องค์ชายชิงอู๋เหล่ย ที่สืบฝีเท้ามารับหน้าอี้เฉิน เห็นท่าทีผิดหวังของ ชายหนุ่มเขาได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อน ออกมารับรู้ ถึงสิ่งที่อี้เฉินต้องการเป็นอย่างดี “ยินดีต้อนรับกลับสู่ดินแดนเทพอี้เฉินสหายของข้า ..ข้าเองก็อยากไปหาเจ้าเช่นกัน แต่ก็อย่างที่เจ้าเห็น บัดนี้ข้าเป็นตัวแทนของจักรพรรดิแทนตัวของเจ้า เกรงว่าสิ่งที่เจ้าตามหา จะไม่ได้อยู่ที่นี่”
อี้เฉินพยักหน้ารับคำองค์ชายชิงอู๋เหล่ย ออกมาทันที แต่เขาเองก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเช่นกัน ที่เห็นบัดนี้องค์ชายชิงอู๋เหล่ย ครองคู่กับแม่นางหลิวอี้เฟย สตรีบุปผาหยก แถมข้างกายนาง ยังมีดรุณีน้อย หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักสมวัย ยืนอยู่ด้านหลัง ไม่ห่างผู้เป็นมารดา
อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง ประสานฝ่ามือออกมาเล็กน้อย “แสดงความยินดีกับพวกเจ้าด้วย องค์ชายชิงอู๋เหล่ย แม่นางหลิวอี้เฟย”
ครั้นสิ้นคำพูดของอี้เฉิน หลิวอี้เฟยที่เห็นสายตาของอี้เฉิน ที่เหลือบมองมาที่ดรุณีน้อยข้างหลังนาง มันก็ทำให้นางเขินอายขึ้นมาเล็กๆ ทว่าภายในบรรยากาศที่น่ายินดี กลับมีผู้ที่ไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก อย่างพวกผู้ติดตามขององค์ชายชิงอู๋เหล่ย การกลับมาของอี้เฉิน อาจจะทำให้จักรพรรดิองค์ใหม่ อย่างองค์ชายชิงอู๋เหล่ย อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
องค์ชายชิงอู๋เหล่ย เขาเองก็รับรู้ถึงสายตา ที่ไม่เป็นที่ต้อนรับของเหล่าผู้ติดตาม ของเขาเช่นกัน ก่อนเขาจะเรียกตัวบุตรสาวมาหาอี้เฉิน “ชิงถง เจ้ามาหาพ่อหน่อยมา”
ดรุณีอายุ6ขวบ มีท่าทีเขินอายไม่น้อย ก่อนนางจะเดินมาให้ท่านพ่อของนาง อุ้มขึ้นมาอย่างว่าง่าย พร้อมเสียงเล็กแหลม ของเด็กน้อยที่กล่าวไต่ถามออกมา สายตาจดจ้องไปที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา “ท่านพ่อ ท่านอาผู้นั้นเขาเป็นใครเช่นนั้นหรือ?”
“เขาก็คือจักรพรรดิผู้ปกครองดินแดนเทพ” คำพูดที่หนักแน่นของ องค์ชายชิงอู๋เหล่ย ก็เป็นการบอกพวกเขา กลายๆ ว่า อย่างไรอี้เฉินก็คือผู้ปกครองดินแดนเทพ อย่างแท้จริงตัวเขาไม่อาจแทนที่ได้ หลิวอี้เฟยนางก็พยักหน้า รับในข้อนี้ด้วยเช่นกัน ผู้คนทั่วดินแดนเทพต่างก็สรรเสริญอี้เฉิน มีแม้บางคน เรียกขานนามเขาว่า จักรพรรดิแห่งสงครามเสียด้วยซ้ำ
อี้เฉินเขาส่ายหัวออกมาน้อยๆ ก่อนจะไต่ถามเรื่องที่เขาอยากจะรู้ออกมา เขาไม่ได้อาลัย ในตำแหน่งจักรพรรดิ ผู้ปกครองดินแดนเทพ แม้แต่น้อย
หลิวอี้เฟย นางเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่งออกมาทันที ครั้นรับรู้ถึงสิ่งที่อี้เฉินต้องการจะไต่ถาม “หลินเฟยนางลงไปอยู่อาศัย ภายในดินแดนเบื้องล่าง ดูท่านางจะเสียใจเรื่องที่เจ้าหายสาบสูญไปไม่น้อย หากนางรู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เกรงว่านางคงดีใจ จนแก้มปริแล้วบัดนี้”
“เช่นนั้นหรือ?” ครั้นอี้เฉินคิดจะสืบฝีเท้า ลงไปยังดินแดนเบื้องล่าง จู่ๆ ขุนนางหนุ่ม กล่าวพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน บ่งบอกถึงความไม่พอใจของเขา จากน้ำเสียงที่กล่าวพูดออกมา “อี้เฉิน เหตุใดท่านไม่ทิ้งตราประทับมังกร ออกมาให้จักรพรรดิคนใหม่ ได้ปกครองดินแดนเทพเล่า หากท่านจะไป น่าจะส่งคืนตราจักรพรรดิ ไม่ใช่หรอกหรือ?”
อี้เฉินเขาหยุดชะงักฝีเท้าในทันใด ไม่ใช่ว่าตราประทับมังกรจะให้ผู้ใดก็ให้ได้ อี้เฉินรู้ดีในข้อนี้ หากคนผู้นั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะถือครอง ร่างของคนผู้นั้น อาจถูกเผาผลาญจนตายตกได้
ก่อนอี้เฉินจะถอนลมหายใจออกมายาว เดินเข้าไปปิดตาดรุณีน้อยไว้ ไม่ให้ดูภาพเบื้องหน้า “แม่หนูน้อย อุดหูของเจ้าด้วย” ชิงถงได้ยินเช่นนั้น นางพยักหน้า อุดหูสองข้างไว้อย่างฉับไว
ทันใดที่อี้เฉินกระทืบเท้า คลื่นเสียงที่แฝงไว้ด้วยพลังโจมตี ก็พุ่งปราดเข้าไป ภายในโสตประสาท ของพวกขุนนางในทันใด จนพวกเขาต้องก้าวฝีเท้า ถอยหลังเมื่อเห็นริ้วคลื่น แพร่ออกมากระจัดกระจาย ล้มก้นจ้ำเบ้าด้วยความหวาดกลัว แม้พวกเขาจะเคยได้ยิน ข่าวคราวของอี้เฉิน แต่ก็ไม่คิดว่าอี้เฉิน จะร้ายกาจได้มากขนาดนี้ สมแล้วที่ทำให้พวกต่างดินแดน ต้องหวาดกลัว แม้อี้เฉินจะไม่ได้สำแดงปราณมังกร พรจักรพรรดิ ก็สามารถกดข่มพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์ ใบหน้าพวกเขาเหงื่อแตกพลั่ก แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดพราย
ชิงถง ที่อยู่ในวัยซน ตานางเบิกออกกว้าง อยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก แม้จะถูกอี้เฉินปิดตานางอยู่ก็ตาม ภาพที่ดรุณีน้อยเห็น ประกายตานางฉายแววเลื่อมใส ในตัวอี้เฉินไม่น้อย จ้องมองอี้เฉินจนตาเป็นประกาย
ซีเผิงที่มองชม เขายังส่ายหัวออกมา ไม่เว้นแม้แต่องค์ชายชิงอู๋เหล่ย แม่นางหลิวอี้เฟย ที่เห็นท่าทีของบุตรสาว เกรงว่า ชิงถง บัดนี้นางจะเห็นตัวอย่างที่ไม่ดี ของอี้เฉินเข้าเสียแล้ว ก่อนซีเผิงจะไต่ถามอี้เฉินออกมาประโยคหนึ่ง “เจ้าจะไปแล้วหรืออี้เฉิน”
อี้เฉินพยักหน้ารับคำ “ข้าต้องปลีกวิเวก ปิดขั้นพลังครั้งใหญ่ อาจใช้เวลานานหลายสิบปี หากพวกเจ้ามีเรื่องเร่งด่วนอะไร ให้โม่กวางติดต่อมาหาข้าแล้วกัน” ก่อนที่อี้เฉินจะจากไป เขาได้มอบสมุนไพร ของล้ำค่าต่างๆ ที่ไม่จำเป็นไว้ให้ พวกสงครามน้อยไว้ใช้
ส่วนจางเหมย นางเองก็เข้าไปรับการสืบทอด ของจักรพรรดิสายฟ้าต่อแล้วเช่นกัน เรื่องของเปาเปา จางเหมย นางเองก็คงจะรับรู้แล้วเช่นกัน ว่าท่านพี่ของนาง เป็นคนของทวีปมืดแล้วบัดนี้ ก่อนร่างอี้เฉินจะพุ่งทะยาน หายวับจากไปเป็นร่างเงาทับซ้อน ออกไปเป็นทางยาว พร้อมเสียงฝีเท้า ฟึบ!! ที่ดังออกมาก้องไม่มีขาด ตรงดิ่งไปยังทิศทางที่ตั้งของดินแดนเบื้องล่าง
ข่าวคราวของอี้เฉินไม่ได้ดังในหมู่ดินแดนเทพ แม้แต่ดินแดนจักรพรรดิผู้คนยังรับรู้ ครั้นพวกเขารับรู้ถึงโทสะของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อหนึ่งเดือนก่อนปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เกรงว่าจะเกี่ยวข้องกับ จักรพรรดิหนุ่มผู้ปกครองดินแดนเทพ ที่หลายๆ คนมองว่าตายตกลงไปแล้ว
