ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน : ผู้เล่นลมกระจ่างจันทร์แรมส่งข้อความมา ฉินโจ้วจึงเปิดอ่านดู
"เรื่องสนุกงานใหญ่ หมีโหดคลั่ง เลเวล 45 สถานที่ ป่าคนเถื่อน ให้ไว"ข้อมูลของลมกระจ่างจันทร์แรมก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป เน้นความรวดเร็ว
"รับทราบ"
ดวงตาของฉินโจ้วส่องประกายเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเตรียมตัวและออกเดินทางทันที
คนเถื่อนเป็นตำนานของอัจฉริยะที่ยังมีชีวิตอยู่แต่น้อยคนที่จะได้มีโอกาสพบเห็น มีเรี่ยวแรงมหาศาล ชอบกินเนื้อสัตว์สดๆและดื่มเลือดเป็นอาหาร ลักษณะคล้ายมนุษย์ แต่ขนยาวกว่าขนาดตัวสูงกว่ามนุษย์ทั่วไปอยู่หลายเท่านักว่ากันว่าคนเถื่อนนั้นสืบเชื้อสายมาจากยักษ์โบราณ แต่ก็ไม่มีใครเคยพิสูจน์มาก่อนป่าคนเถื่อนนั้นตั้งชื่อตามผู้คนที่เคยได้พบเห็นคนเถื่อนอาศัยอยู่ที่นี่
พื้นที่ป่าคนเถื่อนส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบแต่มีอาณาเขตกว้างใหญ่มากจนสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้ขึ้นอยู่กันแบบไม่หนาแน่นมากแต่ละต้นมีความสูงมากเป็นพิเศษ ไม่ต่ำกว่า 70-80 เมตร สามารถพบเห็นได้ทุกที่เมื่อนำต้นไม้ทั่วไปมาเปรียบเทียบกับของที่นี่ก็ไม่ต่างจากเด็กน้อยเมื่อผู้คนเดินเข้าไปด้านใน จะให้ความรู้สึกว่าตัวเล็กลงเป็นอย่างมาก
ลึกเข้าไปในป่าคนเถื่อนราว10 ลี้ ก็มีเสียงของการต่อสู้และเสียงตะโกนโหวกเหวกดังออกมาเป็นระยะดูเหมือนว่าจะมีสองกองทัพกำลังต่อสู้ห้ำหั่นกันแม้จะอยู่ห่างไกลออกมาก็ยังได้ยินเสียงของเหล็กและหินกระทบกันตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนและเสียงระเบิด แสดงถึงมีการต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง
ผู้เล่นสี่คนของกิลด์สวรรค์ยืนอยู่ระหว่างทางแยกของป่าคนเถื่อนเพื่อป้องกันผู้เล่นอื่นๆฉินโจ้วยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเริ่มใช้ทักษะพรางตัวของผ้าคลุมล่องหนทั่วทั้งร่างเลือนหายไปในอากาศ ก่อนจะเดินเข้าสู่ป่าคนเถื่อนอย่างเงียบเชียบอันที่จริงเขาเองก็ไม่ได้กลัวผู้เล่นทั้งสี่คนนี้แต่ไม่อยากจะแหวกหญ้าให้งูตื่นต่างหาก
ในไม่ช้าฉินโจ้วก็เข้ามาถึงสถานที่ต่อสู้สิ่งที่อยู่ต่อหน้าเขานั้นยิ่งใหญ่ราวกับการจัดงานแสดงถึงแม้ว่าฉินโจ้วเองจะรู้อยู่แล้วแต่ก็ยังอดที่จะตกตะลึงไม่ได้
มีผู้เล่นราว7,000-8,000 คน กำลังยืนห้อมล้อมหมียักษ์สีน้ำตาลตัวหนึ่งซึ่งกำลังต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย นี่มันต่างจากฉากเล็กๆ ที่มีผู้เล่นหลักร้อยมีผู้เล่นหลายพันคนกำลังยืนอยู่ที่นี่ก็ทำให้ผู้คนประหลาดใจมากแล้วแต่ที่นี่มันต้องเรียกว่ากว้างใหญ่ไพศาลมาก มีคนเกือบ 8,000 คนกระจายอยู่เต็มทั่วบริเวณ แม้จะกวาดตามองก็ยังเห็นได้ไม่ทั้งหมดที่นี่เป็นสถานที่ที่วิเศษมากที่สุดตั้งแต่ฉินโจ้วเข้าเกมมาเลย
นักรบพุ่งเข้าไปต่อสู้เมจร่ายเวท ลูกธนูจากนักธนู ทักษะการรักษาชีวิตของพรีส ทักษะทั้งหลายรวมกันอย่างผสมผสานซึ่งเต็มไปด้วยสีสัน ความโกรธเกรี้ยวรุนแรงจากการระเบิดทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนได้อยู่ในสนามรบ
ที่อยู่ตรงกลางนั้นคือหมียักษ์สีน้ำตาลตัวหนึ่ง สูงราวสามจั้ง (10 เมตร) ที่ปกคลุมไปด้วยขนหนาร่างกายแข็งแรง ขาหน้าดูหนาอวบกว่าเอวคนเล็กน้อยเต็มไปด้วยพละกำลังที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดในขณะที่ส่งเสียงคำรามน่ากลัวออกมาอย่างต่อเนื่อง
หมีโหดคลั่ง: ระดับเลเวล 45 พลังชีวิต 1,350,000 หน่วย
ระดับเลเวลของหมีโหดคลั่งนั้นสูงกว่าฉินโจ้วอยู่มากนักในตอนนี้เขามีข้อมูลเพียงเล็กน้อยเฉพาะในส่วนพลังชีวิตเท่านั้นแต่ยังไม่รู้ถึงทักษะอื่นๆ เลย แต่อย่างไรก็ตามจุดประสงค์ของเขาคราวนี้คือต้องการลงมือจากเบื้องหลังดังนั้นถึงเขาจะไม่รู้เรื่องทักษะก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนัก
เป็นไปได้ยากที่ในกลุ่มจะมีผู้เล่น7,000-8,000 คน ที่ต่อสู้ในเวลาเดียวกันผู้เล่นที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้นไม่สามารถเห็นแม้กระทั่งเงาของมอนสเตอร์ดังนั้นแล้วไม่ต้องพูดถึงเรื่องการโจมตีเลย ถึงแม้ว่าจำนวนคนจะดูเยอะมากแต่ในความเป็นจริงคงมีจำนวนผู้เล่นหลักร้อยที่อยู่ด้านหน้าเท่านั้นที่จะมีส่วนร่วม
การโจมตีของผู้เล่นกิลด์สวรรค์นั้นรุนแรงเป็นอย่างมากมีการโจมตีใส่หมีโหดคลั่งไม่ต่ำกว่า 100 ครั้งต่อวินาทีผู้เล่นที่อยู่ล้อมรอบหมีโหดคลั่งมีราว 200 คน ทำหน้าที่เป็นเกราะเนื้อเป้าหมายก็คือ ป้องกันไม่ให้หมีโหดคลั่งหลบหนีไปทั้งหมดที่เหลือต่างทำหน้าที่โจมตีด้วยการยิงเวท พลังวิญญาณและลูกธนูที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีวันหยุด
200คน ที่อยู่ตรงนี้นั้นไม่แน่นอน เพราะผู้เล่นมีโอกาสที่จะถูกสังหารได้ตลอดเวลา
การโจมตีของผู้เล่นกิลด์สวรรค์นั้นไม่ธรรมดาเลยแต่การโจมตีของหมีโหดคลั่งนั้นร้ายกาจยิ่งกว่าขนสัตว์ที่ปกคลุมอยู่นั้นทั้งหนาและแข็งมากและพละกำลังของมันดูเหมือนจะไม่มีวันหมดการโจมตีด้วยอุ้งมือขนาดใหญ่กว่าพัดแต่ละครั้งทำให้หลายชีวิตถูกสังหารร่างของผู้เล่นถูกแยกเป็นชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ลำไส้และอวัยวะอื่นๆกองอยู่เกลื่อนกลาด พื้นนองไปด้วยเลือด ดูน่าสะอิดสะเอียนไม่น้อยผู้เล่นที่ถูกโจมตีถ้าไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส ตั้งแต่ฉินโจ้วเข้ามาถึงเมื่อ 3-5นาทีก่อน มีผู้เล่นกิลด์สวรรค์ถูกสังหารไปไม่น้อยกว่าร้อยศพแล้ว
พลังป้องกันของหมีโหดคลั่งนั้นสูงมากการโจมตีทั่วไปสามารถสร้างแผลให้กับมันได้เหมือนปรอยฝน ซึ่งมันได้รับความเสียหาย-10,-10, -11, -12 หน่วยแม้เป็นการโจมตีพิเศษก็สร้างความเสียหายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นดูไปแล้วพลังป้องกันของมันไม่ต่างจากแรดบนพื้นดินเลยทีเดียว
แสงสีเทาพวยพุ่งขึ้นจากสนามรบอย่างต่อเนื่องกิลด์สวรรค์ก็ส่งคนลงไปคอยป้องกันหมีโหดคลั่งไม่ให้หนีออกไปได้ดูแล้วค่าตอบแทนที่ต้องใช้ในครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก
ฉินโจ้วเฝ้าดูอย่างกระตือรือร้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ก็กินเวลาไปมากกว่าชั่วโมงแล้ว ผู้เล่นกิลด์สวรรค์ในตอนนี้ถูกสังหารไปแล้วไม่ต่ำกว่า2,000 คน ถ้ามีผู้คนล้นหลามอย่างไม่จำกัดก็น่าจะรู้สึกดีกว่านี้มากอย่างน้อยยังพอได้เห็นเส้นทางบ้างแต่ความตายของผู้เล่นระดับต่ำในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงใส่เพื่อใช้ลดพลังชีวิตหมีโหดคลั่งแต่ถึงอย่างนั้นแล้ว หมีโหดคลั่งก็ยังคงดุร้ายเหมือนเดิมมาถึงตอนนี้แล้วพลังชีวิตเหลืออยู่ประมาณหนึ่งล้านหน่วยดูท่าว่าคงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5-6 ชั่วโมง เพื่อจัดการปัญหานี้
"พี่ลมกระจ่างผมมาถึงแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้ว ฉินโจ้วเพิ่งนึกถึงลมกระจ่างจันทร์แรมเขามาที่นี่สักพักแล้ว แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาดูท่าทักษะการพรางตัวของเขาต้องสุดยอดเป็นแน่
"เอ่อ...ตอนนี้ผมกำลังถูกไล่ล่าอยู่ กำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอยู่ จะพยายามรีบไปที่นั่นผมจะไม่บอกคุณ... โอ๊ย..." ลมกระจ่างจันทร์แรมตัดสายไปหลังจากพูดจบดูเหมือนว่าเขาน่าจะกำลังตกที่นั่งลำบาก (อีกแล้ว)
ฉินโจ้วนิ่งเงียบไปชั่วครู่ไม่น่าเชื่อใจลมกระจ่างจันทร์แรมมาทำงานนี้เลยดูเหมือนว่าเขาจะโดนลมกระจ่างจันทร์แรมหลอกเอาเสียแล้ว แต่ถ้าเขามาไม่ถึงนั่นยิ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากกว่าความแข็งแกร่งของลมกระจ่างจันทร์แรมนั้นมีไม่น้อยใครที่จะสังหารเขาต้องสูญเสียหัวหรือไม่ก็ต้องหลบหนี แต่ถ้าคิดอีกแบบเขายังคงสามารถพูดคุยได้ ก็แสดงว่าการหลบหนีไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก ฉินโจ้วก็รู้สึกเบาใจลงไปบ้าง
ผ่านไปไม่นานนักผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งต่ำก็เสร็จสิ้นภารกิจกระสุนปืนใหญ่และทั้งหมดได้ถูกสังหารจนหมดสิ้นผู้เล่นที่เหลืออยู่ในตอนนี้เป็นระดับผู้เชี่ยวชาญที่ระดับเลเวลมากกว่า 25 ขึ้นไปจนเวลาผ่านไปอีกสักครู่ พลังชีวิตของหมีโหดคลั่งก็ลดลงเหลือครึ่งหนึ่งซึ่งในตอนนี้ผู้เล่นของกิลด์สวรรค์ก็เหลือน้อยกว่า 3,000 คนแล้วผู้เล่นที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้นั้นกลายเป็นเลเวล 28
บริเวณสถานที่ที่อยู่สูงเหนือพื้นดินมีผู้เล่นกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ ในขณะที่มองไป ฉินโจ้วได้เห็นผู้เล่นคนหนึ่งหน้าตาสง่างามรูปร่างสูงใหญ่ แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนนับพันก็ยังสามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัดไม่มีเหตุผลใดสำหรับฉินโจ้วที่จะไม่เชื่อว่านั่นคือผู้นำกิลด์สวรรค์ 'จักรพรรดิหยก'
ยังมีผู้เล่นอีกสามคนที่ยืนอยู่ล้อมรอบจักรพรรดิหยกหนึ่งในนั้นเป็นเพื่อนเก่าของฉินโจ้วเอง 'ทัวทาเทียนหวัง'ส่วนอีกสองคนนั้นเขาไม่รู้จักมาก่อนแต่พวกเขาต้องเป็นรองหัวหน้าอีกสองคนเป็นแน่ 'ไท่ซ่งเล่าจุน'กับ 'ไท่ไป๋จินซิง'
จักรพรรดิหยกมองขึ้นไปบนท้องฟ้าขณะที่กำลังจะเริ่มมืดลงในอีกไม่เกิน 2 ชั่วโมง เขานึกถึงเรื่องเวลาที่ใกล้จะหมดลงแล้วก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า" สั่งการลงไปให้เตรียมใช้ลูกธนูเจาะเกราะเวท
หลังจากที่ได้รับคำสั่งรูปแบบการโจมตีของกิลด์สวรรค์ก็เปลี่ยนไปทันทีเมจเริ่มถอยหลังกลับไปก่อนจะถูกแทนที่ด้วยนักธนูโดยมีลูกธนูเจาะเกราะเวทขึ้นสายรอไว้แล้ว
หึหึ...
ท่ามกลางเสียงหวีดแหลมแหวกอากาศลูกศรเจาะเกราะเวทพุ่งทะยานแหวกอากาศเป็นทางก่อนจะยิงเข้าใส่หมีโหดคลั่งขนที่หนาของมันไม่สามารถป้องกันได้อีกต่อไปแล้วความเร็วของลูกธนูเวทนี่ค่อนข้างสูง แม้แต่นกเองก็ยากที่จะหลบพ้นนับประสาอะไรกับมอนสเตอร์ที่ประสาทสัมผัสค่อนข้างช้าอย่างหมีโหดคลั่งเป็นที่แน่นอนว่าลูกธนูเกือบทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ร่างของหมีโหดคลั่งยกเว้นแค่บางลูกเท่านั้น
-3,500
-3,500
-3,500
。。。。。。
เมื่อลูกธนูเจาะเกราะเวทหมดลงพลังชีวิตของหมีโหดคลั่งก็เหลืออยู่ 500,000 หน่วยลูกธนูเจาะเกราะเวทได้ใช้เลือดพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นถึงพลังในการโจมตีแล้วว่ามากมายขนาดไหน
หลังจากที่สูญเสียพลังชีวิตไปเป็นจำนวนมากหมีโหดคลั่งก็เริ่มโกรธ ก่อนจะคำรามด้วยเสียงอันดังสองขาหน้าอันใหญ่โตก็พลันกระทืบพื้นดิน ก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นจากนั้นพื้นดินก็สั่นสะเทือน
"หนามพสุธา"
หนามแหลมนับไม่ถ้วนเจาะทะลุพื้นดินขึ้นมาเหมือนจะเป็นหินแกรนิตแข็ง ก่อตัวขึ้นมาด้วยวิธีการบางอย่าง มันพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินโดยตรงทะลุร่างกายของผู้เล่นได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะลากเอาชีวิตของผู้เล่นไปด้วยชั่วพริบตาก็มีหนามแหลมพุ่งขึ้นรอบบริเวณไม่ต่ำกว่า 30 เมตรเบียดเสียดขึ้นกันอย่างหนาแน่น หนามแหลมนั้นพุ่งขึ้นมาเร็วมากมีผู้เล่นกิลด์สวรรค์หลายคนหนีไม่ทัน ไม่ต่ำกว่าสองร้อยคนที่ถูกสังหารภายในเสี้ยววินาทีทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าหมีโหดคลั่งก็กลายเป็นว่างเปล่า
แต่ดูเหมือนว่าความสนุกยังไม่จบลงแค่นี้หมีโหดคลั่งยังคงมีความโกรธเกรี้ยวอยู่ ร่างใหญ่โตระเบิดความเร็วได้อย่างน่าทึ่งแค่พริบตาเดียวมันก็พุ่งตรงเข้าใส่ฝูงชน ก่อนจะใช้ทักษะ 'หนามพสุธา' อีกหลายต่อหลายครั้งจนทำให้พื้นดินเต็มไปด้วยหนามแหลมแทงทะลุพื้นดินขึ้นมาซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีร่างของผู้เล่นเสียบคาอยู่ ราวกับขนมถังหูลู่เสียบไม้บางแท่งก็มีสามศพ บางแท่งก็มีห้าศพ เลือดไหลนองราวกับสายน้ำบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
หมีโหดคลั่งโกรธจัดตลอดเวลาผ่านไปไม่ต่ำกว่าห้านาทีผู้เล่นของกิลด์สวรรค์ก็เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งแต่ถึงแม้ว่าหมีโหดคลั่งนั้นจะแข็งแกร่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะจัดการไม่ได้หลังจากนั้นได้มีทักษะเวทราว 20 ชนิดพุ่งเข้าใส่ ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของมันเริ่มลดลงดูอ่อนแอและเชื่องช้าลงด้วย
"โจมตีต่อไปเรื่อยๆห้ามหยุดพักเด็ดขาด"
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของทัวทาเทียนหวังผู้เล่นกิลด์สวรรค์จึงหยุดวิ่งหนีเอาตัวรอด ก่อนจะใช้เวลาชั่วครู่เพื่อจัดรูปแบบเริ่มการโจมตีครั้งใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นจักรพรรดิหยกก็ค้นพบสิ่งที่น่าละอายคือเมื่อการโจมตีอย่างดุดันของหมีโหดคลั่งเริ่มขึ้นอย่างกะทันหันจึงไม่ได้มีการเตรียมรูปแบบไว้เพื่อรับมือส่งผลให้นักรบและอัศวินจำนวนมากต้องบาดเจ็บและล้มตาย และพวกเขาก็ไม่มีเกราะเนื้อทำให้ไม่มีผู้เล่นที่จะคอยหยุดหมีโหดคลั่งเอาไว้จึงไม่สามารถปล่อยให้เมจโจมตีต่อได้
ต่อมาไม่นานกิลด์สวรรค์ก็ค้นพบวิธีด้วยการปล่อยให้ผู้ใช้เวทแห่งความตายสานต่อซึ่งผู้ใช้เวทแห่งความตายนั้นมีทักษะที่ค่อนข้างทรงพลัง"อัญเชิญอสูรหินผา" และอัญเชิญปีศาจซากศพขึ้นมาช่วยต่อสู้
อสูรหินผานั้นเคลื่อนไหวค่อนข้างช้าแต่เนื่องจากมีพลังชีวิตที่สูงและมีพลังป้องกันรวมทั้งมีพละกำลังมากซึ่งเหมาะที่จะเป็นเกราะเนื้อแทน ฉินโจ้วเองไม่เคยเลือกใช้ทักษะนี้ตั้งแต่แรกเพราะเน้นไปที่กองทัพทหารโครงกระดูกมากกว่า
ในอาชีพเมจนั้นผู้ใช้เวทแห่งความตายค่อนข้างมีจำนวนน้อย แม้กิลด์สวรรค์จะมีชื่อเสียงก็ยังเชิญมาได้แค่ 5 คนเท่านั้น
ซึ่งมีเพียงสองคนที่เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองแล้วอสูรหินผา 20 ตัวยืนล้อมรอบหมีโหดคลั่งก่อนจะหยุดเคลื่อนไหวดูเหมือนว่าอสูรหินผาจะไม่สมชื่อในเรื่องพลังชีวิตและพลังป้องกันสูงเสียแล้วด้วยความแข็งแกร่งของหมีโหดคลั่งแค่โจมตีเพียงสองครั้งก็สามารถจัดการอสูรหินผาได้หนึ่งตัวแล้วและเหมือนว่าหมีโหดคลั่งจะเริ่มสนใจโจมตีมากขึ้นเมื่อมันฟาดอุ้งเท้าขนาดใหญ่ใส่อสูรหินผาทำให้เกิดเสียงดัง ปัง! ปัง!ดูเหมือนว่ามันต้องการสังหารทั้งหมดถึงจะพอใจ ราวกับมีความโกรธแค้นกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน
ด้วยการป้องกันของอสูรหินผาทำให้การเสียชีวิตของกิลด์สวรรค์นั้นลดลงเป็นอย่างมากแต่ก็เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น
เนื่องจากความเร็วของอสูรหินผานั้นค่อนข้างน้อยภายใต้การโจมตีของหมีโหดคลั่งจึงทำให้ผู้เล่นกิลด์สวรรค์หลายคนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากแต่สภาพของหมีโหดคลั่งก็ไม่สู้ดีนัก จนถึงบัดนี้แล้วผู้เล่นที่เหลืออยู่ของกิลด์สวรรค์ก็มีแต่ผู้เชี่ยวชาญทั้งนั้นซึ่งการโจมตีในแต่ละครั้งก็สร้างความเสียหายให้กับหมีโหดคลั่งได้ค่อนข้างมาก
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงผู้เล่นกิลด์สวรรค์ก็เหลืออยู่เพียงแค่ 700-800 คนเท่านั้นส่วนพลังชีวิตของหมีโหดคลั่งก็ลดต่ำลงกว่า 300,000 หน่วยแล้วถ้าต่อสู้กันด้วยความเร็วเท่านี้ กิลด์สวรรค์คงจะถูกสังหารหมดก่อนแน่แต่จักรพรรดิหยกและคนอื่นๆ นั้นกลับแสดงสีหน้ามีความสุข ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด
ฉินโจ้วสังเกตจากสีหน้าของจักรพรรดิหยกและคนอื่นๆแล้ว เขาเดาว่ากิลด์สวรรค์จะยังต้องมีไพ่ลับเก็บไว้อีกเป็นแน่และไพ่ลับนี้คงจะต้องทรงพลังเป็นอย่างมาก ดูท่าหมีโหดคลั่งคงจะรับมือไม่ไหวนี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะจุดประสงค์ที่เขามาที่นี่เพราะต้องการก่อกวนให้เกิดความผิดพลาดถ้าเกิดกิลด์สวรรค์ทำสำเร็จ ก็เท่ากับว่าเขามาโดยไม่ได้อะไรเลย
ไท่ไป๋จินซิงและไท่ซ่งเล่าจุนเริ่มเดินเข้าไปใกล้หมีโหดคลั่งเมื่อเข้าไปถึงระยะโจมตี ไท่ซ่งเล่าจุนก็เริ่มร่ายเวทในเวลานี้ฉินโจ้วเพิ่งได้รู้ว่าไท่ซ่งเล่าจุนนั้นเป็นเมจธาตุน้ำแข็ง
"อสรพิษเยือกแข็งพัวพัน"
งูน้ำแข็งปรากฏกายขึ้นกลางอากาศก่อนที่อุณหภูมิจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว อากาศเย็นครอบคลุมไปทั่วบริเวณภายในรัศมี 10เมตร ส่งผลกระทบกับการเคลื่อนไหวของผู้เล่นที่ทำให้ช้าลงเป็นอย่างมาก
ทันทีที่งูน้ำแข็งปรากฏขึ้นฉินโจ้วก็สังเกตเห็นได้ทันทีว่าเป็นเวทมนตร์ระดับกลางความเร็วของงูน้ำแข็งนั้นสูงมาก มันพุ่งเข้าจับหมีโหดคลั่งในทันทีทำให้หมีโหดคลั่งหยุดลงชั่วขณะ บริเวณพื้นผิวเริ่มจับตัวกลายเป็นน้ำแข็ง
"พุ่งทะยาน"
ในขณะที่หมีโหดคลั่งเริ่มหยุดนิ่งไท่ไป๋จินซิงก็เรียกใช้ทักษะพิเศษของทหารม้า พวกเขาร่วมมือกันได้เป็นอย่างดีแม้ว่าการเคลื่อนไหวจะธรรมดามาก แต่ค่อนข้างทรงพลังเมื่อพลังรวมเข้าด้วยกันก็ทำให้เกิดประกายแสงสว่างแปลกๆ ปรากฏที่ตัวหอกก่อนจะแทงใส่หมีโหดคลั่ง
การคาดคะเนช่วงเวลาของไท่ไป๋จินซิงนั้นแม่นยำเป็นอย่างมากในชั่วขณะที่หมีโหดคลั่งถูกแช่แข็งและพลังป้องกันลดต่ำลงจากความหนาวเย็นจนถึงระดับต่ำสุดเนื่องจากระดับเลเวลของหมีโหดคลั่งนั้นสูงมาก ถึงแม้งูน้ำแข็งจะค่อนข้างทรงพลังแต่ก็สามารถแช่แข็งไว้ได้เพียงแค่หนึ่งวินาทีเท่านั้นซึ่งถ้าเกินไปแม้เพียงนิดเดียวก็จะหลุดออกจากการควบคุมได้ทันทีดังนั้นระยะเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต้องไม่เร็วเกินไปหรือช้าเกินไป
“-88,000”
หอกยาวแทงเข้าไปที่บริเวณเอวของหมีโหดคลั่งอย่างแม่นยำก่อนจะปรากฏหลุมเลือดขึ้นมา
ม่านตาของฉินโจ้วหดแคบเข้าค่าความเสียหาย 88,000 หน่วย นี่มันไม่สูงไปหน่อยหรือท่าพุ่งทะยานเป็นแค่ทักษะพื้นฐาน กับระดับเลเวลของหมีโหดคลั่งต่อให้โจมตีตรงจุดตายก็ไม่น่าจะได้สูงเท่านี้ก่อนที่ฉินโจ้วจะพุ่งเป้าไปที่หอกที่ดูแวววาวเล่มนั้น มีแสงส่องประกายออกมาโดยรวมมองดูให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศลึกลับ
"เครื่องราง"
ร่างกายของฉินโจ้วถึงกับสั่นเทิ้มมันน่าจะเป็นเครื่องรางแบบหนึ่ง ไม่แปลกใจเลยถึงมีพลังโจมตีมากขนาดนี้ความแข็งแกร่งของกิลด์สวรรค์ไม่ธรรมดาเลย ถึงขนาดเครื่องรางก็ยังมี
นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้นด้วยความสำเร็จจากการโจมตีของไท่ไป๋จินซิง กลุ่มเมจพิเศษได้ปรากฏตัวขึ้นโดยมีสมาชิกราวสามคนในกลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ 10 คนแต่ละกลุ่มจะแยกตามประเภทของทักษะเวท ก่อนจะร่วมกันส่งเวทออกไปเป็นการโจมตีประเภทหนึ่งที่เรียกว่าเวทกลุ่มโดยที่การรวมกันของพลังเวทจากผู้เล่นสิบคนส่งออกไปจะมีพลังมากกว่าความแข็งแกร่งของตัวเมจเอง
"มังกรไฟคำราม"
"ทักษะวายุดาบ"
"ดาบน้ำแข็ง"
เวททั้งสามโจมตีใส่หมีโหดคลั่งอย่างต่อเนื่องและเกือบจะสร้างความเสียหายเข้าใกล้ 80,000 หน่วยซึ่งมากกว่าค่าความเสียหายของเวทระดับกลาง ในขณะที่เวททั้งสามยังคงโจมตีอยู่นั้นส่งผลให้หมีโหดคลั่งเกิดความสับสน จนไม่สามารถขยับร่างกายได้ กลายเป็นเป้านิ่งอยู่อย่างนั้น
"พุ่งทะยาน"
ไท่ไป๋จินซิงร้องคำรามก่อนจะพุ่งเข้าแทงหมีโหดคลั่งอีกครั้งและสร้างความเสียหายที่ 88,000 หน่วย หลังจากการโจมตีติดต่อกันสองครั้งไท่ไป๋จินซิงเองก็จะทนรับไม่ไหว ความเร็วเริ่มลดลงดูเหมือนว่าเครื่องรางนี้จะใช้งานไม่ได้ง่ายเลย
"ดีแล้วต่อไปอาวุธเวทต้องห้าม หน้าไม้โจมตีได้" ทัวทาเทียนหวังสั่งการออกไป
ผึงง…
เสียงทุ้มต่ำสั่นไปทั่วบริเวณหน้าไม้ขนาดใหญ่และยาวกว่าหอกถูกยิงออกจากที่ห่างไกล มันรวดเร็วราวสายฟ้าผู้คนเห็นเพียงแค่เงาดำพุ่งผ่านไป ก่อนจะยิงใส่หมีโหดคลั่ง
การโจมตีอย่างต่อเนื่องทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ในเวลาเดียวกันก่อให้เกิดแสงไฟคล้ายหินไฟกระทบกัน พลังชีวิตของหมีโหดคลั่งลดต่ำลงกว่า 50,000 หน่วยแล้ว ถ้าเกิดมันถูกสังหารทุกอย่างคงจะเปลี่ยนไปในทันที