.....
ปิ๊บๆๆ!!
"เห้ยนี้มันอะไรว่ะ!!??"
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งะโออกมาด้วยความใ ในขณะที่มันกำลังนอนหลับอย่างสบายใจอยู่ในรถตู้คันใหญ่ ที่ถูกจอดทิ้งเอาไว้ที่หน้าบ้านของภาคิน แต่แล้วจู่ๆเสียงแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดก็ดังขึ้นมา
"หัวหน้า!! กล้องวงจรปิดที่เราติดไว้เมื่อตอนกลางวัน มันเริ่มทำงานแล้วครับ!!"
ผู้ชายที่นอนอยู่ในรถตู้รายงานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เมื่อกล้องวงจรปิดที่พวกมันติดเอาไว้ในบ้านของภาคิน เหมือนจะจับความเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างได้ ดังนั้นมันจึงรีบรายงานไปยังหัวหน้าของมันทันที
"บันทึกภาพเอาไว้อย่าเพิ่งรีบเข้าไปในบ้าน เดี๋ยวผมจะพาคนไปเพิ่ม ดูดีๆอย่าให้คลาดสายตาละ.." หลังจากชายที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าพูดจบมันก็กดวางสาย และรีบติดต่อไปหาลูกน้องฝีมือดีของมันทันที
"จักรเหรอ..มาหาพี่ด่วนเลยเหยื่อของเราปรากฏตัวแล้ว แล้วอย่าลืมเอาอาวุธมาให้พร้อมละ เราจะลงมือกันแค่สองคนแบบเงียบๆ เข้าใจนะ." เมื่อคนที่ชื่อว่าจักรได้รับคำสั่งมันก็ตอบกลับมาทันทีเช่นเดียวกัน
"ได้ครับพี่โรจน์ เดี๋ยวผมขอเวลาเตรียมตัว5นาทีก็พอ เดี๋ยวเจอกันครับ"
"หะเห้ย!!??นี้มันตัวอะไรว่ะเนี้ย!!!!"
ชายหนุ่มที่กำลังนั่งบันทึกภาพอยู่ภายในรถตู้ จู่ๆก็ะโขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อมันเห็นเงาสีดำตะคุ่มๆอยู่ในบ้านเหยื่อของมัน มันจึงซูมเข้าไปเพื่อที่จะขยายภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แต่แล้วมันก็ต้องใจนขนหัวลุก เพราะภาพที่มันกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้คือกลุ่มก้อนสีดำ ที่เหมือนพลังงานบางอย่าง ซึ่งหากมองจากมุมมองของกล้องวงจรปิดแล้ว กลุ่มก้อนสีดำๆนี้ดูยังไงๆก็คงจะไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน เพราะมันเหมือนกลุ่มควันสีดำที่จับตัวกันจนมีรูปร่างที่คล้ายมนุษย์ซะมากกว่า
"ระหรือว่าจะเป็ิญญา!!?? ของคนที่ตายเมื่อตอนกลางวัน!!!??"
ในขณะที่ชายคนดังกล่าวพยามทำใจกล้าและบันทึกภาพต่อไปนั้น จู่ๆเงาตะคุ่มๆสีดำ ก็หันขวับ!!มามองยังกล้องวงจรปิดอย่างรวดเร็ว และทันทีที่เงาสีดำนั้นหันหน้ามาตรงกล้องวงจรปิด ผู้ชายที่กำลังนั่งดูผ่านจอเล็กๆอยู่ภายในรถตู้ก็พลันใจหายวาบ..ขนทั่วร่างของมันลุกซู่ขึ้นมาทันที เพราะดวงตาสีแดงสดที่เรืองแสงอยู่ในความมืดนั้น มันช่างดูน่ากลัวเหลือเกิน
"กะกะกูไม่อยู่แล้วววโว้ยยยย ผีหลอกกก!!!!!!!" ผู้ชายที่นอนอยู่ในรถตู้ ในที่สุดก็ทนไม่ไหวจนถึงกับรีบวิ่งออกมาจากรถที่มันเฝ้ายามและรีบวิ่งหนีออกจากหมู่บ้านไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความหวาดกลัว
ภายในบ้านของภาคิน..
"หืม?..พวกนี้คืออะไร..??"
เมื่อมาถึงยังโลกปัจจุบัน ร่างของภาคินก็มาปรากฏตัวอยู่ในห้องนอนเหมือนเช่นทุกครั้งโดยที่ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ในขณะที่กำลังจะก้าวเดินต่อไปนั้น จู่ๆก็ต้องแปลกใจเพราะในตอนนี้ภาพที่มองเห็นมันผิดปกติเป็อย่างมาก
ภาคินเริ่มมองไปรอบๆห้องอย่างรอบคอบ เพราะในตอนนี้ภายในห้องนอน มันมีสิ่งผิดปกติอยู่ถึง3จุดใหญ่ๆด้วยกัน และทั้ง3จุดนี้ก็คือกล้องวงจรปิด2ตัวและเครื่องดักฟังอีก1ตัว
"นี้มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราอีกแล้วเนี้ย..?"
ภาคินพึมพัมออกมาด้วยความสงสัย พวกกล้องวงจรปิดและเครื่องดักฟังที่ติดอยู่ตามบ้านเหล่านี้ พวกมันเป็อุปกรณ์ที่มีหน้าที่ในการส่งสัญญาณระยะไกล ไปยังบุคคลที่อยู่ไกลออกไป ดังนั้นพวกมันจึงมีคลื่นสัญญาณที่ถูกปล่อยออกมาอยู่ตลอดเวลา และสิ่งๆนี้ๆเองที่ทำให้ภาคินมองเห็นพวกมันได้อย่างชัดเจน แม้ว่าพวกมันจะถูกซ่อนเอาไว้อย่างดีแล้วก็ตาม
เพราะในตัวของภาคินมันมีพลังงานสนามแม่เหล็กระดับสูงอยู่ ดังนั้นมันจึงตอบสนองต่อสนองต่อสัญญาณของอุปกรณ์พวกนี้ได้เป็อย่างดี และนี้ก็คืออีกหนึ่งความสามารถใหม่ที่แม้แต่เ้าตัวก็ยังไม่รู้ตัว
และอีกเื่สำคัญที่ทำให้ชายหนุ่มในรถตู้ มองเห็นร่างภาคินเป็เงาแปลกๆ ก็เพราะรอบๆตัวของเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังงานแปลกๆซึ่งในโลกปัจจุบันนี้ไม่มี และเพราะสิ่งๆนี้เองที่ทำให้กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพของภาคินได้ เพราะรอบๆตัวของเขานั้นถูกปกป้องด้วยพลังงานบางอย่าง ที่แสนจะแปลกประหลาด
"บ้าเอ้ย!! พวกมันแอบติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ ไม่ได้การละ!!!"
เมื่อภาคินมองเห็นกล้องวงจรปิดเขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่า อีกไม่นานจะต้องมีคนเข้ามาในบ้านหลังนี้แน่ๆ ดังนั้นจึงรีบหยิบเสื้อในตู้เสื้อผ้าออกมา แล้วนำมาคลุมที่หัวอย่างรวดเร็ว เพื่อปิดบังใบหน้าของตัวเองเอาไว้ก่อนเป็อันดับแรก เนื่องจากภาคินในตอนนี้ยังไม่รู้ว่าแม่แต่กล้องวงจรปิด ก็ยังไม่สามารถจับภาพของตัวเองได้
"เราต้องรีบแล้ว.."
ภาคินรีบวิ่งออกไปจากห้อง และพยายามทำลายกล้องวงจรปิดทุกตัวที่พบตามทางเดิน ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ห้องนอนของภูมิและมาเรียแล้วนำของที่สำคัญทุกอย่างเก็บลงไปในแหวนทันที ไม่ว่าจะเป็ของมีค่าต่างๆเช่น เงินสด เช็คเงินสด เครื่องประดับที่มีราคา และเอกสารสำคัญๆที่ถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในช่องลับ
และภาคินก็รู้เป็อย่างดีเช่นกันว่ามีช่องลับตรงไหนบ้าง เพราะเมื่อก่อนตอนเด็กๆเคยแอบมาขโมยเงินในช่องลับอยู่บ่อยๆแต่ทว่าตอนนี้สถานการณ์กลับต่างออกไป
ภาคินไม่รู้ว่าแหวนวงนี้มันสามารถใส่ของได้มากมายแค่ไหนกัน เพราะขนาดรถยนต์ที่ถูกจอดเอาไว้ที่หน้าบ้านมันยังสามารถเก็บเข้าไปในแหวนได้ทั้งคันอย่างง่ายดาย มันจึงทำให้รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว กับความสามารถของเ้าแหวนวงเล็กๆ ที่อยู่บนนิ้วในตอนนี้
"เอาไปให้หมดเลยละกันรถ หากแหวนเต็มค่อยกลับไปที่โรงเรียนจอมเวทย์ แล้วกลับมาใหม่อีกรอบ..."
