สังหารเสวี่ยเฉิน
เมื่อได้ยินคำกล่าวเย้ยหยันของหยางจื่อ เสวี่ยเฉินก็แสดงความโกรธออกมาก่อนจะปลดปล่อยพลังปราณนักบุญสวรรค์ออกมา"รนหาที่ตาย" เสวี่ยเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ถ้าเจ้าแน่จริงเจ้าก็ลงมาสู้กับข้า ข้าพร้อมจะต่อให้เจ้าต่อให้เจ้าอายุมากกว่าข้าถึง 2 เท่าก็เถอะ ฮ่า ฮ่า" หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยกลุ่มของหยุนจี๋รู้สึกตื่นตระหนก หยางจื่อในสายตาของพวกนางไม่เคยเย้ยหยันหรือถากถางคนอื่นถึงขนาดนี้ หยางจื่อมักจะแสดงความเป็นมิตร และสุภาพ แต่หยางจื่อในตอนนี้กลับเป็นคนที่เย็นชาและก้าวร้าวอย่างมาก"เพราะความเครียดเเค้นยังไงละ" อาจารย์ของหยุนจี๋กล่าวขึ้น"ความเเค้นอย่างงั้นรึ" หยุนจี๋กล่วาอย่างเหม่อรอย"ใช่ เพราะตระกูลเสวี่ยนั้นได้ทำเรื่องที่ไม่สามารถให้อภัยได้ พวกเขาต้องการสังหารหยางจื่อมาหลายครั้งทั้ง ๆที่หยางจื่อไม่เคยทำอะไรให้พวกเขาโกรธเกลียดเลย แต่เพราะความเห็นแก่ตัวของพวกเขา ทำให้เกิดหยางจื่อที่มีสภาพเหมือนในตอนนี้" อาจารย์ของตันหลางกล่าวเสวี่ยเฉินที่ถูกหยางจื่อท้าทายยืนนิ่งไม่ใหวติ่ง"จัดการมันซะเฉินเอ๋อ" ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเสวี่ยกล่าวเสวี่ยเฉินพยักหน้าก่อนจะขึ้นไปบนเวทีประลอง ผู้คนจากดินแดนเปลวเพลิงต่างก็แสดงสีหน้ากังวลออกมาเพราะเสวี่ยเฉินนั้นมีอายุและพลังมากกว่าหยางจื่ออย่างมาก พวกเขากลัวว่าหยางจื่อจะทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด"ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก จื่อเอ๋อนั้นไม่มีวันแพ้ให้กับสวะเช่นนั้นหรอก" หยางฟงล่าวอย่างเย็นชาเมื่อได้ยินคำกล่าวของหยางฟงผู้คนจากดินแดนเปลวเพลิงก็คลายความกังวลลง ส่วนทางด้านของผู้อาวุโสของวิหารเยือกแข็งเองก็แอบหวังว่าหยางจื่อจะทำให้ตระกูลเสวี่ยอ่อนแอลงไปพวกเขาที่ถูกตระกูลเสวี่ยกดขี่มานานมากทำให้พวกเขาอยากที่จะลดทอนกำลังของตระกูลเสวี่ยลง"เเล้วเจ้าจะได้เสียใจที่กล้ามาท้ามายข้า" เสวี่ยเฉินกล่าว"ฮ่า ฮ่า เจ้าสำคัญตัวเองเกินไปเเล้ว ด้วยพลังปราณนักบุญสวรรค์ขั้นที่ 1 เนี่ยนะ อย่ามาทำให้ข้าขำดีกว่าในสายตาของข้า เจ้าที่อายุ 52 ปีแต่กลับทำได้เพียงแค่อยู่ปราณนักบุญสวรรค์ขั้นที่ 1 มันไม่น่าตลกเกินไปหน่อยรึ" หยางจื่อกล่าวเย้ยหยัน"แก่.....