หนูน้อยหลินหลินมีมิติ

    ตอนที่ 5 บอกน้องเล็กเรื่องมิติ

    ตอนที่ 5 บอกน้องเล็กเ๱ื่๵๹มิติ

     

     

            “งั้นเรามาแบ่งกันนะ น้องเล็ก ”

     

            มู่หลินเลยบริซาลาเปาออกเป็๞ 2 ส่วน  เธอยื่นส่วนที่มีปริมาณเยอะกว่าให้กับน้องเล็ก  น้องเล็กก็รับไปทันที

     

            “ อร่อยมากเลยครับพี่รอง  ผมไม่เคยกินซาลาเปาที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย ”

            มู่หลินที่มองน้องชาย กินซาลาเปาด้วยความอร่อย  พอน้องชายกินหมดก็ยื่นส่วนของเธอให้เขาอีกทันที

     

            “พี่รองกินเถอะครับ  พี่รองยิ่งต้องบำรุงร่างกายเยอะๆนะ แค่นี้ผมก็อิ่มแล้วล่ะครับ ”

     

            “น้องเล็กไม่ต้องห่วงพี่รองหรอก  ก่อนหน้าที่น้องเล็กจะมาพี่รองก็กินไปแล้วลูกนึง  ส่วนลูกนี้พี่เก็บไว้ให้น้องเล็กกินนะ ”

     

            “งั้นผมเก็บเอาไว้ให้แม่กับพี่ใหญ่ได้ไหมครับ ”

            

            มู่หลินมองน้องเล็กที่มีความกตัญญูยิ่งนัก  ที่มีใจนึกถึงแม่และพี่ชายของตนเอง  ช่างเป็๲เด็กที่น่ารักจริงๆน้องชายของเธอคนนี้

     

            “น้องเล็กกินเถอะ  พี่ใหญ่ได้กินแล้วล่ะเมื่อตอนเที่ยง ส่วนคุณแม่พี่รองยังไม่กล้าให้ ”

     

            “ ทำไมล่ะครับพี่รอ  งถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าที่รองได้ซาลาเปานี้มาอย่างไม่ถูกต้องเหรอครับคุณแม่ถึงรู้ไม่ได้ ”

            นี่พี่รองของเขาไปเอาซาลาเปาลูกใหญ่แสนอร่อยมาจากที่ไหนกันนะ  ถ้าบอกว่าขโมยมาก็คงไม่ใช่  พี่รองไม่ใช่คนที่มีนิสัยลักขโมยของผู้อื่น  อีกอย่างซาลาเปาที่อร่อยขนาดนี้ในหมู่บ้านเขาไม่มีใครทำได้อย่างแน่นอน

     

            “ พี่ไม่ได้ขโมยของใครมาหรอกน้องเล็ก  น้องอย่ามองพี่รองด้วยสายตาแบบนั้นสิ ”

     

            “แล้วทำไมแม่ถึงรู้เ๹ื่๪๫นี้ไม่ได้เหรอครับ ”

     

            “ฮ่าๆ  เอาเป็๞ว่าพี่รองมีความลับจะบอก  น้องเล็กฟังแล้วปิดเ๹ื่๪๫นี้เป็๞ความลับได้ไหม ”

            “ความลับอย่างนั้นเหรอครับ  ผมจะเก็บความลับให้พี่รองครับ  พี่รองไม่ต้องห่วงผมจะไม่แพร่งพรายเ๱ื่๵๹นี้ให้ใครรู้แม้แต่นิดเดียว ”

     

            เมื่อได้รับคำยืนยันจากน้องเล็กของเธอ  เธอก็คงต้องบอกความลับเ๱ื่๵๹มิติแล้วล่ะไม่อย่างนั้นเวลาเอาของออกมาให้น้องเล็กกิน  ก็คงต้องคอยหาข้อแก้ตัวอยู่ร่ำไป  แต่ถ้าไม่เอาออกมาให้กินน้องเล็กของเธอก็น่าสงสารซะเหลือเกิน  ตัวก็เล็กกว่าคนอายุเท่ากัน  ผอมจนหนังแทบจะติดกระดูก  แต่ว่าครอบครัวสามของเธอก็ผอมจนหนังแทบติดกระดูกกันทุกคนนั่นแหละ

            แต่ดูคนอื่นสิ  ไม่เห็นจะหนังติดกระดูกเหมือนครอบครัวของเธอสักคน  โดยเฉพาะคุณย่าซูและป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตัวอวบอ้วนยิ่งนัก

     

            นั่นก็ต้องแปลว่าพวกเขาแอบซ่อนของกินไว้กินกันเองในห้องโดยไม่แบ่งปันพวกเธอแน่ๆ

     อยากจะหัวเราะให้กับคำพูดของย่าซูเหลือเกิน  ที่บอกว่าครอบครัวเดียวกันควรจะแบ่งปันกันทุกอย่าง  ดูเหมือนว่าคนที่ต้องแบ่งปันทุกอย่างคงจะมีแค่ครอบครัวสามของเธอเพียงเท่านั้นแหละ

     

            เมื่อมองซ้ายมองขวาแล้วมู่หลินไม่เห็นใครที่อยู่บริเวณนี้เลย  ก็ได้แสดงความสามารถให้น้องเล็กของเธอดู

     

            “น้องเล็กดูนี้นะ ”

            “เฮ้ย   พี่รองทำได้ยังไงเนี่ย  จู่ๆซาลาเปาก็อยู่ที่มือของพี่รองได้ยังไง  ผมงงไปหมดแล้ว ”

            “ไม่ใช่แค่ซาลาเปานะน้องเล็ก  ดูนี่ก่อน ”

            “ว้าวววว   มีลูกอมด้วย มีเนื้อด้วย  แล้วยังมีไข่ด้วย  แล้วอันนี้คืออะไรครับ ”

            “เขาเรียกว่าพิซซ่าจ๊ะ  น้องเล็กยังมีอีกเยอะเลยนะ ”

     

            “พี่รองทำได้ยังไงครับ  ทำไมผมถึงทำไม่ได้ล่ะ ”

            มู่หลินที่มองน้องเล็กกำลังเลียนแบบท่าทางของเธอ  ที่แบมือออกมาข้างหน้าแล้วของก็ปรากฏออกมา  แต่ของน้องชายเธอกลับไม่มีอะไรปรากฏออกมาเลย  ก็ได้แต่หัวเราะเบาๆให้กับความไร้เดียงสาของน้องชาย

     

     

            “พี่รองมีมิติ  ที่มีของเยอะแยะมากมายอยู่ข้างใน  ไม่ว่าจะอยากได้อะไรเพียงแค่นึกถึงสิ่งนั้นของก็จะมาปรากฏอยู่แบบนี้อย่างไม่จำกัด ”

     

            “พี่รองเก่งที่สุดเลยครับ  ผมอยากมีบ้างจัง  ผมจะได้เอาของออกมาให้ครอบครัวของเราได้กินด้วย ”

     

            “ มิตินี้มันแลกมาด้วยชีวิตของพี่รองเลยนะ  น้องเล็กไม่ต้องอยากมีหรอก  ถ้าอยากได้อะไรก็แค่บอกพี่รองมา  พี่รองจะเอาออกมาให้เอง ”

     

            “แล้วมันแลกกับชีวิตพี่รองยังไงเหรอครับ ”

     

            มู่หลินก็ได้เล่าเ๱ื่๵๹ราวต่างๆเหมือนที่เล่าให้กับพี่ใหญ่ฟัง  โดยไม่ได้บอกความจริงที่ว่าพี่รองของพวกเขาได้จากไปแล้ว  โดยมีเธอจ้าวมู่หลินที่มาจากโลกอนาคตได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน

     

            “ฮือๆๆๆ  พี่รองๆ ”

            “ร้องไห้ทำไมหรือน้องเล็ก  มีอะไรหรือเปล่า  บอกพี่รองได้นะ ”

            “ผมเกือบจะเสียพี่รองไปแล้ว  โชคดีที่ท่านผู้เฒ่ายังส่งพี่รองกลับมาหาพวกเรา  ขอบคุณท่านผู้เฒ่ามากครับ ”

            “ ตอนนี้พี่ก็อยู่นี่แล้ว  น้องเล็กไม่ร้องนะ  แต่เราต้องเก็บเ๹ื่๪๫นี้เป็๞ความลับของเราสามพี่น้องนะ ”

            “พี่ใหญ่ก็รู้เ๱ื่๵๹นี้เหรอครับ  แล้วพ่อกับแม่ล่ะรู้เ๱ื่๵๹นี้หรือยัง ”

     

            “พี่รองยังไม่กล้าบอกพ่อกับแม่หรอกนะน้องเล็ก  คุณพ่อที่เชื่อฟังคุณย่าตลอดเวลา  กับคุณแม่ที่ยอมถูกกดขี่  ยอมให้ทุกคนข่มเหงรังแกขนาดนั้น  พี่กลัวว่าพวกเขาจะเอาเ๱ื่๵๹นี้ไปบอกคุณย่า  แล้วคุณย่าก็จะยิ่งมาเอาเปรียบครอบครัวของเรามากยิ่งขึ้นน่ะสิ  น้องเล็กว่าจริงไหม ”

     

            “ผมก็คิดเหมือนพี่รองครับ  งั้นเราช่วยกันเก็บความลับนี้ไปก่อนนะครับ ”

     

            “ได้เลยจ้ะ  เ๱ื่๵๹นี้จะเป็๲ความลับของเราสามพี่น้องเท่านั้นนะ ”

     

            “น้องเล็ก  พี่รองมีอะไรอยากถามสักอย่างจะได้ไหม ”

            เมื่อเห็นพี่รองที่เมื่อกี้ยังพูดคุยหัวเราะกับเขาอยู่  แต่ตอนนี้น้ำเสียงกับดูจริงจังมากกว่าเดิมก็ทำให้เขาตั้งใจฟังว่าพี่รอง๻้๪๫๷า๹จะถามอะไรเขา

     

            “มีอะไรหรือ พี่รอง ”

            “น้องเล็กอยากแยกบ้านไหม ”

            “ผมอยากแยกบ้านครับ ”

            “ทำไมล่ะ  ดูเหมือนน้องเล็กแทบจะไม่ได้หยุดคิดเลยนะ  มีอะไรหรือเปล่า ”

     

            “ผมอยากแยกบ้านไปอยู่กันเองแค่ครอบครัวสามของเราครับ  ดูอย่างเวลาทำงาน  เลิกเรียนมาก็มีเพียงผมคนเดียวที่ต้องมาหาหญ้าให้หมู  แต่หลานคนอื่นๆของคุณย่าไม่เห็นต้องทำอะไรเลย  แล้วเวลากินข้าวก็มีแต่คนอื่นๆที่ได้กินของดีๆ  แต่ครอบครัวของเราไม่เคยได้แบ่งปันอาหารพวกนั้น  เลยเวลามีอาหารอะไรดีๆพวกเขาก็จะเก็บไว้กินกันเอง  แล้วเวลาทำอาหารหรือทำงานบ้านก็มีแต่แม่กับพี่รองที่เป็๲คนทำ 

            ส่วนหาของป่าก็มีแต่พ่อกับพี่ใหญ่เป็๞คนออกไปหา  ถ้าพวกเราแยกบ้านพวกเราจะร่ำรวยแค่ไหนล่ะที่รองว่าไหม  เพราะว่าทุกวันนี้ก็เหมือนกับว่าครอบครัวของเราเป็๞คนทำงานหาเลี้ยงทุกคน   แล้วครอบครัวของพวกเราก็ทำงานหนักกว่าคนอื่นอีกด้วย  แต่เวลาถูกด่ากลับมีแต่ครอบครัวของเราที่ถูกตีถูกด่า ”

     

            “โอ้โห   น้องเล็กของเราเก็บกดมาจากไหนเนี่ย  พูดออกมาครับพี่รองมองเห็นภาพทุกอย่างเลย ”

     

            “พี่รองว่าผมพูดถูกไหมครับ ”

            “ถูกต้องมากเลยน้องเล็ก  พี่เห็นด้วยทุกอย่าง ”

     

            “ไม่ต้องห่วงวันนี้พี่รองได้คุยกับแม่แล้ว  แต่ดูเหมือนว่าคุณแม่จะไม่ได้อยากแยกบ้านนะ

    และดูเหมือนยังยอมเต็มใจให้พวกเขากดขี่ข่มเหงและใช้งานอีก ”

     

            มู่หลินก็ได้แต่คิดไปถึงเมื่อตอนกลางวัน  ที่ได้พูดคุยเ๹ื่๪๫แยกบ้านกับแม่  แล้วก็ต้องถอนจะหายใจเพราะดูท่าทางแล้วแม่ของเธอไม่ได้มีความคิดที่จะแยกบ้านออกมาเลย  ยังบอกว่าการถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนอื่นเป็๞เ๹ื่๪๫ที่สมควรต้องทำ

     

            “แล้วพ่อล่ะครับ  พี่รองได้คุยกับพ่อหรือยังบางทีพ่ออาจจะเห็นด้วยกับพวกเราก็ได้นะครับ ”

     

            “พี่มอบหมายหน้าที่นี้ให้พี่ใหญ่แล้วล่ะ  เราแค่รอฟังข่าวจากพี่ใหญ่ ”