หลังจากผ่านไปเพียง7-8นาที ของทุกสิ่งทุกอย่างที่สมควรจะเก็บ ก็ถูกเก็บลงไปที่แหวนมิติจนหมดสิ้น แต่ในขณะที่ภาคินกำลังเดินผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องนอนของภูมิและมาเรีอยู่นั้น
"หะเห้ย!! ผีหลอก!!!"
ภาคินะโออกมาด้วยท่าทางที่ไม่ต่างไปจาก ผู้ชายที่อยู่ในรถตู้ก่อนหน้านี้เลย เพราะเงาที่สะท้อนอยู่ในกระจกตอนนี้มันไม่ใช่ร่างของเขา แต่กลับเป็กลุ่มควันสีดำๆที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์มาก และเงาสีดำๆตรงหน้านี้ยีงมีดวงตาสีแดงจ้าอีกด้วย
"นี้มันตัวเราเหรอ..?" ภาคินบ่นพึมพัมออกมาเบาๆหลังจากได้สติ ก็ลองพยายามกำลังโบกไม้โบกมือ เพื่อที่จะเช็คดูให้แน่ใจว่า กลุ่มควันสีดำๆตรงหน้านี้ คือภาพสะท้อนของตัวเองจริงๆ
"เอ๊ะ!!!หรือว่า!!??"
จู่ๆเสียงอุทานก็ดังออกมาด้วยความแปลกใจ เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้ ในตอนนี้ภาคินเริ่มนึกถึงพลังงานสนามแม่เหล็กระดับสูง และพลังเวทย์ธาตุมืดขึ้นมาทันที เพราะก่อนที่เขาจะได้รับพลังทั้งสองอย่างมาร่างกายของเขาก็ยังปกติดีอยู่
เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็เลยลองค่อยๆปลดพลังเวทย์ธาตุมืด และสนามแม่เหล็กระดับสูง ที่ปกคลุมอยู่รอบๆตัวออกอย่างชำนาญ จากนั้นก็ค่อยๆเรียกพลังงานสนามแม่เหล็กระดับสูง ออกมาปกคลุมร่างกายเอาไว้อีกครั้ง
ตอนนี้ภาพที่สะท้อนในกระจกกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง กลุ่มควันสีดำๆนั้นได้จางหายไปแล้ว นี้แสดงว่าพลังงานสนามแม่เหล็กระดับสูงนั้น ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือเครื่องมือทั่วไปได้
ดังนั้นภาคินจึงตัดเื่พลังงานสนามแม่เหล็กระดับสูงออกไป เพราะเขามั่นใจแล้วว่าตัวการที่ทำให้ร่างกายของเขามีรูปร่างแปลกๆนั้น จะต้องเป็พลังอีกอย่างหนึ่งของเขาอย่างแน่นอน
และแล้วภาคินก็ค่อยๆบังคับธาตุมืดที่อยู่ในตัว ให้ออกมาปกคลุมร่างกายของตัวเองอีกครั้ง อย่างไม่ยากเย็นนักเพราะปกติก็มักจะฝึกบังคับพลังเวทย์ธาตุมืด และพลังงานสนามแม่เหล็กระดับสูง ให้ออกมาปกคลุมร่างกายของตัวเองตลอดเวลาอยู่แล้ว
เพื่อที่จะใช้งานพวกมันได้อย่างรวดเร็วและชำนาญ จึงได้ฝึกฝนอย่างจริงจังเสมอมา นับั้แ่วันแรกที่เข้าสู่โรงเรียนจอมเวทย์แล้ว และหลังจากที่ภาคินเรียกพลังเวทย์ธาตุมืดออกมาปกคลุมร่างกาย ภาพสะท้อนในกระจกก็เริ่มปรากฏเงาร่างสีดำๆขึ้นมาอีกครั้ง
"ว่าแล้วต้องเป็เ้านี้..แต่ทำไมตอนเราอยู่ที่ต่างโลกถึงไม่เป็แบบนี้นะ...?"
ภาคินบ่นพึมพัมออกมาด้วยความสงสัย แต่เขาก็ไม่มีเวลามานั่งสงสัยเื่นี้มากนัก หลังจากที่เก็บของสำคัญๆภายในบ้านจนหมดก็รีบวิ่งออกไปจากบ้าน และหายไปท่ามกลางความมืดมืดยามค่ำคืนทันที
หลังจากนั้นเพียงไม่นาน
"หวังว่าห้างนี้คงจะมีร้านหนังสือดีๆนะ.."