ตายซะ" เสวี่ยเฉินกล่าวพลังปราณที่หนาวเย็นระเบิดออกมาท้องฟ้ากลายเป็นหม่นหมองและหิมะเริ่มตกลงมา ตรงชายแดนที่จัดการประลองนี้เป็นสถานที่อบอุ่นซึ่งไม่มีหิมะตกลงและไม่ร้อนเกินไปเหมาะสำหรับคนธรรมดาที่จะอยู่อาศัยอย่างมาก แต่ในตอนนี้เองด้วยพลังของเสวี่ยเฉินทำให้หิมะเริ่มตกลงมาเจตจำนงหิมะระดับ 5 ถูกปลดปล่อยออกมาและเริ่มเเช่แข็งทุกสิ่งที่มันสัมผัส เกล็ดหิมะสัมผัสกับตัวหยางจื่อความหนาวเย็นเริ่มแผ่กระจายออกมา แต่หยางจื่อกลับเค้นเสียงด้วยความดูถูก หยางจื่อที่ต้องทนดูดซับเปลวเพลิงเหมันต์และต้องอยู่กับความหนาวเหน็บสุดจะทนมาเป็นเวลา 3 ปี มีหรือที่หิมะของเสวี่ยเฉิจะทำอะไรหยางจื่อได้"ไร้สาระ" หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชาหยางจื่อกระตุ้นพลังของดาบมังกรสวรรค์เต็มกำลัง รูปลักษณ์ของหยางจื่อเปลี่ยนไปและพลังก็พุ่งสูงขึ้นจนทำให้ใบหน้าของเสวี่ยเฉินตื่นตะหนกเปลวเพลิงทั้งสองชนิดปรากฏอยู่ในมือของหยางจื่อ หยางจื่อลอยตัวขึ้นไปบนท้องฟ้า"ผสาน" หยางจื่อกล่าวเปลวเพลิงทั้งสองผสานเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นดอกบัวเปลวเพลิงขนากใหญ่และยังใหญ่ขึ้นไปอีก ขนาดของดอกบัวขยายใหญ่ๆขึ้นเรื่อยหลังจากหยางจื่อผสานเปลวเพลิงของทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน จนในที่สุดมันก็มีขนาดเท่ากับครึ่งนึงของสนามประลอง หยางจื่อกระตุ้นปราณมังกรผสานเข้าไปกับเปลวเพลิงทั้งสองกรีบของดอกบัวเปลวเพลิงสีทองเริ่มมีรวดรายของมังกรปรากฏพลังของดอกบัวเหมือนกับเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว นี่คือสิ่งที่หยางจื่อพบโดยบังเอิญ หยางจื่อค้นพบว่าปราณมังกรสามารถผสานเข้าไปในเปลวเพลิงเทวะเพื่อเพิ่มพลังโจมตีได้"ไม่ดีเเล้ว เฉินเอ๋อหนีออกมา" เสวี่ยกู่บิดาของเสวี่ยเฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเสวี่ยเฉินเองก็ไม้ได้โง่พอที่จะไม่รู้ว่าการโจมตีของหยางจื่อนั้นสามารถสังหารตนได้อย่างไม่ต้องสงสัย เสวี่ยเฉินที่กำลังล่าถอยกลัถูกพลังที่มองไม่เห็นกักขังไว้ ม่านพลังที่มองไม่เห็นกังขังเสวี่ยเฉินไว้ให้อยู่แต่ในเวทีประลอง"ใครกัน บังอาจยิ่งนัก" ผู้อาวุโสของตระกูลเสวี่ยกล่าวและโจมตีไปที่ม่านพลังหยางฟงที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้นก่อนจะปลดปล่อยพลังออกมาทำให้ม่านพลังแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ใบหน้าของผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเสวี่ยบิดเบี้ยวขึ้นและโจมตีไปยังม่านพลังอย่างต่อเนื่อง"เหอะ พวกเจ้าไม่มีทางทำลายม่านพลังนี้ไปได้หรอก" หยางฟงกล่าวหยางจื่อที่ผสานเปลวเพลิงเสร็จสิ้นก็ก้มลงมามองที่เสวี่ยเฉินด้วยสายตาที่เย็นชาก่อนจะกล่าว"เจ้านั้นไม่คู่ควรกับจ้าวเสวี่ยหรอก ตัวเจ้าที่เหมือนกับคางคกที่สกปรกที่คิดจะเอื้อมมือไปสัมผัสกับหงส์ที่งดงาม" หยางจื่อกล่าวเย็นชา"เจ้าคิดจะทำอะไร