บทที่ 11 เปิดประตู
หลินชีเยี่ยเหนื่อยจริง ๆ
ทั้งเหนื่อยกายและจิตใจ
เขาไม่คิดเลยว่าวันแรกที่ย้ายโรงเรียนมาจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้น เจอสัตว์ประหลาด ถูกเพื่อนร่วมชั้นหักหลัง การต่อสู้อย่างดุเดือด การลืมตาขึ้นอย่างงุนงง การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของลุงแปลกหน้า และการแอบหนี......
หลินชีเยี่ยไม่ได้โง่ เขารู้ว่าสิ่งที่ตนประสบในคืนนี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับความลับของโลกใบนี้อย่างแน่นอน สัตว์ประหลาดกินหน้าคน แสงสีทองที่เปล่งประกายออกมาจากร่างเขา และชายที่กำจัดสัตว์ประหลาดได้เพียงลำพัง
ชายคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา และจากการที่เขาใช้วิทยุสื่อสารรายงาน แสดงว่าเื้ัต้องมีองค์กรขนาดใหญ่ และองค์กรนี้อาจจะซ่อนตัวอยู่ในโลก เพื่อคอยจัดการกับเหตุการณ์ประหลาดเหล่านี้โดยเฉพาะ
อีกฝ่ายเห็นแสงที่ส่องออกมาจากร่างกายเขา อาจจะเห็นภาพที่เขาสังหารสัตว์ประหลาดด้วย ดังนั้นจึงอยากชักชวนให้เข้าร่วม......
ถ้าจะบอกว่าเขาไม่สนใจด้านลึกลับเลยสักนิดก็คงเป็เื่โกหก เขาอยากรู้ว่าสิ่งที่เขาพบเจอในคืนนี้คืออะไร และอยากรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายของเขากันแน่ แต่เขาไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเื่นี้เพราะความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง
บางความลับ เมื่อรู้แล้ว ก็ไม่สามารถถอนตัวได้อีกเลย
เขาไม่อยากเป็วีรบุรุษผู้พิทักษ์มนุษยชาติ สิ่งที่เขาอยากปกป้อง......
มีเพียงบ้านหลังนี้ของเขาเท่านั้น
ในไม่ช้า เขาก็จมลงสู่ห้วงนิทรา
......
หมอกหนาที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นอีกครั้ง
หลินชีเยี่ยมองไปรอบ ๆ ในความฝัน ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง "ยังไม่ยอมปล่อยฉันไปอีกเหรอ? ตอนตื่นก็ต้องสู้กับสัตว์ประหลาด ตอนหลับก็ยังต้องมาเคาะประตู ชีวิตช่างขมขื่นจริง ๆ ......"
หลินชีเยี่ยเดินไปข้างหน้าสองก้าวอย่างชำนาญ ในไม่ช้า โครงร่างของโรงพยาบาลจิตเวชพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า
บนแผ่นป้ายโบราณทางด้านขวามือ สลักตัวอักษรขนาดใหญ่ไว้ว่า
‘โรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเ้า’
หลินชีเยี่ยเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตู เอื้อมมือไปจับห่วงกลมข้างบน ในขณะที่ปลายนิ้วัักับห่วงกลม ทั้งพื้นดินก็สั่นะเืเล็กน้อย!
หมอกรอบ ๆ พลันคละคลุ้งขึ้นมา
หลินชีเยี่ยจับห่วงกลมไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
เกิดอะไรขึ้น? ฉันยังไม่ได้เคาะเลย ทำไมถึงเริ่มสั่นะเืแล้วล่ะ?
เมื่อก่อนไม่เคยเป็แบบนี้นี่นา?
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในหัวราวกับสายฟ้าฟาด
หรือว่าเป็เพราะ… วันนี้เขาลืมตาขึ้นมา?
หลินชีเยี่ยก้มมองร่างกายของตัวเองในความฝัน ดวงตาค่อย ๆ สว่างขึ้น
เมื่อก่อน ร่างกายของหลินชีเยี่ยในความฝันจะกึ่งโปร่งใส เปราะบางราวกับหมอกที่ล่องลอย
ทว่าวันนี้ร่างกายกลับดูแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จะยังไม่มีรูปร่างที่แจ่มชัด แต่ก็ไม่โปร่งแสงอีกต่อไปแล้ว
เขาเงยหน้าขึ้นมองประตูใหญ่ที่ขวางกั้นเขามาห้าปีตรงหน้า สายตาเต็มไปด้วยความร้อนรน
วันนี้… อาจจะทำได้ก็ได้!
