บทที่25
ดินแดนฮั่วโจว
ยามราตรีอันเงียบสงัดแสงจันทร์สีเงินบางเบาส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าภายในเรือนไม้หลังโทรมของจวนเ้าเมืองแสงนั้นทอดเงาบนพื้นและเพดานไม้เกิดเป็ลวดลายเงาสะท้อนที่ไหวเอนตามแรงลมยามค่ำคืน
บนเตียงไม้เรียบง่ายร่างบางของเซี่ยอันอวี่นอนเหยียดยาวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง นางยังคงลืมตาดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองเพดานไม้เก่าด้วยแววตาเหม่อลอยไร้จุดหมายลมหายใจสม่ำเสมอและเสียงลมอ่อน ๆ จากภายนอกคือเพื่อนยามราตรีในค่ำคืนนี้
ภายในหัวของนาง เต็มไปด้วยความคิดที่วกวนไม่สิ้นสุด…
ั้แ่วันที่ดวงจิตของนางถูกดึงข้ามมิติมาอยู่ในร่างของสตรีนามเซี่ยอันอวี่ ทุกอย่างก็เหมือนกับความฝันอันโหดร้ายเื่ราวมากมายประดังประเดเข้ามาไม่หยุด ั้แ่ความสับสน วุ่นวายการถูกลอบสังหาร ความหวาดกลัวว่าจะอดตาย และความหวังริบหรี่ในดินแดนแห้งแล้งเช่นนี้
ดวงตาของเซี่ยอันอวี่จับจ้องไปยังลวดลายบนเพดานไม้ที่แตกร้าวบางจุดนางถอนหายใจเบา ๆ อย่างคนที่ทำได้เพียงยอมรับโชคชะตา
'จากสถาปนิกสาวผู้ประสบความสำเร็จในศตวรรษที่21 กลายมาเป็ภรรยาของแม่ทัพสตรีในโลกโบราณที่ไม่รู้จัก... ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในดินแดนกันดารกลางทะเลทราย...'
เพียงแต่ว่าผู้ประสบภัยอย่างเช่นผู้ทะลุมิติอย่างนางจะไปขอความช่วยเหลือจากใครได้
เซี่ยอันอวี่แค่นหัวเราะในลำคออย่างขื่นขมนางไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตที่เคยมั่นคง จะถูกโยนเข้าสู่ความไม่แน่นอนเช่นนี้
เพียงแต่ว่า...เมื่อคิดย้อนกลับไปนางก็อดรู้สึกขอบคุณเ้า 'มู่ซาน' ไม่ได้หากไม่มีเ้ามนุษย์จิ๋วผู้นั้น นางคงไม่รอดมาถึงวันนี้
และเมื่อคิดถึงเื่นี้ดวงตาของเซี่ยอันอวี่ก็ค่อย ๆ คลายความกังวลลงเล็กน้อยแม้จะเป็ผู้ประสบภัยทะลุมิติ แต่นางก็ยังพอมีทางรอดอยู่บ้าง
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบใหม่นี้มาหลายวันเซี่ยอันอวี่ก็เริ่มปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายได้ทีละเล็กทีละน้อยความสับสนและความหวาดกลัวใน่แรกเริ่มจางหายไปบ้างผนวกกับความทรงจำของเ้าของร่างเดิมที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในแต่ละวันนางจึงเริ่มเข้าใจภาพรวมของดินแดนแห่งนี้มากขึ้น
ที่นี่...คือ “ฮั่วโจว” ดินแดนต้องสาปที่ผู้คนต่างขนานนามว่า “แดนแห่งความตายและไร้ชีวิต” — พรมแดนทิศเหนือสุดของอาณาจักรต้าหลิงอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลเสียจนเทียบได้กับดินแดนของราชวงศ์หนึ่งแต่กลับไร้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์แม้แต่น้อย
เซี่ยอันอวี่ยืนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านช่องหน้าต่างดวงจันทร์แขวนตัวอยู่เหนือทะเลทรายอันเวิ้งว้างสายลมแห้งผากพัดเอาฝุ่นทรายปลิวว่อน นางลอบถอนหายใจเบา ๆเมื่อนึกถึงความจริงที่นางต้องเผชิญอยู่
แปดส่วนของฮั่วโจว คือทะเลทรายเวิ้งว้างแห้งแล้ง ไร้ซึ่งพืชพรรณและแหล่งน้ำธรรมชาติ อีก สองส่วนที่เหลือ แม้จะเป็ผืนดินแต่ก็คือ"ดินตาย" ที่ไม่อาจเพาะปลูกสิ่งใดได้นี่ไม่ใช่เพียงแค่ดินแดนกันดารธรรมดา แต่มันคือ ขุมนรกของผู้ที่ถูกทอดทิ้ง
ไม่เพียงเท่านั้น...ภัยคุกคามที่แท้จริงของฮั่วโจวยังไม่ใช่แค่ความแห้งแล้งหรือความอดอยาก แต่คือเหล่าสัตว์อสูร ที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนทรายกว้างใหญ่สัตว์อสูรเหล่านี้ไม่ต่างจากฝันร้ายของผู้คน พวกมันดุร้าย แข็งแกร่งและพร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตที่ย่างกรายเข้ามา
เซี่ยอันอวี่แค่นหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม
"แม้แต่นกยังไม่อยากบินผ่าน..." นี่คือคำเปรียบเปรยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับดินแดนแห่งนี้สถานที่ซึ่งไม่มีผู้ใด้า ถูกใช้เป็แหล่งเนรเทศผู้มีความผิดหรือผู้ที่ถูกลืมเลือนจากโลกภายนอก
สำหรับสตรีผู้รักความสะดวกสบายอย่างเซี่ยอันอวี่หญิงสาวผู้เคยใช้ชีวิตหรูหราในเมืองใหญ่ มีเทคโนโลยีคอยอำนวยความสะดวกเพียงปลายนิ้วัับัดนี้กลับต้องมานั่งนับวันเอาชีวิตรอดอยู่ในดินแดนกันดารเช่นนี้นางแทบไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะตกอยู่ในสภาพนี้จริง ๆ
ภายใต้ความมืดมิดของยามราตรีดวงตาคู่สวยของเซี่ยอันอวี่ยังคงเหม่อมองเพดานไม้เก่า ๆด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความคิดถึงชีวิตเดิม
นางเฝ้าคิดถึงห้องแอร์เย็นฉ่ำเตียงนุ่ม ๆ ที่โอบรับร่างกายได้อย่างพอดีและอาหารเลิศรสที่พร้อมเสิร์ฟเพียงปลายนิ้วัั... ไม่ใช่ชีวิตเช่นนี้ ชีวิตที่ต้องเผชิญความร้อนระอุในยามกลางวันความหนาวเยียบในยามค่ำคืน และอาหารง่าย ๆ ที่แทบไม่มีรสชาติ นางแทบไม่อยากเชื่อว่าตนเองต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
ดวงตาคู่นั้นหม่นแสงลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงคำว่า “กลับบ้าน” ...ความคิดถึงถิ่นฐานเดิมกัดกินหัวใจของนางแต่นางก็รู้ดีว่าความหวังนั้นช่างเลือนราง ต่อให้นางร่ำร้องสักเพียงใดก็ไม่มีปาฏิหาริย์พานางกลับไปยังโลกเดิมได้
เซี่ยอันอวี่ถอนหายใจเบา ๆก่อนจะเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์ยังคงส่องลอดเข้ามาเงียบงันท่ามกลางความเงียบสงัด นางตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่ง…
“ที่นางยังมีชีวิตรอดอยู่ได้จนถึงตอนนี้ไม่ใช่เพราะโชคดี แต่เป็เพราะหนานกงจิ่นอวี่และกองทหารเ่าั้ต่างหาก”
หากไม่มีสถานะ “ฮูหยินแม่ทัพ” คุ้มครองนางคงกลายเป็เพียงหญิงอ่อนแอคนหนึ่งที่ถูกกลืนหายไปกับความโหดร้ายของดินแดนฮั่วโจวแห่งนี้ไปั้แ่วันแรกแล้ว
แต่ในความสิ้นหวังนั้นเอง... ประกายบางอย่างก็เริ่มส่องแสงขึ้นในใจของเซี่ยอันอวี่
นางหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นพร้อมกับแววตามุ่งมั่น หากกลับไปไม่ได้นางก็จะ "สร้างบ้านใหม่" ขึ้นที่นี่เสียเลย!
"ในเมื่อโลกนี้ไม่ปรานีข้าข้าก็จะเนรมิตโลกใบใหม่ด้วยมือตัวเอง..."
เซี่ยอันอวี่รู้ดีว่าตนเองไม่ได้ไร้ความสามารถนางคือสถาปนิกผู้มากประสบการณ์ วิศวกรที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบนางรู้จักวิธีสร้างความสะดวกสบายจากสิ่งที่มีอยู่ แม้จะอยู่ในดินแดนกันดารเพียงนี้หากมี เงิน และ กำลังคน มากพอนางสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน
นางจินตนาการถึงเรือนพักที่ออกแบบอย่างเหมาะสมกับสภาพอากาศระบบจัดเก็บน้ำสะอาด โรงเรือนเพาะปลูกที่มั่นคงหรือแม้แต่เครื่องใช้พื้นฐานที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันทุกอย่างล้วนเป็ไปได้หากมีทรัพยากรในมือ
เซี่ยอันอวี่ค่อย ๆคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง