จวนเซินเล่อ
“คาราวะท่านอาขอรับ”หลิ่งเหวินที่ต้องมากินข้าวกับเฟยหรงทุกสามวันเอ่ยพร้อมกับค้อมกายทำความเคารพผู้เป็อาของตนด้วยความนอบน้อม
“มาแล้วหรือ พอดีเลยวันนี้เ้าจะได้พบกับน้องสาวของเ้าไม่ได้พบกันนานพวกเ้าคงมีอะไรพูดคุยกันมากเลยทีเดียว”เฟยหรงที่้าให้ความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติกลับมาแน่นเฟ้นตามที่เคยเป็มาเอ่ยพร้อมกับตบที่ไหลของหลานชายของตนอย่างเป็กันเอง
“ขอรับท่านอา”หลิ่งเหวินที่เข้าใจความหวังดีของผู้เป็อาเขาจึงได้เอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย
“พี่เหวินสบายดีหรือไม่เ้าคะ”ไม่นานหลังจากที่คนทั้งสองนั่งประจำที่ของตนเรียบร้อยแล้วก็มีเสียงหวานเอ่ยทักทายคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนพร้อมกับร่างอวบที่กำลังเดินเข้ามาโดยมีสามีของนางเป็ประคองนางเข้ามาในห้องด้วยท่าทางระมัดระวัง
“สวัสดียามเช้าขอรับท่านพ่อตา”ไป่ฉีเอ่ยทำความเคารพพ่อตาของตนด้วยรอยยิ้มบาง
“ตามสบายเถอะ มามารีบพาฮวาเออร์มานั่งเถอะเดี๋ยวอาหารจะเย็นชืดเสียหมด”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับกวักมือเรียกคนทั้งสองให้รีบเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนไป่ฉีที่มานั่งเรียบร้อยแล้วเขาจึงได้หันไปพยักหน้าทักทายหลิ่งเหวินที่นั่งถัดจากตนไปด้วยรอยยิ้มสุภาพ
“พี่เหวินมาพักที่นี้นานแล้วหรือยังเ้าคะ”จิวฮวาหันไปเอ่ยถามญาติผู้พี่ของตนด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ก็ถือว่านานพอสมควรแล้วละว่าแต่เ้าเถอะตั้งท้องกี่เดือนแล้ว”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองลงไปที่ท้องป่องของญาติผู้น้องของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเพราะในตอนที่เขาเห็นท้องป่องของจิวฮวาก็ทำให้เขาคิดถึงหลานสาวของเขาเป็อย่างมากเลยทีเดียว
“หกเดือนแล้วเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบท้องของนางตามความเคยชิน
“โอ้ เช่นนั้นอีกไม่นานเขาก็จะออกมาดูโลกแห่งนี้แล้วหรือช่างน่ายินดีจริงๆท่านอาจะได้สมหวังเื่หลานสาวเสียที”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับหันไปมองที่อาของตนด้วยรอยยิ้มยินดีนั้นจึงทำให้เฟยหรงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“พี่เหวินรู้ได้เช่นไรเ้าคะว่าเด็กในท้องของข้าเป็เด็กหญิง”จิวฮวาที่ได้เห็นท่าทางมั่นใจของหลิ่งเหวินที่ดูมั่นใจเื่เพศของเด็กในท้องของนางเพียงแค่เขาปรายตามองมาที่นางเพียงครั้งเดียวนั้นจึงทำให้นางอดที่จะเอ่ยถามเขาด้วยความสงสัยไม่ได้
“ก็เ้าอวบอิ่มและก็ดูมีความสุขเช่นเดียวตอนที่พี่ใหญ่ของข้าตั้งท้องหนิงเหม่ยอย่างไรละ”หลิ่งเหวินเอ่ยตอบพร้อมกับยกยิ้มอบอุ่นส่งให้กับญาติผู้น้องของตน
