เมื่อฉิน เสี่ยวเฟิงลุกขึ้นและเดินออกจากตำหนักด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเ็า ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์นี้ดำเนินไปเช่นนั้นได้ ท่านแม่ทัพเดินตามนางไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“ฉิน เสี่ยวเฟิง เ้าเลิกทำตัวเ็ากับข้าสักทีเถอะ เพราะถึงอย่างไรข้าก็เป็พ่อของเ้านะ”
ท่านแม่ทัพกล่าวอย่างชัดเจนและจริงใจ ความหมายในคำพูดของท่านคือการเรียกร้องให้ฉิน เสี่ยวเฟิงยอมรับและเปิดใจต่อความพยายามของท่านในการเชื่อมโยงและแสดงความใส่ใจ แม้จะมีความห่างเหินในอดีต แต่ท่านแม่ทัพหวังว่าการแสดงความจริงใจนี้จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกสาวดีขึ้น
ฉิน เสี่ยวเฟิงหันกลับมามองท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็ปและความโกรธ ก่อนที่จะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ท่านยังกล้าเรียกตัวเองว่าพ่ออีกอย่างงั้นเหรอ? แล้วที่ผ่านมา ท่านเคยทำอะไรให้พวกข้าสองแม่ลูกบ้าง? ท่านไม่เคยเหลียวแลพวกข้าหรือแสดงความสนใจในชีวิตของพวกเราเลยสักนิด ท่านมักจะทำเพื่อประโยชน์ของตัวเองอยู่เสมอ”
คำพูดของนางสะท้อนถึงความรู้สึกที่สะสมมานานเกี่ยวกับความห่างเหินและการละเลยจากท่านแม่ทัพ นางรู้สึกว่าพ่อของตนไม่ได้ให้ความสำคัญกับความรู้สึกและความ้าของครอบครัว แต่กลับมุ่งมั่นทำเพื่อประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น
ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนรับรู้ถึงความจริงใจในคำพูดของบุตรสาวและรู้ว่าการกระทำในอดีตของเขาทำให้เกิดความบาดหมางและความรู้สึกเ็ปในครอบครัว ความพยายามในการแสดงความใส่ใจในวันนี้อาจไม่สามารถลบล้างสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ แต่ท่านแม่ทัพยังคง้าสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นและพยายามที่จะทำให้ฉิน เสี่ยวเฟิงเห็นถึงความจริงใจของเขา
“พ่อขอโทษ ต่อไปนี้พ่อจะชดเชยให้เ้าสองแม่ลูกเอง”
ท่านแม่ทัพพูดด้วยความรู้สึกจริงใจและหวังว่าคำพูดนี้จะช่วยเริ่มต้นการเยียวยาความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและบุตรสาว แม้ว่าเขาจะรู้ว่าการชดเชยนี้อาจไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ทั้งหมด แต่เขาก็ยืนยันที่จะทำให้ดีที่สุดในการแสดงความใส่ใจและความรักที่พ่อควรจะมีให้กับลูก
ฉิน เสี่ยวเฟิงยืนนิ่งเงียบหลังจากที่ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนได้กล่าวขอโทษและสัญญาว่าจะชดเชยให้กับนางและแม่ของนาง แม้จะมีความรู้สึกที่ผสมผสานกันอยู่ในใจ นางไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้
นางคิดถึงอดีตที่ผ่านมาและรู้สึกว่า หากนางยังคงเป็คนที่ไร้ความสามารถเช่นเดิม นางอาจจะไม่มีวันได้รับความรักและความอบอุ่นจากพ่อของนางเลย ท่านแม่ทัพมักมองเห็นผลประโยชน์ส่วนตัวเป็อันดับแรกเสมอ นี่คือสิ่งที่นางรู้สึกว่าเป็ตัวตนที่แท้จริงของท่านแม่ทัพ
ความรู้สึกที่นางมีต่อพ่อของนางเต็มไปด้วยความผิดหวังและความไม่ไว้วางใจ การพยายามจะมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นอาจรู้สึกเหมือนเป็การปล่อยวางจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และในตอนนี้ นางรู้สึกว่าทำได้เพียงแค่ปล่อยวางและยอมรับความเป็จริงนี้
