บทที่ 3
พานพบ ณ เมืองลั่วหยาง(2)
โดย : LAMON888
หลังจากที่รถม้าแล่นมาอย่างยาวนาน ในที่สุดก็มาถึงเมืองลั่งหยาง
ในยามนี้เมืองลั่วหยางก็ยังคงมีแสงสว่างอยู่ ตลอดเส้นทางที่รถม้าสกุลหลันเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเพื่อตรงไปยังตลาดค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆทีละน้อย ทีละน้อย ยิ่งเข้าใกล้ตลาดมากเท่าไหร่แสงจากโคมไฟยิ่งส่องสว่างมากขึ้น
ณ ตลาดใจกลางเมืองลั่วหยาง
เมื่อมาถึงตลาดก็พลบค่ำพอดี ทั่วทั้งตลาดถูกประดับประดาเต็มไปด้วยโคมรูปดอกโบตั๋นที่ทำจากกระดาษหลากหลายสี ไม่ว่าจะเป็สีแดง สีฟ้า สีชมพู สีม่วง สีขาวและอีกมากมาย บรรยากาศของตลาดเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านและถึงแม้ว่าในยามนี้จะเข้าใกล้ยามจื่อ(23.00 - 24.59)แล้ว แต่ทั่วตลาดแห่งนี้ก็ยังคงสว่างด้วยแสงจากโคมไฟทั้งหลายอยู่
กุบ....กับกุบ....กับ
รถม้าของหมู่ตันค่อยๆชะลอลง ล้อเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เนื่องด้วยในเวลานี้ตลาดนั้นเต็มไปด้วยผู้คนทั้งสองข้างทาง ไม่สามารถที่จะให้รถม้าผ่านเข้าไปได้
“พี่หมู่ตันๆ มีโคมเต็มไปหมดเลย ว้าววววววว สวยงามนัก”
“ถังหูลู่ มั้ยจ๊ะ ถังหูลู่” คนขายถังหูลู่เดินผ่านรถม้าของหมู่ตันไปพร้อมกับส่งเสียงขายถังหูลู่ไปด้วย ถังหูลู่ไม้โตๆ เสียบอยู่เต็มไปหมด น้ำตาลที่เคลือบอยู่นั้นส่งกลิ่นหอมหวานชวนน่ารับประทาน ทำให้ใครที่เดินผ่านเป็ต้องหยุดลงแล้วเอื้อมมือไปหยิบถุงเงินเพื่อมาจ่ายค่าถังหูลู่กันเลยทีเดียว
โครกกกกกกกกกกกกก
เสียงของท้องน้อยๆร้องดังออกมายังนอกรถม้า
“หืออออ น่ากินจังเลย” อาลี่ะโลงมาจากม้านั่งแล้วเดินมาทางหมู่ตัน ใช้มือน้อยๆของนางจับชายกระโปรงหมู่ตันแล้วส่ายไปมา มองจ้องไปตามทางที่คนขายถังหูลู่เดินผ่านไป ชี้มือไปทางถังหูลู่ไม้ที่มีผลไม้ลูกที่โตที่สุดเสียบอยู่ แล้วหันมาส่งสายตาปิ้งๆๆให้กับหมู่ตัน
“เ้าอยากกินหรือ” หมู่ตันมองเข้าไปในดวงตาที่ส่งมาหานางด้วยความเอ็นดู สายตาที่ส่งมาหานางนั้นมันช่างน่ารักน่าชังซะจริง
“อาลี่ งั้นพวกเราก็ลงตรงนี้กันเลยเถอะ ดีมั้ย? จะได้ไปซื้อถังหูลู่ที่เ้าอยากกินด้วย”
“อือ อือ” อาลี่ผงกศีรษะรับอย่างรวดเร็ว แล้วกันกลับไปมองถังหูลู่ไม้นั้นอย่างน้ำลายสอ
ฮวา สาวใช้ของหมู่ตันเดินลงจากรถม้าไปก่อน โดยมีองครักษ์เป็ผู้จัดเตรียมบันไดไว้ให้เช่นเคย
ที่ลงตามมาเห็นทีคงจะหนีไม่พ้นอาลี่น้อยที่อยากกินถังหูลู่จนน้ำลายหกเต็มคันรถไปหมดแล้ว นางวิ่งลงมาด้วยความเร็วสูงแล้วตรงไปที่คนขายถังหูลู่ พยายามเอื้อมสุดมือเพื่อที่จะคว้าหยิบเอาถังหูลู่ไม้นั้นที่นางเล็งไว้ั้แ่ยังไม่ลงจากรถม้า
แต่น่าเสียดายที่ตัวนางนั้นมีขนาดน้อยนิดไปสักหน่อยแม้จะเอื้อมมือจะสุดแขน เขย่งเท้าจนขาสั่นไปหมด แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะเอื้อมไปหยิบถังหูลู่ที่นางเล็งไว้ได้ และแล้วก็มีมือมือหนึ่งยื่นมาจากข้างหลังของนางแล้วเอื้อมไปหยิบถังหูลู่ไม้นั้นเข้า นางหันขวับไปมองคนผู้นั้นด้วยความรวดเร็ว คิดในใจว่า ใครกันที่จะมาแย่งถังหูลู่ของนาง
มือข้างนั้นเป็ของคุณชายน้อยผู้หนึ่งซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับอาลี่ แต่ที่ต่างกันก็คือคุณชายน้อยผู้นั้นถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษผู้ที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายกัน มีแววตาที่ดูยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา ทำให้ท่าทางดูใจดีเป็อย่างมาก
อาลี่เอื้อมมือไปจับชายเสื้อของบุรุษผู้ที่มีท่าทางดูใจดีแล้วกำเอาไว้อย่างแน่นด้วยมือน้อยๆของนาง ท่าทางเหมือนอยากจะได้ถังหูลู่ไม้นั้นเป็อย่างมากทำให้บุรุษที่ดูท่าทางใจดีผู้นั้นทำอะไรไม่ถูก
“อาลี่ ไยเ้าจึงวิ่งมาเร็วเช่นนี้เล่า ถ้าหกล้มไปจะทำอย่างไร” หมู่ตันวิ่งลงมาจากรถม้าแล้วตามอาลี่มายังที่ขายถังหูลู่ หันไปเห็นชายผู้หนึ่งที่มือน้อยๆของอาลี่กำชายเสื้อของเขาไว้แน่น มีท่าทางทำอะไรไม่ถูก
“- อาหัว - เ้าให้ถังหูลู่ไม้นี้แก่คุณหนูตัวน้อยไปได้หรือไม่”
……. อาหัวส่ายหัวเบาๆแล้วกำถังหูลู่ที่อยู่ในมือไว้แน่นกว่าเดิม
“อาลี่ เ้าอยากกินถังหูลู่มิใช่หรือ มาเดี๋ยวพี่สาวจะซื้อให้เ้า สามไม้เลยเป็ไง”
อาลี่ส่ายหัวไปมา แล้วชี้ไปทางถังหูลู่ที่อยู่ในมือของคุณชายน้อย นางคิดว่าถังหูลู่ที่นางเล็งไว้มันมีขนาดที่ใหญ่กว่าไม้อื่นๆมาก มันคงจะต้องเป็ไม้ที่อร่อยที่สุดเป็แน่ นางจึงไม่สนใจถังหูลู่ไม้อื่นเลยนอกจากไม้นี้
ทั้งสองต่างส่ายหัวกันไปมา ทำเอาหมู่ตันสับสนไปหมด
“งั้นแบ่งกันคนละครึ่งไม้เ้าเห็นว่าเป็อย่างไร ได้หรือไม่อาหัว”
คุณชายน้อยหยุดคิดอยู่สักพักแล้วพยักหน้าเบาๆแล้วยื่นถังหูลู่ในมือไปทางหมู่ตันแล้วพูดว่า “ในไม้มีอยู่ห้าชิ้นจะแบ่งครึ่งได้อย่างไรกัน”
หมู่ตันมองดูถังหูลู่ในมือคุณชายน้อย มันมีผลไม้อยู่ห้าชิ้นคงจะแบ่งกันไม่ลงตัวเป็แน่ทำอย่างไรดี
“คุณชายน้อยผู้นี้ ข้าขอเรียกเ้าว่าอาหัวได้มั้ย”
อาหัวผงกศีรษะขานรับ “ได้ขอรับพี่สาว”
“งั้นอาหัวแบ่งถังหูลู่ให้พี่สาวสักชิ้นได้หรือไม่”
อาหัวผงกศีรษะขานรับอีกครา
หมู่ตันจึงกัดถังหูลู่ที่อยู่ในมือของอาหัวไปหนึ่งชิ้น แล้วส่งไปให้พ่อค้าช่วยทำการหักไม้ให้เป็สองท่อน
“แค่นี้ก็แบ่งครึ่งได้แล้ว”นางรับถังหูลู่มาจากมือของพ่อค้าแล้วยื่นมันให้กับ อาลี่ และอาหัวคนละไม้
“เอ่อคุณชายท่านนี้.......
