ต่งหนานรู้สึกเป็ห่วงไป่หลิงมาก กลัวนางเกิดภัยจากงานเลี้ยงที่จัดในวังเมื่อคืน จึงมาพบไป่หลิงตามเวลานัด พอเห็นไปหลิงปลอดภัย ต่งหนานก็ถึงกับดีใจออกนอกหน้า
“ข้าดีใจที่เ้าปลอดภัย” แต่แล้วพอเห็นไป่หลิงยื่นยามาให้ดื่ม “แหมเ้า จะไม่ผ่อนผันให้ข้าซักวันเลยหรอ ข้าต้องดื่มยาพิษของเ้าอีกแล้วนะ”
“สัญญาก็ต้องเป็สัญญาสิจริงมั้ย ในเมื่อเ้าดีกับข้าขนาดนี้ ต่อไปข้าจะลดความขมของยาให้ก็แล้วกัน”
ต่งหนานดื่มไป ในใจก็คิดว่า “นี่เ้าหวังดีกับข้าแล้วหรือนี่”
“เอาล่ะในวันนี้ข้าขอเป็ฝ่ายท้าพนันบ้าง เ้าเห็นขบวนราชทูตของแคว้นเปอร์เซียหรือไม่” ไป่หลิงกล่าว
“เห็นสิ และข้าก็รู้รายละเอียดด้วยว่า ทางเปอร์เซียได้ยกองค์หญิงเซียน่าให้มาเป็พระสนมของฝ่าาพร้อมทั้งส่งเครื่องบรรณาการมาให้ด้วย จะว่าไปองค์หญิงเซียน่านั้นมีสิริโฉมงดงามมากเลยนะ” ต่งหนานเล่า
“งั้นข้าขอท้าพนันเ้า ว่าทางเปอร์เซียยกหีบมาทั้งหมดกี่หีบ” ไป่หลิงท้า
ในใจต่งหนานคิดว่า “ก็ข้าได้ยินกับหู พ่อบอกว่าทางเปอร์เซียมอบเครื่องบรรณาการมาให้ทั้งหมด 7 หีบ” ต่งหนานจึงตอบอย่างมั่นใจว่า “ข้าขอทายว่ามีทั้งหมด 7 หีบ”
“ส่วนข้าขอทายว่า 8 หีบก็แล้วกัน”
เมื่อขบวนราชทูตผ่านมาจนถึงโรงน้ำชาที่หญิงทั้งสองนั่งอยู่ ต่งหนานก็นับออกเสียงทันที “1 2 3 4 5 6 7 เห็นมั้ยล่ะ 7 หีบจริงๆ”
“8 หีบต่างหาก” ไป่หลิงเถียง
“เ้าดูยังไงว่า 8 หีบ” ต่งหนานสงสัย
“เ้าลืมนับหีบศพด้วยน่ะ”
“เ้าโกงนี่ ทำไมไปรวมหีบศพด้วยล่ะ” ต่งหนานท้วง
“เ้าไม่รู้หรอกหรือว่า หีบศพนั่นก็มีค่าด้วยเหมือนกัน”
“หมายความว่ายังไงน่ะ” ต่งหนานสงสัย
“ศพนั่นคือ ศพของแม่ทัพหานแห่งแคว้นฉิน ท่านเป็แม่ทัพที่ซื่อสัตย์มาก ได้รับมอบหมายให้ไปรบกับทางเปอร์เซีย จริงๆ ท่านรบชนะเปอร์เซีย แต่ทางเปอร์เซียแอบลอบฆ่าและซ่อนศพท่านเป็เวลา 30 ปี เมื่อปีที่แล้วทางฉินรบชนะเปอร์เซีย จึงได้ขอศพแม่ทัพหานคืน เพื่อนำมาประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ” ไป่หลิงเล่า
“เป็แม่ทัพที่น่ายกย่องจริงๆ ด้วย แต่ไม่น่าเคราะห์ร้ายเลย ข้ายอมแพ้ก็ได้” ต่งหนานยอมแพ้
“เอาล่ะ เื่ที่ข้าจะให้เ้าไปทำวันนี้คือ เ้าจะต้องทำยังไงก็ได้ที่ทำให้ธงอี่ที่เคยช่วยเ้าที่หอคณิกา เลิกเป็โจรแล้วหันมารับใช้ทางการแทน”
“ทำไมท่านไม่ทำเองล่ะ ในเมื่อพวกท่านก็รู้จักกัน แล้วข้าเป็เพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ จะไปเปลี่ยนใจเขาได้ไงน่ะ” ต่งหนานสงสัย
“เ้ามีความสามารถเปลี่ยนใจคนได้ แต่เ้าไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง และที่สำคัญเ้าแพ้พนัน เ้าก็ต้องเป็คนทำสิ จริงมั้ย”
*********************************
ณ เมืองหานตง
“ทำไมท่านต้องพาข้ามาไกลถึงที่นี่ด้วยล่ะ” ต่งหนานสงสัย
“เ้าไม่ได้ข่าวหรอกหรือ เมื่อคืนเกิดไฟไหม้ทั้งหมู่บ้านน่ะ” ไป่หลิงกล่าว
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับธงอี่ด้วยล่ะ” ต่งหนานสงสัย
“ข้าเชื่อว่าเขาอยู่ที่นี่แหละ จริงๆ ธงอี่เป็คนดีและมีอุดมการณ์ เขาเป็โจรก็จริง แต่ขโมยทรัพย์สินเพื่อมาแจกจ่ายผู้ยากไร้” ไป่หลิงเล่า
“ธงอี่ดีก็จริง แต่มันก็เป็การขโมยอยู่ดี เ้าทรัพย์อุตส่าห์หาทรัพย์มาด้วยความสุจริต แต่ก็ต้องมาโดนโจรฉกชิงไป”
“ข้าจึงให้เ้าเปลี่ยนใจธงอี่ให้ได้ ไงล่ะ” ไป่หลิงกล่าว
*********************************
ธงอี่เดินเข้าไปในหมู่บ้านและสำรวจผู้รอดชีวิต พยายามคิดหาทางช่วยพวกเขาเหล่านี้ สักพักก็ต้องใ เพราะอยู่ดีๆ ก็มีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ วิ่งมาเกาะแขนของเขาและร้องไห้
“ฮือ ฮือ ข้าดีใจจริงๆ ที่ได้เจอท่าน ท่านจำข้าได้มั้ย ท่านเคยช่วยข้าที่หอคณิกาไง” ต่งหนานกล่าว
“ข้าจำเ้าได้แล้ว ทำไมเ้าถึงอยู่ที่นี่ล่ะ” ธงอี่สงสัย
“ข้าไม่มีที่ไปจริงๆ ค่ะท่าน ให้ข้าติดตามท่านไปด้วยเถอะ” ต่งหนานกล่าว
“ตอนนี้ข้ามีงานต้องทำ ข้าพาเ้าไปไม่ได้หรอกนะ มันอันตราย”
“ขอข้าไปกับท่านด้วยเถอะนะ หรือท่านจะทิ้งผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างข้าได้ลงคอ” ต่งหนานกล่าว
“งั้นก็ได้ แล้วอย่าโอดครวญทีหลังก็แล้วกัน” ธงอี่ใจอ่อน
ธงอี่พาต่งหนานมาที่สุสาน เพื่อที่จะขโมยของมีค่าไปช่วยชาวบ้านที่รอดจากไฟไหม้
“ข้าจะขโมยของมีค่าในสุสานไปช่วยชาวบ้าน พวกเราเข้าไปดูกันเถอะ” ธงอี่กล่าว
ในใจต่งหนานคิดว่า “สุสานทั้งเมืองมีอยู่เยอะแยะไม่ไปขโมย ดันมาขโมยสุสานตระกูลข้า”
