บทที่ 5 ตบหน้าอย่างแรง
หลังกินอาหารเสร็จ พ่อและแม่ฮั่วก็ออกไปทำงาน เหลือเพียงจางจิงจิงกับสามีและเด็กทั้งสามคนที่บ้าน
เมื่อเห็นพวกเขาออกไป จางจิงจิงก็หยิบแพนเค้กให้เด็กทั้งสามคน คนละหนึ่งชิ้น
เธอค้นพบว่า เด็กทั้งสามคนไม่ได้ไม่อยากกิน แค่ไม่กล้ากิน จะพูดจาหรือทำอะไรก็ดูหวาดกลัว น่าสงสารเอามาก ๆ
“พวกเราอิ่มแล้วจริง ๆ ค่ะ”
เด็กทั้งสามคนเรอออกมา จางจิงจิงจึงไม่บังคับให้พวกเขากินอีก
หญิงสาวลุกขึ้นยืน เริ่มเก็บกวาดจานชาม เมื่อเห็นดังนั้น ฮั่วฉางชิงก็ลุกขึ้นมาช่วย
ตามธรรมเนียมแล้ว วันนี้เป็วันแรกที่จางจิงจิงแต่งงานเข้ามา เป็สะใภ้ใหม่ ไม่มีเหตุผลที่ต้องให้สะใภ้ใหม่ทำงานบ้านในวันแรก
แต่วันนี้เธอไม่เพียงแต่เป็ฝ่ายอาสาทำอาหาร แต่ยังดูแลเอาใจใส่เด็ก ๆ ทั้งสามคนอย่างกระตือรือร้นอีกด้วย
แม้ว่าฮั่วฉางชิงจะไม่เคยทำงานบ้านมาก่อน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็ต้องเรียนรู้
“คุณเพิ่งทำอาหารเสร็จ ผมเก็บกวาดเองก็ได้”
จางจิงจิงสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า สมัยนี้ผู้ชายชอบทำตัวเป็ผู้นำครอบครัวกันไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงยังมาช่วยภรรยาอย่างเธอล้างจานอีกล่ะ?
“ค่ะ งั้นคุณล้างเถอะ พอดีฉันมีธุระต้องไปเช็ดตัวให้เด็ก ๆ ทั้งสามคน พวกเขาตัวเลอะมากเลย”
ฮั่วฉางชิง “...”
พูดจบจางจิงจิงก็ออกไป ทิ้งให้ฮั่วฉางชิงยืนงงอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง ก่อนจะถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมตัวล้างจาน
เด็กทั้งสามคนเห็นว่าคุณป้าคนใหม่ปล่อยให้คุณลุงฮั่วล้างจานก็ใมาก
จางจิงจิงไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ในเมื่อเขาเสนอตัวมาช่วยแล้วก็ปล่อยให้เขาทำไป เครียดแทนเขาทำไม ถ้าครั้งนี้เธอปฏิเสธ ครั้งหน้าเขาก็คงไม่ช่วยอีกน่ะสิ เธอไม่ยอมเสียโอกาสหรอก
“พวกเธอสามคนมาทางนี้สิ ฉันจะเช็ดตัวให้”
พี่สาวคนโตมองเธออย่างระแวดระวัง รู้สึกว่าเธอทำดีกับพวกเขามากเกินไป จนอดหวาดกลัวไม่ได้
แม่เคยบอกไว้ว่า ถ้าพวกเขาต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านตระกูลฮั่วก็ให้เชื่อฟังและกินให้น้อยเข้าไว้ แบบนั้นคนในตระกูลฮั่วถึงจะไม่ไล่พวกเขาออกมา
หลังจากพวกเขามาถึงบ้านตระกูลฮั่ว พวกเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะกินจนอิ่ม
จางจิงจิงเห็นพวกเขายืนนิ่ง ก็รู้สึกโมโห เด็กทั้งสามคนนี้ช่างโง่งมเสียจริง
“เร็วเข้า ไม่งั้นฉันโกรธแล้วจะตีพวกเธอนะ!”
ได้ยินแบบนั้นเด็กทั้งสามคนจึงเดินตามเธอเข้าไปในบ้าน จางจิงจิงยกอ่างอลูมิเนียมใบใหญ่ที่ใช้ซักผ้าในลานบ้านเข้ามา เธอใส่น้ำเย็นหนึ่งถังลงไป จากนั้นจึงเติมน้ำร้อนจากกาต้มน้ำสองกา
ตอนนี้น้ำมีอุณหภูมิที่พอเหมาะแล้ว เธอจึงให้พี่สาวคนโตลงไปอาบก่อน
เด็กในวัยนี้ยังไม่ได้คิดเื่ความแตกต่างระหว่างเพศชายและเพศหญิง แต่จางจิงจิงรู้สึกว่าควรปลูกฝังเื่นี้ั้แ่เด็ก เธอจึงให้น้องชายคนรองและน้องชายคนเล็กออกไปก่อน รอให้พี่สาวคนโตอาบน้ำเสร็จ แล้วเด็กชายสองคนค่อยอาบด้วยกัน
จริง ๆ แล้ว พี่สาวคนโตเป็เด็กที่หน้าตาดี เพียงแต่ใบหน้าของเด็กสาวมอมแมมจนมองไม่เห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริง
หลังจากจางจิงจิงอาบน้ำให้เธอจนสะอาด ใบหน้าที่สวยงามของเด็กสาวก็ปรากฏให้เห็นทันที หญิงสาวรู้สึกถึงความสำเร็จในใจอย่างบอกไม่ถูก
พี่สาวคนโตมองดูตัวเองที่สะอาดในกระจกก็อดหน้าแดงด้วยความเขินอายไม่ได้
เมื่อฮั่วฉางชิงล้างจานเสร็จ เขาก็เห็นจางจิงจิงกำลังอาบน้ำให้น้องชายคนรองและน้องชายคนเล็ก
ร่างกายของเด็กทั้งสองสกปรกมาก แต่จางจิงจิงไม่ได้รังเกียจ เธอช่วยขัดตัวให้พวกเขาอย่างอดทน
ฮั่วฉางชิงรู้สึกะเืใจ เขาอดไม่ได้ที่จะหยุดดูอยู่ที่หน้าประตู จนกระทั่งจางจิงจิงหันมาเห็นเขา
“คุณฮั่ว เข้ามาหน่อยค่ะ ช่วยเอาอ่างนี้ไปเทน้ำที ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เด็ก ๆ ค่ะ”
ฮั่วฉางชิงพยักหน้า เดินเข้าไปเทน้ำในอ่างใส่ถัง แล้วยกออกไปเทข้างนอก
ตอนที่เขาจัดการเสร็จแล้วเดินกลับเข้ามา เด็กทั้งสามคนก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของพวกเขาสะอาดสะอ้าน พลางเห็นจางจิงจิงกำลังช่วยหวีผมให้พี่สาวคนโต
ฮั่วฉางชิงมองเธอแวบหนึ่งอย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยถามว่า “ผมจะไปหาคุณปู่ คุณจะไปด้วยกันไหม?”
จริง ๆ แล้วเขาตั้งใจจะไปคนเดียว แต่ไม่รู้ทำไมถึงเผลอถามออกไปแบบนั้น
จางจิงจิงนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง
“ได้ค่ะ รอฉันหวีผมให้เสี่ยวเยว่เสร็จก่อนนะ แล้วเราค่อยออกเดินทางกัน”
ฮั่วฉางชิงยืนรออยู่ไม่นาน จางจิงจิงก็ถักเปียสองข้างให้เสี่ยวเยว่อย่างรวดเร็ว
“เสร็จแล้ว ไปกันเถอะ”
เมื่อถึงเวลาออกเดินทาง จางจิงจิงก็พาเด็กทั้งสามคนไปด้วย พวกเขาทั้งห้าคนเดินไปด้วยกัน ดูแล้วเหมือนครอบครัวจริง ๆ
จางจิงจิงจูงมือพี่สาวคนโตกับน้องชายคนเล็ก ฮั่วฉางชิงจูงมือน้องชายคนรอง พวกเขาเพิ่งจะออกจากประตูก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนในหมู่บ้านทันที
ทุกคนต่างจ้องมองอย่างระมัดระวัง คิดในใจว่าเมื่อวานนี้ลูกสะใภ้ของตระกูลฮั่วทำให้ตระกูลฮั่วเสียหน้าย่อยยับ แต่ตอนนี้ทั้งสองคนดูเข้ากันได้ดี แล้วยังมีเด็กทั้งสามคนอีก ดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็คนละคน
มีเหล่าป้า ๆ ที่จำฮั่วฉางชิงได้จึงยิ้มทักทาย ฮั่วฉางชิงก็ตอบรับทีละคน ส่วนจางจิงจิงยืนยิ้มพยักหน้าอยู่ข้าง ๆ ดูไม่เหมือนกับคนบ้านนอก แต่กลับดูมีมารยาท ทำให้ทุกคนต่างงุนงง
หลังจากที่พวกเขาออกไปแล้ว ก็มีคนเริ่มซุบซิบนินทา
“สะใภ้ตระกูลฮั่วไม่ใช่ว่าเอาแต่ใจหรอกเหรอ? เมื่อวานนี้ยังอาละวาดกลางงานแต่งงานต่อหน้าคนมากมายอยู่เลย ฉันได้ยินมาว่าไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงบ้านนอกปากจัด แต่ทำไมวันนี้ฉันมองดูแล้ว เธอก็มีมารยาทดีนะ”
