ตอน 5 บูชาโทษ
“เอาล่ะๆ พี่ใหญ่ไม่ต้องใกลัวไป ตอนนี้ไม่มีผู้ใดทำอะไรท่านได้แล้ว” ชู่ตันหรงประคองชายแปลกหน้าเข้าริมทาง หาโต๊ะไม้เล็กให้นั่งสักตัว
"แม่นาง... "ชวนกู้ฝูกำลังจะเอ่ยขอบคุณน้ำใจของสตรีนางเดียวที่มากน้ำใจ
"ไอ๊หย๊า ไม่ต้องหรอก ผู้ใดในเมืองนี้ต่างเชยชมว่าข้างดงามกันทั้งนั้น ข้าชินแล้วล่ะ "ตันหรงไม่ค่อยจะหลงตัวเองเลย... มั้ง ยังไม่ทันได้ฟังเขาเอ่ยให้จบก็ด่วนสรุปไปเสียเอง
“อะเอ่อ... ขะ ข้า แค่จะพูดว่าขอบคุณแม่นางที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ” เขาพูดด้วยท่าทีที่เขินอายเงอะงะ
“ปัดโถ่เอ้ย.... ท่านช่างโง่นัก มีตาหามีแววไม่ สตรีงดงามปานนี้ ยังไม่กระตือรือร้น” ตันหรงออกจะเหวี่ยงนิดๆ
"ขออภัยแม่นาง ที่ข้าออกจะโง่เขลา "
"ในเมื่อเ้าสวมผ้าคลุมหน้าไว้ตลอด ข้าจะเชยชมได้อย่างไร "
"หากข้าเอ่ยชมทั้งที่เ้าไร้ใบหน้าที่เปิดเผย นั่นหมายความว่า... ข้าเป็ชายที่ชั่วร้าย ไร้สัจจะ ไม่ควรค่าใดให้เชื่อถือได้อีก" แม้ชวนกู้ฝูจะดูโง่เง้า แต่ที่เขาพูดมาก็ฟังดูมีเหตุผล
“อะฮ่า... จริงสินะ ผิดเอง...ข้าผิดเอง หวังว่าพี่ใหญ่จะไม่เคืองใจ” ตันหรงพลิกแพลงทุกสถานการณ์ได้ดี ปานกิ้งก่าเปลี่ยนสี เสมือนหนอนเปลี่ยนลาย
“เกรงใจเกินไปแล้ว ข้าจะกล้าเคืองใจ ผู้ที่ช่วยเหลือข้าได้อย่างไร” สมกับที่เป็อ๋อง มารยาทดีรู้ธรรมเนียม มิโผงผางเอาเปรียบสตรี
" ไอ๊โย่ พี่ใหญ่ ดูสิ แผลของท่านเปรอะแตก รอข้าสักครู่เถอะ "เมื่อนางเห็นว่าบรรยากาศเริ่มดูเอื่อยๆ จงใจพูดเบี่ยงเบนประเด็น
ในขณะที่ ชวนกู้ฝูกำลังประทับใจ และสงสัยในตัวนาง เพียงเพราะท่าทีของนางดูเป็ห่วงเป็ใยเขาไม่น้อย ทั้งที่ไม่เคยมีสิ่งใดข้องเกี่ยวกันมาก่อน
แววตาใสซื่อเริ่มวาวเป็ประกาย จับจ้องแผ่นหลังที่กำลังวิ่งจากไปของนางอย่างจับใจ ปอยผมสีดำเข้มพลิ้วไหวตามลม เสน่ห์ที่ไร้ใบหน้าของหญิงที่ไม่มีตัวตน มัดใจอ๋องสามจนไม่อาจหวนคืน
*ชวนอ๋องสาม หรือชวนกู้ฝู เครือญาติที่สามแห่งราชวงศ์ ผู้เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่*
“ท่านอ๋อง รีบเข้าวังเถอะขอรับ เดี๋ยวจะไม่ทันการ” ราชบริพารตามมาภายหลัง พบชวนอ๋องนั่งเหม่อ ก็เกิดแคลงใจ เร่งรัดให้เข้าวัง
“เดี๋ยวก่อน... ข้า้ารอนางเสียก่อน แม่นางที่เป็รักแรกของข้า” ชวนอ๋องผู้ปัญญาไม่สมประกอบ คำนึงหาแต่สตรีแปลกหน้า ไม่สนชิงดีชิงเด่น
“ท่านอ๋องขอรับ อำนาจสำคัญกว่าสตรี หากท่านมีอำนาจแล้วไซ้ สตรีกี่นางที่ท่าน้า ล้วนต้องเป็ของท่าน” ข้าทาสชั่วเป่าหูอ๋องสาม หวังเป็ตัวชักใยกุมอำนาจเื้ั
ในเมื่อพูดแล้วไม่เป็ผล ราชบริพานเล็กๆ สั่งแบกหามชวนอ๋องขึ้นรถม้าคันใหม่
"ชู่ตันหรง... ใช่ นั่นต้องเป็ชื่อของนางแน่ " ระหว่างที่โดนแบกตัวไป ชวนกู้ฝูเห็นนางวิ่งกลับมาด้วยความรีบร้อน พร้อมขอดตำรับยาจากร้านหมอ ไม่ว่าเพราะชะตาฟ้าลิขิตหรือไร คนของโรงหมอวิ่งตามหลังออกมาติดๆ เอ่ยเรียกชื่อนางก้องตลาด ต่อให้อยู่ห่างออกไปสัก 10 ลี้ ยังได้ยิน
