เทียนคงใช้เวลาในการปรับปรุงยานพาหนะราว2 ชั่วโมง และผลลัพธ์ของมันก็น่าทึ่งเขาดัดแปลงยานพาหนะที่โดยสารไปได้เพียงผู้ขับขี่ ให้กลายเป็นยานพาหนะขนาดกลางที่ตอนนี้จุคนได้มากขึ้นอีก 3 คน ดังนั้นตอนนี้การที่มีเพียงซินเหยียนและคุณหนูโจวที่ว่างจึงเหลืออีกมาก ทำให้พวกนางนั่งกันได้อย่างสะดวกสะบายแถมยังต่อเติมโครงต่าง ๆให้มีส่วนหลังคา เพื่อสร้างร่มเงาให้พวกนางเสียด้วยแม้ใจไม่อยากให้ไป แต่ก็ตั้งใจทำให้อย่างดี
“โอ้... ไม่เลวเลยนะเนี่ย เบาะก็นุ่มนิ่ม แถมข้าง ๆยังมีไอเย็นระบายออกมาหน่อย ๆด้วย... องค์หญิงมาลองดูสิเจ้าคะ” คุณหนูโจวที่วิ่งไปรอบ ๆอย่างสนุกสนานโดยที่ซินเหยียนไม่สามารถตามจับนางได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ก็แน่ล่ะคุณหนูโจวมีพลังระดับเชี่ยวชาญขั้น 9 ส่วนซินเหยียนนั้นอยู่ขั้น 7แถมคุณหนูโจวยังเป็นนักรบอีกต่างหาก แล้วจะให้แพทย์อย่างซินเหยียนตามทันได้อย่างไร
“....หึ ไวนักนะ นังบ้า ให้ข้าสำเร็จวิชาวงแหวนเวทก่อนเถอะ คอยดูนะ” เมื่อตามไม่ทันซินเหยียนจึงทำได้แต่บ่นพึมพัมกับตัวเอง จากนั้นจึงเดินขึ้นไปนั่งข้าง ๆคุณหนูโจว
เทียนคงมองเห็นสองหญิงงามพอใจกับสิ่งที่เขาทำก็ยินดีอยู่ไม่น้อย แสดงว่างานออกแบบของเขาก็ใช้ได้อยู่นะ และไม่รอสิ่งใดให้เสียเวลาอีกเมื่อสองสตรีขึ้นยานแล้ว เทียนคงก็กระโดดขึ้นไปที่นั่งคนขับแล้วออกเดินทางทันที
“เอ้านี่ ... ของเจ้า แล้วทีหลังก็หัดมีมารยาทเสียบ้างนะตอนนั้นข้าอุตส่าช่วยเจ้าไม่ให้ถูกโกงแต่เจ้ากลับทิ้งข้าให้พูดคนเดียวอยู่ตั้งนาน” พอออกเดินทางไปได้สักพักคุณหนูโจวก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
“อ่าขอบคุณท่านมาก และต้องขออภัยด้วย ข้าไม่ได้มีเจตนาทำให้ขุ่นเคืองข้าเพียงต้องการหลีกเลี่ยงปัญหา ไม่คิดว่าท่านจะเก็บมาคิดเสียมากมายหยาบกระด้างไม่พอ ยังชอบวุ่นวายเรื่องคนอื่นอีกนะท่านน่ะ” ไม่รู้ทำไมเทียนคงถึงรู้สึกว่าคุณหนูโจวคนนี้มีนิเสียคล้ายวิคทอเรีย และชอบที่จะแกล้งนางแบบนี้มันสนุกดีจริง ๆ
“นี่เจ้า....” คุณหนูโจวที่จุดเดือดต่ำ กำลังง้างหมัดจะต่อยไปที่เทียนคงแต่ก็ยั้งมือไว้ได้ทัน เพราะคิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ พลันคิดในใจว่า “ระดับ 5 ระดับ5 ขั้นสูงสุด ระดับ 5 ขั้นสูงสุด ... เย็นไว้ เย็นไว้ ซุ่อิ่ง เจ้าทนได้ ซุ่อิ่ง....” ก่อนจะนั่งลงที่เดิม ส่วนซินเหยียนก็หัวเราะคิกอยู่ข้าง ๆด้วยความชอบใจ
