หลังจากนั้นทั้งสี่คน ได้เข้าไปลึกขึ้นภายในป่าเมฆฝน ทั้งสี่ได้เจอสัตว์อสูรบางครั้ง หากสัตว์อสูรตัวไหนเข้ามาโจมตีก่อนกลุ่มของอูหลินเฟิงก็จะจัดการทันที จนถึงขณะตอนนี้ทั้งสี่ยังไม่เจอสัตว์อสูรระดับห้าแม้แต่ตัวเดียว
โฮ่ง โฮ่ง
เมื่อเดินมาได้อีกไม่นานหมาป่าขนเพลิงก็เห่าอีกครั้ง ครั้งนี้พวกมันเห่าเพราะสังเกตเห็นนกที่เกาะอยู่ห่างออกไปบนต้นไม้ขนาดใหญ่ นกตัวนั้นคืออินทรีขนเทา
“อินทรีขนเทา…สัตว์อสูรสายพันธุ์ดั้งเดิมของป่าเมฆฝน เท่าที่ดูเ้านี่เป็สัตว์อสูรระดับสี่ขั้นต้น” อูหลินเฟิงบอกหลังจากมองยังบนต้นไม้
"ระยะห่างจากพื้นไปจุดที่อินทรีขนเทาอยู่..น่าจะประมาณหกสิบเมตร พลังิญญาของเ้าสามารถโจมตีได้หรือไม่” จงิ่ถามอูหลินเฟิง หลังจากมองระยะห่างจากจุดที่พวกเขาอยู่หากเข้าไปใกล้มากกว่านี้เกรงว่าอินทรีขนเทาจะหนีไปก่อน
“ระยะแค่นี้..ข้าสามารถทำได้อยู่แล้ว” ในตอนนี้พลังจิตรับรู้ของอูหลินเฟิงคือห้าร้อยเมตรรอบตน แต่การใช้พลังจิตหรือพลังิญญาโจมตีมีระยะอยู่เพียงหนึ่งร้อยเมตรจากตัวเองเท่านั้น ระยะหกสิบเมตรอูหลินเฟิงจึงสามารถโจมตีได้
เริ่มแรกอูหลินเฟิงใช้การโจมตีทางจิตเพื่อไม่ให้อินทรีขนเทาหนีไปไหนได้ จากนั้นจึงค่อยส่งยันต์ควบคุมออกไป สาเหตุที่อูหลินเฟิงไม่ใช้ยันต์โจมตีเลยก็เพราะถึงแม้ยันต์ิญญาจะเป็วิชาสายิญญาแต่ว่าจำเป็ต้องใช้ลมปราณช่วยในการสร้างทำให้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การใช้ยันต์โจมตีโดยตรงจึงสามารถหลบได้ง่ายเพราะความเร็วของยันต์มีไม่มาก อูหลินเฟิงจึงต้องใช้พลังจิตที่สามารถััได้ยากส่งไปโจมตีทางจิตก่อนจากนั้นค่อยส่งยันต์ิญญาออกไป
“สำเร็จ ลงมานี่” เพียงไม่นานหลังจากเจออินทรีขนเทา อูหลินเฟิงก็สามารถควบคุมมันได้สำเร็จอย่างง่ายได้ เมื่ออูหลินเฟิงออกคำสั่งแม้ระยะจะไกลถึงหกสิบเมตรแต่การออกคำสั่งสัตว์อสูรแต่ละครั้งนั้นอูหลินเฟิงจะออกคำสั่งผ่านยันต์ิญญาที่ติดกับิญญาอสูรตัวนั้น ถึงจะไกลขนาดไหนขอเพียงอูหลินเฟิงเหลือพลังิญญามากพอก็สามารถออกคำสั่งได้ตลอดเวลา
เมื่อได้รับคำสั่งอินทรีขนเทาก็ได้บินลงมาเกาะบริเวณแขนของอูหลินเฟิง
“งั้นเ้านี้ชื่อฮุยฮุยแล้วกัน” อูหลินเฟิงตั้งชื่ออินทรีขนเทาว่าฮุยฮุย
“เ้า้าทำอะไรต่อไป” จงิ่ถามแผนต่อไปของอูหลินเฟิง
“หาสัตว์อสูรระดับห้า ข้าต้องหาสัตว์อสูรระดับห้าสายต่อสู้หนึ่งตัว เพราะการจะไปที่เทือกเขาหมื่นอสูรนั้น หากมีแต่สัตว์อสูรระดับสี่ การเอาตัวรอดที่นั่นจะยากมากเพราะความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรที่นั่นแข็งแกร่งกว่าป่าเมฆฝนมาก” อูหลินเฟิงอธิบาย
“สัตว์อสูรระดับห้า?? เ้าบอกข้าว่าพลังิญญาของเ้าตอนนี้อยู่ที่ระดับสี่ขั้นสูง เ้าจะสามารถควบคุมสัตว์อสูรระดับห้าได้หรือ” จงิ่ถามต่อ
“การฝึกฝนร่างกายกับิญญานั้นแยกจากกัน ไม่ว่าจะคนหรืออสูรหากมีร่างกายแข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าิญญาจะแข็งแกร่งตามไปด้วย คนบางคนหรือสัตว์อสูรบางตัวถึงแม้จะมีระดับลมปราณสูงกว่าข้า หากมีจุดอ่อนที่ดวงิญญา ข้าก็สามารถโจมตีได้แต่ก็ใช่ว่าข้าจะสามารถสังหารดวงิญญาได้โดยตรง” อูหลินเฟิงอธิบาย มันก็เหมือนกับอูหลินเฟิงแม้จะมีพลังิญญาที่แข็งแกร่ง แต่จุดอ่อนคือร่างกาย หากไม่สามารถจบการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว หากอีกฝ่ายสวนกลับเป็การโจมตีทางกายภาพที่รุนแรงเขาเองก็มีสิทธิ์ตายได้
“งั้นก็ต้องหาสัตว์อสูรที่โดดเด่นทางกาย…แต่มีจุดอ่อนทางจิตหรือิญญาสินะ” จงิ่ถามต่อ
“ใช่ ข้อดีของการหาสัตว์อสูรที่โดดเด่นทางกาย นอกจากข้าจะได้สัตว์อสูรเพิ่มแล้ว พวกเ้าก็จะได้ฝึกต่อสู้กับสัตว์อสูรที่ลมปราณสูงกว่าตนเองด้วย เพราะว่าการต่อสู้กับสัตว์อสูรที่มีลมปราณสูงของตัวเอง จะทำให้เ้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก” อูหลินเฟิงอธิบายต่อ
“เข้าใจแล้ว…หน้าที่ของพวกข้า คือการทำให้อสูรตนนั้นอ่อนแรงลงที่สุดสินะ” จงิ่พยักหน้าหลังจากได้ยินทำอธิบายของอูหลินเฟิง ในการไปเทือกเขาหมื่นอสูร พวกเข้าจะต้องสู้กับสัตว์อสูรที่แกร่งกว่าระดับลมปราณของตนเองแน่นอน การฝึกั้แ่ตอนนี้จะทำให้มีประสบการณ์มากกว่าไปลองที่เทือกเขาหมื่นอสูรเลย
“ถูกต้อง ตอนนี้พวกเรามีฮุยฮุยที่สามารถบินสำรวจจากบนฟ้าได้แล้ว การหาสัตว์อสูรระดับห้าคงไม่ยากเท่าไร” อูหลินเฟิงกล่าวจากนั้นจึงได้ส่งฮุยฮุยบินออกไปหาสัตว์อสูรที่้า ผ่านไปราวๆ สิบนาทีหลังจากที่ฮุยฮุยบินออกไป ฮุยฮุยก็ได้ส่งสัญญาณผ่านยันต์ิญญาว่าได้เจอสัตว์อสูรระดับห้าแล้ว
“เจอแล้ว ทางทิศตะวันตกห่างออกไปสองกิโลเมตร ฮุยฮุย ได้เจอสัตว์อสูรระดับห้าขั้นต่ำพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษ” อูหลินเฟิงตอบกันทุกคน
“งั้นพวกเราก็เดินทางเลย” จงิ่กล่าวเสริม แล้วทั้งสี่ก็ได้ออกเดินทางทันที ทั้งสี่คนได้เดินทางด้วยความเร็วสูงสุดที่จะสามารถทำได้โดยไม่แตกกลุ่ม แต่ว่าเมื่อไปถึงกลับมีบุคคลอื่นกำลังต่อสู้กับพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษอยู่ เป็หญิงสาวสวมอาภรณ์ดำผมสีม่วงอ่อนโดยมีชายชราผมสีม่วงอ่อนอีกคนยืนมองดูการต่อสู้นั้นห่างไปไม่ไกล
สิ่งที่ทั้งสี่คนเห็นคือพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษกำลังกางกรงเล็บที่มีพิษพยายามที่จะตะปบหญิงอาภรณ์ดำ แต่ว่าหญิงอาภรณ์ดำกลับมีความเร็วมากกว่าสามารถหลบการโจมตีได้ทุกครั้ง เมื่อไม่อาจโจมตีโดนโดยใช้กรงเล็บพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษจึงได้รวมลมปราณไปที่เกล็ดของตนเกล็ดสีดำได้เปลี่ยนเป็สีเขียวแสดงในเห็นว่าเกล็ดแต่ละอันโดนเคลือไปด้วยพิษร้ายแรง จากนั้นเกล็ดราวๆ สี่สิบอันบนตัวของพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษได้หลุดออกแล้วลอยอยู่รอบๆ ตัวของมันเอง
พยัคฆ์เกล็ดอสรพิษได้ส่งเกล็ดทั้งสี่สิบนั้นส่งออกไปโจมตีหญิงอาภรณ์ดำ จากโจมตีการเกล็ดครั้งนี้มีความเร็วราวกับลูกธนูที่มีขนาดเล็ก
ชึก ชึก ชึก เกล็ดเ่าั้โดนหญิงอาภรณ์ดำเข้าอย่างจังแต่ว่าแทนที่เืของหญิงสาวจะเป็ที่ดำ ของเหลวที่ออกมาจากร่างหญิงอาภรณ์ดำกลับเป็สีเขียวแทนจากนั้นร่างของหญิงอาภรณ์ดำก็ค่อยๆ กลายเป็ของเหลวที่เขียวและะเิออก เป็ร่างแยกที่สร้างจากพิษของหญิงสาวที่สร้างเพื่อล่อหลอกพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษ
จากนั้นหญิงอาภรณ์ดำได้ใช้ท่าเท้าของตัวเองเคลื่อนที่มาถึงข้างหลังพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษอย่างรวดเร็ว หญิงอาภรณ์ดำได้สร้างเส้นด้ายจากลมปราณมัดรอบตัวพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษ หลังจากโดนด้ายมัดรอบตัวพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษก็ได้ล้มลงทันที
“ร่างแยกพิษ?? ..นางเป็ผู้ใช้พิษ” อูหลินเฟิงกล่าวหลังจากได้เห็นร่างของพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษล้มลงและที่รอบๆ เกล็ดที่โดนด้ายมัดอยู่ มีสีเขียวเข้มกำลังกระจายกลืนกินสีเขียวอ่อนจากปราณพิษของพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษ ดูแล้วนางต้องเป็ผู้ใช้พิษที่มีพิษแรงกว่าพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษ
“นางจึงได้มาล่าพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษสินะ ดูจากพลังของนางแล้วต้องมีลมปราณระดับห้าขั้นสูงเป็อย่างน้อย ดูจากที่นางสามารถฆ่าพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษได้รวดเร็วขนาดนี้ด้วยตัวคนเดียว” จงิ่กล่าว
“ระดับห้าขั้นสูง!!! ดูแล้วอายุนางไม่น่าห่างจากท่านทั้งสองแต่กับมีระดับการฝึกตนสูงขนาดนั้น” ลี่อิงที่ได้ยินก็ใในระดับลมปราณของหญิงอาภรณ์ดำอย่างมากเพราะดูจากความเยาว์วัยแล้ว อายุไม่น่าเกินสิบเจ็ดด้วยซ้ำไป
“เหตุใด..พวกเ้าถึงได้มาแอบมองการต่อสู้ของผู้อื่นกัน” หญิงอาภรณ์ดำได้ถามกลุ่มของอูหลินเฟิงหลังจากจัดการพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษ นางััการมาถึงของทั้งสี่คนั้แ่ที่ทั้งสี่เดินทางมาถึงแล้ว นางถามขึ้นมาโดยที่กำลังลงมือชำแหละร่างของพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษอีกทั้งยังหันหลังให้คนทั้งสี่ ไม่ยอมหันกลับมาแม้แต่น้อย