ร่างของ อวิ่นหนิงเจี่ย พุ่งทะลวงผ่านม่านแสงสีครามของประตูมิติกลางความรู้สึกแรกคือร่างกายถูกฉีกกระชากด้วยแรงดึงดูดมหาศาลก่อนที่เท้าจะััลงบนพื้นหินที่ร้อนระอุจนควันขึ้นทิวทัศน์เบื้องหน้าแปรเปลี่ยนเป็ดินแดนรกร้างที่ถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีชาดท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีเืและมีหินหนืดไหลผ่านตามรอยแตกของแผ่นดินดุจเส้นเืของปีศาจ
หนิงเจี่ยขบกรามแน่นพลังปราณในกายปั่นปวนจากการถูกธาตุไฟภายนอกแทรกซึม ทว่าในวินาทีนั้นเองพื้นดินใต้เท้าเขาก็สั่นะเืพร้อมกับการปรากฏตัวของเงามืดนับสิบ
มันคือ "นักรบโครงกระดูกอัคคี" ร่างกายของพวกมันสูงกว่าสองเมตรโครงกระดูกสีดำมะเมื่อยถูกห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสีเขียวที่ดวงตาและตามข้อต่อในมือถือกระบี่ใหญ่ที่ลุกโชนไปด้วยไฟนรกพวกมันพุ่งเข้าหาหนิงเจี่ยอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการเตือน
“จะฆ่าข้านั่นต้องดูว่าพวกเ้ามีความสามารถพอหรือเปล่า!” หนิงเจี่ยคำรามลั่นแววตาแปรเปลี่ยนเป็ความเย็นเยียบ มือขวากระชับดาบอัสนีเผาผลาญ พลังจาก ดาราทองที่ 3 (อัคคี) และ ดาราทองที่ 4 (อัสนี) หลอมรวมกันที่ใบดาบจนเกิดเสียงเปรี้ยะปร๊ะดังกัมปนาท
ฟุ่บ!
นักรบโครงกระดูกตัวแรกฟาดกระบี่เพลิงลงมาหนิงเจี่ยเบี่ยงกายหลบเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะสวนกลับด้วยหมัดซ้ายที่บรรจุพลัง เก้าหมัดปั่นปวนฟ้า: หมัดที่ 5อุกกาบาตกัมปนาท!
“เปรี้ยง!”
หมัดปะทะเข้าที่ทรวงอกของนักรบกระดูกแรงะเิจากปราณอัคคีทมิฬส่งร่างนั้นปลิวละลิ่วไปกระแทกกับหินผาไกลออกไปสิบจั้งก่อนที่ร่างนั้นจะะเิเป็ผุยผงในพริบตา!
หนิงเจี่ยไม่หยุดเพียงแค่นั้นเขาพุ่งร่างเข้าสู่ใจกลางวงล้อมดุจเสือร้ายเข้าสู่ฝูงแกะดาบอัสนีเผาผลาญวาดเป็วงกลมก่อเกิดคลื่นพลังสุญญตาสีม่วงดำที่กลืนกินแสงสว่างโดยรอบ ทุกครั้งที่ดาบผ่านร่างของนักรบกระดูกจะถูกตัดขาดราวกับใบไม้แห้ง
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
หนิงเจี่ยรู้สึกถึงพลังฝึกปรือในร่างที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องเหงื่อที่ไหลออกมาจากความร้อนถูกระเหยกลายเป็ไอในทันทีดั่งว่าร่างกายของเขากำลังถูกหลอมใหม่ในเตาหลอมจักรวาล
หลังจากกวาดล้างกองทัพกระดูกไปกว่าหลายร้อยตนหนิงเจี่ยหยุดยืนหอบหายใจอยู่หน้าบ่อลาวาขนาดมหึมา ทันใดนั้นลาวาในบ่อพลันม้วนตัวขึ้นฟ้า ก่อตัวเป็ร่างั์ที่สูงเทียมเมฆิัของมันคือหินลาวาที่เย็นตัวลงจนแข็งแกร่งดุจเพชรดำในมือถือขวานั์ที่แผ่รังสีฆ่าฟันระดับ ปราณครามขั้น 9!
“มนุษย์ผู้โง่เขลา...เ้าเข้ามาเพื่อเป็อาหารของข้า!” เสียงของมันดังกึกก้องราวกับูเาถล่ม
หนิงเจี่ยแสยะยิ้ม“ข้า้าแรงกดดันแบบนี้แหละ ถึงจะคุ้มค่ากับการเข้ามา!”
