอมรับผิดต่อพี่หญิงของเ้าเสี่ยวหลีและถือว่าให้ผ่านเื่นี้ไป ถ้านางยังกล้าทำผิดอีก ข้าจะต้องเป็คนจัดการส่งนางไปให้ทางการแน่ อีกอย่าง ถ้าเกิดคนอื่นกล้าทารุณพวกเ้า ไม่ว่าจะเป็ลุงหรืออาในครอบครัว หรือคนอื่นๆ ข้าผู้ใหญ่บ้านจะต้องไปแจ้งทางการให้มาจับตัวไปแน่นอน”
“ได้แบบนี้ก็ดี! ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านที่ช่วยจัดการให้พวกเราพี่น้อง” อันเสี่ยวเย่ว์พยักหน้าอย่างพอใจ นางรู้ว่าควรทำแต่พอประมาณ เื่นี้จัดการมาได้ถึงขั้นนี้ก็ถือว่าเป็ ‘ชัยชนะ’ แล้ว หากยังยื้อต่อไปอาจเป็การบีบคั้นเสิ่นซื่อ นางอาจยอมถอดกางเกงให้สตรีในหมู่บ้านดู ถ้าแบบนั้นเธอจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบแทน
“เสิ่นซื่อ เ้าว่าอย่างไร” ผู้ใหญ่บ้านมองเสิ่นซื่อที่อ้วนท้วม รอคำตอบจากนาง
อันเสี่ยวเฟิ่งดูสถานการณ์แล้วก็รู้ว่าครั้งนี้นางเสียเปรียบ ถ้ายังยื้อต่อไป ก็มีแต่จะทำให้แม่ของนางถอดกางเกงดูแผล หรือให้แม่นางถูกจับไปขังคุก ทั้งสองอย่างไม่ว่าจะเป็แบบไหน นางก็ไม่สามารถเชิดหน้าในหมู่บ้านได้อีก ปีหน้านางจะเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว ตอนนี้เป็่ที่ต้องเข้าพิธีหมั้น ่เวลานี้ แม่ของนางจะทำเื่ขายหน้าแบบนี้ไม่ได้ มิเช่นนั้นงานแต่งของนางก็จบเห่แล้ว
อันเสี่ยวเฟิ่งครุ่นคิดแล้วรีบประคองเสิ่นซื่อ นางกดเสียงลง “ท่านแม่ ครั้งนี้เกรงว่าพวกเราจะต้องยอมก้มหัว เพื่องานแต่งของข้ากับพี่ชาย ท่านจะถอดกางเกงไม่ได้และจะถูกส่งเข้าคุกไม่ได้ ลูกสาวขอร้องท่าน ตกลงเถอะ!”
เสิ่นซื่อเองก็จนใจ ถึงแม้ว่านางจะเป็คนดุร้ายชอบเอาเปรียบ แต่ก็รักเืเนื้อเชื้อไขของตัวเอง คำพูดของอันเสี่ยวเฟิ่ง นางคิดได้แล้ว เพียงแต่ถ้าจะให้นางยอมโค้งรับผิดต่ออันเสี่ยวหลี นางลดศักดิ์ศรีลงไม่ได้จริงๆ
ตอนนี้เองที่อันเสี่ยวเย่ว์จงใจพูดขึ้นมา “ผู้ใหญ่บ้าน ท่านดูสิ อาสะใภ้สามไม่ยินดียอมรับผิด เช่นนี้เสี่ยวเย่ว์จึงกังวลใจ ครั้งหน้านางอาจจะตีพวกเราพี่น้องหนักกว่านี้ ไม่แน่ว่าอาจตีพวกเราจนตายก็ได้!”