“ขออภัยที่แนะนำตัวช้า พวกข้ามาจากสกุลลู่ ข้ามีนามว่า - เจียอี - ส่วนน้องชายข้ามีนามว่า - หัว -”
“แล้วคุณหนูท่าน.....”
“ข้ามาจากสกุลหลัน นามว่าหมู่ตัน ส่วนเ้าตัวน้อยมาจากสกุลหลี่ นามว่าลี่”
“อ๋อคุณหนูสกุลหลันผู้นั้นนี่เอง”
“คุณชายลู่ ข้าต้องขออภัยกับการกระทำของน้องข้าด้วยนางยังคงเป็เด็กหวังว่าคุณชายลู่จะไม่ถือโทษ”
“งั้นข้าขอจ่ายค่าถังหูลู่ให้เองเพื่อเป็การขอโทษที่อาลี่ทำตัวเสียมารยาทไป คุณชายโปรดรับน้ำใจเล็กน้อยจากข้าด้วย”หมู่ตันจ่ายค่าถังหูลู่ไปทั้งหมดเก้าไม้ด้วยกันโดยยื่นถังหูลู่ไปให้คุณชายลู่จำนวนห้าไม้แล้วเก็บที่เหลือไว้ให้อาลี่
“เอ่อนี่มันออกจะ........”คุณชายลู่มีท่าทางงงงวยแต่คุณชายน้อยลู่กับรับถังหูลู่ไปอย่างดีอกดีใจ
“งั้นพวกข้าขอตัวก่อน”
“ถ้าไม่รังเกียจคุณหนูหลันนนนน....”หลังจากที่คุณชายลู่หายงงคุณหนูสกุลหลันก็ได้เดินจากไปเสียแล้ว
“อ่าวคนหล่ะ หายไปไหนเสียแล้ว”ในขณะที่พี่ชายของตนงงงันอยู่นั้นอาหัวก็ยังคงกินถังหูลู่อย่างเอร็ดอร่อยอยู่ในอ้อมแขนของพี่ชาย
“เ้านี่ก็นะเหตุใดถึงอยากกินถังหูลู่ไม้นี้นักนะ มันอร่อยกว่าไม้อื่นมากเลยหรือ” หมู่ตันเอามือลูบหัวอาลี่เบาๆระหว่างที่กำลังเดินชมตลาด แล้วอาลี่ส่งยิ้มน้อยๆกลับมาให้
“พี่หมู่ตันๆโคมไฟสีขาวลายดอกโบตั๋น ดวงนี้สวยจังเลย”
“คุณหนูน้อยผู้นี้ช่างตาถึงยิ่งนักโคมไฟดวงนี้มิได้มีไว้ขาย ใครที่อยากจะได้นั้นถึงมีเงินมากมายหลายหมื่นตำลึงทองก็ใช่ว่าจะได้มันมา เพราะโคมดวงนี้มันมิใช่โคมไฟธรรมดา มันจะเลือกเ้าของที่คู่ควรกับมันเอง แท้จริงแล้วโคมดวงนี้เป็โคมคู่ที่จะปรากฏให้เห็นเฉพาะ่งานเทศกาลดอกโบตั๋นในวันที่พระจันทร์เต็มดวงและสว่างที่สุดแต่เพียงเท่านั้น ซึ่งเป็เวลาหลายสิบปีกว่าจะได้พบเห็นมัน แต่เมื่อสักครู่พึ่งเกิดปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ไป.........