ไม่คิดว่าเวลาร่วม20ปี ชื่อของอี้เฉิน ที่ผู้คนลืมเลือนไปหมดแล้ว บัดนี้ ชื่อนี้จะกลับมาหลอกหลอนพวกเขาอีกครา ครั้นยังจดจำงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ ราวกับมันพึ่งเปิดมาไม่นาน ผู้คนที่เกิดยุคสมัยเดียวกับอี้เฉิน พวกเขาจึงเอาแต่อุดปากเงียบ ไม่มีใครกล้าพูดว่า จะอยู่เหนือกว่าอี้เฉิน
ที่พูดเกรงว่า จะมีแต่จอมยุทธ์ยุคสมัยใหม่ ที่ผงาดขึ้นมาเท่านั้น ที่กล่าวพูดขึ้นมาด้วยความโอหัง อยู่ภายในโรงเตี๊ยมชั้นเลิศ ชายหนุ่มที่ถือพัดเอ่ยพูดออกมาทันที “ซิวลั่ว นายน้อยตระกูล จีข้า เอ่ยนามที่ไหนผู้คนย่อมรู้จัก ว่ากันว่าเขาเป็นร่างจักรพรรดิ กลับชาติมาเกิด ไอ้หนุ่มนามว่าอี้เฉิน ที่ผู้คนกล่าวขาน ว่าเป็นจักรพรรดิสงคราม ไม่รู้ว่าจะเก่งกาจแค่ไหนกันเชียว เกรงว่านายน้อยซิวลั่วของข้า คงจะต้องลงไปเยือนดินแดนเทพ สักคราแล้วกระมัง”
อีกทิศทางหนึ่งชายหนุ่ม กล่าวเห็นด้วยเช่นกัน “อืมๆ ยุคสมัยใหม่ของพวกเรา คุณชายซิวลั่ว ถือว่าเป็นหงส์ ในหมู่มังกรมากมาย เกรงว่าบัดนี้เขาน่าจะไปยืนเทียบชั้น ศิษย์เอกอัจฉริยะ ผู้มีพรสวรรค์ของนิกายใหญ่แล้ว”
ทันใดนั้นเสียงวางจอกสุรา ก็ดังออกมาก้อง ปัง!! หมู่ชนพวกเขาไม่อยากคิดว่าจะมีคน ดื่มสุรากลางวันแสกๆ จนเมามายอยู่ภายในโรงเตี๊ยมเช่นนี้ ก่อนเสียงหัวเราะ ชายหนุ่มผมยาว ประบ่า ใบหน้าแดงจากฤทธิ์สุรา จะดังออกมาก้อง “ฮ่าๆ ข้าจะบอกอะไรพวกเจ้าให้ แม้แต่ศิษย์เอกอัจฉริยะ ผู้มีพรสวรรค์ พวกเขายังไม่กล้าพูด ว่าจะชนะอี้เฉินเสียด้วยซ้ำ แล้วคุณชายซิวลั่วเป็นใครกัน ที่คิดจะชนะไอ้เวรโอหังอี้เฉิน” ก่อนร่างชายหนุ่ม จะสืบฝีเท้าหายวับจากไป
หมู่ชนที่เห็นความเร็วอันน่าเหลือเชื่อของหวังเหยียน พวกเขาต่างก็รับรู้ว่า ชายที่เมามายสุรา มีพลังที่ไม่ธรรมดา แถมเหมือนว่าเขาจะโกรธแค้นอี้เฉินไม่น้อย แต่ว่าเขาเป็นใครกันหมู่ชน ต่างก็ไต่ถามออกมาเสียงดังก้อง ก่อนพวกเขาจะรับรู้ว่าเป็น หวังเหยียน ศิษย์นิกายยอดยุทธ์ผู้โด่งดัง
หมู่ชนที่กล่าวยกย่อง คุณชายซิวลั่ว พวกเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน แต่ก็ไม่มีใครเชื่อว่า คนดินแดนเทพที่ต่ำต้อยอย่างอี้เฉิน จะสามารถกลบรัศมี คนดินแดนจักรพรรดิได้ “คอยดูไปก่อนเถอะ อีกไม่เกิน100ปี ไอ้เวรอี้เฉินนั้น มันต้องมาอยู่ใต้แทบเท้าพวกเรา คนดินแดนจักรพรรดิแน่” น้ำเสียงนั้นที่ดังขึ้นมา มีกลุ่มคนไม่น้อยต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย