บทที่ 10
ไม่กี่อึดใจต่อมาเสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังก็ดังกระหึ่มเหนือลานหน้าบ้านยานพยาบาลฉุกเฉินสีขาวสะอาดตาร่อนลงจอดอย่างแม่นยำในพื้นที่ที่พวก R-9 เคลียร์รอไว้ ทันทีที่ประตูยานเปิดออกเ้าหน้าที่แพทย์ในชุดพยาบาลสีขาวสองนายพุ่งตัวลงมาพร้อมกับหุ่นยนต์พยาบาลรุ่นกู้ชีพสองตัวที่เคลื่อนที่ด้วยระบบลอยตัวระดับต่ำ
หุ่นยนต์พยาบาลทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์พวกมันขยับเข้าประชิดร่างของจอมพลเลโอเนล แขนกลที่บุด้วยวัสดุนุ่มพิเศษสอดเข้าใต้ร่างเพื่อยกเขาขึ้นวางบนเปลสนามแม่เหล็กอย่างนุ่มนวลที่สุดโดยที่ระดับความระนาบของร่างกายไม่กระเทือนเลยแม้แต่นิดเดียวขณะเดียวกันเซนเซอร์จากตัวหุ่นยนต์ก็ยิงแสงสแกนเพื่อรับ่ต่อข้อมูลชีพจรจากกัสไปในวินาทีนั้นทันที
“ขอบคุณมากครับคุณไทกริส! ผมจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย!”พันเอกอาร์โนลด์ะโบอกผมแข่งกับเสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังพลางรีบก้าวเท้าตามหุ่นยนต์พยาบาลที่กำลังลำเลียงร่างของจอมพลเลโอเนลขึ้นยาน
แต่ก่อนที่ประตูไฮดรอลิกจะปิดลงนายทหารหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหันมาหาผมด้วยท่าทางเร่งรีบ “คุณไทกริสครับ!ผมขอใช้ช่องสัญญาณของไร่คุณอีกครั้งเพื่อส่งพิกัดเข้ารหัสให้หน่วยกู้ซากของกองทัพเดี๋ยวนี้เลย!ระบบสื่อสารในยานผมมันใช้การไม่ได้ ผมทิ้งซากยานไว้แบบนี้ไม่ได้จริงๆ ครับ!”
“เชิญเลยครับกัส จัดการให้เขาด้วย” ผมพยักหน้าอนุญาต
กัสกะพริบตาเป็แสงสีฟ้าแวบหนึ่ง“เชื่อมต่อสัญญาณชั่วคราวให้พันเอกอาร์โนลด์เรียบร้อยครับกริส!”
พันเอกอาร์โนลด์รีบกดคำสั่งผ่านโฮโลแกรมที่ข้อมืออย่างรวดเร็วเพื่อส่งพิกัดสุดท้ายก่อนจะหันมาบอกผม“เรียบร้อยครับ! พวกเขาจะมาถึงที่นี่ภายในหนึ่งชั่วโมงเพื่อเก็บกู้ซากยาน...ระหว่างนี้ผมต้องฝากคุณช่วยกันไม่ให้ใครเข้าใกล้ซากนั่นก่อนนะครับ”
“ได้ครับ” ผมรับปากสั้นๆ
วินาทีต่อมา ประตูยานพยาบาลปิดสนิทลงเครื่องยนต์ขับดันแปรผันใต้ท้องยานส่งเสียงกระหึ่มก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายลับไปจากคลองสายตาทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและคราบเืจางๆ บนพื้นลานหินกับซากยานที่ยังมีควันกรุ่นอยู่ไม่ไกลนัก
ผมยืนนิ่งมองความว่างเปล่าบนท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาว “วันนี้วุ่นวายจัง...”
ผมเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งไม้ตัวเดิมที่หน้าบ้านแม้ใจจะอยากไปเดินสำรวจสวนแค่ไหนแต่ในเมื่อรับปากเขาไว้แล้วก็คงต้องนั่งเฝ้าให้จบเื่ผมมองไปที่ซากยานโละที่จอดแน่นิ่งอยู่กลางลานหิน พลางขยับหางที่ยังรู้สึกหนึบๆจากแรงฟาดเมื่อครู่เล็กน้อย เ้ากัสในร่างลูกเสือขาวบินลงมานั่งบนตักผมมันขยับปีกนุ่มนิ่มไปมา “กริสครับ ไม่ต้องห่วงนะกัสจะนั่งเฝ้าเป็เพื่อนกริสตรงนี้เอง”
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดีท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงนกบนดาว AT956 ร้องจิ๊บๆเสียงเครื่องยนต์ที่หนักแน่นและทรงพลังกว่ายานลำก่อนๆ ก็ดังก้องมาจากฟากฟ้ายานขนส่งทางทหารสองลำที่มีขนาดใหญ่โตจนบดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายไปชั่วขณะเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พวกมันลอยตัวนิ่งสนิทอยู่เหนือพิกัดบ้านในระดับความสูงที่ปลอดภัยก่อนจะส่งโดรนยกขนส่งและเ้าหน้าที่ในชุดปฏิบัติการพิเศษโรยตัวลงมาจัดการกู้ซากยานตรวจการณ์อย่างรวดเร็วและเป็มืออาชีพ
พวกเขาใช้เครื่องยึดจับแม่เหล็กยกซากยานที่บิดเบี้ยวขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเก็บเข้าใต้ท้องยานขนส่งอย่างระมัดระวังนอกจากหน่วยกู้ซากแล้วยังมีหุ่นยนต์ทำความสะอาดประสิทธิภาพสูงของกองทัพอีกสองตัวถูกส่งลงมาด้วยพวกมันพ่นน้ำยาเคมีเฉพาะทางลงบนคราบเืของจอมพลเลโอเนลที่ติดอยู่บนพื้นลานหินก่อนจะขัดและดูดซับร่องรอยทั้งหมดกลับไปจนพื้นลานหน้าบ้านของผมกลับมาสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาที
เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นนายทหารที่เป็หัวหน้าชุดปฏิบัติการเดินตรงมาหาผมเขาทำความเคารพอย่างเข้มแข็งหนึ่งครั้ง “ต้องขออภัยในความไม่สะดวกและขอขอบคุณในความร่วมมือของท่านครับคุณไทกริส โลเปซ” เขากล่าวเพียงสั้นๆตามระเบียบการ ก่อนจะกลับขึ้นยานไปพร้อมกับหุ่นยนต์ทำความสะอาด
เพียงครู่เดียวยานขนส่งทั้งสองลำก็ทะยานลับหายไปในก้อนเมฆทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่ผมโหยหามาตลอดทั้งบ่าย
“ไปกันซะที...” ผมลุกขึ้นบิดี้เีจนสุดแขนพลางกวาดสายตามองลานหน้าบ้านที่ตอนนี้สะอาดกริบไม่มีแม้แต่ฝุ่นจากซากยานความเงียบสงบที่โหยหาเริ่มกลับเข้าปกคลุมไร่อีกครั้งผมยืนนิ่งซึมซับบรรยากาศความสงบที่เพิ่งได้รับคืนมาอีกครู่หนึ่งกลิ่นอายของดินและใบหญ้าสดชื่นเริ่มกลับมาทำหน้าที่ของมันแทนที่กลิ่นไอเสียจากเครื่องยนต์ยานรบที่บดบังไปก่อนหน้านี้ผมกวาดสายตามองไปรอบๆไร่ที่กว้างใหญ่ของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านไม้หลังโปรดทิ้งเื่ราววุ่นวายระดับดวงดาวไว้เื้ับานประตู
เสียงฝีเท้าของผมกระทบพื้นไม้ในบ้านที่เงียบเชียบให้ความรู้สึกที่เป็ส่วนตัวและปลอดภัยกว่าการอยู่ท่ามกลางเ้าหน้าที่พวกนั้นเป็ไหนๆผมตรงไปยังห้องน้ำเป็อันดับแรกจัดการสลัดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนฝุ่นควันออกแล้วปล่อยให้สายน้ำอุ่นช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดบ่ายความเงียบข้างในห้องน้ำที่มีเพียงเสียงน้ำกระทบพื้นทำให้ผมได้อยู่กับตัวเองจริงๆเสียที
“กริสครับ เช็กกระแสในเทอร่าหน่อยไหมครับ?” กัสเอ่ยเสียงใส“หลังจากสถาบันวิจัยพืชกับสถาบันวิจัยอาหารประกาศผลการตรวจสอบอย่างเป็ทางการยอดผู้ติดตามของช่องกริสพุ่งขึ้นสูงเป็ประวัติการณ์เลยครับข้อความให้กำลังใจมีเข้ามาเยอะมากจริงๆ”
ผมกวาดสายตามองหน้าจอที่แจ้งเตือนคร่าวๆ“แล้วพวกที่เคยโจมตีเราล่ะ?”
“ก็ยังมีอยู่ครับกริส” กัสตอบพลางเลื่อนแถบคอมเมนต์ให้ดู“ถึงแม้จะมีคนจำนวนมากออกมาขอโทษที่เคยเข้าใจผิดแต่พวกแอนตี้แฟนหรือกลุ่มที่ยังมีอคติเขาก็ยังตั้งแง่กับเราอยู่ดีครับบางคนยังคอมเมนต์แซะว่าเราแค่โชคดี หรือหาว่าสถาบันวิจัยอาจจะประเมินพลาดบ้างล่ะแต่คนพวกนี้ก็เป็ส่วนน้อยเมื่อเทียบกับกระแสหลักที่หันมาสนับสนุนเราครับ”
ผมแค่นยิ้มออกมาจางๆ พลางลูบหัวนุ่มๆของกัสอย่างเบามือ “ขอบคุณครับกัส... จริงๆ ผมไม่ได้โกรธเคืองอะไรพวกเขาหรอกครับความเข้าใจผิดเป็เื่ธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้เสมอแต่การเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อแม้ความจริงจะอยู่ตรงหน้า...อันนั้นก็เป็สิทธิ์ในการเรียนรู้ของเขาครับ หน้าที่ของผมไม่ใช่การทำให้ทุกคนมารักแต่คือการทำอาหารที่อร่อยและมีคุณภาพให้คนที่เขาตั้งใจรอชมเห็นต่างหาก...เตรียมไลฟ์กันดีกว่าครับ ไหนๆ ก็ต้องเตรียมมื้อเย็นอยู่แล้ว”
“รับทราบจ้าาา!!!” เ้าเสือน้อยรับคำเสร็จก็เตรียมตั้งค่าสตรีม“กริสจะทำเมนูอะไรอ่ะ?”
“อืมม... เอาเป็ต้มจืดผักกาดขาวและแคร์รอต และมะเขือยาวย่างเกลือกินกับข้าวสวยแล้วกันครับ” ผมหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบกัสใจของผมตอนนี้โหยหาน้ำซุปร้อนๆ ที่ช่วยให้ชุ่มคอกินคู่กับข้าวสวยหอมกรุ่นและมะเขือยาวที่ย่างจนนุ่มด้วยวิธีง่ายๆ
ผมเดินเข้าไปในโซนครัวที่จัดวางอุปกรณ์ไว้อย่างเป็ระเบียบแสงแดดยามเย็นที่ลอดผ่านหน้าต่างสะท้อนกับเคาน์เตอร์ครัวจนดูนวลตาผมเริ่มลำเลียงวัตถุดิบผักสดๆ ที่เก็บเตรียมไว้ั้แ่่เช้าออกมาวางเรียงกันผิวของพวกมันยังคงดูสดฉ่ำเหมือนเพิ่งเด็ดมาจากต้น ผมเผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นสีส้มสดของแคร์รอตและสีขาวนวลของผักกาดขาวความสดชื่นของพวกมันทำให้ความเหนื่อยล้าจากเื่วุ่นวายเมื่อบ่ายทุเลาลงไปมาก
ผมหยิบหม้ออเนกประสงค์ทรงกลมมนหรือที่คนยุคที่ผมจากมาเรียกว่า ‘หม้อหุงข้าว’ ขึ้นมาดูไม่น่าเชื่อว่าพิมพ์เขียวของมันจะยังคงหลงเหลือมาถึงยุคนี้แม้จะถูกพัฒนาให้ใช้ทำอาหารได้หลากหลายแต่คนยุคนี้กลับมองเห็นมันเป็เพียงแค่หม้อสำหรับตุ๋นเนื้อเท่านั้น... ช่างไม่รู้จักของดีเอาเสียเลย
ผมหันไปหาเ้าเสือน้อยที่บินวนอยู่ใกล้ๆ"กัสครับ ช่วยโพสต์รายการวัตถุดิบลงในเทอร่าให้หน่อยนะครับบอกแฟนคลับว่ามื้อเย็นวันนี้กริสจะทำอาหารง่ายๆแต่ยังไม่ต้องบอกนะครับว่าเมนูอะไร"
"รับทราบครับกริส! กัสพร้อมบันทึกแล้ว มีอะไรบ้างครับ?" กัสเตรียมดึงหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมาพิมพ์ทันที
"อย่างแรก ข้าวสาร 1 ถ้วยตวงครับอันนี้สำคัญมากเพราะเราจะสอนหุงให้พอดีหนึ่งชามพูน" ผมเริ่มไล่รายการ"ต่อมาเป็ ผักกาดขาวสัก 3-4 ใบใหญ่ หั่นชิ้นพอดีคำแคร์รอตประมาณครึ่งหัวฝานเป็แว่นสวยๆ แล้วก็ขึ้นฉ่าย 2-3 ต้นครับเอาไว้เพิ่มความหอม"
"แล้วมะเขือยาวล่ะครับกริส?"
"มะเขือยาว 1 ลูกอวบๆ ครับตัวนี้จะเป็พระเอกของจานย่าง ส่วนเครื่องปรุง... ลงไว้เลยครับว่า เกลือ 1 ช้อนชา กับน้ำสะอาด 5 ถ้วยตวงสำหรับทำต้มจืดและหุงข้าว"
"รับทราบจ้าาา"
ในขณะที่กัสกำลังวุ่นอยู่กับการจัดการข้อมูลและส่งโพสต์รายการวัตถุดิบลงในเทอร่าผมก็เริ่มลงมือจัดการกับผักตรงหน้าทีละอย่างผมหยิบแคร์รอตขึ้นมาฝานเปลือกออกอย่างเบามือสีส้มจัดจ้านของมันล้อไปกับแสงอาทิตย์อัสดงที่ทอดผ่านหน้าต่างครัวเข้ามาพอดีผมค่อยๆ ฝานมันเป็แว่นหนาพอดีคำเพื่อให้เคี้ยวสนุกและไม่เละจนเกินไปเมื่ออยู่ในหม้อต้มตามด้วยผักกาดขาวที่ผมค่อยๆ ลอกออกทีละใบล้างผ่านน้ำสะอาดอย่างทะนุถนอมก่อนจะหั่นเป็ชิ้นขนาดพอเหมาะ กลิ่นดินจางๆที่ติดมากับโคนผักทำให้ผมรู้สึกสงบลงอย่างประหลาด
ผมหยิบขึ้นฉ่ายขึ้นมาเป็อย่างสุดท้ายกลิ่นหอมที่เป็เอกลักษณ์ของมันเตะจมูกทันทีที่ผมหั่นส่วนโคนก้านใบสีเขียวเข้มถูกวางพักไว้ในถ้วยเล็กๆ เตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนสุดท้าย
แต่ในระหว่างที่ผมกำลังจะขยับตัวไปหยิบถ้วยตวงข้าวมาเช็ดเตรียมไว้ชายเสื้อของผมดันไปเกี่ยวเข้ากับทัพพีที่วางอยู่จนมันร่วงลงพื้นเสียงดัง เคร้ง! "อุ๊ย!..." ผมสะดุ้งสุดตัวรีบก้มลงไปเก็บทัพพีด้วยความไวแสงจนหัวเกือบจะโขกกับขอบเคาน์เตอร์ครัวผมถอนหายใจยาวพลางยืดตัวขึ้นมาพร้อมกับทัพพีในมือ "เกือบไปแล้ว...ซุ่มซ่ามจริงๆ เลยเรา"
กัสที่เพิ่งส่งโพสต์เสร็จบินเข้ามาใกล้ผมด้วยแววตาเป็ห่วง"กริสครับ ระวังหน่อยสิครับ เดี๋ยวก็ได้เจ็บตัวกันพอดีถ้าเมื่อกี้หัวโขกเคาน์เตอร์ขึ้นมาจะทำยังไง ใจเย็นๆ นะครับ กัสเป็ห่วง"
"ขอบคุณนะกัส ผมจะระวังให้มากกว่านี้ครับ"ผมยิ้มตอบด้วยความรู้สึกอุ่นใจ พลางนำทัพพีไปล้างใหม่และจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความนิ่งสงบกลับมาประทับร่างมองกองผักที่หั่นเสร็จสรรพเรียงรายอยู่อย่างสวยงามในแสงยามเย็น ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมสำหรับการต้อนรับทุกคนเข้าสู่ครัวของผมแล้ว
"เอาล่ะ... กัสครับ พร้อมแล้ว เริ่มการถ่ายทอดสดได้เลย"