การทำเช่นนี้อาจเป็วิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องตัวเองจากความผิดหวังที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต และการเดินหน้าต่อไปด้วยความเข้าใจว่าความรักและความใส่ใจไม่สามารถบังคับให้เกิดขึ้นได้ แต่้าความจริงใจและความพยายามจากทั้งสองฝ่าย
ฉิน เสี่ยวเฟิงปิดเปลือกตาลงเพื่อละทิ้งความเ็ปและความรู้สึกที่สะสมไว้ในใจ ก่อนที่จะพูดกับท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและความอ่อนโยน
“ขอเพียงท่านพ่อไม่รังแกท่านแม่อีก ไม่ว่าอะไรข้าก็ยอมท่านทั้งนั้น”
คำพูดของนางสะท้อนถึงความหนักแน่นในความ้าที่จะรักษาความสงบและความสุขในครอบครัว แม้จะมีความรู้สึกที่ซับซ้อนและความเ็ปในอดีต แต่สิ่งที่นาง้าจริงๆ คือการเห็นความรักและความเคารพต่อแม่ของนางได้รับการเคารพและรักษา
“ได้ ตกลง ต่อไปนี้ข้าจะไม่ทำร้ายหัวใจของนางอีก” ข้อเรียกร้องของบุตรสาวคนนี้ช่างเป็ข้อเรียกร้องที่ง่ายดายเป็อย่างมาก
แม้จะเป็คำตอบที่ตรงไปตรงมา แต่คำพูดนี้บ่งบอกถึงการยอมรับและความตั้งใจของท่านแม่ทัพที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น ท่านแม่ทัพรู้ดีว่าการไม่ทำร้ายหัวใจของแม่ของบุตรสาวเป็สิ่งที่มีความสำคัญ
ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนรู้สึกว่าคำเรียกร้องของบุตรสาวของเขาแม้จะดูเรียบง่ายแต่กลับเผยให้เห็นถึงความรักที่ลึกซึ้งและความห่วงใยที่นางมีต่อแม่ของนาง นางเป็คนที่มีความรักและความเอื้ออาทรในตัวเอง แม้จะมีความเ็ปจากอดีต แต่ท่านแม่ทัพเริ่มที่จะเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของบุตรสาวคนนี้มากขึ้นด้วยลักษณะนิสัยที่รักและเป็ห่วงเป็ใยแม่ของนางทำให้ตัวของเขารู้สึกถึงความรักความเอ็นดูกับบุตรสาวคนนี้ขึ้นบ้างแล้วไม่ใช่เพราะพร์ที่โดดเด่นของนางแต่เป็เพราะตัวของนางคอยเอาใจใส่ความรู้สึกของคนรอบข้างอยู่เสมอการที่ตัวของนางทำตัวร้ายกาจเช่นนี้เป็เพราะคนเป็พ่อเช่นเขาทำตัวไม่ดีเอง ก็สมควรแล้วที่นางจะตอบแทนเขาด้วยความเฉยชา ท่านแม่ทัพคาดหวังเป็อย่างยิ่งว่าตนเองอยากจะเห็นรอยยิ้มจากใจจริงของบุตรสาวคนนี้สักครั้งเพราะที่แล้วมาตัวของนางนั้นช่างเป็คนที่เฉยชา
หลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนกับฉิน เสี่ยวเฟิงเริ่มดีขึ้น ท่านแม่ทัพได้แสดงความสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อบุตรสาวของเขา ราวกับว่านางคือความภาคภูมิใจและลูกรักของเขา
ท่านแม่ทัพได้จัดส่งอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายสาขาเพื่อมอบการอบรมและสั่งสอนฉิน เสี่ยวเฟิง ั้แ่ทักษะการบริหารบ้านเรือน, ศิลปะ, จนถึงความรู้เกี่ยวกับมารยาทและการปกครอง ตลอดจนทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเป็สตรีที่ดีพร้อมในสังคม
ท่านแม่ทัพ้าให้บุตรสาวของเขาไม่เพียงแต่เป็หญิงสาวที่มีความสามารถ แต่ยังต้องมีคุณสมบัติที่เป็ที่ยอมรับในสังคม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้นางสามารถเป็ที่ชื่นชมและยอมรับในฐานะสตรีที่มีคุณค่า เขาหวังที่จะทำให้นางมีความโดดเด่นในทุกด้านและสามารถประสบความสำเร็จในชีวิต
ในขณะเดียวกัน ท่านแม่ทัพยังมีความตั้งใจที่จะทำให้ฉิน เสี่ยวเฟิงไม่เป็ "แม่เสือสาว" หรือหญิงสาวที่มีความรุนแรงและความเด็ดเดี่ยวในแง่ของการต่อสู้และพลัง เขา้าที่จะถอดเขี้ยวเล็บของนางออก โดยทำให้แน่ใจว่านางมีทักษะที่เหมาะสม
การสนับสนุนและการอบรมที่ท่านแม่ทัพมอบให้กับฉิน เสี่ยวเฟิง แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกสาว