“ว่าอย่างไรข้าเลือกนางไม่ได้หรือ?”อ๋องหนุ่มมองใบหน้าเปลี่ยนสี ไม่เป็ธรรมชาตินั้นก็ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นดื่ม เฝ้ามองท่าทางของแม่เล้านางนั้นด้วยความอยากรู้ว่านางจะจัดการเช่นไรต่อ
“อะเอออ ท่านอ๋องท่านลองเลือกสตรีนางอื่นดีหรือไม่”
“ไม่!ข้าเลือกนาง ไหนเ้าว่าใครในนี้ก็ได้ไม่ใช่หรือ ข้าเลือกนาง หากไม่ใช่นางข้าก็จะกลับ” ไม่ใช่แค่การข่มขู่ เพราะเขาทำท่าจะลุกขึ้นจริงหลังกล่าวจบ
“อ่ะท่านอ๋อง ท่านอ๋อง ท่านนี้ใจร้อนจริง ได้เ้าค่ะ ได้เดี๋ยวข้าน้อยให้เด็กไปตามนางมาให้ ของพระองค์โปรดรอก่อน”
ลี่จินพ่นลมหายใจออกมาหลังนางรั้งร่างของท่านอ๋องให้นั่งลงที่เดิมได้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด มองบุตรสาวที่อยู่กลางเวทีพร้อมมองท่าทางสง่างาม ของคนบนเวทีที่บรรเลงเพลงที่นางนั้นแต่งขึ้นเองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
หลิวอีหรานนั้นนับว่าเป็เด็กสาวที่มีใบหน้างดงามไม่แพ้นางโลมอันดับหนึ่งของหอหรงเซียนแห่งนี้ ใบหน้ารูปไข่นั่นเล็กแทบจะเท่าฝ่ามือดวงตากลม ั์ตาเป็ประกายสดใสตลอดเวลายิ่งยามยิ้มออกมาดวงตาก็โค้งลงราวพระจันทร์เสี้ยวแม้จะมีใบหน้าเล็กเรียวแต่ทุกครั้งที่ยิ้มก็จะมีก้อนแก้มน้อยนูนออกมาช่างจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู ทั้งจมูกเล็กรั้นรับกับริมฝีปากบางแดงระเรื่อราวผลของอิงเถาโดยไม่ต้องแต้มชาด แม้แต่สตรีเช่นนางเห็นยังริษยาแล้วมีหรือบุรุษเพศที่เข้ามาจะไม่สนใจ
แต่บุตรสาวของนางคนนี้นับว่าดื้อด้าน หัวรั้นเป็ที่สุด ก่อนนี้ก็มีคนร้องไห้นางมาดูแลปรนนิบัติแต่ก็ไม่เคยจะสำเร็จสักครั้งทั้งบางคนยังโดนนังเด็กดื้อนี้กลั่นแกล้งหนีเปิดไปก็มี
“เห้อแล้วครั้งนี้ข้าต้องจัดการกับนังลูกดื้อด้านนี่ยังไง”
“เถ้าแก่หลิว”
ลี่จินสะดุ้งใเมื่ออยู่ก็มีเสียงเรียกนางจากด้านหลังเมื่อหันกลับไปก็เห็นเด็กหนุ่มใบหน้าทะเล้นที่จำได้ว่าเดินตามติดท่านอ๋องไม่ห่างคาดว่าเขาคงจะเป็ผู้ที่ติดตามไม่ก็ทหารข้างกาย
“คุณชายมีอะไรหรือเ้าค่ะ”หญิงวัยกลางคนมากประสบการณ์รีบเปลี่ยนสีหน้า ยิ้มกว้าง ขานรับเสียงหวานทันที
“ท่านอ๋องให้ข้ามาบอกท่านว่าก่อนนี้เขารู้มาจากท่านเ้าเมืองว่าท่านได้รับเงินจากจวนเ้าเมืองมาไม่น้อยเพื่อให้ดูแลคณะทูลและท่านอ๋อง”