“โธ่เอ๊ย เธอทำให้ตระกูลฮั่วเสียหน้าขนาดนั้น ฮั่วฉางชิงจะปล่อยเธอไปได้ยังไง? ใครบ้างจะไม่รู้ว่าเขาเป็ครูฝึกทหารที่โเี้ เมื่อวานนี้คงโดนสั่งสอนไปชุดใหญ่จนยอมแล้วล่ะ”
ป้าคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างรู้ดี
“ไม่จริงหรอก หัวหน้ากองพันฮั่วทำร้ายผู้หญิงเหรอ?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ”
ในตอนนั้น ฮั่วฉางชิงกำลังเดินอยู่ โดยไม่รู้เลยว่ามีคนแต่งเื่ให้เขาเป็คนชอบใช้กำลังในครอบครัวไปแล้ว
บ้านของคุณปู่คุณย่าอยู่ไม่ไกล เดินเพียงสิบกว่านาทีก็ถึง
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูบ้าน และกำลังจะเข้าไปก็บังเอิญเจอกับจางจือจือ พ่อจาง และแม่จางพอดี ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกพูดคุยกันอย่างมีความสุข ไม่รู้ว่าคุยอะไรกันอยู่
พอเห็นจางจิงจิง ทั้งสามคนก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปเล็กน้อย
“ฉางชิง พวกเธอจะไปไหนกันเหรอ?”
พ่อจางเอ่ยถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ผมมาเยี่ยมคุณปู่คุณย่าที่บ้านครับ”
ฮั่วฉางชิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
พ่อจางพยักหน้า จากนั้นก็หันไปมองจางจิงจิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดด้วยสีหน้าเ็า “จิงจิง ลูกได้แต่งงานกับหัวหน้ากองพันฮั่ว ถือเป็บุญของลูกแล้ว ต่อไปนี้ห้ามเอาแต่ใจตัวเองอีก รู้ไหม?”
จางจิงจิงเหลือบมองพ่อจอมปลอมคนนี้แวบหนึ่ง ในใจรู้สึกดูถูกเหยียดหยาม แต่ปากก็ตอบรับคำ
หลังจากทักทายกันเสร็จแล้ว ทั้งสองคนก็จูงมือเด็ก ๆ เข้าไปในบริเวณบ้านพัก
จางจือจือยิ้มเยาะอย่างเ็า
“ฮั่วฉางชิงนี่โง่เง่าจริง ๆ กล้าพาคนบ้านนอกแบบนี้มาที่นี่ ไม่กลัวนังบ้านนอกคนนี้ทำให้เขาขายหน้ารึไง?”
แม่จางพยักหน้าเห็นด้วย
“นั่นสิ ตอนนี้ใครถามถึงจางจิงจิง แม่ก็รู้สึกอับอายขายหน้า บ้านเราทำไมถึงมีคนแบบนี้ออกมาได้นะ”
พ่อจางจ้องมองพวกเธออย่างดุ ๆ
“อย่าพูดจาไร้สาระลับหลังจิงจิง ไม่ว่ายังไงเธอก็เป็คนในครอบครัวเรา ฉันมองดูแล้วตอนนี้ทั้งสองคนก็เข้ากันได้ดี นี่เป็เื่ที่ดีนะ”
แม้จะได้ยินแบบนั้น แต่จางจือจือก็ไม่สนใจ
“ดีอะไรกัน? ทั้งหมดนั่นมันแค่เสแสร้งเท่านั้นแหละ ฮั่วฉางชิงคนนี้เ้าเล่ห์ที่สุด ก็แค่ให้เกียรติหล่อนหน่อยตอนออกไปข้างนอก แต่ที่บ้านจะไปเหลืออะไร? อีกอย่าง หนูได้ยินมาว่าฮั่วฉางชิงจะกลับกองทัพพรุ่งนี้แล้ว สามวันหลังจากนี้เป็วันกลับบ้านของเ้าสาว เขาก็ไม่คิดจะกลับไปกับเธอด้วยซ้ำ แล้วอีกอย่าง ฮั่วฉางชิงชอบหนูมาตลอด เขาจะดีกับเธอได้สักแค่ไหนกันเชียว?”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ บนใบหน้าของจางจือจือเต็มไปด้วยความสะใจ
ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นมาหาบอกว่าเป็พี่สาว ตอนนั้นเธอรู้สึกแย่มากแค่ไหนไม่มีใครรู้
โชคดีที่ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นแต่งงานไปแล้ว ต่อไปก็ไม่มีใครมาแย่งความรักในบ้านกับเธออีก
แม่จางได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ จางจิงจิงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ เธอย่อมอยากให้จางจิงจิงมีชีวิตที่ยากลำบาก