บทที่ 13 พูดให้รู้สำนึก
ฝั่งด้านเสิ่นเกาหลานเขาได้เดินเรือมาพร้อมกับท่านพ่อและบ่าวรับใช้ จ้องมองดูเรือที่กำลังแล่นไปด้านหน้าท้องฟ้าเริ่มมืดสนิทลงมีเพียงแสงดวงจันทร์ที่กำลังสาดส่องลงมา ลูกเรือพากันจุดไฟเพื่อเพิ่มแสงสว่างของเรือ เรือที่ขนสินค้าได้ชำรุดระหว่างทางทำให้ไม่สามารถขนสินค้าเข้าฝั่งด้านโชคดีที่มีเรือเล็กของชาวบ้านที่หาปลาแล่นผ่านมาจึงนำเื่นี้ไปแจ้งเสิ่นเจียงซื่อท่านพ่อของเสิ่นเกาหลาน ระหว่างนั้นเขาอยู่ที่ร้านพอดีจึงขอออกตามท่านพ่อมาด้วย
"คุณชายขอรับด้านหน้าที่มีแสงไฟใช่เรือขนสินค้าหรือไม่ขอรับ?" บ่าวรับใช้ชี้นิ้วไปยังเบื้องหน้าที่มีแสงรำไรของดวงไฟที่ส่องสว่างอยู่ เสิ่นเกาหลานมองตามไปยังที่บ่าวแจ้งเห็นเรือที่ร่องลอยอยู่กลางแม่น้ำเขามั่นใจทันทีว่านั่นคือเรือขนสินค้า
"ท่านพ่อเราเจอเรือแล้วขอรับ เรือขนสินค้าอยู่ด้านหน้านั่นเอง " เสิ่นเกาหลานะโบอกผู้เป็พ่อให้รับรู้ ลูกเรือรีบพายเรือไปยังเรืออีกลำอย่างไม่รอช้า
"เจอสักทีสินะ ข้าคิดว่าคืนนี้เราคงจะต้องค้างคืนบนเรือแห่งนี้อีกอย่างทะเลยามกลางคืนช่างน่ากลัวนัก เ้ากลัวหรือไม่? "
"ท่านพ่อหากข้ากลัวข้าจะตามท่านมาทำไมหรือขอรับ ข้าเดินเรือกับท่านพ่อมาบ่อยครั้งแถมยังเจอกับมรสุมของพายุกระหน่ำก็เจอมาแล้ว คืนนี้สายลมแน่นิ่งคงไม่เกิดพายุน่ากลัวอันใดขอรับ " เสิ่นเกาหลานบอกชายชราที่เป็ห่วงอยู่ข้าง ๆ เรือแล่นไปยังเรืออีกลำ ท่านพ่อเข้าตรวจสอบสินค้าที่เป็ของตน เรือขนสินค้านี้มิใช่ของตระกูลของเขาเพียงเ้าเดียวจึงตรวจสอบนำของตนเองขนขึ้นเรือเพื่อนำกลับ เสิ่นเกาหลานเมื่อขนสินค้าช่วยบ่าวรับใช้ขึ้นเรือของตนเขาเดินดูสินค้ามากมายที่อยู่บนเรืออย่างตื่นเต้นไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เห็นสิ่งแปลกตาเขามักจะตื่นเต้นเสมอ แต่แล้วจู่ ๆ เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นกำไลหยกที่งดงามในใจพลันคิดถึงใบหน้าของสวี่หยางแทนที่จะเป็เจี่ยฟางสตรีที่เขารัก หากกำไลหยกอันนี้ไปอยู่บนแขนของสวี่หยางคงเหมาะกับนางยิ่งนัก เสิ่นเกาหลานหยิบกำไลขึ้นมาสำรวจดูมันแวววาวมากกว่าเดิม
“คุณชายท่านสนใจกำไลหยกอันนี้หรือขอรับ หากท่านสนใจข้าจะลดราคาให้ ท่านรู้หรือไม่กำไลหยกสีนี้หายากเพียงใด ราวกับท่านเป็ผู้โชคดีที่เห็นมันก่อนผู้อื่น หากข้านำไปขายที่ตลาดเหล่าสตรีคงยื้อแย่งซื้อเป็ของตนเองแน่นอนขอรับ หากข้าเดาไม่ผิดท่านคงนำกำไลหยกชิ้นนี้ไปให้แก่สตรีที่อยู่ในใจใช่หรือไม่ขอรับ? คุณหนูนางนั้นคงดีใจไม่น้อย” เสิ่นเกาหลานแสยะยิ้มในคำพูดของพ่อค้า หากสวี่หยางยิ้มให้เขาคงดีไม่น้อยแต่นางคงมีเพียงใบหน้าไร้ความรู้สึกเมื่อเห็นของที่เขาซื้อไปให้แน่ ๆ
“เช่นนั้นข้าจะเอากำไลหยกอันนี้และกำไลทับทิมที่อยู่เคียงข้างนั่นอีกอัน”
“ขอรับ ข้าจะห่อให้ท่านเป็อย่างดีขอรับ” เสิ่นเกาหลานเห็นกำไลทับทิมอีกอันที่เป็สีชมพูราวกับใบหน้าของเจี่ยฟางที่อ่อนโยนเขาไม่ลืมที่จะซื้อไปให้นางด้วยอีกอัน พ่อค้าห่อให้แก่เสิ่นเกาหลานพร้อมลดราคาอย่างที่กล่าวมา เมื่อได้สินค้าที่ตนเอง้าเสิ่นเกาหลานได้กลับเรือเพื่อไปพักผ่อนเมื่อรุ่งสางจะได้ออกเดินทางกลับเรือน
รุ่งสางมาเยือน
เรือนของเสิ่นเกาหลาน
ฮูหยินผู้เฒ่าเดินออกมารับแสงแดดยามเช้าที่อบอุ่นพลันเดินไปหาเจี่ยฟางฮูหยินรองของเสิ่นเกาหลานอีกคน ั้แ่นางแต่งเข้าเรือนมิเคยไปหานางแม้แต่ครั้งเดียว นางเองก็อยากรู้เช่นกันนางเป็สตรีเช่นใดเสิ่นเกาหลานถึงได้รักและอยากให้นางเข้ามาเป็ฮูหยินรองโดยไม่คำนึงถึงหัวใจของสวี่หยางแม้แต่น้อย
“นางจะเป็คนนิสัยดีเพียงใดที่สามารถครองใจของเสิ่นเกาหลานกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าพึมพำเดินย่างกรายมาเรื่อย ๆ เพียงลำพังส่วนเสิ่นจิ้นหลังจากที่ไปส่งสวี่หยางที่ห้องของนาง เขาได้กลับเรือนของตนหากจะอยู่ที่นี่คงไม่เหมาะสม
“ข้าบอกเ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าไม่ชอบที่จะต้องดื่มมัน ข้าไม่อยากดื่มหากจะเ้าดื่มก็ดื่มเองสิ” เสียงตวาดสาวใช้เสียงดังหากแต่อยู่ไกล ๆ คงไม่มีทางได้ยิน ฮูหยินผู้เฒ่าหยุดเดินเพื่อฟังว่าเป็เสียงของผู้ใดกัน เพราะหากเป็สวี่หยางน้ำเสียงของนางจะทุ่มต่ำเอ่ยออกมาราวกับเสียงที่เยือกเย็นแต่เด็ดขาด
“คุณหนูเ้าคะ ยานี้เป็ยาดีต้องดื่มนะเ้าคะ”
“มันขมข้าไม่ชอบ”
“แต่ยาสมุนไพรนี่เป็ยาสมุนไพรที่ดีต่อร่างกายของคุณหนูนะเ้าคะ หากคุณหนูอยากมีบุตรกับคุณชายเสิ่นเกาหลานในเร็ววันต้องดื่มยานี่นะเ้าคะ คุณหนูคงไม่อยากให้บุตรตนเองเป็บุตรคนที่สองของคุณชายหรอกนะเ้าคะ” สาวใช้เอ่ยมาเช่นนี้ใบหน้าของเจี่ยฟางเริ่มไม่พอใจหยิบยากระดกดื่มในทันที ฮูหยินผู้เฒ่าที่มองอยู่ถึงกับไม่เข้าใจสตรีที่นั่งอยู่ด้านหน้านั่นเลย และเสมือนว่านางไม่ถูกชะตากับนางอีกด้วย
“อะแฮ่ม” ฮูหยินผู้เฒ่าแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินที่นางคุยกับสาวใช้เมื่อครู่และเดินเข้าไปหาเจี่ยฟางอะแอ่มออกมาให้นางรับรู้ว่ามีผู้มาเยือน เมื่อนางเห็นฮูหยินผู้เฒ่าใบหน้าซีดเซียวรีบลุกขึ้นมาต้อนรับเป็อย่างดี
“ท่านแม่ ท่านมาที่นี่เหตุใดไม่แจ้งก่อนเ้าคะ”
“ข้าไปที่ใดในเรือนของบุตรชายข้าต้องแจ้งเ้าด้วยหรือ? เป็เ้าเสียมากกว่าที่ไม่ได้รู้อันใดเลย ข้ามาที่นี่ั้แ่มื้อวานแต่กลับไร้วี่แววที่เ้าจะเข้าพบข้า” ฮูหยินผู้เฒ่าเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวที่เจี่ยฟางนั่งเมื่อครู่ เจี่ยฟางมองหน้าซื่อจินก่อนจะส่งสายตาตำหนิที่ไม่แจ้งเื่นี้แก่นาง
“เจี่ยฟางผู้นี้ต้องขอโทษท่านแม่ด้วยเ้าค่ะ ที่ไม่ได้เข้าไปคารวะเพราะร่างกายของเจี่ยฟางนั่นไม่ค่อยดีนัก จึงไม่ค่อยได้ออกไปที่ใด ท่านแม่โปรดเมตตาเจี่ยฟางด้วยเ้าคะ ซื่อจินรีบไปนำน้ำชามาให้ข้าเร็วเข้า ข้าจะยกน้ำชาคารวะท่านแม่”
“เ้าค่ะ คุณหนู” ซื่อจินโค้งคำนับกำลังจะเดินไปนำน้ำชามาให้เจี่ยฟางตามคำสั่งแต่ก็ต้องถูกฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้หยุด
“ไม่ต้อง! ข้าไม่อยากน้ำชาไม่ต้องไปเตรียมมา ข้าเพียงแค่เดินรับลมเล่นเท่านั้น เ้าไม่สบายอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นร่างกายของเ้าคงไม่พร้อมที่จะมีบุตรให้เสิ่นเกาหลานสินะ แต่ก็ดีข้าอยากให้หลานคนแรกบุตรของเสิ่นเกาหลานเกิดจากฮูหยินถึงจะเป็เื่ที่ดีต่อตระกูล” ฮูหยินผู้เฒ่าอยากลองใจเจี่ยฟางเพราะเมื่อครู่นางได้ยินเจตนาของนางที่้าตั้งท้องบุตรคนแรกของเสิ่นเกาหลานจึงได้เอ่ยออกมาให้นางได้รู้ตัวว่าตนเองเป็เพียงฮูหยินรองเท่านั้น