นางพราย กระหายรัก

    ตอนที่ 13: รอยร้าว


    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องสะท้อนเหนือผืนน้ำมรกตขุ่นของแม่น้ำยมที่หมอกบางเบาเริ่มจางหายไป เผยให้เห็นทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของสถาปัตยกรรมไม้สักทองรอบบริเวณธารารีสอร์ตที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทว่าบรรยากาศความรื่นรมย์ภายนอกกลับขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับความอึดอัดแน่นในอกของคู่หมั้นและคู่สมรสที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารเช้าในห้องรับรองหรูริมน้ำ คิว ฝ้าย พงศธร และสุดานั่งล้อมวงรับประทานอาหารเช้ากันเงียบงัน ความตึงเครียดบางอย่างกดทับอยู่บนโต๊ะจนแทบไม่มีใครเอ่ยปากพูดจาใดๆ รายรอบโต๊ะอาหารประกอบด้วยจานชามเซรามิกหรูหราและช้อนส้อมประกายแวววาว อาหารหลากหลายชนิดถูกจัดวางอย่างสวยงามทว่ากลับไม่มีใครแตะต้องเลยสักนิด คิวและพงศธรมีท่าทางอิดโรยและเงียบขรึมอย่างเห็นได้ชัด คิวผ่านค่ำคืนที่ฝันเปียกอย่างหนักหน่วงด้วยมนต์สะกิดพรายน้ำร้าย ขณะที่พงศธรเองก็เพิ่งผ่านค่ำคืนแห่งการเล่นชู้ร่วมนอนกับรันหลังโขดหินริมท่าน้ำมาอย่างลับๆ สุดานั่งหน้าตึงตาขวางจ้องจับผิดพงศธรทุกการเคลื่อนไหว ส่วนฝ้ายได้แต่นั่งกอดเข่าระแวดระวังเฝ้ามองคิวด้วยแววตาหม่นแสงด้วยความหวาดผวายามที่ลมพัดพากลิ่นอายชื้นดินและกลิ่นลำเจียกอ่อนๆ โชยเข้ามาแตะสัมผัสจมูกอย่างมีเงื่อนงำ

    ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ก้าวสม่ำเสมอของรันก้าวเดินเยื้องย่างเข้ามาพร้อมถาดไม้เสิร์ฟถ้วยกาแฟร้อนจัด รันยิ้มแย้มอ่อนโยนดูแสนซื่อใสสะอาด หล่อนประคองถ้วยกาแฟเซรามิกราคาแพงด้วยกิริยานอบน้อมพินอบพิเทาอย่างยิ่งยวด ทว่าในจังหวะที่หล่อนกำลังยื่นส่งถ้วยกาแฟวางลงตรงหน้าคิว รันกลับแสร้งสะดุ้งตัวโยนคล้ายตื่นตกใจสุดขีดกับเสียงเครื่องยนต์เรือหางยาวแล่นผ่านน้ำยมเบื้องนอกอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ถ้วยกาแฟร้อนจัดคว่ำเทราดรดลงบนเป้ากางเกงทำงานตัวหรูของคิวทันที น้ำร้อนลวกผ่านเนื้อผ้าเปียกชุ่มชื้นเป็นวงกว้างส่งควันขึ้นกรุ่นชวนให้น่าตกใจยิ่ง

    "อุ๊ย! ขอโทษค่ะคุณคิว! รันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ! รันขอโทษค่ะ!" รันหน้าถอดสีน้ำตาคลอเบ้าด้วยความร้อนรนใจรีบคุกเข่าลงบนพื้นระหว่างเรียวขาแทบตักของคิวทันที หล่อนดึงผ้าเช็ดหน้าผืนนุ่มติดตัวออกมาช่วยเช็ดถูและซับน้ำกาแฟเปียกชุ่มบริเวณเป้ากางเกงทำงานของคิวอย่างรวดเร็วและลนลาน ปลายนิ้วเรียวงามลื่นไถลสัมผัสลูบซับเน้นหนักเฉียดจุดสำคัญกึ่งกลางกายของชายหนุ่มซ้ำๆ อย่างจงใจภายใต้หน้ากากแสนซื่อและเป็นกังวล คิวสะดุ้งตัวเกร็งใบหน้าแดงซ่านลนลานแต่กลับมีแววตาวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกพึงพอใจและซ่านวาบในกายโต้ตอบสัมผัสของหล่อนอย่างเห็นได้ชัดเจน ฝ้ายนั่งจ้องมองการกระทำของรันด้วยความรู้สึกเจ็บจี๊ดถึงดวงใจปนความขยะแขยงตระหนักรู้ว่านี่คือจริตมารยายั่วยวนชู้รักธรรมชาติจนแทบประคองร่างไว้ไม่อยู่ด้วยความระทมใจ

