14.พ่อบ้านผู้ไม่เจียมตน
“ขะ...ข้าน้อยมิกล้า”พ่อบ้านเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัวมันไม่เคยถูกท่านแม่ทัพระบายอารมณ์ใส่มาก่อน ยิ่งขว้างปาข้าวของใส่มันยิ่งไม่เคยตลอดเวลาท่านแม่ทัพให้ความเคารพมันในฐานะคนเก่าคนแก่ของบ้านมาตลอดเหตุใดเพียงพริบตาเดียวถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้
“หรือว่า...”พ่อบ้านพึมพำขณะเงยหน้ามองไปทางหงหนิงหรงผู้ที่กำลังยิ้มเยาะเขา “ท่านพูดจาใส่ร้ายข้า”พ่อบ้านเผลอตะคอกจนได้รับจิตสังหารจากท่านแม่ทัพเป็ของตอบแทนมันจึงหดหัวด้วยความหวาดกลัวปรับน้ำเสียงใหม่ “คุณหนูข้าแค่กล่าวตักเตือนท่าน เหตุใดท่านจึงพูดจาให้ร้ายข้าต่อหน้าท่านแม่ทัพด้วยข้ารับใช้สกุลหงมาถึงสองรุ่น จงรักภักดีอย่างยิ่ง ทำงานั้แ่หนุ่มยันแก่ถวายชีวิตให้สกุลฮุ่ยไม่เคยคดโกง เหตุใดท่านจึงให้ร้ายพ่อบ้านแก่ๆเช่นข้าด้วยหนำซ้ำยังลงมือทำร้ายข้าจนาเ็”
แน่นอนว่าแก้มของมันข้างนึงยังมีรอยแผลบาดลึกน่าเกลียดเป็หลักฐานและหน้าออกของมันยังพันผ้าพันแผลไว้ ยังมีแผลที่หน้าผากซึ่งถูกปาด้วยถ้ายชาที่เพิ่งตกสะเก็ด
“อ้อ...”หนิงหรงลากเสียงยาวขณะกระตุกยิ้มเ็าในแบบที่ทำให้คนรู้สึกเย็นเยือกไปทั้งตัวได้แต่พ่อบ้านผู้นี้โง่เขลาเกินไป
แม่ทัพหงซือจงเห็นแล้วยังส่ายศีรษะเขาอยู่ในวงราชการมานานรู้จักสังเกตสีหน้าผู้คน รู้ว่าคนเช่นไรควรรังแกและคนเช่นไรควรถอยให้ห่าง หากเขาเป็พ่อบ้านผู้นี้จะเลือกหุบปากเสียไม่กล้ามีเื่กับนางอีก โดยเฉพาะเมื่อถูกเตือนยามเผลอมองหนิงหรงอย่างเยาะเย้ยและตวาดใส่จากแม่ทัพ แค่นี้คนมีสมองก็ควรคิดแล้วว่าใครกันที่กำลังจะถูกลงมีด...เขายอมเลี้ยงคนโง่เขลาเช่นนี้ไว้ได้อย่างไร...