าาอสูรฟาดขวานลงมาพลังทำลายล้างทำให้พื้นดินแยกออกเป็สองซีก หนิงเจี่ยใช้ความเร็วจากดาราทองที่ 4ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พลางโคจรพลัง สุญญตาจิตมาร ไปยังดาบอัสนีเผาผลาญจนใบดาบขยายใหญ่ขึ้นเป็สิบจั้งและมีสีดำสนิทจนดูเหมือนรอยแยกของมิติ
“รั้ง!”เขาบีบอัดพลังทั้งหมดลงที่ปลายดาบ “และ... ปล่อย!”
“ดาบสูญสิ้นภพ: ทำลายล้าง!”
หนิงเจี่ยฟันดาบลงมาดุจเทพเ้าสั่งสอนโลกคลื่นดาบสีดำตัดผ่านอากาศพุ่งเข้าหาทรวงอกของาาอสูรลาวาเสียงปะทะดังกัมปนาทะเืไปทั่วทั้งมิติโล่หินลาวาที่แข็งแกร่งที่สุดแตกละเอียดเป็ผุยผงในพริบตา!
“อากกกกกกก!” าาอสูรร้องโหยหวนร่างกายที่ทำจากหินลาวาเริ่มปริแตกและถูกดูดกลืนหายไปในความว่างเปล่าของพลังสุญญตา
หนิงเจี่ยไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยเขาพุ่งเข้าใส่หน้าผากของมัน ใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าไปเต็มแรง พลางสั่งการในใจ “ดูดกลืน!”
แสงสว่างจ้าปกคลุมทั่วบริเวณเมื่อแสงจางลง าาอสูรลาวาหายไปเหลือเพียงฝุ่นละอองส่วนดาบในมือหนิงเจี่ยบัดนี้เปลี่ยนไปใบดาบมีลวดลายเส้นเืลาวาสีทองไหลเวียนคู่กับสายฟ้าทมิฬพลังกดดันที่แผ่ออกมาทำให้สิ่งมีชีวิตโดยรอบต้องสยบ
หนิงเจี่ยยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังพลังปราณในกายพุ่งพล่านเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเขามองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่มีวิหารลอยฟ้าแห่งที่สองรออยู่
“มู่อี้ ผิงอัน...ข้าจะไม่ยอมแพ้พวกเ้าเด็ดขาด” หนิงเจี่ยพึมพำพลางก้าวเดินต่อไปในดินแดนแห่งความตายที่เขากำลังจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็์แห่งการวิวัฒน์ของเขาเอง!ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นเคยที่เงียบไปนานพลันดังขึ้นในหัว $$ {"ท่านสังหารนักรบโครงกระดูกอัคคี(ระดับปราณครามขั้น 2) ท่านสังหารนักรบโครงกระดูกอัคคีท่านสังหาราาอสูรลาวาพันปี เลเวลอัป! ปราณครามขั้น 2... 3... 4... 5! ได้รับ: ชุดเกราะอสูรโลกันตร์ (ระดับิญญา),จิติญญาอัคคี์"}$$ ท่ามกลางเศษซากของูเาหินลาวาที่พังทลายและการสลายร่างของ าาอสูรลาวาพันปี ทั่วทั้งมิติสุสานโลกันตร์พลันสั่นะเืด้วยการจุติใหม่ของพลังที่เข้มข้นกว่าเดิม อวิ่นหนิงเจี่ย ยืนนิ่งอยู่ใจกลางวงล้อมของเปลวเพลิงที่ยังไม่มอดดับแสงสีม่วงทองะเิออกจากร่างของเขาเป็ระลอก ประดุจวงแหวนดาราที่หมุนวนรอบสุริยะ
วินาทีนั้นหนิงเจี่ยรู้สึกถึงมวลพลังมหาศาลที่อัดแน่นจนแทบจะะเิเส้นชีพจร ศูนย์รวมปราณในท้องน้อยของเขาร้อนผ่าวราวกับมีดวงตะวันถือกำเนิดขึ้นภายในพลังฝึกปรือระดับจินหรงปั่นปวนเหมือนลาวากำลังจะปะทุ จินหรงขั้น 9 ขั้นสูงสุด “อากกกกกกกก!!!”
นี่คือ่เวลาที่สำคัญที่สุด... การก้าวข้ามจาก ระดับจินหรง(ทอง)เข้าสู่ ระดับปราณคราม ซึ่งเปรียบเสมือนการเปลี่ยนถ่ายเนื้อหนังมนุษย์ให้กลายเป็เนื้อหนังแห่งเซียน
“อ๊ากกกกกกก!”
