พอทุกคนกินข้าวกันเสร็จแล้ว ก็พากันไปขุดมันต่อ ได้เกือบเต็มตะกร้าทั้งสามใบ ชิงอีจึงบอกให้หยุดก่อนเพราะจะแบกกันไม่ไหว แล้วก็ชวนเด็ก ๆ กลับเลย
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน เรากลับกันเถอะ นี่ก็ใกล้จะเย็นแล้ว ถ้าช้ากว่านี้อาจมืดก่อนจะถึงบ้านก็เป็ได้”
“แต่… แต่…”
“มีอะไรรึเสี่ยวหลาน” ชิงอีถามด้วยความสงสัยในท่าทางตะกุกตะกักของเขา
ห่าวหลานมองไปรอบ ๆ ด้วยความเสียดาย เพราะยังเหลือมันอีกเยอะมากที่ยังไม่ได้ขุด เขาเข้าใจสิ่งที่พี่สะใภ้บอกเช่นกันว่า ถ้าเย็นแล้วในป่าจะอันตรายมากกว่าเดิมหลายเท่า แต่เขาก็ตัดใจทิ้งเสบียงเหล่านี้ไม่ลงอยู่ดี
“เอ่อ แล้วมันเทศเหล่านี้หละขอรับ เราจะทำอย่างไรดี ยังเหลือที่ยังไม่เก็บอีกเยอะมากเลย” เขาพูดแล้วทำหน้าเสียดายสุดแสน
“อ๋อ ที่เหลือพวกนี้เหรอ ข้าจะรอพี่ใหญ่ของเ้ากลับมา ค่อยเข้ามาเก็บเกี่ยวอีกครั้ง อย่างที่เ้าบอกมันเยอะมาก เราทำกันเองไม่ไหวหรอก”
“เช่นนั้นหรือขอรับ ดีเลยเพราะพี่ใหญ่แข็งแรงมาก ต้องทำได้ดีและไวกว่าพวกเรามากแน่ๆ”
แบบนี้เขาค่อยสบายใจหน่อย ไม่งั้นเสียดายแย่เลยที่เสบียงอยู่ตรงหน้าแต่เอากลับไปไม่ได้
“อืมม เช่นนั้นแหละ งั้นตอนนี้เรากลับกันเถอะ ต้องไปแวะเก็บเผือกอีกนะ”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
ขณะที่กำลังเดินทางกลับ นางได้เจอกับพืชที่นางค่อนข้างคุ้นเคยอีกแล้ว แต่ส่วนใหญ่นางจะเห็นเป็ผลิตภัณฑ์ที่ถูกแปรรูปมาแล้ว ต้นสด ๆ แบบนี้ยังไม่เคยเจอของจริง เคยแต่อ่านและศึกษาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
เพราะมีอยู่่หนึ่งที่ชิงอี้าลดน้ำหนัก ซึ่งจะต้องเริ่มจากการควบคุมและปรับเปลี่ยนวิธีการกิน โดยลดหรืองดข้าว แป้งและน้ำตาล แต่มนุษย์เรากินข้าวมานานจะงดปุบปับก็ทำไม่ได้ จึงต้องหาสิ่งที่สามารถใช้ทดแทนข้าวได้ สิ่งนั้นก็คือ ‘บุก’ นั่นเอง และนอกจากนี้มันก็มีประโยชน์อีกหลายอย่างเช่นกัน
นางได้เคยเห็นวิธีการแปรรูปมาบ้างเมื่อนานมาแล้ว บางขั้นตอนก็ไม่แน่ใจ แต่ไม่เป็ไร ท่านผู้เฒ่าให้ความรู้มาทั้งที คราวนี้ได้เอามาใช้ประโยชน์แล้วหละ
“พวกเ้าดูนั่นซิ มันคือต้น บุก สามารถกินแทนข้าวได้เช่นกัน วันนี้คงเป็โชคของพวกเราแล้วหละ ได้เสบียงเพิ่มมาตั้งสามอย่าง”
นางดีใจมาก ที่วันนี้มาไม่เสียเที่ยว แต่ก็เสียดายที่ไม่ได้เจอสมุนไพรอะไรที่พอจะเอาไปขายได้เลย
“บุกจะมีวิธีการทำที่ยุ่งยากและใช้ระยะเวลานานหน่อย รอให้มีเวลาว่างก่อนค่อยทำละกัน ตอนนี้สิ่งที่ต้องเร่งทำ คือการหาเสบียงเพิ่ม แต่เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว เก็บไปก่อนละกันสัก 5 หัว เผื่อมีเวลาว่างจะได้แปรรูปเก็บไว้ทานได้”
ว่าแล้วนางก็เข้าไปเก็บเอง โดยไม่ได้ให้เด็ก ๆ เข้าไปด้วย เพราะมันคัน เก็บเสร็จก็ใส่ตะกร้าเตรียมแบกเดินต่อไป
แต่เนื่องจากตะกร้าเต็มแล้ว จึงพากันแบกกลับบ้านไปก่อนหนึ่งรอบ แล้วค่อยกลับมาขนเผือก เผือกแต่ละหัวค่อนข้างใหญ่ ทำให้กว่าพวกเขาจะเสร็จก็แบกกันอีกสองรอบเลยทีเดียว
และในรอบสุดท้าย ชิงอีก็ได้เจอกระเทียมจึงแวะเก็บกลับมาด้วย กว่าจะทำอะไรเสร็จ ฟ้าก็มืดแล้ว เย็นนั้นพวกนางพี่สะใภ้น้องสามีเลยไม่คิดจะทำอะไรให้ยุ่งยากเพราะเหนื่อยมากและหมดแรง
จึงตัดสินใจเผามันเทศกินและแยกย้ายกันไปอาบน้ำนอน
ถึงแม้ว่ามื้อเย็นจะเป็แค่มันเผาอย่างเดียว เด็ก ๆ ก็รู้สึกมีความสุกเพราะมันหอมและอร่อยมาก พวกเขาไม่คิดว่ามันเทศที่ชาวบ้านมองข้ามคิดว่าเป็เพียงก้อนดิน กินไม่ได้ เมื่อนำมาเผาจะอร่อยขนาดนี้
ถ้าถามว่าอร่อยขนาดไหนนะเหรอ ก็ถึงขนาดที่ว่า เด็กที่ชอบทำตัวเคร่งขรึมเป็ผู้ใหญ่อย่างเสี่ยวหลานยังหลุดสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขออกมาขณะกำลังกินได้เลยนะซิ
ก็อกแก็ก ตุ๊บ!!
“ชู่ว!! ระวังหน่อยน้องเล็ก เดี๋ยวจะรบกวนพี่สะใภ้ เมื่อวานนางทำงานหนักมาก วันนี้ก็ปล่อยให้นางหลับนาน ๆ หน่อยละกัน” ห่าวหลานยกนิ้วชี้แตะที่ปากเป็สัญญาณให้น้องสาวทำเบา ๆ
แต่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าคนที่พวกเขาอยากให้พักผ่อนนั้น บัดนี้ได้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยสภาพหัวกระเซิงและตายังไม่เปิดดี เรียบร้อยแล้ว
“อืม…มม เมื่อยจัง ไม่อยากลุกเลยอะ นอนต่อได้ไหมนะ” นางพึมพำออกมาด้วยความี้เี ความคิดนางฟ้ากับซาตานกำลังตีกันอยู่ในหัว
นางฟ้า : นอนต่อไม่ได้นะชิงอี เ้าต้องลุกได้แล้ว
ซาตาน : ไม่ต้องไปเชื่อนาง เ้านอนต่อไปเถอะ ตอนนี้เ้าเป็ผู้ใหญ่คนเดียวในบ้าน งานต่าง ๆ ก็ให้เด็กพวกนั้นทำไปซิ เ้าจะทำไปทำไม เหนื่อยจะตาย (เบะปาก มองบน)
นางฟ้า : เ้าจะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะ ยิ่งเป็ผู้ใหญ่คนเดียวในบ้าน ยิ่งต้องมีหน้าที่คอยดูแลเด็ก ๆ ซิ มนุษยธรรมหนะมีไหม
ซาตาน : ข้าจะมีได้ไง ข้าไม่ใช่มนุษย์ซะหน่อย ถามอะไรโง่ ๆ โหะ ๆ ๆ
นางฟ้า : หน่อย !! เ้ากวนประสาทข้าเหรอ อย่าอยู่เลย
ซาตาน : ก็มาดิคร๊าบ กลัวที่ไหนหละ มาดิ มาดิ
ตุ๊บ!! ตั๊บ!!!
“พอ ๆ ๆ ข้าลุกแล้วไม่ต้องตีกัน” นางลืมตาและเผลอะโออกมาด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง
ทำให้เด็ก ๆ ที่อยู่ข้างนอกถึงกับสะดุ้ง คิดว่าตัวเองส่งเสียงดังจนทำให้้พี่สะใภ้ตื่นและไม่พอใจแต่เช้า เสี่ยวหลานและซิงเอ๋อจึงรีบพูดขึ้นอย่างร้อนรนที่หน้าห้องของนาง
“ข้าขอโทษที่ส่งเสียงดังเ้าค่ะ/ขอรับ พี่สะใภ้”
“ ไม่ใช่ ๆ ข้าไม่ได้ว่าอะไรพวกเ้า ข้าแค่คุยกับตัวเองนิดหน่อยหนะ ตอนนี้ก็ได้เวลาตื่นมาออกกำลังกายแล้วด้วย งั้นพวกเ้าไปรอข้าที่ลานหลังบ้านได้เลย เดี๋ยวข้าตามไป”
นางรีบบอกปฏิเสธทันทีก่อนที่พวกเขาจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
“หือออ… ได้ขอรับ/เ้าค่ะ” เด็ก ๆ รับคำอย่างงง ๆ ที่พี่สะใภ้บอกว่าคุยกับตัวเอง แต่ทั้งคู่ก็รีบพากันเดินไปหลังบ้านเพื่อเตรียมตัว โดยที่ไม่ได้ถามอะไรอีก
หลังจากเสียงฝีเท้าเด็ก ๆ เดินออกไปไกลแล้ว นางก็รีบลุกขึ้นเปลี่ยนชุดที่ทะมัดทะแมงไม่รุ่มร่าม และรีบออกจากห้องไปสบทบกับเด็กน้อย เพื่อเปิดโรงเรียนอนุบาลหมีน้อยยามเช้าทันที
ผ่านไป 2 เค่อ พวกนางทั้งสามคน ก็มีสภาพเหงื่อออกเต็มตัวเหมือนเมื่อวาน แต่วันนี้ดีหน่อยที่ใช้ระยะเวลาได้นานกว่า อาจจะเป็เพราะรู้ขั้นตอนว่าต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้จึงเป็ไปอย่างราบรื่น
“มาพวกเ้ามานั่งพักกันก่อน เป็อย่างไรบ้างเหนื่อยมากไหม ไหวกันรึป่าว”
“ยังไหวขอรับ” ห่าวหลานพูดไปก็หอบไป
แม้ว่าเขาจะช่วยงานบ้านอยู่ทุกวัน จนคิดว่าร่างกายของตนนั้นแข็งแรงดีไม่เหนื่อยง่าย แต่พอมาออกกำลังกายตามที่พี่สะใภ้บอก เขากลับค้นพบว่าตัวเองไม่ได้แข็งแรงอะไรมากมาย ออกกำลังได้ไม่นานก็เหนื่อยแล้ว ดังนั้นเขาจะตั้งใจออกกำลังกายให้มากขึ้น เพื่อร่างกายที่แข็งแรงไม่เหนื่อยหอบง่าย ๆ แบบนี้อีก
“อืมมม แล้วเ้าเล่าซิงเอ๋อ ไหวหรือไม่ ทำไมนอนลงไปแบบนั้นหละ”
เมื่อชิงอีได้คำตอบจากเสี่ยวหลาน นางก็หันไปถามไป่ซิงต่อ แต่สภาพที่เห็นตรงหน้าบอกนางว่า เด็กน้อยไม่น่าจะไหวเท่าไหร่นะ
“งื้อออ ข้าคิดว่าน่าจะไหวนะเ้าคะ แต่ข้าเมื่อยมากจึงนอนลงก่อนเ้าค่ะ แหะ ๆ”
ถึงข้าจะเหนื่อยแต่ใจข้ายังสู้อยู่นะเ้าคะพี่สะใภ้ ข้าต้องแข็งแรงไม่ยอมป่วยแน่นอน ข้าไม่อยากกินยา ฮือ ๆ ๆ