“ข้าจำได้ว่า เ้าเกือบทำให้จวนแม่ทัพหายนะเพราะไปบอกท่านอาจารย์ถางอี้เหรินด้วยน้ำเสียงเย่อยิ่งว่าท่านแม่ทัพเชิญท่านอาจารย์กลับไปที่จวน”หนิงหรงแสยะยิ้มอย่างมาดร้าย
“ข้ายืนยันได้”เสียงของชายผู้หนึ่งดังขึ้นกำลังโบกพัดในมือน้อยๆ
“ท่านอาจารย์”หนิงหรงรีบลุกยืนคารวะผู้เป็อาจารย์ที่มองมาอย่างมีเลศั์หนำซ้ำยังแอบขยิบตาให้
‘ดูท่าอาจารย์จะมาช่วยกวนน้ำให้ขุ่นเล่นงานพ่อบ้านนี่...หรือบางทีอาจเล่นงานยัน...’หนิงหรงคิดพลางเหลือบมองท่านอาจารย์ที่ปรายตามองแม่ทัพหงด้วยความเ็า
“คารวะท่านถางอี้เหริน”ท่านแม่ทัพรีบลุกยืนคารวะรู้สึกอึดอัดทีอีกฝ่ายแสดงความเ็าใส่ แต่กลับมองบุตรีเขาด้วยความเอ็นดูในราชสำนัก ท่านถางอี้เหรินเย่อหยิ่งสูงส่งไม่เคยเห็นหัวขุนนางคนไหน แม้แต่ท่านอ๋องฮุ่ยก็ไม่เว้นคงมีแค่หงหนิงหรงเท่านั้นที่ท่านถางอี้เหรินมองอย่างเมตตาเมื่อเห็นแบบนี้แล้วต่อไปเขาควรจะให้ความสำคัญกับธิดาผู้นี้ที่ต่อไปคงมีวาสนาไม่น้อยมีอาจารย์ผู้มีอำนาจหนุนหลัง อนาคตของนางต้องไม่ธรรมดาแน่
“ไม่ต้องมากมารยาท”ท่านถางอี้เหรินกล่าว
“อาจารย์เชิญทานนั่งก่อนเ้าค่ะ”หนิงหรงใช้ผ้าเช็ดหน้าตนปัดเก้าอี้ให้อาจารย์อย่างเอาอกเอาใจจนออกนอกหน้าทำให้
“โอ้ย!”จนถูกอาจารย์เขกหัวให้หนึ่งที
“ทำมาเป็ประจบข้า กลับไปนั่งที่ไป”ถางอี้เหรินทำน้ำเสียงดุไล่อีกฝ่ายทว่าใบหหน้ากลับเปื้อนยิ้ม
“ข้าขอดื่มชาเป็การขออภัย ที่เสียมารยาทไม่ได้ไปคารวะท่านอาจารย์ก่อน”แม่ทัพหงซือจงผู้ตรงไปตรงมาคนนึงทำท่าก้มหัวคารวะ และยกชาขึ้นดื่ม
“เอาเถอะข้าไม่ได้สนใจเื่นั้น”ถางอี้เหรินกล่าวในขณะรับถ้วยชาที่หงหนิงหรงรินให้มาดื่ม“ข้ามาเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าท่าถึงกลับใช้พ่อบ้านผู้หนึ่งมาเชิญข้าไปที่จวนด้วยท่าทางเย่อหยิ่งราวกับ้าออกคำสั่งต่อข้า ถางอี้เหรินผู้รับคำสั่งโดยตรงจากองค์ฮ่องเต้เพียงแค่ผู้เดียวหรือ”ถางอี้เหรินถามเสียงเ็า
แม่ทัพหงแอบหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ทั้งๆที่อากาศร้อนอบอ้าวยิ่งนัก
‘คำพูดนี้เท่ากับหาโทษตัดหัวมาให้เข้าแล้วถึงกับกล่าวหาว่าข้าทำตัวเทียบเท่าฮ่องเต้ กล้าออกคำสั่งต่อขุนนางของพระองค์’
“หะ...หามิได้ๆ เป็ข้าที่โง่เขลาดีใจจนรีบร้อนให้พ่อบ้านต่ำต้อยที่ปากเสียหนำซ้ำไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงมาเชิญท่าน ทำให้ท่านต้องเข้าใจผิด เป็ข้าไม่ดีเองๆ”หงซือจงพูดจาตะกุกตะกักใบหน้าซีดเผือดขณะลุกยืนคารวะท่านถานซือจงด้วยความหวาดผวา
“ถ้าเช่นนั้นการที่บุตรีของท่าน กล่าววาจาขออภัยแทนท่าน พูดว่าท่านไม่รู้จักความนั้นถูกต้องหรือไม่”ถึงยังไงเขาก็ไม่ยอมให้ศิษย์ถูกขี้ข้าคนนึงและบิดาไม่รู้ความหาเื่มาลงโทษได้ นางเป็ศิษย์รักที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา
“ถูกต้องแล้วท่าน ถานอี้เหริน เป็ข้าไม่รู้จักความเป็ข้าไม่ดีเอง”แม่ทัพหงซือจงรีบกล่าวเอาใจ ตอนนี้ต้องรักษาหัวตัวเองไว้ก่อนละคราวที่แล้วฮ่องเต้ไม่พอพระทัยเื่ที่หนิงหรงถูกลูกชายเขาทำร้ายปางตายคราวนี้ยังจะล่วงเกินท่านถางอี้เหรินอีห เกรงว่า ถ้าไม่ถูกสั่งตัดหัวก็ต้องถูกลดตำแหน่งหมดอนาคตแน่นอน ถางอี้เหรินผู้นี้เป็คนข้างกายฮ่องเต้ที่ฮ่องเต้ให้ความไว้วางใจและเชื่อฟังมากกว่าอ๋องฮุ่ยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นอย่าได้ล่วงเกินเป็อันขาด
มีเื่กับถางอี้เหรินเขายอมมีเื่กับอ๋องฮุ่ยดีกว่าอย่างน้อยอ๋องฮุ่ยก็ไม่ลงมือทำอะไรเขารุนแรง แต่ถางอี้เหรินต่างกันคนผู้นี้มีวิธีจัดการคนมากมายทั้งที่ลับและที่แจ้ง บ้างก็ตายลงเฉยๆโดยที่ไม่มีใครกล้าเรียกร้องความยุติธรรมแทน แม้แต่ฮ่องเต้ยังทำเป็มองไม่เห็นบ้างก็ถูกฮ่องเต้จัดการตรงๆ หรือถูกขุนนางร่วมใจช่วยกันโค่นล้มลงคนผู้นี้น่ากลัวยิ่งกว่าฮ่องเต้พิโรธด้วยซ้ำ!