“ชู่ตันหรง!!! เ้ามันหัวขโมย ใครก็ได้ช่วยข้าจับตัวแม่นางชู่ที” เสียงะโด่าทอของคนโรงหมอ
" อะฮ่า เถ้าแก่ ทำประโยชน์ ช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ฉไหนต้องขุ่นเคืองใจ " ชู่ตันหรงหัวเราะคิกคักไม่รู้เดือดรู้ร้อน ฝีเท้าว่องไวดุจนินจาลม ฝ่าเท้าย้ำพื้นจนดินยวบ
เพื่อหนีการจับกุม นางกระโจนขึ้นปลายหลังคา วิ่งรวดทันรถม้า คว้าปาขอดยาเข้าในรถม้าทางหน้าต่างเล็กๆ
“ของในขอดห่อนี้จะมีประโยชน์ต่อท่าน จงดูแลตัวเอง” เสียงของนางะโตามหลังเช่นกัน ช่างเป็สตรีที่ไม่ว่าจะคิดทำสิ่งใด ทุ่มสุดตัวจริงๆ
“สตรีเช่นนี้... เหมาะที่จะเคียงคู่ข้า หากวันใดข้าได้เป็าา ข้าจะกลับมารับเ้า แต่งเข้าวัง” ชวนอ๋องสามผู้ปัญญานิ่ม ไม่เคยถูกผู้ใดทำดีด้วยมาก่อน เกิดประทับใจจนมิรู้ลืม เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหุบราวคนบ้า
ในขณะเดียวกัน ภารกิจช่วยคนลุล่วงไปด้วยดี ชู่ตันหรงปาดเหงื่อ รีบกลับไปเก็บของเล็กน้อยที่ริมตลาด โดยที่นางไม่รู้เลยว่า ชายที่นางเพิ่งช่วยไปนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับราชวงศ์
“เอาเงินจ่ายข้าเดี๋ยวนี้” คนของโรงหมอยืนรออยู่แล้ว
"หึ... ช่างหน้าไม่อาย ทวงเงินกับสตรีผู้ไร้หนทางสู้อย่างข้า "
“ข้านั้นตัวคนเดียวไร้ที่พึ่งพึง ขายผ้าอาภรณ์ประทังชีวิต การช่วยเหลือคนเป็หน้าที่ของข้า เหตุใดท่านไม่คิดผ่อนปรนลง”
“ท่านลุง ท่านลองตรองให้ดี หากท่านไม่เอาความข้า เื่นี้จะกลายเป็มหากุศล ตายไปท่านต้องได้ไปเฝ้าพระพุทธองค์ แทนที่จะได้ไปยมโลก” คำพูดเราะร้ายใช้ได้ ตันหรงเดินมองรอบกาย เป่าหลังหูเขาช้าๆ เพื่อให้คล้อยตาม
เกือบอยู่แล้วเชียว คำพูดของนางเกือบจะสำเร็จผล กล่อมคนได้ตาม้า
“ไม่!!! กี่ครั้งแล้วที่เ้าขโมยยาร้านข้าแล้วพูดเช่นนี้ หากข้าเชื่อเ้าอีก ต่อไปข้าคงกลายเป็เง็กเซียน์แล้วกระมัง” คนโรงหมอไหวตัวทัน หยิบท่อนไม้ใหญ่ฟาดแผ่นหลังขณะนางเผลอ จนกระอักเื
“คิดว่า ทำร้ายกัน แล้วข้าจะหวาดกลัวงั้นเหรอ หากอยากได้เงิน ก็ไปฟ้องทางการเสียเถอะ!!!” ตันหรงพูดแบบขอไปที ใครจะไปคิดว่าคนโรงหมอจะใจกล้า เข้าร้องทุกข์ที่สำนักอวิ๋นเทียนที่ขึ้นชื่อว่ายมโลกบนแดนมนุษย์
"เหอะ ในเมื่อท้าทายนัก ข้าก็จะสนองให้!! "คนโรงหมอ้าสั่งสอนนางให้หลาบจำ เพราะโรงหมอของเขาถูกนางขโมยขอดยาไปนับครั้งไม่ถ้วน
**********
เคร๊ง เคร่งๆ เสียงระฆังร้องทุกข์ดังลั่น
ณ สำนักอวิ๋นเทียน
“เอาล่ะ หยุดตีได้แล้ว จงว่าเื่ทุกข์ร้อนของเ้ามา” คนของสำนักอวิ๋นเทียนออกมารับเื่ร้องทุกข์เฉกเช่นทุกวัน
“นายท่าน... ข้าจะไม่ขอจากไป ข้าจะรอจนกว่าอวิ๋นเทียนจะจัดการนางให้ข้าได้เห็นกับตา” ชายผู้นั้นแสนฝังใจ ลงทุนนั่งคุกเข่าหน้าประตูอวิ๋นเทียนไม่กินไม่ดื่ม ไม่ลุกเดินแม้แต่ก้าวเดียว
เื่นี้ยาวยวดถึงหูโจวไฉเฉิงจนได้....
