ปลายฝนนั่งไขว่ห้าง ชุดเดรสขาวบางเฉียบแต่หรูหรา
โทรศัพท์ในมือไม่มีสายเรียกเข้า
ไม่มีแม้แต่ข้อความ
**ทินนกรสัญญาจะมารับเธอพาไปซื้อของตอนบ่ายโมงครึ่ง**
เขาหายไปเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว
และเธอก็ “ไม่ใช่คนที่รอได้”
14:11 น. — แชตจากเลขาคิมหันต์ส่งมาแทน
> *“คุณทินนกรขอเลื่อนนัดพาคุณฝน เพราะติดเข้ากองถ่ายโฆษณาที่ลาดกระบังค่ะ”*
> *“โทรศัพท์เ้าตัวก็แบตหมดค่ะ”*
ปลายฝนยิ้มเย็น
นิ้วกดลบข้อความนั้นโดยไม่ตอบกลับ
“กล้าทิ้งฉัน…เพื่อ ‘กองถ่าย’ งั้นเหรอ?”
15:03 น. — กองถ่ายโฆษณาแบรนด์เครื่องดื่มหรู ลาดกระบัง
ทีมงานกว่า 30 คนทำงานวุ่นวาย
ทินนกรกำลังเข้าซีน กล้องหมุน บูมไมค์ลง
ใบหน้าเขามีรอยยิ้มแบบนักแสดงมืออาชีพ
แต่แล้ว...
เสียงส้นสูงกระแทกพื้นคอนกรีตดัง *กึก*
ก่อนที่เสียงผู้หญิงจะะโลั่นกอง
> “ทินนกร!”
ทั้งกองเงียบกริบ
เขาหันขวับ
ฝนยืนอยู่ตรงทางเข้ากองถ่าย
เดรสสีขาวตัดกับท่าทางกราดเกรี้ยว ริมฝีปากแดงสด และดวงตาเย็นเฉียบ
> “ฉันให้เวลานายถึงบ่ายโมงครึ่ง — แต่นี่มันจะบ่ายสาม!”
ทีมงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ผู้กำกับทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ทินนกรวางสคริปต์ทันที รีบเดินเข้าหาเธอ
“ฝน…ผมขอโทษ ผมแจ้งเลขาคุณไปแล้ว—”
“ฉันไม่ได้คบเลขา ฉันคบเธอ”
เธอจ้องเขาแน่น
เสียงเธอไม่ดัง…แต่มันเสียดแทงจนเขาตัวชะงัก
เธอก้าวเข้าประชิดเขา
แม้ต่อหน้าทั้งกอง
> “ั้แ่เมื่อไหร่ ที่ ‘เธอ’ เริ่มคิดว่าอาชีพของตัวเองสำคัญกว่าคำพูดกับฉัน?”
เขาจะจับแขนเธอ — เธอปัด
เธอกระซิบเสียงเย็นติดหู
> “คืนนี้…นายจะไม่ได้แตะตัวฉันแม้แต่นิ้วเดียว
> และถ้าจะชดใช้ ฉันหวังว่านายจะ ‘คุกเข่า’ ได้โดยไม่ต้องมีบทให้จำ”
ทีมงานทั้งกองมีแต่เสียงกระซิบ
แต่ฝนไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
เธอหมุนตัวกลับออกจากกองอย่างสง่างามที่สุด
**ทินนกร…ได้แต่ยืนอยู่กลางไฟสปอร์ตไลต์ โดยไม่มีใครสั่งคัต**
ค่ำคืนนั้น ฝนเปิดประตูห้องนอนของตัวเอง
ทินนกรนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น — มือประสานกลางตัก สายตานิ่ง