หนิงหรงเหยีดยิ้มอย่างดูถูก ที่แท้แล้วแม่ทัพผู้นี้ก็รู้จักกลัวเป็กล้าล่วงเกินสกุลฮุ่ยปล่อยให้นางอยู่ในสกุลเช่นขยะถูกคนมากมายใช้สายตาดูิ่เหยียดยามแต่กลับกลัวล่วงเกินท่านอาจารย์ถางอี้เหรินผู้นี้ น่าขำจริงๆ ฮึ! แต่จะว่าไป อาจารย์ของนางก็ดูเหมือนจะมีอำนาจในราชสำนักไม่น้อย ถึงขนาดที่ว่ามีฮ่องเต้แค่คนเดียวที่ออกคำสั่งต่อท่านอาจารย์ได้บางทีการที่หงซือจงกลัวท่านอาจารย์มากกว่า สกุลฮุ่ยอาจจะมีเหตุผลในเมื่อสกุลฮุ่ยเป็เชื้อพระวงศ์ไม่สามารถลงมือทำอะไรชั่วร้ายให้ชาวบ้านที่เทิดทูลสกุลฮุ่ยดั่งเทพเ้าต้องผิดหวังได้
“ถ้าเช่นนั้นท่านคิดจะจัดการกับบ่าวไพร่ที่เหิมเกริม ต่อเ้านายถึงขั้นด่าทอ และถ่มน้ำลายใส่เ้านาย”ถางอี้เหรินกล่าวขณะมองไปที่พ่อบ้านผู้นี้ที่เขาเหม็นขี้หน้าั้แ่แรกด้วยแววตามุ่งร้าย ที่ทำให้พ่อบ้านตัวสั่น
‘ดูท่าข้าคงไม่รอดแล้ว’
“หนิงหรงเ้าคิดว่า ควรจะจัดการอย่างไร”ท่านเเม่ทัพถามขณะปิดเปลือกตาลลงยอมสละทิ้งบ่าวรับใช้ผู้นึง ดีกว่ามีเื่กับถางอี้เหริน
พ่อบ้านชราได้ยินแล้วหน้าซีดเผือด หวาดผวากับคำพูดของเ้านาย หากให้หงหนิงหรงตัดสินเกรงว่ามันต้องตายอย่างแน่นอน
“นายท่าน โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”มันรีบเอาศีรษะโขกพื้นขอร้องท่านแม่ทัพ“โปรดเห็นแก่ข้าที่รับใช้สกุลหงมานาน ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”เสียงขอร้องอย่างน่าเวทนาของบ่าวชราดังขึ้นขณะที่เอาหัวโขกพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนหน้าผากแตกยับเยิน
หนิงหรงยืนมองด้วยแววตาเ็า นับั้แ่นางลืมตาขึ้นบนโลกใบนี้รับฟังเื่ราวของหงหนิงหรงนางก็ทราบแล้วว่า ‘ผู้เข้มแข็งเท่านั้นคือผู้อยู่รอด’
ถานอี้เหรินเหลือบมองลูกศิษย์แล้วโบกพัดในมือยิ้มๆหากหงซือจงใจอ่อนยกโทษให้คนใช้เขาจะเล่นงานหงซือจงเอง สำหรับหนิงหรงผู้นี้...เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่านางจะจัดการอย่างไร
แม่ทัพหงซือจงปิดตาหันหน้าหนีด้วยความปวดใจ “เ้ารับกรรมที่ก่อเถอะ!”
“นายท่าน โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”พ่อบ้านร้องเสียงหลงโขกพื้นแรงกว่าเดิมกับคำตัดสินนี้ทว่าไม่เป็ผล
“ฮึ”หนิงหรงแค่นหัวเราะเหตุใดคนผู้นี้จึงโง่เง่าไม่เลิกรา หากมันขอร้องเธอ แทนที่จะขอร้องแม่ทัพหงซือจงบางทีนางอาจจะยังปล่อยให้มันมีชีวิตรอดต่อไปก็ได้!
“ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้นแม้ประตูยังเปิดอยู่ “ขออภัยเ้าค่ะ”เสียงเสี่ยวเมิ่งดังขึ้น
“มีอะไร”หนิงหรงถามเสีงเสียงเย็น
“กระต่ายน้อยเอาสมุนไพรมาส่งเ้าค่ะมันเห็นคนแปลกหน้าอยู่ในบ้านไม่ไว้ใจวางทิ้งไว้รอคุณหนูไปรับเอง”
“ข้าจะไปพบเ้ากระต่าย ลากพ่อบ้านผู้นี้ตามมา”หนิงหรงสั่งขณะเดินผ่านพ่อบ้านผู้คุกเข่าด้วยสายตามุ่งร้าย
พ่อบ้านหนาวเยือก กับสายตาของหงหนิงหรงผู้เคยอ่อนแอมาตลอด
“หมับ!”เสี่ยวเมิ่งความที่ไหล่ของพ่อบ้าน
“นางบ่าวชั้นต่ำอย่ามาจับตัวข้านะ!”พ่อบ้านที่ยังไม่สำนึกว่าความตายใกล้เข้ามาด่าทอเสี่ยวเมิ่งขณะดิ้นรนให้หลุดจากมือเสี่ยวเมิ่งทว่าทำอย่างไรมันก็ไม่สามารถหลุดจากมือเสี่ยวเมิ่งที่มีพลังยุทธระดับหกเหมือนกันได้มันใช้พลังยุทธส่งหมัดไปที่ท้องของเสี่ยวเมิ่ง
“ตุบ”
“อ๊ากกก”พ่อบ้านร้องโหยหวน เมื่อมันชกถูกท้องทว่าราวกับชกถูกหิน
“แก...แก...เป็ไปได้ยังไงนางบ่าวชั้นต่ำ!”
หงซือจงเองก็มองด้วยความตกตะลึงความสามารถเช่นนี้ิัที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ต้องเป็ระดับยอดยุทธเท่านั้น....แต่เป็ไปได้อย่างไรที่คนใช้อย่างเสี่ยวเมิ่งจะก้าวขึ้นสู่ระดับสิบ
“เสี่ยวเมิ่ง ยังไม่ลากมันตามาอีกอยากตบอยากกระทืบก็รีบจัดการ ข้ายังมีเื่สนุกรอมันอยู่”เสียงหนิงหรงะโเข้ามาในห้องดังแว่วๆ
คราวนี้เสี่ยวเมิ่งแสยะยิ้มโเี้แบบที่คุณหนูชอบทำ
“คิดจะสู้กับยอดยุทธเช่นข้าช่างไม่เจียมตัวจริงๆ”เสี่ยวเมิ่งว่า
พ่อบ้านตัวตาเบิกค้างด้วยความตกตะลึงเมื่อพลังยุทธระดับสิบของยอดยุทธแผ่พุ่งออกมาจากร่างของสาวใช้ชั้นต่ำ
แม่ทัพหงซือจงเองก็ตกตะลึงที่สาวใช้คนนึงเป็ยอดยุทธระดับเดียวกับตน
“ผั๊วะ!”เสี่ยวเมิ่งถีบเข้าที่อดของพ่อบ้าน
“โครม!”ร่างของพ่อบ้านลอยออกไปนอกบ้านกระแทกพื้นเสียงดังทำให้บ่าวจากสกุลหงชะเง้อคอมองด้วกความตกตะลึง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนกล้าซ้อมพ่อบ้านแต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็มองด้วยความสะใจลึกๆ พ่อบ้านผู้นี้ชอบดูถูกเหยียบหยามผู้อื่นเป็แค่หัวหน้าคนใช้แต่วางตัวสูงส่งราวกับเป็เ้าบ้านเองเอาแต่จิกเรียกใช้ผู้อื่นอย่างไม่ให้เกียรติคนผู้นี้้ก็มีวันถูกผู้อื่นซ้อมด้วยเหมือนกัน!
บ่าวไพร่ทั้งหลายแอบปรบมือโห่ร้องในใจ พ่อบ้านลุกขึ้นมายืนได้กวาดสายตามองเหล่าบ่าวไพร่ที่มองมาด้วยแววตาดุดันทว่าไม่มีใครเลยที่แสดงท่าทีเคารพนพนอบมัน หรือหวาดกลัวเหมือนเมื่อก่อน
“ถุย!”พ่อบ้านถุยน้ำลายใส่พวกมันที่แท้ไอ้พวกบ่าวไพร่พวกนี้ตลอดเวลาพวกมันก็แค่แสแสร้งให้ความเคารพ และหวาดกลัวพ่อเขาหมดอำนาจพวกมันก็รอเหยียบย่ำซ้ำเติม!
หนิงหรงที่เดิมทีตั้งใจจะโยนพ่อบ้านผู้นี้ให้กระต่ายน้อยฉีกร่างเล่นเห็นบ่าวไพร่แต่ละคนแล้วก็เปลี่ยนใจเดินกลับมาที่หน้าประตูห้อง
“ข้าตัดสินใจได้แล้วว่าควรทำเช่นไร”หันไปบอกแม่ทัพหงซือจงที่ยังตกตะลึงกับเื่ของเสี่ยวเมิ่ง
“ข้าจะให้เขากินยาสลายพลังยุทธ แล้วมอบเขาให้บ่าวไพร่จัดการตามใจชอบ”คำตัดสินของหนิงหรง
ทำให้บ่าวไพร่จากสกุลหงทั้งหลายค้อมกายคารวะขอบคุณอย่างยินดีแน่นอนว่าพวกมันทุกคนล้วนเคยถูกชายผู้นี้ทั้งทุบตีทั้งดูิ่เหยียบหยาม
พ่อบ้านตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินยังไม่ทันขยับตัวจะหนีเสี่ยวเมิ่งก็ยกเท้าเหยียบอกพ่อบ้านจนนอนราบติดพื้นอยู่ใต้ฝ่าเท้าเสี่ยวเมิ่งผู้บัดนี้ดูโเี้ไร้ความปราณีเต็มไปด้วยจิตสังหาร ไม่คล้ายสาวน้อยที่ดูขี้กลัวอีกต่อไป
“กรอกปากมัน!”หนิงหรงโยนยาเม็ดนึงให้เสี่ยวเมิ่งที่ยื่นมือมารับอย่างว่องไว
ใช่แล้ว ยานี่คือยาสลายพลังยุทธ ถาวรนางเรียนมาจากหวงเหวินเอาไว้จัดการคนที่มีพลังยุทธสูงกว่าตนเอง
บ่าวไพร่วิ่งเข้ามาช่วยกดแขนขาพ่อบ้านไว้ด้วยสายตามุ่งร้ายขณะที่พ่อบ้านมีแววตาคุ้มคลั่งอยากฆ่าคนทว่าจนปัญญาที่ถูกกดไว้
เสี่ยวเมิ่งชักเท้าออกจากอกของพ่อบ้านก่อนจะนั่งบีบกรามของพ่อบ้านให้อ้าปากออกแล้วโยนยาใส่ปากพ่อบ้าน พ่อบ้าทำท่าจะคายยาในปากทิ้ง
“พลั่ก”เสี่ยวเมิ่งก็ใช้ฝ่ามือกระแทกคางให้ปากของพ่อบ้านปิดลงเสียงดังจนใบหน้าพ่อบ้านสั่นะเืจนคางแทบหลุด
“พลั่ก”เสี่ยวเมิ่งลงมือกระแทกอกพ่อบ้านจนพ่อบ้านเผลอกลินยาเม็ดนั้นลงไป
ยาออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว พ่อบ้านรู้สึกว่าเรี่ยวแรงถดถอยคล้ายกลับไปเป็คนธรรมดาๆ มันััไม่ได้ถึงลมปราณทั่วร่างอีกต่อไปพลังยุทธของมันสูญสิ้นแล้ว
บ่าวชั้นต่ำทั้งหลายที่รอโอกาสอยู่จ้องมองพ่อบ้านด้วยดวงตาเป็ประกายพวกมันมีจำนวนหกคนด้วยกันที่ติดตามแม่ทัพมาแต่ละคนมีวรยุทธอยู่ในระดับสี่แม้ไม่สูง ทว่าบัดนี้หากแค่ลงมือซ้อมพ่อบ้านผู้นึงที่ไร้พลังยุทธนับว่าง่ายตายยิ่ง
“ในฐานะที่พ่อบ้านทำงานมานาน พวกเ้าก็ออมมือหน่อยลงมืออย่าให้ถึงตายหรือาเ็สาหัส เลี่ยงจุดตายและจุดบอบช้ำภาใน”