บัดซบตายไปซะ" เสวี่ยเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว"ดอกบัวแห่งการทำลายล้าง" หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชาดอกบัวเปลวเพลิงขนาดใหญ่ตกลงมาใส่เสวี่ยเฉินด้วยความเร็ว เสวี่ยเฉินกรีดร้องและทุ่มพลังทั้งหมดโจมตีไปยังดอกบัวเปลวเพลิง แต่ดอกบัวเปลวเพลิงกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด"ระเบิด" หยางจื่อกล่าวดอกบัวเปลวเพลิงระเบิดออกมาเปลวเพลองทั้งสองสายที่ผสานกันระเบิดออกมา เสวี่ยเฉินที่ถูกระเบิดเข้าอย่างจังรับรู้ได้ถึงความเย็นสุดขั้วและความร้อนที่ไร้ทที่สิ้นสุดเสวี่ยเฉินที่รู้สึกทั้งร้อนและเย็นสลับกันไปมา ไม่นานร่างกายของเสวี่ยเฉินก็ไม่สามารถทนได้และเริ่มสหลายหายไป"ไม่จริง ข้าเสวี่ยเฉินคือผู้ที่มีพรสวรรค์ที่สุด ตัวข้าคือผู้นำของดินแดนแห่งนี้ในอนาคตชีวติของข้าเต็มไปด้วยผู้คนที่เคารพข้า แต่ทำไมแกถึงต้องปรากฏตัวออกมาด้วย ทำไมสวรรค์ถึงต้องทำกับข้าแบบนี้" เสวี่ยเฉินกรัดร้องก่อนจะตกตายไปทั้งร่างกายและวิญญาณ"ไม่!!!!!!!!!!!!" บิดาของเสวี่ยเฉินกรีดร้องด้วยความโศกเศร้า"สังหารพวกมันให้หมด โดยเฉพาะเจ้าเด็กนั่นสังหารมันซะ" ผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลเสวี่ยกล่าวออกมาด้วยความโกรธผู้คนในตระกูลเสวี่ยต่างก็เคลื่อนใหวตามคำสั่งของผู้อาวุโสสุงสุดของตระกูลเสวี่ย แต่กับกลุ่มของวิหารเยือกแข็งและตระกูลอื่น ๆนั้นพวกเขาไม่ได้ขยับและยินมองอยู่ห่างๆ"คิดจะสังหารหลานข้าอีกครั้งงั้นรึ พวกเจ้านี่มันสมควรตาย" หยางฟงกล่าวหยางฟงปลดหน้ากากออกและเผยพลังปราณเซียนสวรรค์ขั้นที่ 7 ออกมา เจดีย์วิญญาณ 7 ชั้นลอยออกมาทำให้พลังของหยางฟงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล สายตาเริ่มเต้นไปมารอบ ๆตัวหยางฟง"พินาศ!!!!" หยางฟงกล่าวสายตานับสิบสายพุ่งเข้าหาผู้อาวุโสของตระกูลเสวี่ยที่กำลังตรงมาหาหยางจื่อ ใบหน้าของผู้อาวุโสตระกูลเสวี่ยซีดลงด้วยความกลัวสายฟ้าของหยางฟงนั้นแฝงไปด้วยพลังแห่งการทำร้ายล้าง"อ๊ากกกก""ไม่จริงๆๆ""ช่วยด้วย!!!!"ผู้อาวุโสของตระกูลเสวี่ยต่างก็กรีดร้องโหยหวนพวกเขาต่างตกตายจนหมดเหลือเพียงผู้อาวุโสสุงสุดของตระกูลเสวี่ยที่ได้รับบาดเจ็บหลังจากรับการโจมตีของหยางฟงใบหน้าของผู้คนต่างก็แสดงถึงความแตกตื่นและหวาดกลัวต่อพลังของหยางฟง"ที่แท้ก็เป็นเจ้า" ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเสวี่ยกล่าว------------------------------------------------------------------------------------