    ฝ้ายและสุดาหันมาเห็นเหตุการณ์ประชิดตาตรงหน้าพร้อมกัน ฝ้ายจ้องเขม็งมองการกระทำอันน่าระแวงและไร้กิริยามารยาทนั้นด้วยความโกรธจัดและสะอิดสะเอียนปนหึงหวงปวดร้าวในอก หญิงสาวรีบเอื้อมมืออันสั่นเทาไปคว้าจับข้อมือของรันแล้วดึงออกอย่างแรงและตวาดขึ้นทันทีด้วยอารมณ์ตึงเครียดปนโมโหที่ปะทุสูงจนหน้ามืด

    "พอได้แล้วรัน! เดี๋ยวพนักงานคนอื่นเขาจัดการเอง ไม่ต้องมาทำหน้าที่เช็ดส่วนนี้หรอก!" ฝ้ายร้องตวาดเสียงสั่นระริกด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธชอกช้ำ รันรีบละมือหลบสายตาคุกเข่าก้มหน้าร้องไห้สะอื้นแสนดีประหนึ่งโดนรังแกทำร้ายจิตใจต่อหน้าสายตาของคิวและพงศธร คิวส่งสายตาดุดันมองฝ้ายด้วยความหงุดหงิดที่ไม่พอใจท่าทีของเธอและกระซิบปกป้องรันแผ่วเบาจนฝ้ายใจแตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี

    ภายหลังมื้ออาหารเช้าอันน่าอึดอัดสิ้นสุดลง สุดาลากพงศธรแยกตัวกลับมาคุยที่ระเบียงห้องพักส่วนตัวที่เชื่อมต่อสวนหินทันที หญิงสาวสั่นเทิ้มด้วยความหึงหวงและคาดคั้นถามเรื่องรอยเปื้อนโคลนเมื่อคืนรวมถึงเสื้อผ้ากางเกงที่ชื้นน้ำกลับมาแถมมีกลิ่นประหลาดโชยจัดจากตัวเขาด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้เจ็บปวดร้าวรานปนความสงสัยสุดขีด

    "พงศธร! เมื่อคืนคุณหายไปไหนมากลางดึก? กางเกงคุณเปียกชื้นและเปื้อนเลนโคลนกลับมาขนาดนั้น แถมยังมีกลิ่นดินโคลนเน่าผสมกลิ่นดอกลำเจียกป่าฉุนเฉียวโชยมาจากตัวคุณรุนแรงขนาดนี้ คุณไปทำเรื่องชั่วช้าอะไรลับหลังฉันมาใช่ไหม?! ตอบมาเดี๋ยวนี้นะ!" สุดาแผดเสียงคาดคั้นถามเสียงแหลมสูงจ้องหน้าจับผิดสามีอย่างรุนแรงและปวดใจสุดขีด หญิงสาวร้องไห้สะกดกลั้นความรู้สึกทรมานในอกที่แต่งงานกันมาหลายปีแต่สามีกลับปันใจเสน่หาอื่นและโอนเอียงไปหาหญิงบริการคนใหม่จนน่ารังเกียจ

    พงศธรที่เก็บกดความหงุดหงิดใจและเบื่อหน่ายภรรยาหลวงจอมเหวี่ยงมาแสนนานประกอบกับความเสน่หาธรรมชาติที่มีต่อรันเมื่อคืนยังคงตราตรึง พลันโมโหโกรธเกรี้ยวตบราวระเบียงเหล็กเสียงดังลั่น ตวาดด่าสุดากลับอย่างรุนแรงไร้เยื่อใย "สุดา! หยุดทำตัวไร้สติปัญญาอ่อนเสียทีได้ไหม! ฉันแค่อึดอัดใจนอนไม่หลับเลยลุกเดินลงไปเดินเล่นสูบบุหรี่และลื่นไถลขอบดินริมน้ำเฉยๆ คุณจะคอยตามจิกจับผิดถามหาเรื่องชู้สาวเหมือนคนบ้าจนเสียภาพลักษณ์นักลงทุนรายใหญ่ของฉันหมด! ถ้ารับไม่ได้ก็เก็บกระเป๋ากลับกรุงเทพฯ ไปซะ! อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแถวนี้!" พงศธรชี้หน้าด่ากราดก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีออกจากห้องพักทิ้งให้สุดายืนทรุดเข่าร้องไห้น้ำตาร่วงสะอื้นด้วยความช้ำใจและปวดร้าวสูงสุดในชีวิตแต่งงานที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดี

    ในเวลาเดียวกัน ฝ้ายตามคิวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวริมน้ำยมที่เงียบสงบ ห้องทำงานตกแต่งด้วยกระจกใสบานใหญ่สะท้อนวิวผืนน้ำยมหมุนวนสีมรกตขุ่น ฝ้ายพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ปวดร้าวและตักเตือนคู่หมั้นหนุ่มเรื่องพฤติกรรมของรันอย่างจริงจังในทุกมุมมอง "คิว... ฝ้ายว่ากิริยาของรันมันชักจะล้ำเส้นเกินงามไปมากแล้วนะ ทั้งการแกล้งลื่นล้มเบียดซบอกพงศธรเมื่อคืนในงานเลี้ยง และการคุกเข่าลูบคลำเป้ากางเกงทำงานของคิวต่อหน้าต่อตาเช้านี้ รันพยายามทำตัวยั่วยวนไม่เหมาะสมและจงใจขยับเข้าหาผู้ชาย ฝ้ายขอร้องเถอะนะคิว เลิกจ้างรันแล้วส่งเธอกลับไปทำงานที่อื่นเถอะ ฝ้ายรู้สึกไม่ปลอดภัยและอึดอัดใจกับเรื่องนี้เลยจริงๆ"

    คิวที่กำลังจัดแต่งเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้สักทองหันมามองฝ้ายด้วยสีหน้านิ่งสนิท แววตาของเขาดำมืดไร้ความอบอุ่นเช่นอดีต ก่อนจะพ่นลมหายใจหัวเราะเยาะหยันเสียงดังเหยียดหยามคู่หมั้นสาว “ฝ้าย... คิดมากอิจฉาริษยาเด็กจนประสาทกลับไปแล้วหรือเปล่า? รันเป็นพนักงานต้อนรับแสนซื่อขยันขันแข็ง และที่สำคัญหล่อนมีพระคุณต่อโครงการเรามากนะ ถ้าไม่ได้รันช่วยเกลี้ยกล่อมลุงเดชยอมส่งมอบโฉนดที่ดินตลิ่งให้ โครงการธารารีสอร์ตก็คงสร้างไม่เสร็จจนทำกำไรได้ขนาดนี้หรอก ฝ้ายใจแคบคอยหาเรื่อง คอยหาเรื่องข่มเหงเหยียดหยามเด็กบ้านนอกไม่มีทางสู้เพื่อหาทางไล่หล่อนออกอย่างไร้เหตุผลสิ้นดี” คิวพูดจาทวงถามผลประโยชน์ธุรกิจและแสดงท่าทางว่ารันมีค่าและมีประโยชน์กับเขามากกว่าฝ้ายเสียอีก

    "คิว! คิวปกป้องรันแล้วว่าฝ้ายขนาดนี้เลยเหรอ?! ฝ้ายเป็นคู่หมั้นของคิวนะ!" ฝ้ายแผดร้องเสียงหลงน้ำตาร่วงพรูด้วยความปวดร้าวและชอกช้ำใจที่โดนชายที่รักหักหลังความไว้เนื้อเชื่อใจและดูถูกเหยียดหยามเพื่อเข้าข้างพนักงานต้อนรับคนใหม่ที่มีพิรุธและเข้าคุกคามชีวิตรักจนป่นปี้สั่นคลอน

    คิวแสดงอาการรำคาญใจสุดขีด ชายหนุ่มร่างหนาก้าวเดินสืบเท้ามาประชิดโต๊ะไม้สักทองหลังใหญ่พลางยกมือตบโต๊ะเสียงดังปังลั่นห้องทำงานริมน้ำจนแจกันแก้วสั่นสะท้านน้ำกระฉอก ชายหนุ่มชี้หน้าฝ้ายด้วยสายตาห่างเหินเย็นชาเฉยเมยราวกับคนแปลกหน้าที่ไร้เยื่อใยเสน่หา “ถ้ารับไม่ได้กับระบบงานของที่นี่และเกลียดขี้หน้าพนักงานในรีสอร์ตของผมขนาดนั้น ฝ้ายก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วไสหัวกลับกรุงเทพฯ ไปซะ! อย่ามางี่เง่าปัญญาอ่อนทำให้โครงการของผมเสียระบบ!” คิวตวาดไล่เสียงแข็งกร้าวป่าเถื่อนไร้ความปรานีและสายตาดำมืดไร้เงาสะท้อน

    ฝ้ายยืนอึ้งค้างตัวสั่นระริกน้ำตาร่วงพรูด้วยความระทมปวดร้าวสะเทือนใจอย่างแสนสาหัส คำตวาดไล่อย่างไร้เยื่อใยของคู่หมั้นหนุ่มที่แสนดีบัดนี้ไม่หลงเหลือความอ่อนโยนใดๆ อีกต่อไป ในเวลานี้ ตัวตนที่แสนดีและสุภาพของคิวได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความโหดเหี้ยมเย็นชาที่บดขยี้ความสัมพันธ์รักและแหวนหมั้นบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอจนไม่มีชิ้นดี สัญชาตญาณร้องเตือนว่าภัยร้ายชู้สาวและวิกฤตครั้งนี้มีอำนาจลึกลับของพรายแม่น้ำรัญจวนคอยกวักมือควบคุมอยู่เบื้องล่าง แต่เธอกลับไร้ซึ่งหนทางขัดขวางหรือช่วยเหลือเขาได้เลย ฝ้ายพยุงร่างกายอันบอบช้ำก้าวสับเท้าเดินออกจากห้องทำงานปล่อยให้ความเหน็บหนาวกามรักและรอยร้าวในเงาหรูบดขยี้ดวงใจแหลกสลายริมแม่น้ำยมมรณะนี้ในที่สุด ท่ามกลางเสียงสายลมหนาวพัดกระแทกกระทั้นตลิ่งชันพังทลายเป็นรอยด่างยาวเหยียดไม่ต่างจากความรู้สึกของเธอ!...

    ---