หนิงหรงออกคำสั่งคำพูดนั้นทำให้ทุกคนประหลาดใจที่หนิงหรงยังเหลือความเมตตาเอาไว้ทว่าประโยคต่อมาทุกคนล้วนหนาวสะท้าน คนผู้นี้หาใช่คนเมตตาทว่าโเี้อย่างแท้จริง
“ข้าจะเก็บมันไว้ในสกุลหงต่อ ให้มันทำงานต่อไป ในฐานะคนแบกน้ำ ผ่าฟืนต่อไปใครอารมณ์ไม่ดีก็ลงที่คนผู้นี้ได้ข้า้าให้มันมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตายในทุกๆวัน ถูกผู้คนทุบตีเหมือนที่เคยทำกับผู้อื่น”ประกาศด้วยน้ำเสียงโเี้ ไร้ความเมตตา
คำตัดสินนี้เท่ากับลดตำแหน่งพ่อบ้านลงเป็บ่าวที่ต่ำที่สุดในสกุลหงพ่อบ้านผู้นี้อวดดีไม่น้อยตลอดหลายสิบปีที่อยู่ในสกุลหงรังแกบ่าวทุกคนในสกุลไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนชังน้ำหน้า เมื่อหมดอำนาจลงหนำซ้ำยังสูญสิ้นพลังยุทธเท่ากับว่าชีวิตต่อจากนี้ต้องถูกบ่าวในสกุลหงทุบตีทุกวันได้ตามใจชอบมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย!
“ขอรับ/ขอรับ”บ่าวทั้งหลายรับคำสั่งอย่างยินดี
“เสี่ยวเมิ่งถอยออกมา”หนิงหรงสั่งเสี่ยวเมิ่ง
“ยาออกฤทธิ์แล้ว พวกเ้าลงมือทุบตีสุนัขตัวนี้ได้!”ทันทีที่คำสั่งจบลงบ่าวทั้งหลายแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
ลงมือซ้อมตามใบหน้าทุบตี ร่างกายของพ่อบ้านอย่างเมามันโดยไม่ลืมว่าต้องเหลือชีวิตไว้ให้มันบางคนถึงขั้นเหยียบใบหน้าของอดีตพ่อบ้านด้วยความสะใจเห็นแต่เพียงพ่อบ้านแหกปากโวยวายจะฉีกร่างคนถลึงตามองอย่างเคียดแค้นทว่าเมื่อถูกทุบตีนานเข้าก็ไม่มีแม้กระทั่งแรงจะด่าสุดท้ายบ่าวทั้งหลายถึงได้รามือ
ใบหน้าอดีตพ่อบ้านปูดบวมไปทั่วเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำทั้วทั้งใบหน้าและร่างกายพ่อบ้านนอนขดตัวบนพื้นด้วยความเ็ปและอดสู
เหล่าบ่าวทั้งหลายแสร้งค้อมกายคารวะอย่างนอบน้อมต่ออดีตพ่อบ้าน
“ต้องขออภัยที่ล่วงเกินพ่อบ้านผู้สูงส่งไป”
“ใช่แล้วพวกเราเพียงทำตามคำสั่งขอพ่อบ้านอย่าได้โกรธเคืองบ่าวชั้นต่ำเช่นพวกเรา”
“ต้องขออภัยที่ผู้น้อย ใช้เท้าต่ำๆเหยียบใบหน้าของท่านพ่อบ้านผู้สูงส่งข้าน้อยต้องทำตามคำสั่งเ้านาย”
“ต้องขออภัยที่ข้าน้อยเผลอลงมือหนักไปบ้างเป็บางครั้งเกรงว่าถ้าลงมือเบาเกินไป เ้านายจะไม่พอใจ”
บ่าวทั้งหลายพลัดกันพูดจาครั้งแล้วครั้งเล่า พลัดกันขออภัยคารวะอย่างนอบน้อมทว่าแววตาสาแก่ใจยิ่งนัก! ยิ่งเห็นพ่อบ้านนอนขดร่างด้วยความหวาดกลัวยามใครคนนึงเดินเข้าไปคารวะใกล้เกินไปเห็นพ่อบ้านทำท่าสะดุ้งด้วยความหวาดผวาพวกมันยิ่งสาแก่ใจ