หนิงเจี่ยกรีดร้องลั่นด้วยความเ็ปที่เหนือพรรณนากระดูกทุกชิ้นในร่างกายของเขาถูกแรงกดดันจากภายในบดจนละเอียดรอยแตกสีทองทมิฬลุกลามไปทั่วใบหน้าและลำตัวไอระเหยสีดำซึ่งเป็สิ่งเจือปนสุดท้ายในร่างกายถูกแผดเผาด้วยเพลิงอสูรจนกลายเป็ควันพวยพุ่ง
ในห้วงสติที่เลือนรางหนิงเจี่ยเห็นแก่นพลังจินหรงในท้องน้อยของเขากำลัง “แตกสลาย” พลังงานสีทองที่เคยแข็งแกร่งกลับกลายเป็ของเหลวที่หมุนวนดุจหลุมดำมันดูดกลืนพลังจากจิติญญาอัคคี์และค่าประสบการณ์มหาศาลเข้าไปจนกระทั่งจุดกึ่งกลางของหลุมดำนั้นปรากฏจุดแสงสีครามเข้มที่เยือกเย็นแต่ทรงพลัง
วูมมมมมมมม!
คลื่นพลังทรงกลมะเิออกจากร่างหนิงเจี่ยแผ่กระจายออกไปนับร้อยลี้ เมฆโลหิตบนท้องฟ้าถูกฉีกกระชากจนเห็นห้วงอวกาศอันมืดมิด
“อึก...ทะลวง!” หนิงเจี่ยคำรามเสียงต่ำ
ปราณครามขั้น 2: แสงสีครามจางๆเริ่มเคลือบชั้นิัที่ปริแตกรอยแผลตามร่างกายสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ปราณครามขั้น 3: กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น กร๊อบ! สารเจือปนสีดำถูกขับออกมาจากขุมขนพลังดาราทองที่ 1(ปฐี)หลอมรวมเข้ากับโครงสร้างกล้ามเนื้อจนแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า
ปราณครามขั้น 4: ประสาทััขยายขอบเขตออกไปนับสิบลี้หนิงเจี่ยััได้แม้กระทั่งการไหลเวียนของลาวาที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน
ปราณครามขั้น 5: พลังทั้งหมดเสถียรลงอย่างมั่นคงวงแหวนปราณสีม่วงเข้มห้าชั้นหมุนวนอยู่เื้ัร่างของเขาส่งกลิ่นอายความกดดันที่ทำให้ิญญาอสูรระดับต่ำในมิตินี้ถึงกับต้องหมอบราบกับพื้น
จากห้วงอากาศที่ว่างเปล่าเปลวเพลิงสีชาดพุ่งเข้าหาหนิงเจี่ยและควบแน่นเป็รูปร่างเกราะหนักสีดำขลิบทองแดงสวมทับลงบนร่างกายของเขาโดยอัตโนมัติลวดลายบนหน้าอกเป็รูปหัวใจอสูรที่เต้นเป็จังหวะแผ่ออร่าความร้อนที่ช่วยลดดาเมจจากการโจมตีธาตุไฟได้เกือบทั้งหมด
หนิงเจี่ยยื่นมือออกไปััอาากาศพลังงานอัคคีรอบตัวกลับเชื่อฟังคำสั่งของเขาอย่างประหลาด
หนิงเจี่ยหลับตาลง ััถึงความเปลี่ยนแปลงที่"มีนัยสำคัญ" พลังที่เคยพุ่งพล่านอย่างป่าเถื่อนบัดนี้กลับสงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไร้คลื่นแต่ภายใต้นั้นมีความลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง
เขายกมือขวาขึ้นช้าๆ พลางรำพึง “รั้ง...” เปลวเพลิงที่เคยลุกท่วมเกราะพลันหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่กลิ่นอายพลังหายไปจากััจนดูเหมือนคนธรรมดาที่ไร้วิชาฝ่ามือ
จากนั้นเขาดีดนิ้วเพียงเบาๆ “ปล่อย!” ตูมมมม! เสาเพลิงสีครามพุ่งทะยานจากปลายนิ้วทะลวงผ่านก้อนหินั์เบื้องหน้าจนกลายเป็รูโบ๋โดยที่หินไม่มีแม้แต่รอยร้าวที่ขอบรอบข้างมันคือการทำลายล้างจากภายในที่แม่นยำถึงขีดสุด
หนิงเจี่ยยิ้ม แววตาของเขาเปลี่ยนเป็สีม่วงทองที่น่าสะพรึงพลังที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ใช่แค่พลังทำลาย แต่มันคือการ "คุมอำนาจ"เหนือกฎเกณฑ์ในพื้นที่
เขาเดินฝ่ากองเพลิงมุ่งหน้าสู่ใจกลางมิติอย่างทรนงพลังฝึกปรือที่เพิ่มขึ้นทุกย่างก้าวทำให้แผ่นดินสุสานโลกันตร์สั่นะเืตามจังหวะการเดินของเขา