เจ็ดโมงเช้า ณ ท่าเรือใหญ่จากเกาะยูจินใคร้าขึ้นฝั่งก็ต้องมาที่นี่ขั้นตอนคือแสดงบัตรประจำตัวกับเ้าหน้าที่ก่อนขึ้นเรือ ไม่ว่าจะเป็เรือส่วนตัวหรือเรือโดยสารเ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลแล้วก็ขึ้นฝั่งได้ จะแอบเอาเรือออกเองกลับแผ่นดินใหญ่เองก็ไม่ใช่ว่าไม่มีใครทำ เพียงแต่ต้องเสี่ยงถูกจับและถูกห้ามมาเหยียบที่เกาะอีกถ้ามีเจตนาหลบเลี่ยงเช่นนี้คาดว่าไม่ได้มาดีแต่ประการใด
จ้าวจิงถิงยืนอยู่บนเรือยอชต์ขนาดใหญ่เขามีงานสำคัญแต่ขนลูกน้องไปได้ไม่มาก เพราะจะเป็ที่ผิดสังเกตจ้าวหลันหรูกับวิกตอเรียจะสงสัย พวกผู้หญิงตระกูลจ้าวจับผิดเก่งขนาดนั้นเมื่อก่อนแม่เข้าข้างเขา อะไรก็ช่วยปกปิดให้ แต่ตอนนี้แม่กับย่าดีกันแล้วแถมไม่มีใครเข้าข้างเขาเลย
ต้องโทษภรรยาที่แต่งมายังไม่ได้เข้าหอคนนั้น
เหรินซวงอิ๋น!!!
พูดถึงก็มาเปล่งประกายภายใต้แสงแดดยามเช้ามาเชียว จำได้ว่าเมื่อก่อน ไม่ดูดีขนาดนี้ ผิวพรรณหรือท่วงท่าก็ไม่ดึงดูดสายตาแบบทุกวันนี้
โจเอียงตัวกระซิบกับลูกพี่“นั่นใครตามคุณนายเล็กมาด้วย บอดี้การ์ดหรือพวกรับงาน แต่งตัวเหมือนจะไปออดิชั่น”
คังข่ายหันไปดุลูกน้องทางสายตาโจทำหน้าเซ็ง แล้วก็เดินตามหัวหน้าคังไปติด ๆลูกน้องทั้งสิบกว่าคนบนเรือลงไปยืนรอตรงทางขึ้นเรือ แยกเป็สองแถว รอรับคุณนายเล็กตามที่คุณชายสั่งไว้
ที่ทำแบบนี้จ้างจิงถิงไม่ได้อยากเอาใจภรรยาแต่ประการใดเขารู้ต่างหากว่ามีคนของคุณย่าคอยจับตาอยู่ ดูแลเหรินซวงอิ๋นหน่อยพวกคุณย่าจะได้วางใจ
“คุณนายเล็ก” ลูกน้องคนหนึ่งทำความเคารพและผายมือนำทาง เหรินซวงอิ๋นใช้หางตามองลูกน้องของเขาแล้วสั่ง
“อีกเดี๋ยวเจอคุณชายใหญ่จ้าวพวกคุณก็ทักเขาด้วย เรียก..คุณชายจ้าว เหมือนผมแล้วกัน”
ลูกน้องที่มาต้อนรับยังไม่ไปไหนเขาเป็แค่ลูกน้องปลายแถว ที่ไม่รู้เบื้องลึกเื้ั ฟังแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้คุณนายเล็กให้คนของตัวเองเรียกสามีว่าคุณชายจ้าว เรียกเหมือนเป็คนอื่น
แบบนี้แปลได้ว่าความสัมพันธ์ของเ้านายกับภรรยาแซ่เหรินคงไม่ดีเท่าไหร่มิน่าไม่ค่อยเห็นไปไหนมาไหนด้วยกัน
เมื่อรู้แบบนี้ต่อหน้าก็เคารพแต่ในใจนั้นมองเหรินซวงอิ๋นเป็แค่คนนอก