นับแต่นี้ต่อไปพวกมันจะตั้งใจทำงานตามคำสั่งของคุณหนูหงหนิงหรงอย่างดีเชียวละ!จะทรมานคนผู้นี้ ให้บ่าวทั้งจวนพลัดกันกันทุบตีจนสาแก่ใจ
พ่อบ้านนอนขดตัว ร่ำไห้บนพื้นด้วยความหวาดกลัวยามเมื่อมองเห็นบ่าวทั้งหลายแหวกทางออก ให้เท้าเล็กๆของคุณหนูมาหยุดอยู่ข้างมันมันก็พยายามกระถดตัวหนีด้วยความหวาดผวา
มันย้อนกลับไปคิดถึงยามที่ได้เห็นสายตาเยือกเย็นและความเ็ารวมทั้งจิตสังหารที่น่าหวาดผวาของคุณหนูเมื่อวานหากแม้นมันรู้จักใช้สมองมากกว่านี้มันคงต้องระมัดระวังตัวไม่กล้าหาเื่ให้ตัวเองต้องมีจุดจบเช่นนี้สุดท้ายแล้วความโง่เขลาของมันก็นำพาหายนะมาสู่ตนเองนับจากนี้ไปชีวิตของมันคงไม่ต่างจากตกอยู่ในขุมนรกมันรู้ดีว่าตัวเองทุบตีบ่าวไพร่ทุกคนในจวน ไม่พอใจก็ซ้อมพวกมัน ไม่ว่าชายหญิงคนแก่ หรือว่าเด็ก มันล้วนลงมือทั้งสิ้น!
“ยังกล้าหาว่าข้าเป็ขยะ ไม่สามารถชูคอขึ้นมาได้อีกหรือไม่!”หนิงหรงถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
พ่อบ้านส่ายหัว ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวจากจิตใต้สำนึกใช่แล้วครั้งแรกที่มันหวาดกลัวคุณหนูเพราะััได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงหากมันมีโอกาสย้อนกลับไปอีกครั้งไม่ว่าชาติไหนๆก็ไม่คิดอาจหาญทำให้พญามารผู้นี้พิโรจน์อีกแล้ว!
“นี่คือผลกรรม ที่เ้าบังอาจหลบหลู่ข้าผู้เป็นาย”หนิงหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าเดินข้ามตัวพ่อบ้านราวกับเป็เพียงแค่ท่อนไม้ท่อนนึง
เสี่ยวเมิ่งที่เลื่อนขั้นเป็ถึงยอดยุทธแสยะยิ้มให้พ่อบ้าน
“พลั่ก!”แตะพ่อบ้านออกไปให้พ้นทางเดินของตัวเองแรงเสียจนร่างพ่อบ้านกระเต็นไปไกล กระอีกเืออกมา
“แค่เศษสวะคิดจะมาอวดดีต่อหน้าคุณหนูข้า...ถุย!”เสี่ยวเมิ่งผู้แสแสร้งทำเป็เรียบร้อยและเ้าน้ำตามาตลอดหลายปีจนเคยจริงถ่มน้ำลายใส่หน้าพ่อบ้านด้วยความรังเกียจ
แม่ทัพหงซือจงมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยความปลงตก ‘ผู้เข้มแข็งเท่านั้นคือผู้อยู่รอด’ แม้จะนึกเห็นใจพ่อบ้านทว่าทั้งหมดนี้พ่อบ้านผู้นี้ทำตัวเองทั้งสิ้น หลายปีมานี้เขาปิดหูปิดตาหวังว่าพ่อบ้านจะรู้จักสำนึกได้เองทว่าพอถึงวันนี้เื่ทุกอย่างต้องลงเลยเช่นนี้เป็เพราะพ่อบ้านทำตัวเองทั้งสิ้น
“พาอาเฉินกลับจวน หาหมอมารักษาอย่าให้มันตายอย่าลืมย้ายมันไปอยู่ห้องเก็บฟืน!”แม่ทัพหงซือจงประกาศ
บ่าวทั้งหลายตรงเข้าไปหิ้วปีกพ่อบ้านลากไปโยนขึ้นบนรถม้าที่พ่อบ้านนั่งมา ขามา มาอย่างสง่างาม ขากลับถูกโยนขึ้นรถไม่ต่างจากหมาตัวนึง!