เขากลับมาั้แ่สองทุ่ม…แต่เธอเพิ่งเปิดให้เข้าเกือบห้าทุ่ม
**คิมหันต์** ยืนพิงผนัง ใส่เพียงเสื้อคลุมหลุดกระดุม
กล้ามเนื้อแน่นเปลือยครึ่งอก
ฝนเดินเข้าไปหาคิมหันต์ตรง ๆ
ยกมือปลดสายชุดตัวเองหล่นกับพื้น — ร่างเปลือยเปล่าเผยให้เห็นใต้แสงไฟสลัว
เธอพูดกับเขา แต่หันหน้าไปทางทินนกร
> “วันนี้…ฉันอยากรู้ว่าเธอจะทนเห็นฉันเป็ของคนอื่นต่อหน้าได้นานแค่ไหน”
คิมหันต์ไม่พูดอะไร
เขาอุ้มฝนขึ้นไปบนเตียงทันที
ริมฝีปากเขาทาบปากเธอ ลึก กัด ขยี้
มือกระชากสะโพกเธอขึ้น ขาเธอแยกออกทันที
ฝนหันหน้ากลับมามองทินนกร
**ที่ยังคุกเข่าอยู่ปลายเตียง — ดวงตาแดงฉานด้วยความทรมาน**
“มองไว้” เธอสั่ง
“ถ้าหลบตา…คืนนี้จะไม่มีสิทธิ์แม้แต่แตะปลายเท้าฉัน”
คิมหันต์ดันตัวตนเข้าไปในตัวเธอ
ฝนกรีดเสียง
“อ๊าา…แรงกว่านั้นคิม…เอาฉันให้เขาดูเลย!”
เสียงกระแทกเริ่มดังต่อเนื่อง
สะโพกของเขาตีสะโพกเธอเป็จังหวะ
หน้าอกเธอสั่นไหวตามแรงกระเด้ง
ทินนกรมองตาแทบปริ — มือกำแน่น ขาที่ย่อตัวเริ่มสั่น
“ฝน…” เขาครางเสียงแหบ
“ผมขอโทษ…ผมอยากขอ…”
“ขออะไร?” ฝนถามเสียงขาดใจ ขณะถูกคิมหันต์แทงลึก
“ขอ…ขอได้เข้าไปััคุณ…ได้ปล่อย…”
เธอหันขวับ
“ไม่ได้”
คิมหันต์เร่งจังหวะแรงขึ้น
เสียงเนื้อกระแทกกันรัวขึ้นในห้อง
ฝนกรีดเสียงสุดท้าย
“อ๊าาาาาาา!! คิมมมมม!”
เธอเสร็จสม และเขาก็ปล่อยเข้ามาเต็มในตัวเธอในวินาทีนั้น
แต่เธอไม่หยุด
เธอผลักคิมหันต์ลงนอนหอบ แล้วชันตัวขึ้น — ร่างยังอาบน้ำขาวขุ่นของเขา
เธอหันมาหาทินนกร
> “มานี่”
เขาแทบคลานเข้ามาหา
ฝนจับผมเขากดลงกับกลางหว่างขา
เสียงเธอสั่งแน่น
“ใช้ปากของนาย ทำให้ฉันเสร็จอีกรอบ
— แล้วบางทีฉันอาจจะให้นายปล่อยหลังจากนั้น”
ลิ้นของทินนกรเริ่มทำงานอย่างเร่าร้อน
เขาดูดแรง ซอกซอนลึก ไล้วนจนเธอกระตุก
น้ำรักของคิมหันต์ที่ค้างอยู่ กลายเป็ของหวานที่เขา “ต้องกลืนโดยไม่มีสิทธิ์เลือก”
ฝนครางเสียงสูง ร่างเธอสั่นระริก
เธอกระชากผมเขาแน่น ขณะกรีดเสียงสุดท้าย
“เสร็จแล้ว…อ๊าาาาาาาา!!”
เธอทรุดลงหอบข้างเตียง
หันมองทินนกรที่ยังนั่งคุกเข่า หน้าชุ่มน้ำรัก กลืนน้ำลายอย่างอับอาย
เธอยิ้มเย็น
แล้วพูดคำสุดท้ายของคืนนี้
> “เก่งมากทิน…แต่ถ้าจะปล่อยน้ำตัวเอง — ต้องขอฉันก่อนนะคะ”