ระหว่างการเดินทางซินเหยียนกับคุณหนูโจวผลัดกันถามเทียนคงไปเรื่อย แต่คำตอบที่ได้ก็จะเหมือน ๆเดิมวนเวียนอยู่อย่างนั้น แม้จะหลอกถามอย่างไรเทียนคงก็ไม่หลุดพูดความลับของเขาเลยแม้แต่เรื่องเดียว จนสองสตรีหน้าบูดไปด้วยความหงุดหงิดเพราะพวกนางไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติมจากเทียนคงเลยสักนิด
“ใกล้ค่ำแล้วพวกเราหาที่พักกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ”เทียนคงขับขี่ยานพาหนะไปตามเส้นทาง แล้วหยุดลงข้างทางลึกเข้าไป ที่ตอนนี้เป็นป่าเสียส่วนใหญ่ซึ่งตอนนี้พวกเขาอยู่กึ่งกลางระหว่างสองเมืองทำให้สิ่งปลูกสร้างที่มีจึงมีแต่ถนนที่ยาวสุดลูกหูลูกตา แถมยังไม่มีเสาไฟใด ๆอีก
“นะนี่เจ้าล้อเล่นอะไรน่ะ เจ้าบอกว่าหาที่พัก แต่มาหยุดอยู่ตรงนี้เนี่ยนะอย่างน้อยก็เลยออกไปหน่อยให้ถึงสักชานเมืองก่อนไหม” คุณหนูโจวไม่เข้าใจสิ่งที่เทียนคงทำจึงกระโดดลงจากยานตามเทียนคงไปติด ๆ
ส่วนซินเหยียนไม่พูดอะไรและรอดูว่าเทียนคงจะทำอะไรต่ออย่างตื่นเต้นนางมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเทียนคงจะต้องมีแผนรองรับ และคงไม่กางเต็นท์นอนโง่ๆกลางป่าหรอก
แต่ดูเหมือนนางจะประเมินเทียนคงไว้สูงเกินไปสิ่งที่เทียนคงกำลังทำ คือเขานำเอาชิ้นส่วนต่าง ๆออกมาประกอบ ซึ่งดูแล้วมันคือกระโจมเป็นกระโจมโง่ ๆสองหลัง หนึ่งหลังสำหรับเขา และอีกหนึ่งหลังสำหรับสองสตรี แม้ขนาดมันจะไม่ได้เล็กราว 60 ตารางเมตร แต่มันคือกระโจมโง่ ๆแน่นอน
ซินเหยียนอ้าปากค้างด้วยความงงงวยสรุปนี่เจ้าจะให้พวกข้านอนในกระโจมแบบนี้จริง ๆรึนี่เจ้ารู้ใช่ไหมว่าพวกข้านั้นเป็นใคร คิดว่าจะเคยนอนในที่แบบนี้หรือแต่ซินเหยียนก็ไม่ได้โวยวายหรือพูดอะไรออกไป ก็เป็นพวกนางเองที่ขอติดตามมาด้วยดังนั้นจะให้พูดอะไรได้ล่ะ นางกระโดดลงจากยานแล้วตั้งใจเดินไปดูกระโจมโง่ ๆนี้ใกล้ๆ
“นะนี่ ซินเหยียน พูดอะไรสักอย่างสิ จะให้ข้านอนกลางป่าแบบนี้ ไม่เอาด้วยนะน้ำท่าก็ไม่มีให้อาบ ห้องน้ำห้องส้วมก็ไม่มี นี่ข้าก็ปวดเบาจนจะราดอยู่แล้วเนี่ยเร็วเข้า ไปพูดกับเขาหน่อยเถอะ” คุณหนูโจวที่กำลังจะตามเทียนคงไปโวยวายต่อในกระโจมที่เขาเพิ่งเดินเข้าไปแต่ก็พอดีที่ซินเหยียนลงมาจากยาน จึงโยนหน้าที่นี้ให้กับซินเหยียนจะดีกว่า
