เทพยุทธ์ขมังเวทย์[ปลดอ่านฟรีทุก7วัน]

    ตอนที่ 29 ข่าวลือในเมือง

            เสียงเอะอะดังขึ้นตั้งแต่ยามเช้า ย่านโกดังที่เคยเงียบ กลับเต็มไปด้วยผู้คน ชาวบ้าน คนงาน และพวกอยากรู้อยากเห็นต่างมุงดูบางสิ่งอยู่ภายในอาคารไม้เก่า เสียงกระซิบ เสียงสูดหายใจ และเสียงตกใจดังสลับกันไป


            “ตายหมดเลย…”


            “นี่มัน ใชั่พวกนั้นจริง ๆ ใช่ไหม”


            “ข้าเคยเห็นพวกมัน ไม่ผิดแน่”


            กลิ่นเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไม้ผุ ทำให้บางคนถึงกับต้องหันหน้าหนี ศพทั้งห้าถูกวางอยู่ในโกดังเดียวกันอย่างไม่เป็นระเบียบ ร่องรอยการตายไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน แรงปะทะรุนแรง


            หน้าอกยุบ แขนหักผิดรูป บางคนกะโหลกแตก มันไม่ใช่การสังหารโดยกระบี่หรือมีด แต่เหมือนถูก “ทุบ” ชาวบ้านบางคนเริ่มถอยออกมา สีหน้าซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด


            “ใครกันที่กล้าทำแบบนี้”


            “หรือจะเป็นพวกโจร”


            “โจรที่ไหนจะกล้ามีเรื่องกับพวกนี้”


            คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันที เพราะทุกคนรู้ดี คนพวกนี้ไม่ใช่คนธรรมดา พวกมันคือ “นักล่า” และในเมืองนี้ ไม่มีใครอยากยุ่งกับนักล่า แต่ตอนนี้นักล่าทั้งกลุ่มตายหมด


            ในเวลาเดียวกัน หลัวอวิ๋นนั่งอยู่ในโรงสุราเล็กๆ แห่งเดิม แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างไม้เข้ามา กระทบโต๊ะเก่าที่มีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด เขานั่งอยู่มุมเดิม เงียบเหมือนเดิม ราวกับไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เสียงพูดคุยในร้านเริ่มดังขึ้น


            “ได้ยินหรือยัง เรื่องที่โกดัง”


            “ใครจะไม่รู้ล่ะ ตอนนี้ทั้งเมืองพูดกันหมด”


            “ข้าไปเห็นมาเอง สภาพศพน่ากลัวมาก”


            “พวกมันตายยังไงกันแน่”


            หลัวอวิ๋นยกจอกเหล้าขึ้นดื่มช้าๆ เขาไม่แทรก ไม่ถาม เพียงแค่ฟัง


            “ข้าว่าไม่ใช่คนธรรมดาแน่”


            “หรือจะเป็นพวกจากสำนักใหญ่”


            “ไม่รู้หรอก แต่ถ้าคนแบบนั้นอยู่ในเมือง”


            เสียงพูดเริ่มเบาลง ความกลัวเริ่มแทรกเข้ามา หลัวอวิ๋นวางจอกลงอย่างแผ่วเบา ข้อมูลที่เขาต้องการเริ่มไหลมาเอง เขาไม่จำเป็นต้องออกไปถาม เพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ โลกก็จะพูดให้เขาฟัง


            ช่วงสายข่าวแพร่ไปถึงยามเมือง พื้นที่ย่านโกดังถูกปิดทันที ทหารยามหลายคนเข้ามาควบคุมพื้นที่ แม้พวกมันจะพยายามทำหน้าที่อย่างจริงจัง แต่แววตาที่มองศพเหล่านั้นกลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง หนึ่งในนั้นพูดเสียงเบา


            “พวกนี้ ไม่ใช่ระดับที่เราจะยุ่งได้” อีกคนพยักหน้า


            “ข้าจะรายงานขึ้นไป”


            ช่วงบ่ายเมืองเริ่มเปลี่ยนบรรยากาศ ร้านค้าบางแห่งปิดเร็วขึ้น ผู้คนรีบกลับบ้าน ตรอกแคบเริ่มเงียบเร็วกว่าปกติ ข่าวลือไม่ได้หยุดอยู่แค่ “มีคนตาย” แต่มันเริ่มกลายเป็นที่กล่าวถึง


            “มีคนล่านักล่า”


            หลัวอวิ๋นเดินอยู่บนถนนอย่างไม่รีบร้อน เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด จำนวนคนลดลง สายตาที่มองกันเปลี่ยนไป เสียงพูดเบาลง เมืองกำลังเข้าสู่สภาวะระแวง ซึ่งเป็นสภาพที่เขาคุ้นเคยดี


            เมื่อแสงแดดเริ่มอ่อนลง หลัวอวิ๋นกลับไปที่โรงแรม เขาเลือกหยุดการเคลื่อนไหวเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะรู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายต้องเริ่มขยับแล้ว เขานั่งอยู่ในห้องเงียบๆ ลมหายใจนิ่ง ลมปราณหมุนเวียนอย่างสม่ำเสมอ แหวนมิติบนมือเย็นเฉียบ 


            ยามค่ำ เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นในย่านโกดังอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ไม่ใช่ชาวบ้านและไม่ใช่ยาม แต่เป็นคนกลุ่มหนึ่ง พวกมันมาเพื่อตรวจสอบ ร่างหนึ่งเดินนำหน้า ก้าวมั่นคง สายตานิ่ง ลมปราณแผ่ออกมาเพียงเล็กน้อยแต่หนักแน่น


            มันหยุดยืนหน้าศพ ก้มลงมองนิ่งอยู่นาน ไม่มีใครในกลุ่มพูดอะไรเพราะพวกมันรู้ดีว่า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ คือคนที่ “พูดคำเดียวก็พอ”ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นในที่สุด


            “แรงกระแทก” เสียงเรียบไม่มีอารมณ์


            “เป็นอาวุธหนัก”


            มันลุกขึ้นยืน สายตากวาดมองศพรอบๆ จากนั้นพูดต่อ


            “ไม่ใช่การปะทะปกติ”


            หนึ่งในลูกน้องกลืนน้ำลาย


            “ท่านหมายความว่า”


            ชายคนนั้นตอบโดยไม่หันกลับ


            “มีคนล่านักล่า”


            ความเงียบปกคลุมทั้งโกดัง ลมพัดผ่านประตูไม้เก่า เสียงเอี๊ยดอาดดังขึ้นเบาๆ มันยกมือขึ้น


            “ปิดพื้นที่”


            “ตรวจสอบคนแปลกหน้า”


            “ใครก็ตามที่เพิ่งเข้ามาในเมือง ตรวจให้หมด”


            ลูกน้องทั้งหมดรับคำทันที ไม่มีใครกล้าถามเพิ่ม


            ในเวลาเดียวกัน หลัวอวิ๋นลืมตาขึ้นในห้องพัก แม้จะไม่มีเสียง แต่เขารับรู้ได้ แรงกดดันบางอย่าง เริ่มแผ่เข้ามาในเมือง เขาลุกขึ้นยืนเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังความมืดด้านนอก แววตานิ่งแต่ลึกลงไป มีประกายบางอย่างเริ่มก่อตัว


            หลัวอวิ๋นยืนอยู่หน้าต่าง สายตาทอดออกไปยังความมืดด้านนอก เมืองทั้งเมืองดูเงียบลงผิดปกติ เสียงผู้คนลดลงอย่างชัดเจน แม้แต่เสียงยามเดินตรวจยังถี่ขึ้น แรงกดดันบางอย่าง กำลังคืบคลานเข้ามาเขาไม่รีบขยับเพียงแค่รับรู้แล้วรอ


            ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักก็ดังขึ้นจากตรอกด้านล่าง ไม่ใช่คนเดียว มีหลายคน หลัวอวิ๋นหรี่ตาเล็กน้อย ก่อนจะดับตะเกียงในห้องทันที ร่างเคลื่อนออกจากหน้าต่างอย่างเงียบงัน แล้วหายไปจากห้องโดยไม่เปิดประตู


            ตรอกด้านหลังโรงแรม เงาหลายเงากำลังเคลื่อนไหว นักล่าหกคนกระจายตัวเป็นวง ล้อมพื้นที่อย่างเป็นระบบ ไม่มีเสียง ไม่มีคำสั่ง แต่ทุกการเคลื่อนไหวสอดประสานกัน และตรงกลางชายคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ขยับ ไม่พูดแต่เป็นจุดศูนย์กลางของทุกอย่าง


            หลัวอวิ๋นยืนอยู่บนหลังคาเหนือพวกมัน สายตาจับจ้องชายคนนั้นทันที ลมปราณของมันนิ่งแต่หนัก เป็รระดับสูงกว่าที่เคยเจอ


            “ออกมาเถอะ” เสียงเรียบดังขึ้น ไม่ดังนักแต่ชัด นักล่าคนอื่นหยุดเคลื่อนไหวทันที ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองตรงไปยังตำแหน่งของหลัวอวิ๋น


            “เจ้าคงรู้ ว่าข้าหมายถึงใคร”


            หลัวอวิ๋นไม่ขยับแต่อีกฝ่ายรู้แล้ว สายตาของทั้งสองประสานกันผ่านความมืด


            “หน่วยล่าที่สาม เป็นฝีมือเจ้า”


            ไม่ใช่คำถาม หลัวอวิ๋นก้าวออกจากเงามืด ลงมายืนบนขอบหลังคา ไม่ปิดบังอีกต่อไป นักล่าด้านล่างขยับทันที แต่ชายคนนั้นยกมือขึ้นให้ทุกคนหยุด


            “ข้าชื่อ หยางจื้อเฟิง” เสียงนิ่งไร้อารมณ์


            “ผู้ควบคุมหน่วยล่าในเมืองนี้”


            หลัวอวิ๋นไม่ตอบคำถามใดๆ เพียงแค่มอง ชั่วพริบตาเดียว หยางจื้อเฟิงก็หายไปจากตำแหน่งเดิม


            “ฟึ่บ!”


            คมกระบี่เฉือนอากาศ หลัวอวิ๋นเอนตัวหลบอย่างฉิวเฉียด เขาไม่ลังเล มือแตะแหวนมิติทันที ค้อนปรากฏออกมาป้องกันการโจมตีได้ทันท่วงที

           

             “เคร้ง!” 


            โลหะปะทะกันกลางอากาศ แรงกระแทกสะท้อนจนกระเบื้องหลังคาแตกกระจาย หลัวอวิ๋นถอยไปหนึ่งก้าว ดวงตาแคบลง การโจมตีรวดเร็วและรุนแรง


            หยางจื้อเฟิงไม่เปิดช่อง กระบี่เคลื่อนไหวต่อเนื่อง ไม่มีท่าทางฟุ่มเฟือย ทุกจังหวะคือ “ฆ่า” หลัวอวิ๋นรับ หลบ สวน สามจังหวะ ห้าจังหวะ แรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน


            นักล่าด้านล่างเริ่มขยับ


            “หยุด!”


            เสียงหยางจื้อเฟิงสั่ง ทุกคนหยุดทันที มันยังไม่ใช้ลูกน้อง มันกำลัง “ทดสอบ”


            หลัวอวิ๋นรู้สึกได้ นี่ไม่ใช่การล้อมฆ่าแต่มันคือการวัด ว่าเขาอยู่ระดับไหน


            “อาคมเสริมกาย โลหิตค้ำร่าง”


            พลังแล่นผ่านร่างทันที ค้อนถูกยกขึ้นเหวี่ยงสวนเต็มแรง

            “ปัง!”


