เว่ยเจิงปาดเหงื่อบนหน้าผาก ใบหน้าของเขาซีดเซียว สีหน้าแววตาดูน่าสังเวช แม้แต่โหวจุนจี๋ที่อยู่ด้านข้างยังรู้สึกลำบากใจที่ได้เห็น
จากนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงมองไปทางหลี่ซื่อหมินแล้วเอ่ยว่า “เสด็จพ่อ ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร?”
หลี่ซื่อหมินทอดถอนใจ ถึงแม้ในเวลาปกติเว่ยเจิงมักจะชอบโต้เถียงตน แต่เขาก็ภักดีต่อต้าถังอย่างแท้จริงและไม่มีเจตนาอื่นใด
ในเมื่อเว่ยเจิงยอมรับบทลงโทษโดยความสมัครใจ เขาจึงต้องไว้หน้าเว่ยเจิงด้วย
หลี่ซื่อหมินมองไปที่หลี่เฉิงเฟิงแล้วเอ่ยว่า “ดังที่เจิ้งกว๋อกงกล่าว ทุบหนึ่งร้อยครั้ง ลบล้างความผิดที่เขาเคยก่อ!”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา กระหม่อมน้อมรับโทษ!”
เมื่อได้ยินว่าฮ่องเต้ไม่ทรงสั่งปะาชีวิตเขา หัวใจของเว่ยเจิงก็สงบลงในที่สุด
ทุบร้อยครั้งเจ็บแค่บั้นท้าย อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียหัวไป
นอกจากนี้บันทึกเล่มเล็กในมือของหลี่เฉิงเฟิงค่อนข้างหนา หากทั้งเล่มเต็มไปด้วยเื่น่าอับอายที่เว่ยเจิงทำในอดีต เกรงว่าโทษของเว่ยเจิงคงหนีไม่พ้นความตาย
ฉะนั้นเขาจึงอยากออกไปจากท้องพระโรงโดยเร็วไว องค์ชายแปดจะได้หยุดพูดเสียที!
……
การที่เว่ยเจิงเต็มใจรับโทษทุบหนึ่งร้อยครั้ง ทำให้ขุนนางฝ่ายพลเรือนกับฝ่ายทหารรู้สึกประหลาดใจ
เว่ยเจิง ตาแก่คนนี้มีชื่อเสียงในด้านความดื้อรั้น ยอมรับรางวัลไม่ยอมรับทัณฑ์
คิดไม่ถึงว่าวันนี้ เพียงเพราะโต้เถียงกับองค์ชายแปดหลี่เฉิงเฟิงเล็กน้อยในตอนเช้า เขาจะยินยอมรับโทษที่หลี่เฉิงเฟิงมอบให้ด้วยการถูกโบยหนึ่งร้อยครั้งเสียนี่?
“เฟิงเอ๋อร์ เ้ามีเื่จะรายงานอีกหรือไม่?”
เมื่อเห็นเื่ของเว่ยเจิงจบลงแล้ว หลี่ซื่อหมินจึงอยากสิ้นสุดการประชุมหารือแล้ว
ทว่าจู่ ๆ ั์ตาของหลี่เฉิงเฟิงก็มีแสงสว่างวาบ ก่อนจะกล่าวว่า “ทูลเสด็จพ่อ ลูกยังมีเื่ให้รายงานอีกพ่ะย่ะค่ะ!”
“โอ้? งั้นก็รายงานเลยสิ!”
หลี่ซื่อหมินขมวดคิ้ว ทว่าเขายังอยากเห็นว่าองค์ชายแปดเด็กอัจฉริยะคนนี้ มีอะไรให้รายงานอีกบ้าง
อย่างไรก็ตาม เห็นเพียงหลี่เฉิงเฟิงยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาล้วงค้นในกระเป๋าเสื้อของเขา!
แล้วดึงบันทึกเล่มเล็กออกมาอีกหนึ่งเล่ม
โหวจุนจี๋อ้ำอึ้ง นั่นเป็บันทึกของใครกัน?
เมื่อเห็นเช่นนั้น ขุนนางฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารในท้องพระโรงก็ตื่นตระหนกในทันใด
พวกเขาทุกคนกังวลว่าตัวเองจะตกเป็เป้าหมายของหลี่เฉิงเฟิง
ดังที่คาดไว้ หลี่เฉิงเฟิงเปิดบันทึกหน้าแรกแล้วเอ่ยว่า “เสด็จพ่อ ลูก้ารายงาน ผู้ตรวจการเฉิงอัน ด้วยความผิดฐานข่มเหงประชาชน ชิงตัวหญิงสามัญชน!”
“อันใด? ฝ่าา กระหม่อมถูกปรักปรำ!”
ท่ามกลางผู้คน ชายร่างผอมสูงในชุดผู้ตรวจการก้าวออกมา ก่อนจะทิ้งเข่าลงบนพื้นเสียงดังตุ๊บ
หลี่ซื่อหมินย่นคิ้วอย่างสงสัย
หลี่เฉิงเฟิงเพ่งมองด้วยสายตาคมกริบพลางตะคอก “ปรักปรำรึ? เ้ามีดีอะไรให้ปรักปรำ? คนที่ถูกปรักปรำ เห็นได้ชัดว่าเป็ตระกูลของเหล่าจางกับลูกสาวของเขา! หลินอัน เ้าอาศัยตำแหน่งผู้ตรวจการแห่งต้าถังของตนเอง ใช้อำนาจโดยมิชอบ กดขี่ประชาชน ทำให้ราชวงศ์อันน่าเกรงขามของต้าถังต้องอับอาย สมควรถูกปะาชีวิตหลังสารทฤดู[1]!”
“กระ กระหม่อม… ”
เฉิงอันหน้าถอดสี ริมฝีปากของเขาสั่นเทา
หลี่เฉิงเฟิงพูดไม่ผิด เขาทำเื่เช่นนั้นจริง แต่ใครเป็คนแพร่งพรายเื่นี้?
สมาชิกในตระกูลของเหล่าจางถูกเขาฆ่าล้างตระกูลหมดแล้วมิใช่หรือ?
นอกจากฟ้าดินกับตัวเขาเองที่รู้ ก็ไม่มีใครรู้อีกเลย แล้วองค์ชายแปดรู้เื่นี้ได้อย่างไร?
เฉิงอันกัดฟันแน่นอ้อนวอนไม่ยอมรับผิด ทว่าสิ่งที่หลี่เฉิงเฟิงพูดนั้นถูกต้องครบถ้วน ความผิดบาปทั้งหมดที่เฉิงอันเคยกระทำในอดีต ล้วนถูกเปิดโปงออกมาแล้ว
เฉิงอันหน้าซีดเผือด
ทว่าเหนือท้องพระโรง มีคนผู้หนึ่งที่มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น
คนผู้นั้นก็คือหลี่ซื่อหมิน!
หลี่ซื่อหมินขบเค้นฟัน ตวาดขึ้นว่า “เยี่ยม เยี่ยมไปเลยเฉิงอัน! วันนี้ หากไม่ใช่เพราะองค์ชายแปดเรนำบันทึกของเ้าออกมา เกรงว่าเราคงยังไม่รู้ถึงอาชญากรรมอันชั่วช้าที่เ้าก่อต่อเหล่าราษฎรแล้วกระมัง?”
“ทหาร ลากตัวมันออกไป ปะาซึ่งหน้า[2]!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา!”
หลี่ซื่อหมินทรงมีรับสั่งให้องครักษ์พกดาบสองนาย ลากตัวผู้ตรวจการเฉิงอันที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนออกไปจากท้องพระโรง มุ่งหน้าไปที่แท่นปะาของต้าถัง
“ฝ่าาโปรดทรงไว้ชีวิต กระหม่อมผิดไปแล้ว ฝ่าาโปรดให้โอกาสกระหม่อมได้กลับตัวกลับใจด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
เฉิงอันคร่ำครวญร้องขอความเมตตา
ในทางกลับกันหลี่ซื่อหมินมีสีหน้าบึ้งตึง ไม่เอ่ยคำใด
ขุนนางฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารคุกเข่าก้มหน้าลงกับพื้น ไม่กล้าแม้แต่หายใจ
“เสด็จพ่อ ยังอยากให้ข้ารายงานต่อหรือไม่?”
“รายงานต่อไป! เราอยากจะเห็นนักว่าวันนี้ขุนนางชั้นสูงแห่งต้าถังทั้งหลาย ณ ที่แห่งนี้ ทำเื่เสื่อมทรามสักกี่คน?”
“พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ…”
……
ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงหยิบบันทึกขนาดเล็กหลายเล่มออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขา แล้วเริ่มรายงานเื่ผิดศีลธรรมที่เหล่าขุนนางใหญ่ในท้องพระโรงเคยทำมาก่อน
ขุนนางชั้นสูงของต้าถังที่หลี่เฉิงเฟิงเลือกล้วนก่ออาชญากรรมร้ายแรงพอที่จะถูกปะาชีวิต
ใบหน้าของหลี่ซื่อหมินอึมครึม ไม่ปริปากสักคำ
ควรฆ่าก็ฆ่า ควรลงโทษก็ลงโทษ
ในเช้าวันเดียว หลี่ซื่อหมินลงโทษขุนนางชั้นสูงของต้าถังแปดคน ตัดหัวขุนนางในท้องพระโรงอีกสามคน
ในเวลานี้ ขุนนางฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารต่างคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยเท้าที่สั่นเทา
พวกเขากลัวว่าหลี่เฉิงเฟิงจะหยิบบันทึกเล่มเล็กออกมา แล้วเริ่มสาธยายความผิดที่พวกเขาเคยก่อไว้ในอดีต
ท้ายที่สุดไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้แต่นักบุญก็ยังทำผิดพลาดได้
ดังนั้นใน่เวลาเช่นนี้ เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารจึงเริ่มหวาดกลัวหลี่เฉิงเฟิง
เพราะหลี่เฉิงเฟิงมีจุดอ่อนของพวกเขาอยู่ในมือ หากรู้สึกไม่ชอบใคร ก็สามารถนำบันทึกเล่มเล็กออกมารายงานได้ แล้วพวกเขาจะกล้าดูิ่หลี่เฉิงเฟิงตอนนี้ได้อย่างไร? ใครจะกล้าพูดจาโอหัง กล่าวหาหลี่เฉิงเฟิงเป็เด็กหัวรั้น?
“ฮึ… วันนี้เราได้เห็นแล้วว่าขุนนางคนสำคัญแห่งราชสำนักผู้มีภาพลักษณ์สง่างามหลายคน รับสินบาทคาดสินบน กระทำเื่ผิดกฎหมาย ทั้งยังเห็นแก่ตัว”
หลี่ซื่อหมินเป่าเคราด้วยความโกรธเกรี้ยว
ความสงบในท้องพระโรงในอดีต แท้จริงแล้วเป็ข้าราชการที่ปกป้องกันเอง?
บัดนี้มีหลี่เฉิงเฟิงเข้าแทรกแซง จึงอับอายขายหน้าร่วมกัน?
ไม่แปลกใจที่การว่าราชกิจทุกครั้ง นอกจากเว่ยเจิง ฝางเสวียนหลิงกับคนอื่น ๆ ล้วนไม่มีผู้ใดมารายงาน!
“อ๋องน้อย รายงานต่อไป!”
“พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ!”
ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงเริ่มค้นในกระเป๋าเสื้อของเขาอีกครั้ง
โหวจุนจี๋ เหว่ยฉือจิ้งเต๋อ ฉินฉงและคนอื่น ๆ ล้วนมีสีหน้าตื่นตระหนก
กระเป๋าขององค์ชายแปดกว้างใหญ่เพียงไหนเชียว? หยิบบันทึกออกมาหลายสิบเล่มแล้ว ยังจะหยิบออกมาได้อีกหรือ?
“ตุบ…”
แต่แล้วในเวลานี้ จู่ ๆ บันทึกหลายเล่มก็ร่วงหล่นอยู่บนพื้น
หัวใจของเหล่าขุนนางฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารล้วนจุกอยู่ในลำคอ
หนนี้ใครจะเป็ผู้โชคร้ายให้องค์ชายแปดรายงานกันแน่?
เหว่ยฉือจิ้งเต๋อกลืนน้ำลายดังอึก หยาดเหงื่อไหลซึมบนหน้าผากของเขา
เขาคิดในใจว่า : ขออย่าให้เป็ตัวเองเลย!
แต่ทันใดนั้น หลี่ซื่อหมินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทองก็ััได้ถึงลางร้าย!
เพราะหลี่ซื่อหมินเห็นว่าในบรรดาบันทึกที่หล่นอยู่ตรงเท้าของหลี่เฉิงเฟิง มีบันทึกเล่มหนึ่งเขียนไว้ว่า : เื่ผิดศีลธรรมของหลี่ซื่อหมินในปีนั้น!
มารดามันเถิด แม้แต่ของข้าก็มีหรือนี่?
บัดซบ ไอ้เด็กคนนี้…
หลี่ซื่อหมินใจเต้นรัวทันที
เ้าเด็กตัวแสบคนนี้ แม้แต่เสด็จพ่อของตนก็คิดจะรายงานด้วยรึ?
ใบหน้าของหลี่ซื่อหมินหมองลงทันที เขาจับจ้องไปยังหลี่เฉิงเฟิงอย่างหมดหนทาง
จนกระทั่งหลี่เฉิงเฟิงเก็บบันทึก ลงในกระเป๋าของเขา
[1] 秋后问斩 ปะาชีวิตหลังฤดูใบไม้ร่วง อาชญากรรมร้ายแรงที่สุดมักปะาชีวิตใน่ฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาว
[2] 斩立决 ปะาซึ่งหน้า ปะาทันทีไม่มีเวลาสำนึกผิด เป็พระบรมราชโองการของฮ่องเต้เพียงผู้เดียว