“นี่มันเื่บ้าอะไร เล็กน้อยขนาดนี้ ยังกล้าให้ถึงหูข้างั้นเหรอ”
"ชิงเจ๋อ เ้าไร้ปัญญาที่จะควบคุมคน และแก้ไขปัญหาใช่หรือไม่ หากเป็เช่นนั้น ข้าจะได้ไตร่ตรองเสียใหม่ เลือกสรรหัวหน้าฝ่ายในให้เหมาะสม "คำพูดติเตียนของเ้าอวิ๋นเทียนทำให้ใจคนะเื
ชิงเจ๋อรับทราบคำสั่งสอน รีบออกไปพบชายผู้นั้นเพื่อแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงในทันที
**********
"ท่านลุง ลุกขึ้นซะ เื่ที่ท่านร้องขอนั้น เล็กน้อยยิ่งเมื่อเทียบกับเื่อื่น "
“สำนักอวิ๋นเทียนของเรา ดูแลเื่น้อยใหญ่ นับพันนับหมื่นในโฮ่วฉิน อย่าทำให้พวกข้าต้องลำบากใจ” หัวหน้าฝ่ายในอย่างหลงชิงเจ๋อออกโรงเอง เื่นี้ต้องถูกแก้ไข ผู้ผิดย่อมต้องถูกว่าไปตามผิด
ในเมื่อคำพูดของชิงเจ๋อดุหนักแน่น เป็ที่เบาใจให้เขาเป็อย่างดี ชิงเจ๋อและบริวารสองคน ติดตามเขาไปยังตลาดหลวง ตามหาชู่ตันหรงอย่างโจ่งแจ้ง
แน่นอนว่าการจะหาตัวนางนั้นง่ายนิดเดียว สตรีที่สวมผ้าขาวบางปกปิดไว้ตลอด ทั่วผิงหยาง เห็นทีจะมีเพียงนาง
“นั่นไงนาง !!!” คนโรงหมอช่วยตามหานางอีกแรง เสียงะโลั่นนั้นทำให้นางไหวตัวทัน
"นี่มันเื่บ้าอะไรอีก เถ้าแก่ไม่ยอมปล่อยวางขนาดนี้เชียวหรือ ไม่น่าเชื่อว่า... จะฟังคำข้า แจ้งคนสำนักอวิ๋นเทียนตัดสินถูกผิด "ตันหรงพึมพำออกมา พร้อมตั้งท่าหลบหนี
“แม่นาง อย่าคิดหนี อย่างไรเ้าก็หนีไม่พ้นหรอก ทุกมุมแคว้น อวิ๋นเทียนของเราล้วนควบคุม” ชิงเจ๋อพูดด้วยเหตุและผล วิ่งไล่ตามนางด้วยความเร็ว
สตรีหรือจะเท้าไวกว่าบุรุษที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ชู่ตันหรงถูกจับ และคุมตัวไปตัดสินโทษที่อวิ๋นเทียน
“แย่แล้วๆๆๆ ถ้าตัดสินตายขึ้นมา... ข้าก็คงจะตายเสียเปล่า เพราะข้าขโมยของจริงๆ แต่ว่าสิ่งที่ข้าทำไปนั้นล้วนเป็เื่ดี ขโมยของช่วยเหลือผู้อื่น ข้าจะไม่บิดเบือนข้อนี้” ตันหรงหลับตาปี๋ ครุ่นคิดหาคำแก้ตัวสารพัดวิธี
นางลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าตัวนางเองอยู่ที่สถานที่โอ่อ่างดงาม แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกหรูหราฟุ่มเฟือย
เรือนไม้ใหญ่โตงดงาม ทหารและคนอวิ๋นเทียนยืนประชิดเฝ้าทุกมุมไม้ ปลายป่าไผ่หลายกอพลิ้วไหว เสียงกระแสน้ำไหลวน..ราวน้ำตกกระซดกระเซ็นกระทบหินดังซู่ ปานอยู่ท่ามกลางวิมาน์
“นี่น่ะหรือแดนตัดสินถูกผิด ที่ว่ากันว่าราวยมโลกบนแดนคน...”
“ยมโลกที่ไหนกัน ถึงได้ร่มรื่นเพียงนี้” ตันหรง หลงไหนทิวทัศน์กระทั่งลืมใช้สมองคิดแผนเอาตัวรอด