            หยางจื้อเฟิงยกกระบี่รับ แรงปะทะทำให้มันถอยครึ่งก้าว เป็นครั้งแรกที่มันขยับเพราะแรงของอีกฝ่าย ดวงตาของมันเปลี่ยนไปเล็กน้อย


            “พลังไม่สมเหตุสมผล” มันพึมพำ


            หลัวอวิ๋นไม่ตอบ เขาพุ่งเข้าไปทันที ไม่ให้ตั้งหลัก ค้อนฟาดซ้ำ หนึ่ง สอง หยางจื้อเฟิงหลบได้ แต่แรงลมเฉือนเสื้อคลุมเป็นทาง


            การต่อสู้หยุดลงชั่วครู่ ทั้งสองยืนห่างกันไม่ถึงสามก้าว ไม่มีใครพูดแต่ต่างรู้หากสู้ต่อต้องมีคนตาย หลัวอวิ๋นตัดสินใจหยุดการต่อสู้ไว้เพียงเท่านี้


            “โอมจังงัง กำบังกาย” ร่างพร่าเลือน หายไปต่อหน้าต่อตา นักล่าด้านล่างตกใจ


            “หายไปแล้ว!”


            แต่หยางจื้อเฟิงไม่ขยับ มันยืนมอง ก่อนจะพูดเบาๆ


            “ไม่ใช่วิชาปกติ” สายตาเย็นลง


            “แต่ยังไงก็หนีไม่พ้น”


            อีกด้านหนึ่งของเมือง หลัวอวิ๋นปรากฏตัวในตรอกแคบ ลมหายใจหนักขึ้นเล็กน้อย แขนที่รับแรงปะทะยังชา เขามองมือของตัวเองแล้วกำหมัดแน่น


            รอยยิ้มบางปรากฏขึ้น ไม่ใช่เพราะชนะ แต่เพราะเขาเจอแล้ว ศัตรูที่ “ต้องฆ่า” คืนนี้ไม่มีใครตายเพิ่ม แต่สายลมของความขัดแย้งได้เปลี่ยนทิศไปแล้ว

    นิยายแนะนำ

    วิถีแห่งผู้สังเวยชีวิต : ปลดล็อกมหาเวทต้องห้ามด้วยระบบขยายหมื่นเท่า!

    วิถีแห่งผู้สังเวยชีวิต : ปลดล็อกมหาเวทต้องห้ามด้วยระบบขยายหมื่นเท่า!

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 134
    สร้างชีวิตพิชิตฝันหนูน้อยนำโชคในยุค70

    สร้างชีวิตพิชิตฝันหนูน้อยนำโชคในยุค70

    นิยาย รัก
    12K 70
    สาววิศวะป๊ะหนุ่มนักเรียนนอก

    สาววิศวะป๊ะหนุ่มนักเรียนนอก

    นิยาย รัก
    1K 68
    บุปผาราชัน

    บุปผาราชัน

    นิยาย รัก
    17K 74
    ศาสตราปราณจักรกล

    ศาสตราปราณจักรกล

    นิยาย แฟนตาซี
    4K 27
    ไรเดน ธอร์น

    ไรเดน ธอร์น

    นิยาย แฟนตาซี
    6K 25
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    บุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意

    บุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 33
    ปราณ จอมคนเหนือพิภพ ภาคปฐมบท

    ปราณ จอมคนเหนือพิภพ ภาคปฐมบท

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    48K 804
    สตรีผู้นี้มิได้มีนามว่าถงหลานเฟย [ผ่านการพิจารณา สนพ.ปีกบุปผา]

    สตรีผู้นี้มิได้มีนามว่าถงหลานเฟย [ผ่านการพิจารณา สนพ.ปีกบุปผา]

    นิยาย รัก
    317 1