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ กำห่วงในมือแน่น แล้วกระแทกเข้ากับประตูอย่างแรง!
แกร๊ง——!
เสียงระฆังโบราณดังก้องมาจากโรงพยาบาลจิตเวช ดังกว่าเดิมหลายเท่า โชคดีที่ตอนนี้หลินชีเยี่ยไม่มีร่างกาย มิฉะนั้นแก้วหูของเขาคงจะแตกแน่ ๆ
ในขณะที่เสียงระฆังดังขึ้น ทั้งโรงพยาบาลจิตเวชพลันสั่นะเือย่างรุนแรง!
ได้ผล! ดวงตาของหลินชีเยี่ยเป็ประกาย
แกร๊ง——!
แกร๊ง——!!
แกร๊ง——!!!
หลินชีเยี่ยไม่หยุดพัก เขาเคาะประตูต่อไปอีกสามครั้ง โรงพยาบาลจิตเวชสั่นะเืราวกับเกิดแผ่นดินไหว!
ในที่สุด หลังจากเคาะครั้งสุดท้าย เกิดเสียงดังสนั่นมาจากภายในโรงพยาบาลจิตเวช แล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง...
ในขณะที่หลินชีเยี่ยกำลังจะเคาะอีกครั้ง ประตูใหญ่เบื้องหน้าก็ส่งเสียงราวกับสิ่งของเสียดสีกัน แล้วค่อย ๆ เปิดออก
ประตูเปิดแล้ว
เอี๊ยด—— ตึง!
หลังจากที่ประตูเปิดออกจนสุด ทางเดินเก่าแก่ที่มืดสลัวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลินชีเยี่ย
พื้นทางเดินทำจากวัสดุปริศนา เปล่งประกายรำไรจาง ๆ บนผนังโดยรอบยังมีลูกไฟที่กำลังลุกโชนแขวนอยู่ ดูลึกลับและน่าขนลุก
หลินชีเยี่ยเดินไปตามทางเดินนี้ ไม่นานก็มาถึงทางแยก และเหนือทางแยกยังมีป้ายบอกทางที่ดูทันสมัย
"ทางซ้ายเป็ห้องพักผู้ป่วย ทางขวาเป็พื้นที่กิจกรรม..." หลินชีเยี่ยพึมพำขณะพินิจแผ่นป้าย "การจัดวางแบบนี้ ทำไมถึงเหมือนกับโรงพยาบาลจิตเวชที่ฉันเคยอยู่เลย?"
หลินชีเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในพื้นที่กิจกรรม
ห้องในพื้นที่กิจกรรมมีไม่มากนัก แต่มีทุกอย่างครบครัน ทั้งห้องมัลติมีเดียสำหรับดูทีวีและภาพยนตร์ ห้องพักผ่อนสำหรับเล่นเกมและสันทนาการ ห้องสมุดสำหรับอ่านหนังสือและเรียนรู้... แม้แต่ภายในอาคาร ยังมีสนามหญ้าทรงกลมกลางแจ้ง พร้อมอุปกรณ์กีฬาหลากหลายชนิด
"ไม่ผิดแน่ เหมือนกันเป๊ะเลย ความฝันแบบนี้มันแปลกจริง ๆ" หลินชีเยี่ยขมวดคิ้ว ส่ายหัวอย่างสงสัย
เดินชมพื้นที่กิจกรรมเสร็จแล้ว เขาก็หันหลังกลับไปที่พื้นที่ห้องพักผู้ป่วยอีกด้านหนึ่ง
เมื่อเดินมาถึงทางเข้าพื้นที่ห้องพักผู้ป่วย หลินชีเยี่ยหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน
"ที่นี่... ต่างออกไป" หลินชีเยี่ยพึมพำ ขณะมองดูทางเดินทอดยาวที่มืดมิดและเรียบง่าย
เขาจำได้อย่างชัดเจนว่า ตึกผู้ป่วยของโรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงมีหลายชั้น และถึงแม้สิ่งอำนวยความสะดวกจะไม่หรูหรา แต่อย่างน้อยก็สะอาดเรียบร้อย
ทว่า พื้นที่ห้องพักผู้ป่วยตรงหน้าหลินชีเยี่ยมีเพียงชั้นเดียว และมีเพียงหกห้องเท่านั้น
บนประตูห้องทั้งหกมีสัญลักษณ์และรูปทรงประหลาดมากมาย เหมือนเป็ตราผนึกบางอย่าง เพียงแค่มองผิวเผินก็ทำให้หลินชีเยี่ยรู้สึกวิงเวียนศีรษะ