พยัคฆ์เร้นกายทั้งสี่สงบปากสงบคำเป็อย่างมากเพราะกลัวคนอื่นจะมองตัวตนที่แท้จริงออก ถึงตอนนี้จะเปลี่ยนไปราวกับไม่ใช่คนเดิมจากอดีตทหารแสนเถื่อนเปลี่ยนเป็บอยแบนด์ยูจินแล้วก็ตาม อย่าประมาท พูดให้น้อยเลี่ยงการสบตากับคนอื่น และจับกลุ่มกัน นายสั่งไว้อย่างนั้น
ทุกคนขึ้นเรือแล้วไม่นานเรือก็แล่นออกจากท่าลูกน้องส่วนใหญ่ของจ้าวจิงถิงนั่งเรียงกันที่ชั้นล่างของเรือ พูดคุยกันบ้างชั้นบนมีโจ คังข่าย และลูกน้องหน่วยก้านดีจำนวนหนึ่งอยู่ไม่ห่างจากคุณชายจ้าวที่นั่งอยู่หัวเรือเหรินซวงอิ๋นกับลูกน้องทั้งสี่อยู่ท้ายเรือ คนสองกลุ่มเหมือนไม่ได้มาด้วยกัน
“ไปเรียกเขามาหน่อย”โจถามเพื่อความมั่นใจ “คุณนาย...เอ่อ..คุณชายเหรินหรือครับ”จ้าวจิงถิงจ้องกลับแทนคำตอบ
โจรีบผงกหัว “ครับ ๆ”
ตอนเขาไปเรียกคุณนายเล็กกำลังยืนมองผืนน้ำอยู่ ลูกน้องสี่คน ดูมีดีแค่หน้าตายืนแยกคนละมุมดูเผิน ๆ เหมือนกำลังถ่ายเอ็มวี โดยที่มีคุณนายเล็กเป็นักร้อง?
บางทีคุณนายเล็กอาจนึกอยากลองใจคุณชายดูว่าจะหึงหรือไม่ น่าเห็นใจเื่นี้คงต้องผิดหวังเสียแล้ว โจติดตามคุณชายมานานน้อยมากที่คุณชายจะแสดงอารมณ์ อย่าพูดถึงอาการหึง สนใจใครยังไม่เคยเห็น
หัวหน้าหน่วยหนึ่งเห็นโจมาใกล้ก็รีบขยับตัวขวาง “มีอะไร”โจได้ยินเสียงเข้มจากชายตัวสูง รู้สึกขัดกับหน้าตาของคนพูดมาก สูงยาวเข่าดีผิวพรรณก็ดี แต่เสียงไล่แขกแบบนี้ ไม่ไหวเอาเสียเลย
เขายิ้มให้หัวหน้าหน่วยหนึ่ง“พี่ชายช่วยเรียนให้หน่อย คุณชาย้าพบคุณนายเล็ก”
ชายสามคนที่เหลือมองโจเป็ตาเดียวเหรินซวงอิ๋นไม่รอให้ใครมารายงาน เขาหันมาตอบ “เดี๋ยวผมไป”
โจก้มหัวให้หนึ่งที แล้วก็จากไปเหรินซวงอิ๋นบอกลูกน้องของตน “ไม่ต้องตาม” หัวหน้าแต่ละหน่วยรับคำสั่งแต่สายตายังมองตามเ้านายไม่เลิก เหรินซวงอิ๋นไปถึงหัวเรือแล้วพวกเขายังคอยมองอยู่ตรงนั้น ไม่ให้คลาดสายตา
"ไม่มีอะไรหรอกพวกนั้นไม่คณามือนาย" เมื่อชายตัวเล็กที่ไม่ค่อยมีปากมีเสียงพูดขึ้นทุกคนต่างเห็นด้วย เลยเลิกระแวงว่านายจะเกิดอันตราย ต่างก็ผ่อนคลายลงที่อยากนั่งก็หาที่นั่ง ที่อยากยืนก็ยืน กลับสู่โลกส่วนตัวของตนอีกครั้ง
บริเวณหัวเรือลมแรงขึ้นเล็กน้อยแสงแดดสาดเข้ามาแต่ว่าไม่ร้อนมาก เหรินซวงอิ๋นมาถึงก็ถาม“คุณชายมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”
คำพูดคำจากับท่าทีสวนทางสิ้นเชิงเหรินซวงอิ๋นยกชายเสื้อสะบัดไปด้านข้าง นั่งลงตรงข้ามโดยไม่รอให้เขาเชิญแถมหันไปถาม
“คังข่าย คุณมีชาร้อนหรือเปล่า ไม่ ๆอาหารเช้าเลยดีกว่า ผมยังไม่ได้กินอะไรเลย รู้สึกหิวเล็กน้อยน่ะ”
คังข่ายมองคุณชายของตนจ้าวจิงถิงแววตาขุ่นมัว แต่ยังไม่แสดงอาการไม่พอใจ เขาจึงตอบคุณนายเล็ก “ผมพอจะให้คนทำโจ๊กได้ครับ”
“เอาโจ๊กข้าวจ้าวแล้วกัน ใส่ไข่เค็มด้วยอืม..ทำมาเผื่อคนของผมด้วยนะ” เหรินซวงอิ๋นกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณ”
ลูกน้องคนอื่นยกเว้นโจคิดในใจคุณชายเหรินที่เ้านายไม่ยอมรับเป็ภรรยาถึงกับกล้ามาสั่งงานพี่คังข่ายนั่นลูกน้องคนสนิท มือขวาของคุณชายเราเลย นายท่านทั้งหลายในตระกูลยังไม่กล้าใช้คนงามท่านนี้ช่างขวัญกล้าเสียจริง
ต่างรอชมว่าละครฉากต่อไป จะมีอะไรให้ชม
กลับมาที่ผู้แสดงซึ่งสวมบทเป็สามีภรรยา ฝ่ายสามีกล่าวเปิดการสนทนา “สี่คนนั้นหามาจากไหน”ภรรยามองท่าทีเหมือนไม่อยากรู้ แต่ก็รีบถามเหมือนกลัวไม่ได้ถามของสามีเขาคิดคำตอบนี้ไว้นานแล้ว เพราะรู้ว่าต้องมีคนถามแน่
“ไม่ทราบ ผมเห็นว่าหน้าตาดี ก็เลยรับมา”
แม้แต่พวกลูกน้องก็ไม่รู้ที่เหรินซวงอิ๋นให้พวกเขาอาบน้ำแร่ แช่น้ำนม ขัดผิว จนหนังแทบจะหลุด โกนหนวดแว๊กขน ตัดผมใหม่ เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวนั้น นอกจากจะให้ปลอมตัวให้สมกับตัวตนใหม่แล้วยังเพื่อให้จ้าวจิงถิงเชื่อ
เหรินซวงอิ๋นคนนี้ในสายตาของคุณชายจ้าวเป็พวกบ้าผู้ชายหน้าตาดี ตอบแค่นี้เขาก็คงจะไม่สงสัยแล้วซึ่งก็เป็อย่างที่คิดไว้จริง นอกจากไม่สงสัยยังเหยียดหยาม
“อยากมั่วแล้วมาแต่งงานทำไมให้ยุ่งยาก”
เหรินซวงอิ๋นไม่สะทกสะท้านกับคำพูดร้ายกาจนั้นสามีของเขาที่เน่าที่สุดก็คือปาก ถ้าพูดดีสิแปลก
“เื่นี้อธิบายง่ายมากครับตระกูลเหรินต้องพึ่งอำนาจของตระกูลจ้าวคุ้มครอง คุณชายคิดว่าหากเราไม่แต่งงานกันพอคุณปู่ของผมขายที่ดินผืนนั้นให้พวกคุณแล้ว ตระกูลหงจะส่งของกำนันมาเชื่อมสัมพันธ์รึไง”
“นายจะบอกว่าไม่คิดอะไรกับฉันแล้วจริง ๆ”
ภรรยาที่เขาไม่เคยไยดีชายที่วิ่งตามเขาจนน่ารำคาญ บัดนี้มองไม่ออกว่าคิดอะไรกันแน่สายตาของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า จนจ้าวจิงถิงรู้สึกแปลกใจ
คำตอบเหรินซวงอิ๋นคือ “บางทีผมก็สงสัยว่าอะไรทำให้คุณชายมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองขนาดนี้”
คุณชายจ้าวเริ่มร้อนเขาขยับคอเสื้อไล่อากาศในกาย “ก็ดี งั้นขึ้นฝั่งแล้วนายจะไปไหน”
เมื่อคุณชายเหรินไม่จ้องจะจับเขากินเขาก็ไม่มีเหตุผลต้องระแวง และตั้งแง่อีก แต่งก็แต่งแล้วเขาย่อมรู้ว่าผูกมิตรดีกว่าสร้างศัตรู ยิ่งกับเหรินซวงอิ๋นในมุมนี้ดูฉลาดและทันเขาไปหมด ให้เป็ศัตรูอาจไม่ใช่ความคิดที่ฉลาด
“เที่ยวเล่น หาเพื่อน ตามอารมณ์ผมทำไมครับต้องรายงานคุณด้วยเหรอ”
“ไม่ถึงขนาดนั้น ฉันแค่เป็ห่วงให้คนของฉันไปด้วยไหมล่ะ”
“ผมมีคนของผมแล้ว อีกอย่าง”เหรินซวงอิ๋นมองไปรอบๆ ลูกน้องสามคนยืนไม่ห่างเท่าไหร่ เขาพูดเสียงดังไม่เกรงใจ“ลูกน้องของคุณ หน้าไม่ผ่าน”
ลูกน้องทั้งสามยืนนิ่ง ในใจร้องหากระจกพวกเขาดูไม่ได้ตรงไหน อะไรไม่ผ่าน คุณนายเล็กคุณพูดให้มันชัดๆ พูดมาเลยยยยย
จ้าวจิงถิงยิ่งฟังก็ยิ่งอยากคืนคำที่จะผูกมิตรเขาเปลี่ยนไปถามอีกเื่
“คุณย่าบอกเื่พ่อบ้านฉายวางยานายแล้วตอนนี้กำลังสืบอยู่ว่าใครบงการ อีกอย่างที่นายต้องรู้เอาไว้”
“อู๋โถงกับพ่อบ้านฉายยังไม่ตาย”เหรินซวงอิ๋นกำลังจะถามเพิ่ม คังข่ายก็ยกอาหารเช้าเข้ามา ชากับโจ๊กข้าวจ้าวมีไข่เค็มสองซีกและโรยด้วยต้นหอมกับพริกไทย แค่เห็นก็ชวนให้หิว
จ้าวจิงถิงรอจะอธิบาย ว่าเขารู้ได้ยังไงที่คนร้ายยังไม่ตาย แต่รออยู่นานก็ไม่มีคำถามต่อมาเพราะเหรินซวงอิ๋นเริ่มรับประทานแล้ว ท่าทางของเขาเรียบร้อยชวนมองทว่าความเร็วกลับไม่แ่เลย ไม่กี่นาทีโจ๊กในชามก็หมดเกลี้ยงน่าจะหิวจริงอย่างที่บอก
ระหว่างมื้อเช้าพวกเขาต่างเงียบจ้าวจิงถิงไม่อยากเสียมารยาทมองคนกิน แต่ก็อยู่ในสายตาอยู่ดีแก้มขาวขยับเคี้ยวตุ้ย ๆ ริมฝีปากแดงระเรื่อพ่นไอร้อนของอาหารออกมาเป็ครั้งคราว
นี่เขาทำอะไรอยู่
คุณชายใหญ่จ้าวรู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเองเขาก้มหน้าลง รอให้ลูกน้องเก็บชามเปล่าไปแล้ว ถึงเงยหน้าขึ้นทันเห็นภรรยาวางจอกชาลง คงอิ่มแล้ว คุยต่อเลยไหม ถามอะไรดี จู่ ๆก็นึกประโยคที่จะกล่าวไม่ออก ยังดีที่เหรินซวงอิ๋นเปิดปาก
“คุณชายจำเื่ในงานแต่งเราได้หรือเปล่า”
เื่ก้อนหินคม ๆ ใต้น้ำแล้วก็ฟืนเปียก แต่เื่หลังคุณชายใหญ่จ้าวไม่ทราบ
“หิน?”