“เห็นหรือไม่เ้าคะ ใครๆ ก็เชื่อว่าลูกในท้องของข้าเป็ผู้หญิง”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับลูบที่ท้องของตนด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแล้วหันไปเอ่ยกับสามีของนางด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า
“เป็หญิงหรือชายก็เป็ลูกที่ข้ารักทั้งสิ้น”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยแววตาหวานซึ้ง
“มันก็ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วสิ”เฟยหรงที่ได้ยินคำพูดของลูกเขยเขาจึงได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ แล้วจึงเริ่มการกินอาหารเป็คนแรกนั้นจึงทำให้ทุกคนเริ่มลงมือกินข้าวไปกับเฟยหรงด้วยรอยยิ้มมีความสุข
ศาลากลางสวน
“พี่ฟางเซียนกับท่านอาสะใภ้สบายดีหรือไม่ทำไมพวกท่านไม่มากับพี่เหวินหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่มานั่งพูดคุยกับหลิ่งเหวินตามประสาพี่น้องเอ่ยถามอย่างแปลกใจที่หลิ่งเหวินยอมทิ้งแม่และพี่น้องของเขามาอยู่ในที่แห่งนี้เพียงลำพัง
“ท่านแม่กับพี่สาวของข้าพอใจในชีวิตที่เป็อยู่ในตอนนี้แล้วพวกท่านจึงส่งข้าให้มาที่นี้เพียงลำพังเท่านั้น”หลิ่งเหวินเอ่ยตอบแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆอย่างเศร้าใจที่ตนนั้นต้องห่างมาจากครอบครัวของตนมาอยู่ยังที่แห่งนี้เพียงลำพัง
“ไม่เป็อะไรนะเ้าคะพี่เหวินยังมีพวกเราเป็ครอบครัวของท่านอยู่นะเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นแววตาเศร้าของญาติผู้พี่ของตนนางจึงได้อดที่จะเอ่ยปลอบเขาไม่ได้จริงๆ
“ขอบใจเ้ามากที่ไม่คิดโกรธเคืองกับเื่ที่ข้าเคยทำกับเ้าและครอบครัวในอดีตในตอนนั้นข้าไม่รู้จริงๆว่าทำไมข้าจึงได้กล้าลงมือทำร้ายครอบครัวของเ้าที่กำลังลำบากอยู่ถึงเพียงนั้น”หลิ่งเหวินเอ่ยด้วยแววตาแห่งความรู้สึกผิด
“เื่นั้นมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะเ้าค่ะตอนนี้พี่เหวินและครอบครัวก็กลับตัวเป็คนดีแล้วเราก็อย่ากลับไปคิดถึงเื่พวกนั้นไปเลยเ้าค่ะ”จิวฮวาที่รับรู้แล้วว่าต่อไปหลิ่งเหวินอาจจะต้องกลายเป็ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่จากบ้านรองของท่านพ่อของนางนั้นจึงทำให้นางอดที่รู้สึกเศร้าไปกับความเดียวดายของเขาไม่ได้เลยจริงๆ
“ข้าต้องขอบใจพวกเ้ามากจริงๆที่อภัยให้กับเื่เลวร้ายที่พวกข้าได้เคยทำผิดกับครอบครัวของเ้า”หลิ่งเหวินเอ่ยอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะพวกเราไม่ได้เก็บเื่นั้นมาคิดอีกเลยนะเ้าคะ หลังจากที่พวกเราออกมาจากจวนตระกูลเย่”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ญาติผู้พี่ของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“แล้วนี้พี่เหวินจะกลับไปเยี่ยมท่านอาสะใภ้กับพี่ฟางเซียนเมื่อใดหรือเ้าคะข้าจะได้ฝากของฝากไปให้กับพวกท่านทั้งสองด้วย”จิวฮวาที่เห็นว่าบรรยากาศชักจะเงียบเหงาจนเกินไปนางจึงได้หันไปเอ่ยถามญาติผู้พี่ของตนเพื่อทำลายความเงียบ