เพียงได้ยินมาถึงตรงนี้สีหน้าของลี่จินก็ค่อยๆ เปลี่ยน นางเริ่มเห็นเค้าลางของหายนะที่กำลังวิ่งเข้ามาจนเผลอกลั้นลมหายใจ กลืนน้ำลายเหนี่ยว
“จะเ้าค่ะ”
“ฉะนั้นท่านอ๋องหวังว่าพระองค์คงจะไม่ต้องเสียเวลาพักผ่อนทั้งคืนเพื่อรอสตรีนางนั้น เพราะหากเป็เช่นนั้นเห็นทีหอแห่งนี้ก็คงจะอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว”
ลี่จินแทบลืมหายใจเมื่อคนอายุน้อยกว่ายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้แม้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะเอ่ยกระซิบเบา แต่นางกลับได้ยินก้องอยู่ในหัวอย่างชัดเจน
“ไม่เ้าค่ะข้าน้อยรับรองว่าท่านอ๋องจะไม่ต้องรอนานอย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นก็ดี”
หลิวลี่จินรู้สึกว่าร่างกายของนางสั่นไม่หายแม้ว่าเด็กหนุ่มข้างกายท่านอ๋องจะเดินกลับไปในห้องรับรองแล้วที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนข่มขู่แต่ไม่มีครั้งไหนที่ทำให้นางรู้สึกกลัวเท่าครั้งนี้มาก่อนเพราะนางเชื่ออย่างหมดใจว่า หากไม่เป็อย่าง้าคนผู้นั้นก็สามารถทำให้หอหรงเซียนของนางพังยับต่อหน้าต่อตาได้แน่
“เ้าไปเรียกอีหรานมาบอกว่าข้า้าพบ”
“ขอรับ”
เสียงดนตรีบรรเลงชะงักไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาไหลลื่นเช่นเก่าใบหน้าจิ้มลิ้มหันไปทางด้านหลังมองมารดาที่กำลังมองนางพร้อมกวักมือเรียกให้นางลงไป
หลิวอีหรานกลอกตาขึ้นเล็กน้อยอย่างรำคาญก่อนจะยิ้มแย้มบรรเลงของนางต่อไปไม่สนใจใบหน้าร้อนรนของคนด้านล่าง
ที่มารดาให้คนมาตามนางก็คงไม่พ้นให้ไปทำเื่อย่างว่าไม่ก็มีใครสักคน้าให้นางไปนั่งดีดผีผาให้ฟังในห้องส่วนตัวอย่างเช่นที่ผ่านมาเป็แน่คิดแล้วก็เบื่อนางคิดว่าตัวเองบอกกับมารดาชัดเจนแล้ว ว่าหากยังไม่ถึงสิบหกปีเต็มนางไม่มีทางรับลูกค้าเด็ดขาด ไม่ว่าจะทำเื่อย่างว่าหรือแค่ดีดผีผาบรรเลงเพลงในห้องก็ตาม และแม้ว่าอีกแค่สามเดือนนางถึงจะครบสิบหกแต่ก็ยังนับว่าไม่ถึง เหตุใดมารดาถึงตอแยนางไม่เลิก
“ท่านแม่ครั้งนี้คนที่ให้ท่านมาจะทำอะไรท่านอีกเ้าค่ะ”
อีหรานเอ่ยเข้าประเด็นทันทีที่ลงมากเวทีอย่างรู้ทันยิ่งเห็นท่าทางการแสดงสีหน้าราวฟ้าจะถล่มลงมาเช่นนั้นของมารดานางก็รู้ว่าคงต้องมีถ้อยคำข่มขู่อะไรสักอย่างมาบีบบังให้นางยอมรับเงื่อนไข
“พังที่นี่”
“ฮ่าฮ่าท่านแม่ท่านไม่มีมุขใหม่หรือเ้าค่ะ กี่ครั้ง กี่ครั้งท่านก็ว่าพังหอไม่ก็จะทำให้เราไม่มีที่ยืนอยู่ที่นี่บางทีข้าว่าท่านต้องหาอย่างอื่นมาพูดกับข้าบ้าง”
เด็กสาวหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างไม่เกรงใจทั้งยังทำมองไม่เห็นใบหน้าตระหนก และเสียงเต็มไปด้วยความกังวลของมารดา
“หรานหรานครั้งนี้แม่พูดจริงนะ หากครั้งนี้เ้าไม่ไปที่นี่ต้องพังแน่ๆ”
“ท่านแม่ข้าก็บอกท่านอยู่ว่าให้เอามุขใหม่ อีกอย่างท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าท่านลงเงินลงแรงไปมากแค่ไหน ไม่ว่าอย่างในที่แห่งนี้ก็ไม่มีทางพังอย่างที่ท่านว่าแน่”
“หรานหรานเ้าเชื่อแม่คนผู้นี้ทำได้ เขาอยู่เหลืออำนาจที่เรามีมากนัก”
“ในเมืองนี้จะมีใครใหญ่กว่าเ้าเมืองอีกท่านอย่ามาหลอกข้าเลย”
“รุ่ยอ๋อง คนผู้นี้คือรุ่ยอ๋อง”
“ใครรุ่ยอ๋อง ข้าไม่รู้จัก ท่านไปบอกเขาเถิดว่าข้าไม่ไป ที่เหลือท่านก็จัดการเอาเอง”หลิวอีหรานเอ่ยเสียงขึ้นจมูกก่อนจะเชิดหน้าเตรียมเดินออกจากหอเพื่อกลับไปพักที่เรือนหลัง
“หรานหรานแม่ยื่นคำขาดหากเ้าไม่ไปแม่จะไล่เ้าออกจากที่นี่”
“งั้นข้าไป”
“อ่ะเดี๋ยวๆๆเ้าไปจริงหรือหรานหราน” ลี่จินแสร้งใช้ไม้แข็งดูเผื่อบุตรของนางจะหวาดกลัวขึ้นมาบ้าง แต่สุดท้ายก็เป็นางที่คิดไปเอง
“เ้าค่ะ”เด็กสาวเชิดหน้าไม่ยอม อย่างเหนือกว่า ทุกครั้งนางรอดมาได้ไม่ว่าอย่างไรครั้งนี้นางก็รอดได้อีกแน่ แต่ว่า...
“ห้าร้อยตำลึงเพียงเ้าเข้าไปในห้องนั้นพร้อมบรรเลงผีผาสักสอง สามเพลงให้คนสูงศักดิ์ผู้นั้นเงินจะไปวางอยู่ในห้องเ้าทันทีห้าร้อยตำลึง สนใจหรือไม่”
“ห้าร้อยตำลึง”ดวงตากลมเบิกกว้างวาววับด้วยความตื่นเต้น ในหัวของนางคำนวณเงินกองโตด้วยใจลิงโลดเมื่อก่อนแค่นางเสนอร้อยตำลึงคนพวกนั้นที่ว่ายอมจ่ายก็กลับหนีหายไปจนหมด แต่ครั้งนี้เพียงบรรเลงเพลง สองสามเพลงก็ได้เงินมาโดยง่ายดาย ถึงห้าร้อยตำลึง ์ช่างมาโปรดข้าเสียจริง
“ใช่ห้าร้อยตำลึง”
“ท่านแม่ท่านก็ไม่บอกว่าห้าร้อยตำลึงแต่แรกหากท่านบอกมากแต่แรกเราก็ไม่ต้องเสียเวลาเถียงกันหรอกท่านว่าไหม ไป! ไป!ที่เรือนรับรองกลางน้ำใช่หรือไม่”
หลิวลี่จินมองบุตรสาวที่เดินนำไปอย่างผู้กุมชัยชนะคิดแล้วว่าครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรบุตรของนางย่อมไม่ปฏิเสธ
หากเงินมากพอ