หลินชีเยี่ยฝืนละสายตาจากประตู พยายามทำใจให้สงบ แล้วมองไปทางอื่น
ด้านขวาบนของตึกผู้ป่วย มีป้ายห้องแบบโบราณแขวนอยู่ แต่ละห้องมีรูปภาพที่แตกต่างกัน
เช่น ห้องพักหมายเลขหนึ่งที่หลินชีเยี่ยยืนอยู่ตอนนี้ บนป้ายมีภาพวงกลมสีดำขนาดใหญ่
ส่วนบนป้ายห้องพักหมายเลขสอง มีภาพคล้ายไม้เท้าหรือปากกา
หลินชีเยี่ยเดินไปตามทางเดินจนถึงห้องหมายเลขหกซึ่งป็นห้องสุดท้าย แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจความหมายของรูปภาพบนป้ายห้องเหล่านี้
เขาพินิจประตูห้องที่ดูประหลาดตรงหน้า แล้วตกอยู่ในห้วงภวังค์
ในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้มีเพียงแค่บริเวณห้องพักผู้ป่วยเท่านั้นที่แตกต่างจากโรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงในความทรงจำของเขา
ถ้าอย่างนั้น ในห้องพักผู้ป่วยเหล่านี้ มีคนไข้พักอยู่จริง ๆ หรือ?
หรือว่าจะเป็ไปตามชื่อของโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ ในห้องพักมี… เทพเ้า?
หลินชีเยี่ยลังเลชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูห้องหมายเลขหกอย่างช้า ๆ
ไม่ใช่ว่าหลินชีเยี่ยบุ่มบ่าม แต่ที่นี่เป็เพียงความฝัน ถึงแม้จะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อเขามากนัก และอีกอย่าง เขาเคาะประตูโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้มาห้าปีแล้ว เขาไม่อยากจากไปโดยที่ไม่รู้อะไรเลย
และในจิตใต้สำนึกของเขาก็รู้สึกว่า อาจจะมีความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขา ซ่อนอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ก็เป็ได้?
ไม่เช่นนั้น ทำไมการจัดวางที่นี่ถึงได้เหมือนกับโรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงที่เขาเคยพักอยู่ล่ะ?
หลินชีเยี่ยค่อย ๆ เคลื่อนมือเข้าใกล้ ปลายนิ้วแตะลูกบิดประตูเบา ๆ ััได้ถึงความเย็นะเื
ไม่มีแรงผลักหรือความเ็ปอย่างที่คิดไว้ มือจับลูกบิดได้อย่างเป็ธรรมชาติ
หลินชีเยี่ยออกแรงดึง!
ประตูไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
เขายืนนิ่ง ใช้แรงทั้งหมดที่มีแล้วดึงอีกครั้ง!
ก็ยังไม่ขยับอยู่ดี
หลินชีเยี่ยยอมแพ้ แล้วเดินไปที่ประตูห้องหมายเลขห้า ออกแรงดึงประตู
ก็ยังคงเปิดไม่ออก
ห้องหมายเลขสี่ หมายเลขสาม หมายเลขสอง...
หลินชีเยี่ยลองเปิดทีละห้อง แต่ไม่มีห้องไหนที่เปิดประตูได้เลย จนกระทั่งเขาเดินมาถึงประตูห้องหมายเลขหนึ่ง
ด้วยความคิดที่ว่าต้องล้มเหลวแน่นอน หลินชีเยี่ยออกแรงดึงประตูห้องหมายเลขหนึ่ง
แกร๊ก——!
เสียงแหลมดังขึ้นมาจากลูกบิดประตู ลวดลายและสัญลักษณ์อันซับซ้อนที่สลักอยู่บนประตูพลันแตกออก แล้วค่อย ๆ จางหายไปในอากาศ
หลินชีเยี่ยใจนผงะถอยหลังไปหลายก้าว จ้องมองไปข้างหน้าอย่างไม่ละสายตา!
ประตูเปิดออกแล้ว