“คงจะเดือนหรือสองเดือนที่จะถึงนี้กระมัง”หลิงเหวินเอ่ยตอบอย่างไม่แน่ใจนัก
“เช่นนั้นข้าก็ขอฝากของพวกนี้ให้กับท่านอาสะใภ้กับพี่ฟางเซียนด้วยนะเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับดึงสมุนไพรปราณออกมาจากแขนเสื้อแล้วส่งให้กับหลิ่งเหวินที่นั่งอยู่ไม่ไกลด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ขอบใจเ้ามาก”หลิ่งเหวินเอ่ยขอบคุณอีกครั้งภาพของสองพี่น้องที่พูดคุยกันอย่างถูกคอนั้นทำให้เฟยหรงที่เห็นภาพนั้นถึงกับยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ
กาลเวลาที่ก้าวผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้ลูกสาวคนเล็กของจิวฮวาก็ได้มีอายุสามขวบแล้วด้วยกันทารกหญิงร่างอวบที่อยู่ในชุดสีแดงเพลิงก็ได้นั่งเล่นอยู่กลางสวนด้วยท่าทีร่าเริงไป่ฉีที่ตอนนี้ทั้งรักทั้งหวงลูกสาวเพียงคนเดียวของตนกำลังนั่งมองบุตรสาวของตนจากโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากบุตรสาวของตนด้วยสายตารักใคร่
“อ้ายเวยน้อยของเราจะสามหนาวแล้วเวลาช่างผ่านไปเร็วจังเลยนะเ้าคะ”จิวฮวาที่นั่งอยู่มองไปที่บุตรสาวของตนด้วยสายตาอบอุ่น
“ใช่เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆเผลอเพียงแค่พริบตาอ้ายเออร์ของเราก็เติบโตถึงเพียงนี้แล้ว ช่างน่าเสียดายจริงๆ ที่อ้ายเออร์เติบโตเร็วเช่นนี้พี่รู้สึกว่าเรายังใช้เวลากับอ้ายเออร์ยังเพียงพอเลย”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าใจที่เวลาได้ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วนัก
“อย่าได้พูดเช่นนี้ให้เ้าตัวแสบทั้งสามได้ยินเชียวไม่เช่นนั้นท่านต้องรับมือกับพวกเขาลำบากเป็แน่”จิวฮวาเอ่ยเตือนสามีของตนด้วยรอยยิ้มขัน
“อะไร พวกเขาจะทำอะไรได้ข้าได้ในเมื่อพวกเขาเป็ทายาทตระกูลไป่เช่นนั้นแล้วพวกเขานั้นก็สมควรภูมิใจที่สามารถเติบโตแล้วออกไปเรียนรู้ชีวิตได้เร็วกว่าทายาทของตระกูลอื่นๆ”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่มาที่เมียรักของตนด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
ราชวังอาณาจักรไท่
“น่าอิจฉาจิวฮวากับองค์ชายไป่จังเลยนะเ้าคะอภิเษกไม่ถึงสิบปีแต่กลับมีทายาทถึงสี่คนแล้วด้วยกัน”ชุนเหลียงที่เห็นภาพครอบครัวของจิวฮวาและไป่ฉีที่มีลูกๆอ้อมล้อมจนดูน่าอิจฉา
“เ้าอย่าเศร้าเสียใจไปเลยเรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกมาก ไม่แน่ว่าเราอาจจะมีบุตรในเร็วๆนี้ก็ได้”จิวฝูเอ่ยปลอบเมียรักของตนด้วยน้ำเสียงหวานซึ้งนั้นจึงทำให้ชุนเหลียงที่มีแววตาเศร้าเมื่อครู่นั้นมีรอยยิ้มบางปรากฏขึ้นมาบนริมฝีปากบางของนางนั้นเอง
“ข้าหวังว่ามันมาถึงเร็วๆนี้นะเ้าคะ”ชุนเหลียงที่้ามีโซ่ทองคล้องใจเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับฐานะองค์จักรพรรดินีและเติมเต็มความรักของนางและสามีของนางเอ่ยพร้อมกับมองลงไปที่ภาพครอบครัวของจิวฮวาและไป่ฉีด้วยสายตาวาดฝัน
“คาราวะท่านพ่อ พี่ใหญ่และพี่สะใภ้เ้าค่ะ”จิวฮวาที่เดินมาถึงโถงทางเดินอันกว้างใหญ่ค้อมตัวทำความเคารพคนทั้งสามน้ำเสียงอ่อนนุ่ม
“คาราวะท่าตา ท่านลุงท่านป้าสะใภ้ขอรับ”เสียงเข้มของหนุ่มน้อยทั้งสามเอ่ยทำความเคารพคนทั้งสามด้วยรอยยิ้มกว้างไป่ฉีที่ตอนนี้กำลังโอบอุ้ม
“ตามสบายเถอะ วันนี้เป็วันดีพวกเ้ารีบมานั่งเถอะตายแล้วยายหนูของตนทำไมน่าเอ็นดูเช่นนี้ มาหาตาสิวันนี้ตาซื้อของเล่นมาให้เ้ามากมายเลยนะ”เฟยหรงที่รักและหลงหลานสาวของตนเป็อย่างมากเอ่ยด้วยน้ำเสียงบีบเล็กพร้อมๆกับดึงของเล่นออกมาจากแขนเสื้อของตนแล้วชูของเล่นสีแดงสดแล้วเริ่มหมุนจนทำให้เกิดเสียงดังเป็จังหวะนั้นจึงทำให้อ้ายเออร์ที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็บิดารีบดันตัวของตนออกจากอ้มกอดของบิดาแล้วรีบเดินเข้าไปหาผู้เป็ตาของตนด้วยสายตาเป็ประกาย
“ฮ่าๆ หลานข้าช่างน่าเอ็นดูอะไรเช่นนี้นะ”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับส่งของเล่นให้กับหลานสาวที่เดินมาหาตนแล้วอุ้มนางขึ้นไปหอมแก้มอวบของหลานสาวของเขาด้วยความเอ็นดู
“นานมากเลยนะขอรับกว่าที่เราจะมาถึง่แห่งสงบสุขนี้ได้”จิวฝูที่นึกถึงเื่ราวที่ตนและครอบครัวต้องฟันฝ่ามาอย่างยาวนานเอ่ยกับบิดาของตน
“อืม ก็จริงของเ้านะ กว่าที่พวกเ้าจะมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เื่ง่ายเลยจริงๆ”เฟยหรงที่ตอนนี้คิดจะส่งต่ออำนาจของจวนเซินเล่อให้กับหลานชายอย่างหลิ่งเหวินเพื่อที่เขานั้นจะมาช่วยเลี้ยงดูอ้ายเออร์น้อยของเขาโดยเร็วที่สุด
“พวกเราในตอนนี้มีความสุขก็พอแล้วไม่ใช่หรือเ้าคะท่านพ่อเองก็จะมาอยู่ที่วังนี้กับพี่ฝูกับพี่สะใภ้แล้วเ้าตัวแสบทั้งสามเองก็มีหน้าที่ในอาณาจักรแห่งนี้แล้วตอนนี้พวกเรายังมีอะไรให้เราต้องทุกข์ใจอีกหรือเ้าคะ”จิวฮวาเอยพร้อมกับมองไปที่พ่อและบุตรสาวของตนด้วยสายตามีความสุข
“แล้วตอนนี้หยางเหว่ยเป็เช่นไรบ้างเขายอมขึ้นเป็องค์จักรพรรดิแล้วหรือ”ไป่ฉีที่สองถึงสามปีมานี้ไม่ค่อยได้ออกมาจากมิติแห่งชีวิตมากนักหันไปเอ่ยถามชุนเหลียงถึงบุตรชายบุญธรรมของตนที่่นี้เขาไม่ค่อยได้มีเวลาออกมาหาเขามากนัก
“ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกเ้าค่ะตอนนี้อาเหว่ยมีคนคอยดูแลเขาแล้วละเ้าค่ะ”ชุนเหลียงเอ่ยตอบพร้อมกับยกยิ้มกว้างด้วยเพราะในตอนแรกนั้นอาเหว่ยหลานชายของนางไม่คิดจะรับหลิงเมิงเหยามาเป็คู่หมั้นแต่ตอนนี้หลิงเมิงเหยากลับกลายเป็คนที่ต้องคอยหนีและหาทางเว้นช่อองว่างจากหลานชายผู้คลั่งรักของนาง
“เช่นนั้นหรือ”ไป่ฉีเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ
“หากอาเหว่ยขึ้นเป็จักรพรรดิ เช่นนั้นแล้วหลงต๋าฉือเล่าเ้าคะพี่สะใภ้”จิวฮวาเอ่ยถามอย่างแปลกใจที่คนหวงตำแหน่งและอำนาจเช่นหลงต๋าฉือจะยอมยกตำแหน่งจักรพรรดิให้ผู้อื่นโดยง่าย
“อ้อเื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกเ้าค่ะ เพราะพี่ต๋าฉือต้องตามง้อลี่ฟางอีกนานพี่ต๋าฉือจึงยอมยกให้อาเหว่ยเป็จักรพรรดินะเ้าคะ”ชุนเหลียงเอ่ยตอบด้วยท่าทางเรียบเฉยซึ่งตรงกันข้ามกับจิวฮวาและไป่ฉีที่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก
“เป็เพราะต๋าฉือ เขา้าตามง้องอนลี่ฟางนะเพราะดูท่าแล้วลี่ฟางคงไม่มีทางยอมยกโทษให้กับต๋าฉือได้โดยง่ายเป็แน่”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ
“เป็เช่นนี้นี่เอง”จิวฮวาพยักหน้าเข้าใจ
“แล้วหญิงผู้นั้นเป็ใครหรือ”ไป่ฉีเอ่ยถามเสียงเรียบ
“นางคือหลิงเมิงเหยาบุตรสาวเพียงคนเดียวของเสนาบดีใหญ่แห่งอาณาจักรหลงนะเ้าค่ะ”ชุนเหลียงเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบาง
“อืมดี ดูท่าว่านางคงจะเป็ผู้หญิงที่ดีและเหมาะสมกับอาเหว่ยใช่หรือไม่”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ชุนเหลียงด้วยความไว้ใจ
“เป็เช่นนั้นเ้าค่ะเมิงเหยานางเป็สตรีที่น่าทึ้งมากนั้นจึงทำให้ข้าไว้ใจให้นางอยู่เคียงข้างอาเหว่ยของเราได้เ้าค่ะ เอาไว้ข้าจะพาพวกท่านไปพบนางที่อาณาจักรหลงนะเ้าคะ”ชุนเหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจในตัวของหลานสะใภ้ของตน
“ก็ดีเ้าค่ะข้าจะได้ทำความรู้จักกับนางด้วย”จิวฮวาเอ่ยตอบรับด้วยความตื่นเต้น
“ทันพ่อเราต่อไปเรามาช่วยกันดูแลอาณาจักรไท่ของเรากันเถอะขอรับอาณาจักรไท่แห่งนี้ข้าและจิวฮวาตั้งใจฟื้นฟูขึ้นมาเพื่อเป็บ้านของเราเช่นนั้นแล้วข้าขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลบ้านของพวกเรากันด้วยนะขอรับ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ทุกคนด้วยสายตาอบอุ่น
“ได้สิพ่อจะช่วยพวกเ้าดูแลบ้านของพวกเราให้ดีเอง”เฟยหรงที่เห็นว่าอาณาจักรแห่งนี้ยังมีเื่ให้ตนช่วยดูแลอีกมากเขาจึงได้เอ่ยตอบรับบุตรชายของตนอย่างว่าง่าย
“ย่อมเป็เช่นนั้นอยู่แล้วเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบรับแล้วส่งยิ้มกว้างให้กับพี่ชายของตนอย่างเป็กันเอง
“ข้าก็จะช่วยทุกคนดูแลอาณาจักรไท่แห่งนี้ขอรับ”กวางเล่อที่ตอนนี้ไม่ใช่น้องเล็กแล้วเอ่ยขึ้นมาเสียงดังนั้นจึงทำให้ทุกคนที่อยู่ในวงสนทนาหัวเราะครืนออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันเสียงดัง
และแล้วอาณาจักรไท่ที่เคยล้มสลายก็ถูกฟื้นฟูขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและกลายเป็อาณาจักรที่ก้าวนำอาณาทุกอาณาจักของทวีปปราณ์และเป็อาณาจักรที่คนในทวีปปราณนภาที่ถือว่าเป็แผ่นดินที่อยู่เหนือกว่าทวีปปราณ์ให้ความสนใจจนทำให้เกิดการลงนามค้าขายโอสถและศาสตราวุธจนเป็ที่เลื่องลือของทั้งสามทวีปอีกด้วย