ดี ๆ ๆ ใจสู้กันดีมาก แม้สภาพจะย่ำแย่แต่ไม่ท้อเลย ข้าจะทำให้พวกเ้าแข็งแรงให้มากกว่านี้ไปเลย เดี๋ยวจะค่อย ๆ เพิ่มเวลาและท่าไปเรื่อย ๆ จนร่างกายจะอยู่ตัว แต่ตอนนี้ฟ้าใกล้สว่างแล้วไปอาบน้ำแล้วทำมื้อเช้าดีกว่า วันนี้ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะเลย
“ป่ะ พวกเ้าดีขึ้นรึยัง ถ้าดีขึ้นแล้วก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ จะได้ไปทำมื้อเช้ากัน วันนี้ข้าจะเอาเผือกมาทำกับข้าวให้พวกเ้าลองกินด้วยนะ”
ั้แ่เมื่อวานหลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว นางได้ทำข้อตกลงกับเด็ก ๆ ว่าต้องอาบน้ำเช้าและเย็น เพื่อความสะอาด ตอนแรกพวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอาบตอนเช้าด้วย ในเมื่อเดี๋ยวก็ต้องออกไปทำงาน อีกอย่างตอนเย็นก็อาบอยู่แล้วยังไม่พอเหรอ
นางจึงบอกไปว่า หลังจากเราออกกำลังกายมาเหนื่อย ๆ มีเหงื่อเต็มตัว ถ้าไม่อาบน้ำ เหงื่อจะหมักหมมทำให้เหนียวเหนอะหนะ สกปรก และมีกลิ่นตัวไม่มีใครอยากเข้าใกล้ อีกอย่างมันอาจจะทำให้เราไม่สบายได้นะ
พอนางบอกว่าอาจจะไม่สบาย พวกเขาก็รีบรับปากและทำตามทันที ไม่รู้จะกลัวอะไรขนาดนั้น (กลัวเสียเงินไงหละ ฮิฮิ/ไรท์)
“จริงหรือเ้าคะ พี่รองเมนูใหม่หละ พวกเรารีบไปอาบน้ำกัน เดี๋ยวไม่ทันพี่สะใภ้ ข้าอยากลองทำเมนูเผือกด้วย เร็ว ๆ ซิพี่รอง ลุกเร็ว ๆ เข้า”
ไป่ซิง เร่งแฝดตัวเองให้ลุกขึ้นโดยไว เพราะกลัวจะกลับมาไม่ทันดูพี่สะใภ้ทำกับข้าว
“รู้แล้ว ๆ เ้าจะเร่งข้าทำไม เราไม่ได้อาบด้วยกันสักหน่อย” เสี่ยวหลานรีบบอกน้องสาว สงสัยนางจะลืมว่าตัวเองเป็หญิงและเขาเป็ชาย และที่สำคัญพวกเขาไม่ได้อาบน้ำด้วยกัน
“เอ๊ะ… นั่นซิ ข้าจะเร่งท่านทำไม งั้นข้าไปอาบน้ำก่อนนะเ้าคะ” ว่าแล้วก็รีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
ชิงอีและห่าวหลานได้แต่มองตามไปและส่ายหน้า และคิดตรงกันว่า ความเรียบร้อยอยู่ไหน หวังว่าจะไม่สะดุดหกล้มนะ
Talk
ชิงอี : จับซิงเอ๋อ ไปแข่งวิ่งร้อยคูณร้อยดีไหมนะ ท่าจะรุ่ง
ไรท์ : จะเอาไปแข่งที่ไหน ที่นี่ไม่ใช่อนาคตนะ
ชิงอี : เออนั่นซิ ข้านี่ท่าจะบ้า เหอะ ๆ ๆ
ไรท์ : อือ ใช่ (-_-)(_ _)(-_-)(_ _)
ชิงอี : …..