หลังจากวิ่งหนีออกจากบ้านมาซักพัก ภาคินก็รีบเดินตรงไปยังห้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งตอนนี้ก็เป็เวล20.25น.และห้างตรงหน้าก็ยังยังคงเปิดให้บริการตามปกติอยู่
ภาคินรีบเดินเข้าไปในห้อง และตรงไปยังร้านขายเสื้อผ้าก่อนเป็อันดับแรก เพราะเขาจำเป็ต้องใช้ชุดใหม่ในวันพรุ่งนี้หลังจากเลือกชื้อเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ก็มุ่งหน้าไปยังโซนขายหนังสือต่อทันที
เนื่องจากตอนนี้แผนการแรกเสร็จสมบูรณ์แล้ว นั่นก็คือการกลับมาเอาเอกสารสำคัญกลับไป ดังนั้นจึงเริ่มแผนการที่สองต่อทันที..หลังจากที่เดินมาถึงร้านขายหนังสือ ภาคินจึงเริ่มลงมือหาหนังสือที่ตัวเอง้าอย่างเร่งรีบ
"อะไรว่ะเนี้ยมหาเวทย์ล้างโลก อัญเชิญสัตว์อสูรพันธะสัญญา บทเวทย์ในตำนาน?"
ภาคินะโออกมาด้วยความสับสนและใ จนทำให้ลูกค้าหลายๆคนที่อยู่ในร้านหนังสือ ต่างก็จ้องมองมาด้วยความแปลกใจ ส่วนบางคนก็ถึงกับเผลอหัวเราะออกมาทันที เมื่อได้เห็นใบหน้าของเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยความใ และคำพูดแปลกๆที่หลุดออกมาจากปากของภาคิน มันจึงทำให้เขารู้สึกอับอายอยู่ไม่น้อย จนต้องรีบเลือกหนังสือก่อนจะรีบจ่ายตังและวิ่งออกจากร้านไป
ในรุ่งเช้าของวันต่อมา..
และแล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงตอนเช้าของอีกวัน ภาคินตื่นขึ้นมาบนเตียงเล็กๆในห้องพักรายวัน ที่เขาเช่าเอาไว้เมื่อคืนด้วยความยากลำบาก เนื่องด้วยอายุและหน้าตาที่เด็กน้อยจนเกินไป แต่สุดท้ายเมื่อมีเงินทุกๆอย่างก็สำเร็จ
"เช้าแล้วเหรอ..."
ร่างเล็กๆตื่นขึ้นมาพร้อมกับสติที่ยังคงมึนๆอยู่ เขาเริ่มล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำอย่างรวดเร็ว และนำเสื้อผ้าตัวใหม่ที่เพิ่งจะซื้อมาเมื่อคืนออกมาใส่
ภาคินในตอนนี้มีร่างกายที่แตกต่างไปจากเดิมมาก ดังนั้นภาคินจึงมั่นใจมาก ว่าคนเื้ัของพลก่อนหน้านี้จะต้องไม่รู้จักเขาอย่างแน่นอน เพราะต่อให้พลฟื้นขึ้นมาอยู่ตรงหน้า ก็ยังมั่นใจอยู่ดีว่าพลจะต้องจำเขาไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นแผนการที่สองจึงได้เริ่มขึ้นทันที
"สวัสดีครับ นี้ใช่เบอร์ของคุณลุงก้องเกียรติใช่ไหมครับ?"
ภาคินเลือกใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะโทรไปหาชายคนหนึ่ง ที่มีชื่อว่าก้องเกีรยติ ซึ่งคนๆนี้ก็คือ1ใน6คน ที่ถือหุ้นใหญ่ของโรงแรมที่ภูมิเป็ประธาณอยู่ในตอนนี้
"นั่นใคร!!??"
เสียงปลายสายถามออกมาด้วยความสงสัย และหวาดระแวง แต่ก้องเกียรติก็ไม่ได้รีบตัดสายทิ้งแต่อย่างใด
"ผมภาคินเองครับ คุณลุงจำผมไม่ได้แล้วเหรอ? ผมมีเื่ดีๆจะมาเสนอ คุณลุงสนใจตำแหน่งประธานของโรงแรม และ้าเป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของโรงแรมไหมครับ?"
“หืมม??”