“เ้ารออยู่ตรงนี้นะ ข้าจะเข้าไปขโมยคนเดียว มันอันตราย” ธงอี่กล่าว
ต่งหนานพยักหน้ารับคำ แต่จุดที่ต่งหนานยืนอยู่มันเป็จุดที่บังคับกลไกในสุสานพอดี ในใจต่งหนานคิดว่า “แม้ว่าการขโมยทรัพย์ไปช่วยชาวบ้านมันจะเป็เื่ดี แต่ยังไงข้าก็จะให้บทเรียนเ้า ธงอี่”
ดังนั้นกว่าธงอี่จะเดินไปถึงจุดที่มีทรัพย์สมบัติ ก็ต้องเจออันตรายนานัปการ ทั้งหลบหอก หลบหลุม หลบก้อนหิน หลบธนู แต่ทุกครั้งที่เจอภัย ก็ต้องหันมามองต่งหนานเพื่อดูว่านางปลอดภัยดีหรือไม่ และทุกครั้งที่หันไปมอง ก็จะเห็นนางส่งยิ้มหวานเป็กำลังใจมาให้ทุกครั้ง ธงอี่เริ่มพิจารณาแล้วว่าสุสานอันตรายเกินไป กว่าจะไปถึงจุดที่ที่มีของมีค่า ก็ต้องเจอภัยอันตรายเยอะแยะ อีกทั้งก็ห่วงต่งหนานมาก กลัวนางได้รับเคราะห์ไปด้วย เลยตัดสินใจหันหลังกลับเพื่อไปตั้งหลักใหม่ก่อน และตอนนี้ดูเหมือนสุสานกำลังสั่นะเื จึงรีบแบกต่งหนานไว้ด้านหลัง และออกไปจากสุสานทันที
“เ้าไม่เป็อะไรใช่มั้ยต่งหนาน” ธงอี่ถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้าไม่เป็อะไร ธงอี่ ปล่อยข้าลงเถอะ” ต่งหนานลงจากหลังธงอี่
ธงอี่จึงยอมวางต่งหนานลง แล้วเดินกลับไปยังหมู่บ้านด้วยความผิดหวัง ในใจคิดว่า “ข้าขอโทษพวกท่านด้วย วันนี้ข้าไม่สามารถขโมยทรัพย์สินมาช่วยพวกท่านได้” สักพักทั้งคู่ก็เห็นขบวนทหารจำนวนมากมาแจกเสบียงและมอบทรัพย์สินมาช่วยเหลือชาวบ้าน และทั้งคู่ก็พบกับท่านอ๋องซานตง
“อ้าว ต่งหนาน มาได้ยังไงเนี่ย รึว่าท่านอำมาตย์ พ่อของเ้าก็มาด้วยล่ะ”
“เปล่าเพคะ หม่อมฉันมาคนเดียวเพคะ”
“เ้าไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรือ ทำไมมาถึงที่นี่ หรือว่าเ้าห่วงชาวบ้านขนาดนี้ เราชื่นชมเ้าจริงๆ ต่งหนาน”
“หม่อมฉันต่างหากล่ะเพคะ ที่ต้องกล่าวว่า หม่อมฉันยกย่องพระองค์ที่ได้มาช่วยชาวบ้านที่เดือดร้อนแบบนี้”
“มันเป็หน้าที่อยู่แล้วน่ะต่งหนาน ตามสบายเถอะนะ เดี๋ยวเราจะต้องรีบไปสอบถามชาวบ้านก่อนว่าขาดเหลืออะไรบ้าง”
“ตามสบายเพคะ ท่านอ๋อง” ต่งหนานกำลังยืนยิ้ม ปลื้มที่ท่านอ๋องเข้ามาช่วยชาวบ้าน