“ท่านพ่อ ท่านแม่!” เสิ่นซื่อมองไปทางอันเฉิงเยี่ยและหม่าซื่อที่อยู่ข้างๆ อยากจะขอความช่วยเหลือจากพวกเขาให้ช่วยพูดสักหน่อย นางไม่อยากจะโค้งขอโทษจริงๆ
หม่าซื่อทำหน้าเ็า เื่เงินหนึ่งพันตำลึงนางยังไม่ทันจะดีขึ้น! เมื่อครู่นี้นางไปในไร่ ยังถูกอันเฉิงเยี่ยด่ามารอบหนึ่งเพราะลูกชายี้เีอย่างเ้าสี่ กลับมาถึงบ้านยังต้องมาเห็นเื่วุ่นวายพวกนี้อีก นางกำลังโมโหและหาที่ระบายไม่ได้ ตอนนี้นางไม่อยากสนใจเื่หน้าตาของเสิ่นซื่อเลยสักนิด
อันเฉิงเยี่ยเองก็ไม่อยากให้บ้านตระกูลอันมีเื่น่าหัวเราะอย่างการที่ผู้ใหญ่ต้องโค้งรับผิดต่อเด็กเกิดขึ้น จึงเอ่ยว่า “ผู้ใหญ่บ้าน เื่นี้เป็เื่ในตระกูลอัน ข้าขอพูดสักหน่อยน่าจะได้ใช่หรือไม่”
“ผู้เฒ่าอัน เ้าพูด!” ผู้ใหญ่บ้านยกมือขึ้นด้วยท่าทีไม่อยากล่วงเกินใครเหมือนเดิม
“การให้อาสะใภ้มายอมรับผิดต่อหลานสาว เป็เื่ที่ไม่สมเหตุสมผลจริงๆ แต่ว่า ข้าเองก็รู้ว่าเื่ในวันนี้หากว่าไม่ขอโทษ ก็จะปล่อยผ่านไปไม่ได้ อย่างไรเสียชาวบ้านมากมายก็เห็นอยู่! ดังนั้นข้าจะให้เสี่ยวเฟิ่งโค้งขอโทษเสี่ยวหลีแทนแม่ของนาง เป็การรับผิด” อันเฉิงเยี่ยขณะพูด ในใจก็โมโหเป็อย่างมาก รำคาญคนที่ชอบสร้างเื่พวกนี้ และที่ทำให้ไม่พอใจที่สุดไม่ใช่เสิ่นซื่อที่ก่อเื่ตีคน แต่เป็คนที่ทำให้เื่นี้ใหญ่โตขึ้นมาอย่างอันเสี่ยวเย่ว์ ที่ทำให้เขาต้องขายขี้หน้า
“เสี่ยวเย่ว์ เ้าว่าเื่นี้...” ผู้ใหญ่บ้านมองไปที่อันเสี่ยวเย่ว์ ไม่รู้ทำไม เขากลับอดมองสีหน้าของอันเสี่ยวเย่ว์ไม่ได้
อันเสี่ยวเย่ว์เห็นใบหน้าของสาวงามประจำหมู่บ้านอันเสี่ยวเฟิ่งโมโหจนแดงก่ำ นางก็ไม่อยากจะให้เป็เื่ใหญ่ จึงพยักหน้า “ได้! เช่นนั้นวันนี้ข้าจะถือว่าเห็นแก่หน้าของผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเป็การแสดงเคารพท่าน ในใจของเสี่ยวเย่ว์ ท่านเป็คนที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณธรรมมาก จัดการเื่ทุกอย่างได้อย่างยุติธรรม ในเมื่อท่านพูดแบบนี้ ข้าก็ไม่มีความเห็นเป็อื่นอีก ข้าว่าเอาอย่างนี้แหละ! ขอแค่อันเสี่ยวเฟิ่งมาโค้งขอโทษ เื่นี้ข้าก็จะไม่เอาเื่อีก”
อันเสี่ยวเย่ว์จงใจยกยอผู้ใหญ่บ้าน นางรู้ว่าถ้าอยากจะอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อไป การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใหญ่บ้านไม่มีอะไรเสียหาย การพูดยกยอเอาใจสักหน่อยก็ไม่ใช่เื่ไม่งาม ไม่ว่าเื่อะไรก็ล้วนแต่จะมีคนไม่ชอบใจ แต่การถูกผู้คนยกยอไม่มีใครไม่ชอบใจแน่
อันเสี่ยวเฟิ่งทั้งอับอายทั้งโมโห นางกำหมัดแน่น เล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้ออยู่แล้ว ส่วนใบหน้าระดับสาวงามประจำหมู่บ้านของนางเดี๋ยวขาวเดี๋ยวแดง เดี๋ยวเขียว ราวกับงิ้วเสฉวนที่เปลี่ยนหน้าได้ น่าสนใจอย่างมาก
อันเสี่ยวเย่ว์ยิ้มมองพี่หญิงที่งดงามราวกับดอกบัวขาวคนนี้ รอให้นางมาโค้งขอโทษอันเสี่ยวหลี