“อืมมมเดี๋ยวข้าจะลองพูดกับเขาดู” เรื่องนี้ซินเหยียนเห็นด้วยกับคุณหนูโจวเพราะนางเองก็ปวดเบาอยู่ไม่น้อย แล้วจะให้นางไปเข้าที่ไหนล่ะ กลางป่าเหรอบ้าไปแล้ว ไม่มีทาง ยังไงก็ไม่มีทาง ข้าจะต้องเกลี้ยกล่อมเขาให้ได้นี่คือสิ่งที่ซินเหยียนคิด แต่พอนางเปิดม่านกระโจมเข้าไป ก็ต้องอ้าปากค้างอีกครั้ง
“ดะเดี๋ยวก่อน นี่มันที่ไหน ใช่ในกระโจมจริง ๆรึเนี่ย ... ทะ เทียนคง นี่ท่านทำได้ยังไงน่ะ”เมื่อเปิดม่านเข้ามา จะพบม่านอีกชั้นหนึ่ง ตรงนี้นางก็สงสัยแล้วนิดหน่อยแล้วเดินเข้าไปต่อแต่พอเปิดม่านที่สอง ก็พบกับห้องที่ดูแปลกตา แต่แม่จะแปลกตา มันก็ช่างสวยงาม
ผนังห้องรอบด้านเป็นไม้ที่ดูไม่ออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม และถูกตกแต่งด้วยพื้นพรรณนานาชนิดกลิ่นหอมของดอกไม้ใบหญ้าลอยอบอวนไปทั่วห้อง ทั้งในห้องนี้ยังมีเครื่องใช้ครบครันทั้งเตียง โต๊ะ ตู้เสื้อผ้า ชุดโซฟานั่งเล่น พื้นที่ปูพรมทั้งหมด แม้กระทั่งชั้นหนังสือก็มีวางเอาไว้ด้วยและตรงนั้นที่เป็นห้องย่อยเล็ก ๆ ถูกกั้นโดยผนังไม้และม่านอีกผืนหนึ่งซึ่งก็คือห้องน้ำ ที่มีทั้งอ่างแช่ และสิ่งของต่าง ๆที่ใช้สำหรับการชำระร่างกาย
“ก็ในกระโจมน่ะสิทำไมหรือ ... อ๊ะ ถอดรองเท้าด้วยสิท่าน” เทียนคงตอบสั้น ๆมือไม้ก็ควบคุมสิ่งของต่าง ๆให้เข้าที่ พอมองดูที่เท้าของซินเหยียนก็ดุขึ้นมาทันที
ซินเหยียนก้มมองดูเท้าตัวเองก็พบกับพรมที่ทำจากขนของสัตว์อสูรที่เทียนคงได้ล่าไว้ก่อนหน้านั้นและหากสังเกตดูดี ๆล่ะก็ สิ่งของที่อยู่ในนี้เกือบทุกชิ้นจะทำขึ้นมาจากชิ้นส่วนสัตว์อสูรด้วยและเมื่อเห็นดังนั้นนางก็รีบกล่าวขอโทษแล้วเดินออกไปที่ม่านกั้นด้านนอก ซึ่งก็ทำให้นางเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องมีม่านกั้นสองชั้นด้านนอก เพื่อให้ถอดรองเท้าก่อนนี่เองช่างละเอียดอ่อนนัก
ซินเหยียนเดินเข้าไปอีกรอบจากนั้นก็เดินดูไปทั่วห้องด้วยความสนใจ และเพราะนางเป็นเชื่อพระวงศ์ ทำให้มีโอกาสได้ใช้สิ่งของที่อยู่ในระดับสูงของทั้งหมดที่จะสามารถทำขึ้นมาได้แล้ว นางจึงประหลาดใจมาก ๆที่สิ่งของที่อยู่ในห้องนี้นั้นมันดีกว่าสิ่งของที่อยู่ในตำหนักของนางเสียอีก ทั้งวัสดุและฝีมืองานช่าง
“เอาล่ะเสร็จแล้ว พวกท่านก็พักกันเสียหน่อย ข้าจะออกไปจัดการในส่วนของข้า แล้วจะเตรียมอาหารเสร็จแล้วถึงจะมาเรียกพวกท่าน .... อ้ออ แล้วก็ในตู้มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยนด้วยหากไม่รังเกียจ ท่านก็เลือกใช้ได้ตามสบาย คิดเสียว่ามาค้างคืนที่โรงแรมแล้วกันนะข้าไปนะ” พูดจบเทียนคงก็เดินดุ่ย ๆผ่านหน้าซินเหยียนออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว
และพอออกมาก็พบกับคุณหนูโจวที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดหนึ่งมือกำหมัดอีกหนึ่งมือคว้าไว้แล้วหักนิ้วจนดัง กร๊อบ แกร๊บ จากนั้นคุณหนูโจวก็กระโดดเข้าใส่เทียนคงหมายจะคว้าคอเสื้อของเขาเพื่อจะบังคับให้พานางไปที่โรงเตี้ยมใกล้ๆ เพราะตั้งแต่ที่ซินเหยียนเดินเข้าไป ก็ปาเข้าไปหลายสิบนาที จนนางทนไม่ไหวแล้วต้องกลั้นใจเดินเข้าป่าไปเพื่อปลดปล่อยความเจ็บปวดของการกลั้นปัสวะและด้วยที่นางเป็นสตรีสูงศักดิ์ ไหนเลยจะเคยทำอะไรแบบนี้ และก็พลาดท่าทำชายเสื้อเปื้อนไปด้วยแม้จะนิดเดียว แต่มันก็ทำให้นางแทบจะเป็นบ้าแล้ว
“นี่ เจ้าบ้าเทียนคงข้าจะพูดอีกครั้งนะ พาข้าไปโรงเตี้ยมที่ใกล้ที่สุดเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น ข้าจะฆ่าเจ้าและจะถลกหนังออกมา สับเนื้อเจ้าเป็นชิ้น ๆ สับให้ละเอียด จนเป็นเนื้อบด จนสามารถโยนให้ปลาทองกินได้ข้าจะ .....”
พอคว้าคอเทียนคงได้นางก็ดึงลงมาแล้วชี้นิ้วขู่เขาสารพัด แต่เทียนคงก็ไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด เพราะก็เป็นเขาเองที่ไม่ได้อธิบายแต่แรกว่าในกระโจมของเขามันมีอะไรบ้างดังนั้น การตอบคำถามที่ดีที่สุด ก็คือการให้นางเข้าไปในกระโจมเสียเท่านี้ก็สิ้นเรื่อง แต่จะทำอย่างไรดีล่ะ
“มานี่เลยเก็บกระโจมซะ แล้วขึ้นยาน ... อ๊ะ ดะ เดี๋ยว ว้ายยยย นี่เจ้า จะทำอะไรน่ะปล่อยข้าลงนะ ปล่อย ... ปุบบ ปับบบบ .... ฟิ้วววว .... ตุบบ .... บะ บัดซบ เจ้ากล้าทำกับคุณหนูแห่งตระกูลโจวหนึ่งในองครักษ์ แห่งนครวิหคราม ..... แบบ ..... นี้ ...... เหรออออออ.................................”
ตอนแรกเทียนคงก็ว่าจะพาคุณหนูโจวเข้าไปในกระโจมดีๆ แต่นางไม่ยอม และพยายามจะทำลายกระโจมของเขา ดังนั้นแล้วจึงตัดสินใจจับนางพาดขึ้นบ่า แล้วพานางเข้าไปในกระโจม คุณหนูโจวตกใจมาก ที่จู่ๆเทียนคงทำแบบนี้ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีคนทำกับนางแบบนี้ และพอตกใจนางก็เผลอออกแรงเต็มกำลังในระดับเชี่ยวชาญขั้น 9 แล้วตีไปที่หลังของเทียนคงไปหลายทีแต่ดูเทียนคงจะไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด
และพอถึงในกระโจมเทียนคงก็โยนคุณหนูโจวลงพื้นพรมจนก้นจ้ำเบ้า นางโกรธจนถึงขีดสุด จนพลังงานรอบตัวพลันหมุนวนและใกล้ระเบิดเต็มที แต่พอมือที่กำลังดันตัวขึ้น สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มของพรมที่พื้นนางก็พลันได้สติแล้วมองไปรอบด้าน พลังที่ใกล้ระเบิดพลันดับลงในทันใด จนกลายเป็นเด็กน้อยที่เหม่อมองของแปลกตาตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
เทียนคงเห็นดังนั้นก็ยิ้มบางแล้วเดินออกจากกระโจมไปและไม่นาน ซินเหยียนก็เปิดม่านออกมาจากห้องน้ำอย่างรีบร้อน เพราะได้ยินเสียงโวยวายของคุณหนูโจวเอาจริง ๆนางเองก็ลืมไปเลยว่าโจวซูอิ่งยังอยู่ข้างนอก เพราะนางเองก็ปวดเบาอยู่ไม่น้อยจึงขอปลดปล่อยก่อน เสร็จแล้วจะออกไปเรียกนางเข้ามาไม่คิดว่ายังปลดปล่อยไม่ทันเสร็จ ก็ได้ยินเสียงโวยวายเสียแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นน่ะเทียนคงเขาทำอะไรเจ้าหรือไง” เห็นคุณหนูโจวนั่งเหม่ออยู่ที่พื้นซินเหยียนก็ใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ จึงรีบลงไปนั่งคุกเข่าแล้วจับไหล่คุณหนูโจวไว้
“เปล่า..... ไม่มีอะไรหรอก ...... ไม่ .... มีต่างหาก เจ้าบ้านั่น มันทำให้ข้าต้องไปถ่ายเบาในสถานที่แบบนั้นแต่ตัวเองมีสถานที่แบบนี้ แล้วไม่ยอมบอกข้า มันจงใจกลั่นแกล้งข้าชัด ๆ มัน มันต้องชดใช้ให้ข้า ซินเหยียนเจ้าดูสิ ข้าทำเสื้อกับกางเกงเลอะด้วย ฮืออออ ๆ ข้าไม่ยอมหรอกนะ ฮึกกกก ฮืออออ....”
นี่เป็นครั้งแรกที่ซินเหยียนเห็นคุณหนูโจวร้องไห้ออกมาแบบนี้มันช่างน่าเหลือเชื่อ เพราะที่ผ่านมา มีแต่โจวซูอิ่ง ที่กลั่นแกล้งผู้อื่นจนร้องไห้และแม้จะถูกแก้แค้นหรือกลั่นแกล้งคืน นางก็สามารถรับมือ แล้วจัดการสวนกลับคนเหล่านั้นจนต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับไปอีกจนได้ แม้กระทั่งตัวนางเอง เมื่อยังเป็นเด็กยังเคยโดนโจวซูอิ่งแกล้งจนร้องไห้มาแล้วเลย ตอนนี้ซินเหยียนก็ทั้งขำ ทั้งสงสาร เพราะการที่สตรีต้องไปถ่ายเบากลางป่ายามมืดค่ำแบบนี้มันก็เกินไปหน่อยจริง ๆนั่นแหละ ....