ธงอี่เลยกล่าวว่า “ที่แท้เ้าก็หลอกข้า เ้าเป็ถึงบุตรสาวคนเล็กของท่านอำมาตย์ และสุสานที่พวกเราเข้าไปก็เป็สุสานประจำตระกูลของเ้า”
แทนที่ต่งหนานจะรู้สึกผิดที่หลอกธงอี่ แต่กลับพูดด้วยความโมโหว่า “ก็ใช่น่ะสิ ธงอี่ จริงอยู่ ความคิดที่อยากช่วยชาวบ้านมันเป็เื่ดี แต่การกระทำของเ้ามันทำให้เ้าของทรัพย์เดือดร้อน ทำไมเ้าไม่หาวิธีที่ดีกว่านี้โดยไม่ทำให้ฝ่ายไหนเดือดร้อนล่ะ ดูอย่างท่านอ๋องสิ ท่านสละทรัพย์ที่เป็ของท่านและได้มาโดยบริสุทธิ์ไม่ได้ขโมยใคร นำมาช่วยชาวบ้าน มันน่ายกย่องกว่ากันตั้งเยอะ” “เ้าไม่เคยโดนขโมยอะไรสินะ เลยไม่รับรู้ความรู้สึกของเ้าทรัพย์น่ะ” “และเ้าจงจำไว้ หากเ้าเข้าไปขโมยของในสุสานตระกูลข้าอีก ข้าจะแจ้งพ่อข้าให้มาจับเ้าไปลงโทษให้สาสม จำไว้"
สักพักไป่หลิงก็เดินเข้ามาหาทั้งคู่ มาได้ยินที่ต่งหนานพูดสวดธงอี่พอดี
แล้วต่งหนานก็หันมาพูดกับไป่หลิงว่า “ข้าขอโทษนะไป่หลิง ข้าไม่มีปัญญาเปลี่ยนใจธงอี่ได้หรอก พูดแล้วก็โมโห ธงอี่ดันพาข้าไปขโมยของในสุสานประจำตระกูลข้า” แล้วต่งหนานก็เดินจากทั้งคู่ไป
ไป่หลิงได้แต่มองตามหลังต่งหนานไป แต่แล้วก็ต้องมาแปลกใจที่ได้ยินธงอี่พูดว่า
“ที่แท้นางก็เป็ลูกสาวของท่านอำมาตย์ ทำไมข้าจะไม่เคยรู้สึกเจ็บใจเวลาถูกขโมย ตอนนี้นี่ไงที่ข้ารู้สึก อยู่ดีๆ ท่านอ๋องก็มาขโมยเ้าไปจากข้า” ธงอี่พึมพัมออกมา
“อะไรนะ เ้ารักต่งหนานงั้นหรอ” ไป่หลิงใ
“ใช่ นี่เป็รักแรกของข้า และต่อไปนี้ข้าจะเลิกเป็โจรปล้นทรัพย์ แต่ข้าจะเป็โจรปล้นหัวใจแทน ข้าจะขโมยหัวใจต่งหนานกลับคืนมาให้ได้” ธงอี่กล่าว
“หึ หึ เ้าช่างมีวาทศิลป์โดยแท้ แล้วเ้าจะขโมยหัวใจนางได้ไง” ไป่หลิงขำคำพูดธงอี่
“ข้าจะไปสอบเป็จอหงวนบู๊ ข้าจะรับใช้ทางการ ข้าจะเป็แม่ทัพให้ได้ แล้วข้าจะไปสู่ขอนางให้เป็ภรรยาของข้าให้ได้ คอยดู” ธงอี่บอกแผน
“แล้วเ้าจะแข่งกับท่านอ๋องได้ยังไง” ไป่หลิงพูดขัด
“ไม่ลองก็ไม่รู้ จริงมั้ย ไป่หลิง เ้าก็อย่าเพิ่งตัดกำลังใจข้าสิ” ธงอี่ยังคงสู้
“เ้ากลับใจไม่เป็โจรก็ดีแล้ว และข้าก็ขออวยพรให้เ้าพิชิตหัวใจต่งหนานให้ได้ก็แล้วกัน” ในใจไป่หลิงคิดว่า “นึกไม่ถึงเลยว่า ต่งหนานจะมีอิทธิพลต่อธงอี่ขนาดนี้ ไม่เพียงทำให้ธงอี่กลับใจ ยังทำให้ธงอี่หลงรักได้ด้วยน่ะ”