“ท่านถางอี้เหริน เื่ที่ข้าและคนในจวนเผลอล่วงเกินท่านถางไปขอท่านโปรดอภัย”แม่ทัพหงซือจงคารวะอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม “รบกวนท่านถาง หากหนิงหรงพร้อมเมื่อไหร่ก็ช่วยบอกให้นางกลับไปอยู่ที่จวนเถอะ ข้าไม่มีหน้าจะพบนางแล้ว ถึงอย่างไรนางก็เป็อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เก่งที่สุดของจวนแล้วจะให้นางอยู่ที่นี่ต่อไปก็นับว่าดูิ่ความสามารถนางเกินไป”
“เฮ้อ”ถางอี้เหรินถอนหายใจ “เอาเถอะถึงยังไงหนิงหรงก็ระบายความแค้นให้ข้าแล้ว ข้าจะถือว่าเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นส่วนเื่ที่จะบอกให้นางกลับจวนไว้ข้าจะคุยให้ถึงอย่างไรนางก็ควรกลับไปอยู่บ้านมากกว่าอยู่กลางป่าเขาอีกอย่างข้าเองก็ยังต้องไปจัดการเื่ต่างๆในสำนักฝึกยุทธด้วย”
“หากเป็ไปได้ท่านถางก็ชักนำนางเข้าเรียนที่สำนักฝึกยุทธเถอะจะได้ไม่เป็การเสียเวลาของท่านเดินทางไปมาระหว่างสำนักและ จวนของข้าน้อย”แม่ทัพหงซือจงกล่าว จวนแม่ทัพและสำนักฝึกยุทธในวังห่างไกลกันไม่น้อยให้ผู้เฒ่าถางเสียเวลาเดินทางไปมานับว่าไม่เหมาะสมสำนักฝึกยุทธแม้จะมีเด็กผู้หญิงจำนวนน้อยที่ได้ไปเรียนที่นั่นแค่เพิ่มหนิงหรงอีกคนคงไม่มีปัญหา
ตอนนี้ที่เขากล่าวสนับสนุนหนิงหรงเพราะเห็นแล้วว่านางไม่ใช่ขยะอีกต่อไปนิสัยก็เด็ดขาดความสามารถก็มีมากเป็อัจฉริยะรุ่นเยาว์แซงหน้าทุกคนในสกุลด้วยวัยเพียงสี่ปีและบางทีอาจจะเป็เด็กคนเดียวในตอนนี้ที่สี่ขวบมีพลังยุทธถึงระดับสี่ต่อไปชื่อเสียงของนางต้องโด่งดังเป็เกียรติแก่วงศ์ตระกูลแล้วเหตุใดเขาจะไม่เอาใจใส่ดูแลนางให้ดีเล่าในเมื่อสุดท้ายแล้วนางก็เป็บุตรีของเขาคนหนึ่งหากว่าก่อนหน้านี้นางไม่มัวแต่ปฎิเสธไม่้าฝึกยุทธไม่้าความโดดเด่นเอาแต่ซุกหัวอยู่ในห้องทำตัวอ่อนแอ ให้คนทั้งจวนรังแกเขาคงไม่นึกรังเกียจนางแม้ใจลึกๆจะหวังมาตลอดให้นางรู้จักลุกขึ้นมาสู้บ้างก็ตาม...