“ครับ ผมคิดว่าไม่ใช่เื่บังเอิญ”
“ไม่กี่ก้อนเองจะสรุปว่ามีคนจงใจคงยังไม่ได้” เหรินซวงอิ๋นถอนหายใจในอกที่มันมีไม่กี่ก้อนเพราะข้าซัดพลังกวาดมันทิ้งไปก่อนต่างหากโว้ย
“งั้นคุณก็เชื่อว่ามันไม่มีอะไร”
“ไม่ใช่ว่าเชื่อหรือไม่เชื่อแต่มันยังสรุปไม่ได้”
อืม..
“ช่างเถอะครับ ผมคงคิดมากไปเอง”คุณชายเหรินเลิกความคิดจะเถียงกับเขา
จ้าวจิงถิงตั้งข้อสังเกต“นายระวังตัวขึ้นนะ”
ภรรยาคราง “หื้ม” แล้วขำออกมาเบา ๆ“ผมมีสามีเป็ถึงคุณชายใหญ่จ้าว ที่ยังไม่ได้รับสืบทอดตระกูลเป็ทางการระวังตัวหน่อยคงไม่เว่อร์ไปหรอกครับ”
“ก็จริงของนายฉันถึงอยากให้มีคนของฉันตามไปไง” วกมาเื่นี้อีกรอบเพราะความสงสัยที่เคยมีก่อนหน้านี้กลับมาอีกแล้ว
ถ้าภรรยาของเขาไม่ใช่คุณชายเล็กเหรินล่ะถ้ามีคนทำศัลยกรรมปลอมเป็เขา ใช้สถานะของเขาเพื่อแต่งงานเข้าตระกูลจ้าวหวังทำเื่ร้ายๆ นี่ก็ไม่ใช่ว่าเป็ไปไม่ได้นะ ผิวก็ขาวขึ้น หน้าก็ใสขึ้นบุคลิกท่าที การแต่งกาย ดูไม่เหมือนคนเก่าเลยสักนิด
ลองเสนอดู ถ้าเหรินซวงอิ๋นมีแผนจริงรับคนของเขาไปหรือไม่รับก็ช่าง ยังไงก็ไม่เสียหาย ถึงไม่ยอมรับเขาก็ให้คนตามดูห่าง ๆ ได้อยู่ดี
“คุณไม่ไว้ใจผม” จ้าวจิงถิงโดนรู้ทันทั้งที่ยังคิดไม่ทันจบ
“ก็นายดูไม่แปลกใจกับข่าวพ่อบ้านฉายเลย”
เหรินซวงอิ๋นพูดเหมือนมานั่งในใจของจ้าวจิงถิง“ผมเป็เหรินซวงอิ๋นตัวจริงเสียงจริง ถ้าคุณไม่วางใจเราไปตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ตัวตนก็ได้ ให้คุณจัดการเื่สถานที่ตรวจได้เลย”สามีขี้ระแวงเงียบ เขาจึงพูดต่อ
“ที่ผมไม่ถามก็เพราะมันตรงกับที่คิดไว้อยู่แล้ว เหตุการณ์รถคว่ำมันบังเอิญเกินไปแถมยังมีอู๋โถงไปด้วยอีก สภาพศพก็ดูไม่ออกว่าใครเป็ใครห้องพักของคนที่ตายอย่างกะทันหัน จะเรียบร้อย จนหาอะไรไม่เจอเลยได้ยังไงคิดได้แค่พวกเขาต้องเก็บกวาดทุกอย่างเตรียมการไว้แล้ว”
เหรินซวงอิ๋นจิบชาให้ชุ่มคอ ก่อนจะถาม“เบาะแสของสองคนนี้ คุณยินดีจะเล่าให้ผมฟัง อย่างไม่ปิดบังไหมล่ะ”
จ้าวจิงถิงหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องโจเดินเข้ามาวางซองเอกสาร แล้วถอยไปยืนที่เดิม ตอนนี้พวกลูกน้องคนอื่นที่ไม่ใช่โจแม้แต่คังข่ายรู้สึกสับสนมาก ไม่รู้ว่าควรมีมุมมองต่อคุณนายเล็กยังไงดี
ที่แน่ ๆ คนผู้นี้ไม่อาจดูแคลนได้
เหรินซวงอิ๋นเปิดดูของในซองเป็ข้อมูลการเคลื่อนไหวบัญชีสองบัญชียังมีภาพของพ่อบ้านฉายกับอู๋โถงที่ถูกถ่ายไว้ได้หน้าบ้านหลังหนึ่งในเขตคล้ายชุมชนแออัด
“คนของเราตามจนเจอสองคนนี้อยู่ที่เหอหม่างออกไปบ่อนบ้าง ร้านเหล้าบ้าง แต่ยังไม่มีงานประจำ”
“คุณคิดจะวางสองคนนี้เป็เหยื่อล่อสิท่า”
“ไม่คิดเลยว่าฉันจะได้ภรรยาเก่งเช่นนี้”เหรินซวงอิ๋นหยอกกลับทันที
“ยอมรับผมเป็ภรรยาตอนนี้ก็ไม่น่าจะทันแล้วครับคุณชาย ผมตัดสวาทขาดเยื่อใยกับคุณแล้ว”
“ฮ่า ๆ” คุณชายใหญ่หัวเราะไม่รู้ว่าตลกประโยคไหน
“แล้วนายคิดว่าเหยื่อดีพอหรือเปล่าล่ะ”เหรินซวงอิ๋นมองคนในรูป และรายละเอียดความเคลื่อนไหวของบัญชีที่เป็ชื่อสองคนร้ายอีกครั้ง ก็พบคำตอบ
“บัญชีมีแต่ถอนออกไม่มีฝากเข้าเงินก้อนโตที่ได้ล่าสุดก็ลดลงทุกวัน สารรูปพวกเขาก็ดูไม่ได้สบายอะไรคิดว่าตอนนี้น่าจะลำบากใช้ได้ ไม่แน่ว่าจะเป็เหยื่อที่วิ่งไปหาปลาด้วยตัวเอง”
“อืม” คุณชายใหญ่จ้าวไม่เคยมีเพื่อนสนิทคอยช่วยคิด คอยเป็ที่ปรึกษา เขาทำอะไรด้วยตัวเองั้แ่เด็ก
ปู่สี่ที่ว่าสนิทเลี้ยงเขามาก็ไม่ได้เข้าใจเขาไปซะหมด แม่ถึงจะรู้ทุกเื่ของเขาแต่ก็ถนัดตามใจมากกว่าลูกน้องมือขวาเช่นคังข่ายก็ไว้ใจได้แค่บางเื่ ยังไงคังข่ายก็เป็คนที่พ่อส่งมาส่วนพ่อ ปู่ย่า หรือน้องสองคนยิ่งกว่าปู่สี่อีก
ที่เป็แบบนี้เพราะเขาเองตั้งใจให้เป็จ้าวจิงถิงเป็คนที่ไม่ไว้ใจคนอื่น เขาขี้ระแวง และพร้อมจะสงสัยทุกคน เหรินซวงอิ๋นมองว่านิสัยเช่นนี้ไปเป็ฮ่องเต้ได้สบาย ไม่สิ ขนาดฮ่องเต้ยังมีขันทีคนสนิท
กลับมาที่คุณชายใหญ่จ้าวการได้เจอคนที่แค่มองตาก็รู้ใจ เป็อะไรที่คนอย่างเขาไม่กล้าจะฝันแต่กลับกลายเป็ว่าตอนนี้ใครคนนั้น นั่งอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
เื่พ่อบ้านฉาย ที่เขาตัดสินใจจะคุยกับอีกฝ่ายวันนี้เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องอธิบายจนเหนื่อย แต่ไม่เลย คุยง่าย เข้าใจเร็วแม้แต่จุดที่เขาไม่ทันได้คิด คนแซ่เหรินก็มองออก
“คุณให้คนไปช่วยพวกเขาใช้เงินเงินหมดเร็ว ๆ จะได้วิ่งหาปลาให้เราเร็วหน่อย”
สายตาคุณชายใหญ่ดูเปลี่ยนไปชั่วขณะจึงถูกอีกฝ่ายถาม
“ทำไมครับ ประหลาดใจมากเหรอคิดว่าคุณชายน้อยเหรินไม่มีสมองเหมือนคุณรึไง”
“ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แล้วนี่ถ้าไปถึงจะให้ฉันไปส่งที่ไหน”
หื้มมม...ลูกน้องเผลอเงยหน้ามองเ้านายคุณชายออกปากจะไปส่งเองงั้นเหรอ ถึงจะไม่ตั้งแง่กันแล้ว อย่างมากก็อาจจะแค่ให้มือขวาไปส่งไหมล่ะ
แต่แสนเสียดาย ทางนั้นเขาไม่รับน้ำใจบอกปัดอย่างไม่คิด
“ผมมีเพื่อนมารอรับอยู่แล้วคนที่ติดเรือขึ้นฝั่งคราวก่อนไง คุณคงจำได้”
อ้อ...คุณชายที่ดูเ้าสำอางซึ่งอ้างว่ามาดูที่ดินคนนั้นนั่นเอง จ้าวจิงถิงจำได้ เขาถามใหม่คล้ายอยากเอาชนะ
“งั้นก่อนกลับนายกับฉันไปหาปู่สี่หน่อยั้แ่แต่งงานยังไม่ได้พานายมาคารวะท่านเลย”
เหรินซวงอิ๋นไม่รู้เหมือนที่คังข่ายและโจรู้เขาจึงตกปากรับคำง่ายดาย “ได้ครับ คุณมีอะไรอีกหรือเปล่า”
จ้าวจิงถิงไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่าทำไมต้องอยากคุยต่อ เขาส่ายหน้าเพราะหมดเื่ที่จะคุยแล้วเหรินซวงอิ๋นลุกขึ้นยืนก้าวออกไปทันที
“พี่ๆ” เป็โจที่ดึงเสื้อคังข่ายมือขวาหันไปมองลูกน้อง ใช้สายตาถามว่ามึงมีอะไร โจพูดเสียงเบา “หรือคุณชายจะลืมเื่นั้น”
ทั้งคู่ไปมองคุณชายของตนลูกพี่คังส่ายหน้า “เื่เ้านาย มึงเสือกให้มันน้อยหน่อยก็ดี”
“แต่ถ้าคุณชายลืมแล้วบังเอิญท่านผู้เฒ่าสี่พูดขึ้นมาต่อหน้าคุณนายเล็ก คุณชายจะเสียหน้านะ”
“คุณชายไม่ใช่คนขี้ลืมเหมือนมึงโจ”
บอกโจอีกอย่างแต่ในใจคังข่ายกลับไม่มั่นใจซะเองหลายอย่างที่เห็น ที่ได้ยิน เ้านายทั้งสองคุยกันวันนี้ เขามีความรู้สึกว่าเ้านายดูเปลี่ยนไป หรือว่า.....
มือขวาเลิกคิ้ว มองคุณชายใหญ่ของตนก็แค่ชายหนุ่มคนหนึ่ง หัวใจก็มีเืมีเนื้อ จะไม่รู้สึกอะไรกับใครเลยได้ยังไง
โจมองพี่ข่าย ประเดี๋ยวก็ยิ้มมุมปากประเดี๋ยวก็ทำหน้าสงสัย สรุปว่าที่เขาคิดพี่ข่ายก็คิดใช่ไหม
โธ่..แล้วมาว่าผมเสือก
………………………
สัญญาปู่หลานตระกูลจ้าว
ผู้เฒ่าสี่ “อาถิงถ้าอนาคตได้แต่งงานกับคนที่หลานรัก ต้องพาภรรยาคนนั้นมาหาปู่จะได้มอบของดีรับขวัญหลานสะใภ้”
อาถิง “ของดีอะไรเหรอครับ”
ผู้เฒ่าสี่ “บอกไม่ได้จำไว้ต้องเป็คนที่หลานรักเท่านั้น ไม่งั้นของดีจะกลายเป็ของไม่ดี”
อาถิง “ได้ครับปู่สี่”